ระหว่างที่ผลชันสูตรแบบสมบูรณ์ยังไม่สรุป จ้าวรั่วซี พร้อมกับซ่งจินและหลิวเหว่ยจัดงานศพจ้าวจิ้งเทียนจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย โดยมีเพื่อนตำรวจ และญาติๆ มาร่วมงานมากมาย ทั้งสามพยายามสังเกตท่าทาง สีหน้า และแววตาของทุกคนที่เข้ามาเคารพศพพ่อเธอเพื่อหาพิรุธ แต่ก็ยังไม่พบสิ่งใด ผิดปกติ
“ดีนะที่ซีซีมีสติเตือนให้อาตรวจหาสารพิษด้วย เพราะอามั่นใจว่าอาเทียนเสียชีวิตก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ เพราะทุกจุดที่...เอ่อ...เสียหาย...ไม่มี vital reaction[1]” หลิวเหว่ยพูดกับเธอ ในระหว่างที่คอยช่วยกันสังเกตปฏิกิริยาของผู้คนในงาน
“อามีข้อสันนิษฐานอย่างไรคะ”
“อาคิดเหมือนที่หนูเดาั้แ่แรกนั่นแหละ ไซยาไนด์ เพราะลักษณะ สภาพ...เอ่อ...”
“พูดเถอะค่ะอา หนูก็เป็หมอนิติเวชเหมือนกัน ถึงอาซ่งจินกับอาหมอไม่บอกรายละเอียด หนูก็พอเห็นภาพได้ หนูรับได้ค่ะ หนูเตรียมใจมาแล้ว”
หลิวเหว่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตอบคำถามหญิงสาว “ก็อย่างที่รู้นั่นแหละ ม่านตาขยายกว้าง ที่คอมีรอยบีบเบาๆ ที่เทียบแล้วเกิดจากมือของเขาเอง ไม่ได้เกิดจากการถูกบีบคอฆาตกรรม เหมือนเป็ปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายที่บีบคอตัวเองเพราะหายใจไม่ออกมากกว่า ิัก็เป็สีเข้ม ตามตำราเลย นี่ก็แค่รอผลทดสอบยืนยัน”
“ถ้าเป็ไซยาไนด์จริง....พ่อ...คงทรมานอยู่แค่แป๊บเดียวเท่านั้น...ใช่มั้ยคะอา” เธอรู้คำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่้าใครสักคนที่ช่วยยืนยัน ให้ความทุกข์ในใจมันเบาลงเท่านั้น
ซ่งจิน ที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ยกมือขึ้นลูบหัวหญิงสาวที่เขารักและเอ็นดูเสมือนลูกตัวเอง ก่อนจะเอ่ยปลอบใจ
“ซีซีอย่าไปย้อนคิดเลย จำแต่ภาพพ่อเราเวลาเค้ายิ้ม เค้าหัวเราะดีกว่า พ่อเราเค้าเป็คนอารมณ์ดี อาเทียนคงไม่อยากเห็นหนูคิดถึงเค้าในแบบที่ทำให้หนูเสียน้ำตานะ ถ้าอาเป็มัน อาคงอยากเห็นหนูยิ้มเวลาคิดถึงพ่อนะลูก”
“หนูจะพยายามค่ะอา แต่หนูทนไม่ได้ถ้าคดีพ่อจะเหมือนกันกับคดีของแม่ ผลสืบคดีจะออกมาเมื่อไหร่คะอา พอทราบมั้ย”
“คงอีกสักพักหนึ่งล่ะ เพราะต้องเอากล้องวงจรปิดมาไล่ดู และที่สำคัญต้องแกะรอยพ่อเราว่าเขาไปทำอะไรที่เมืองนั้น มันยากตรงที่มันอยู่ใน่เวลาพักร้อนของเขา เขาทำอะไร ไม่ต้องรายงาน แต่...” ซ่งจินหยุดพูดกะทันหัน เพราะเหลือบตาเห็นคนของมาเฟียตระกูลเว่ย ที่คาดว่าเป็กลุ่มที่ฆาตกรรมแม่ของหญิงสาวกำลังจะเดินเข้ามาในงาน เขาจึงรีบพูดกับหญิงสาวอย่างรวดเร็ว
“เชื่ออาสักครั้งนะซีซี อยู่เฉยๆ ก่อน ห้ามถาม ห้ามแสดงออกอะไรทั้งนั้น ทำตัวเหมือนไม่รู้อะไรทั้งสิ้น แล้วยืนอยู่หลังอา ไม่ต้องออกไปรับหน้าแขก”
พูดจบ ทั้งเขากับหลิวเหว่ยก็ก้าวขึ้นมาด้านหน้าหญิงสาว ขยับตัวเข้าชิดกัน แล้วพยักหน้าเรียกเพื่อนตำรวจอีกสองคนให้เข้ามายืนใกล้กัน จนกลายเป็กำแพงบังตัวเธอเอาไว้ ทำให้คนที่เพิ่งเดินเข้ามาในงานไม่เห็นหญิงสาว แม้คนผู้นั้นจะกวาดตาสำรวจรอบๆ อย่างรวดเร็วก็ตาม
แม้จะเป็มาเฟียขาใหญ่ แต่ท่ามกลางงานศพที่เต็มไปด้วยตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ บรรยากาศในงานจึงเครียดขมึง กดดันขึ้นมาอย่างกะทันหัน คล้ายอากาศถูกดูดออกไปจนแทบหายใจกันไม่ได้เลยทีเดียว เขากวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะทำความเคารพศพ ‘ตามมารยาท’ ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไป
“อาสงสัยพวกนี้เหรอคะ” คุณหมอสาวถามซ่งจินทันที ที่มาเฟียคนนั้นเดินออกจากห้องจัดงานไป หากเขาหันมา ส่ายหัวเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่ได้ พร้อมส่งสายตาห้ามไม่ให้เธอถามต่อ หญิงสาวรับรู้ได้ทันที จึงหันกลับไปนั่งลงไว้ทุกข์ตามพิธีการเหมือนเดิม
***
จ้าวรั่วซีไม่ได้ฝังศพจ้าวจิ้งเทียน แต่ใช้วิธีฌาปณกิจแทน ในสังคมยุคใหม่ของประเทศจีนที่ประชากรล้นหลาม การเผาศพจึงเป็ที่นิยมกันมากขึ้น ลูกหลานใช้การเก็บเถ้ากระดูกไว้กราบไหว้ เคารพบูชา แทนการฝังเหมือนสมัยก่อน
หลังจากงานศพ หญิงสาวนำเถ้ากระดูกส่วนหนึ่งของบิดามาไว้ที่วัดเดียวกันกับที่เก็บเถ้ากระดูกของแม่ในเมืองไทย ตามที่พ่อเคยบอกเธอเอาไว้เมื่อนานมาแล้วว่าพ่ออยากกลับมาอยู่ใกล้ๆ แม่
เธอไม่มีญาติพี่น้องที่เมืองไทย เพราะแม่เองก็เป็เด็กกำพร้า โตมากับยายซึ่งก็เสียชีวิตไปนานแล้ว ญาติที่มีก็เป็ญาติห่างๆ ที่ไม่เคยใยดีกัน แม่จึงไม่เคยลังเลที่จะแต่งงานไปอยู่ประเทศจีนกับพ่อ เพียงแต่แม่รักยายมาก พ่อจึงนำเถ้ากระดูกแม่ส่วนหนึ่งกลับมาฝังไว้ที่เดียวกับยาย ตามที่แม่เคยพูดเปรยๆ เอาไว้
กลับมาพร้อมเถ้ากระดูกของพ่อครั้งนี้ เธอจึงมาคนเดียว เธอไปเช่าบ้านเริมทะเลหลังเล็ก ใกล้กับวัดดวงเดือน วัดที่มีความหมายเดียวกันกับชื่อแม่ของเธอ และเป็ที่ที่พ่อนำกระดูกของแม่มาเก็บเอาไว้ใต้ฐานองค์พระ ที่พ่อสร้างเอาไว้ในวัดเพื่อเป็กุศลให้กับแม่
บ้านเช่าริมทะเลนี้ เป็ที่ครอบครัวเธอมักจะมาเช่าพักประจำเวลามาเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศไทย และพาแม่มากราบไหว้ ทำบุญกระดูกให้กับยายของแม่ ที่สำคัญชายทะเลที่นี่เป็ที่ที่พ่อขอแม่แต่งงาน มันเลยเป็สถานที่พิเศษมากสำหรับท่านสองคน เธอเลยได้มาที่ชายทะเลนี้ค่อนข้างบ่อย แต่หลังจากไปเรียนและทำงานที่อเมริกาก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย นับๆ ดูก็เกือบสิบปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาที่นี่
หลังจัดการเก็บกระดูกพ่อเรียบร้อย เธอยังวางแผนอยู่ต่ออีกสัปดาห์หนึ่ง เพื่อใช้ความคิดเงียบๆ ไตร่ตรองรายละเอียด และข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับคดีของพ่อ เพราะไม่อยากให้ใครที่เมืองจีนรู้ว่า เธอเริ่มสืบ เื่ราวการตายของพ่อเธอ เพราะในครั้งนี้ เป็ตายเธอต้องหาความยุติธรรมให้กับพ่อเธอให้ได้!
แสงตะวันในเวลาสี่โมงเย็นเริ่มอ่อนแรง หากยังคงสะท้อนกับพื้นผิวทะเลเป็ประกายวิบวับ ลำแสงนวลสีทองยังคงฉาบท้องฟ้า ลมทะเลพัดโชยอยู่เป็ระยะ พัดเอาไอระอุของความร้อนที่สะสมในผืนทรายมาทั้งวันไปได้พอสมควร
จ้าวรั่วซีออกมานั่งเล่นที่ชิงช้าหน้าบ้านเช่า ด้านหน้าเป็หาดทรายขาว มองตรงไปเป็เวิ้งทะเลที่ดูกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ดูสงบ หากก็เวิ้งว้าง เงียบเหงา ด้วยระแวกนี้ไม่ใช่จุดท่องเที่ยว จึงมีเพียงบ้านเรือนไม่กี่หลัง หาดทราย ทะเล และเรือประมงเกยไว้บนหาดทรายเพียงสองลำ
หญิงสาวนั่งเหม่อมองไปที่ขอบฟ้าไกลสุดเวิ้งทะเลที่อยู่ตรงหน้าด้วยความอ้างว้าง ยิ่งบรรยากาศรอบด้านช่างดูอ้างว้าง ยิ่งทำให้ความเศร้าจากการสูญเสียยิ่งถาโถม ในมือมีภาพถ่ายรูปทะเลใบนั้น สิ่งสุดท้ายที่พ่อส่งมาให้
เธอปล่อยน้ำตาให้ไหลลงอาบแก้มนวล หากไร้เสียงสะอื้น ‘สั่ง’ ใจตนเองให้เข้มแข็ง จะไม่ยอมอ่อนแอจนกว่าพ่อของเธอจะได้รับความยุติธรรม!
วันนี้เพิ่งจัดการเื่การเก็บกระดูกของพ่อเสร็จเรียบร้อย เธออนุญาตให้ตัวเองอ่อนแอและปล่อยให้น้ำตาไหลอีกเพียงหนึ่งวันเท่านั้น เพราะั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป เธอจะต้องหาทางทวงความยุติธรรมกลับมาให้พ่อให้จงได้ นั่นคือสัญญาที่เธอไว้ให้หน้าองค์พระที่เก็บกระดูกของพ่อกับแม่
ดวงตากลมเศร้าแม้มองไปยังทะเลด้านหน้า หากสมองกลับย้อนเวลาไปสู่บทสนทนาระหว่างเธอ ซ่งจิน และหลิวเหว่ย เมื่อหลังเสร็จสิ้นงานศพ...
“อาสงสัย พวกตระกูลเว่ยเหรอคะ”
“อาไม่รู้ แต่ก็สงสัยเอาไว้ก่อนเพราะคดีของเสี่ยวเยว่ (小月)[2] ก็เป็พวกมันนี่แหละ” ซ่งจินพูดภาษาไทยไม่ได้ แม้จะพอรู้บ้างบางคำจากความสนิทสนมกับครอบครัวของเธอ และด้วยชื่อ ‘จันทรา’ ออกเสียงยากในภาษาจีน พ่อเลยตั้งชื่อใหม่เป็ภาษาจีนที่มีความหมายใกล้เคียงให้กับแม่...ิเยว่ (明月)ที่แปลว่าจันทร์สว่าง งดงาม
“่นี้ พ่อทำคดีเกี่ยวกับพวกนี้อีกเหรอคะ”
“ไม่หรอก ไม่มีเลย แต่...อาสงสัยว่าอาเทียน มันไม่เคยหยุดสืบเื่การตายของแม่เราเลยต่างหาก มันถึงให้ซีซีรับทุนไปเรียน และให้ทำงานอยู่ต่อที่นิวยอร์คไง จะได้ปลอดภัย อาคิดว่ามันค่อยๆ สืบ เก็บข้อมูล และแอบทำคนเดียวมาตลอด เพราะถ้าทำโจ่งแจ้ง แม้จะอยู่นิวยอร์ค หนูก็อาจจะไม่ปลอดภัย” ซ่งจินกล่าวด้วยน้ำเสียงเครียด
“ที่โกรธคือมันไม่บอกอะไรพวกเรา อาเคยถามมันหลายครั้งว่ายังสืบอยู่หรือเปล่า พวกเราพร้อมช่วย มันก็บอกปัดว่าแค่งานสืบสวนสอบสวนที่ทำอยู่ทุกวันก็ไม่เหลือเวลาให้ทำอะไรแล้ว” คราวนี้เป็เสียง หลิงเหว่ยบ่นขึ้นมา
อารมณ์ของชายทั้งสองคนที่เพิ่งเสียเพื่อนรัก เพื่อนสนิทไปฉายชัดผ่านสีหน้าและดวงตาอย่างชัดเจน หลิวเหว่ยดูเครียดเศร้า ส่วนซ่งจินยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำตาคลอ
“อาคิดว่ามันไม่อยากให้เกิดเหตุร้ายกับพวกเรา เหมือนที่มันกับซีซีเจอ” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเงยหน้าสบตา เพื่อสื่อสารกับเธอโดยตรง
“หนูจะกลับไปนิวยอร์คเมื่อไหร่ ลางานมาได้แค่ไหน”
“หนู...กำลังจะยื่นเื่ขอลาแบบ leave without pay[3] อยู่ค่ะ ตอนนี้หนูใช้วันพักร้อนได้สองสัปดาห์ ถ้าไม่ติดปัญหาอะไร ก็อยู่ที่นี่ได้อีกประมาณสามเดือนครึ่งค่ะ”
“หนูจะอยู่ทำไม จะสืบเื่พ่อเราเหรอ อาขอเถอะซีซี ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกเราเอง มันอันตรายเกินไป สำหรับหนู ถ้าซีซีเป็อะไรไปอีกคน ิญญาอาเทียนคงไม่เป็สุขแน่ๆ อาสองคนก็คงไม่มีหน้าไปเจอมัน ถ้าปล่อยให้คนที่มันรักที่สุดอีกคนเป็อะไรไป”
“หนูทำใจปล่อยมันผ่านๆ ไปไม่ได้หรอกค่ะ ตอนเคสของแม่ หนูไม่มีทางช่วยจริงๆ ยังเรียนไม่จบเลย ช่วยได้แค่พยายามทำตัวให้พ่อไม่ต้องกังวลกับชีวิตของหนู แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน แล้วอีกฝ่ายก็น่าจะไม่สงสัยอะไรกับหนู เพราะหนูจากที่นี่ไปเกือบสิบปีแล้ว อาอย่าห้ามหนูเลยค่ะ”
“ได้ อาจะไม่ห้าม แต่หนูต้องให้อาสองคนช่วยด้วย...ซีซี อาซ่งจินคนนี้ เห็นหนูมาั้แ่เด็กๆ ไม่ใช่พ่อ แต่ก็รักหนูเหมือนลูกคนหนึ่ง เมื่อเค้าไม่อยู่แล้ว อาต้องดูแลหนูให้ปลอดภัยให้ถึงที่สุด”
“หนู...ไม่อยากทำให้อาและครอบครัวของอาเดือดร้อน ถึงอาทั้งสองคนจะไม่มีลูก แต่อาก็มีอาผู้หญิงทั้งสองคน มีคนที่อารักเหมือนกัน หนูตัวคนเดียว ไม่เหลือใคร พวกมันเอาใครมาขู่หนูไม่ได้แล้วล่ะค่ะ” เธอตอบพร้อมหัวเราะเยาะให้กับชะตาชีวิตของตัวเอง
“ไม่จริง หนูยังมีอาสองคน อาเทียนอายุเยอะกว่าพวกเรานิดหน่อย เลยทำตัวเป็พี่ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือ ดูแลและปกป้องพวกอาสองคนมาั้แ่สมัยยังเรียนเลยด้วยซ้ำ พวกอาเห็นหนูเป็หลานที่เหมือนเป็เืเนื้อเชื้อไขของอา หนูยังมีเราสองคนเป็ ‘ครอบครัว’ นะซีซี” ซ่งจินยังพยายามเกลี้ยกล่อม
“หนูรู้ค่ะอา หนูขอบคุณในความเป็ห่วงของทั้งอาซ่งจิน และอาหมอมากค่ะ พรุ่งนี้หนูจะเอาอัฐิพ่อไปไว้กับอัฐิแม่ที่เมืองไทย หนูจะพาเค้าไปอยู่กับแม่ตามที่เค้าเคยบอกไว้ หนูจะบินไปพรุ่งนี้ และคงอยู่ที่เมืองไทยสักพักค่ะ เอาไว้หนูกลับมาที่ปักกิ่งแล้วหนูจะโทรหานะคะ ระหว่างนี้ ถ้าผลคดีออกมา อาช่วยส่งข่าวให้หนูด้วยนะคะ”
“ได้ พักกาย พักใจก่อน แล้วค่อยกลับมาลุยด้วยกัน อารู้ว่าซีซีเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นอาเชื่อว่าซีซีจะไม่จมกับความเศร้าจนคิดอะไรสั้นๆ นะลูก สัญญาให้อาสองคนสบายใจก่อนได้มั้ย”
“ซีซีสัญญาค่ะ ยังไงหนูก็ต้องทวงเอาความยุติธรรมกลับมาให้พ่อให้ได้ หนูไม่คิดสั้นแน่นอน อาไม่ต้องห่วงค่ะ แล้วถ้ามีอะไร หนูจะติดต่อไปนะคะ”
“โอเค งั้นซีซีไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้จะบินไปเมืองไทยแล้ว โชคดีเดินทางปลอดภัยนะ ไปถึงแล้วส่งข่าวให้อารู้ด้วย จะได้หมดห่วง”
-----------------------
เชิงอรรถ
-----------------------
ซีซี ของเราเข้มแข็งดีไหมคะ? ส่งกำลังในให้นางตามล่าหาความจริงให้เจอกันนะคะ ... หากชอบใจ กดหัวใจ เมนท์ติชมให้ไรท์ด้วยนะคะ ~ เลิฟๆ