ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามาในโสตประสาทคือความหนักอึ้งอย่างมหาศาลที่กดทับเปลือกตาคู่หนาของฉันจนแทบไม่สามารถลืมขึ้นมาสบตาความมืดได้ อาการปวดหนึบแล่นริ้วั้แ่่ท้ายทอยลามไปถึงขมับทั้งสองข้างอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่ฉันพยายามจะขยับหัว ร่างกายจะรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลังทำให้มึนงงจนหัวหมุน ลำคอแห้งผากราวกระดาษทรายหยาบๆ ที่ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงแม้แต่หยดเดียว ฉันพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงอากาศเข้าสู่ปอดที่กำลังแบนลีบ แต่กลิ่นอายแรกที่ััได้กลับไม่ใช่กลิ่นหอมของน้ำมันดอกไม้ราคาแพงแบบในคฤหาสน์หลักที่ดูไบ และไม่ใช่กลิ่นอายอุ่นชื้นของทะเลสีครามที่รีสอร์ตโอเอซิส หากแต่มันเป็กลิ่นไออุ่นของฝุ่นผงทราย กลิ่นหินดินดั้งเดิมที่แผดเผาใต้แดดระอุ และกลิ่นของไม้เก่าแก่โบราณที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานนับร้อยปี มันเป็กลิ่นอายที่ห่างไกลจากความเจริญทางเทคโนโลยีใดๆ ชวนให้รู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยวอย่างน่าใจหาย ร่างกายของฉันระบมไปหมดเหมือนโดนทุบตีด้วยไม้หนาๆ หนักๆ
ฉันพยายามรวบรวมสติที่หลุดลอยกระจัดกระจายให้กลับคืนมาทีละน้อย ภาพความทรงจำครั้งล่าสุดยังคงวิ่งวนเวียนอยู่ในหัวปนเปกับความสับสน ฉันจำได้ว่าตัวเองอยู่ที่สนามบินดูไบ ท่ามกลางผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ขวักไขว่ ฉันคิดว่าตัวเองจะได้รับอิสรภาพ ได้บินกลับประเทศไทยไปหาพ่อกับแม่เพื่อหนีพ้นจากขุมนรกกามารมณ์ที่แสนเย้ายวนแต่ทารุณนี้ ทว่า... ความฝันทั้งหมดพลันพังทลายลงในพริบตายามที่ร่างสูงใหญ่กำยำราวกับั์ปักหลั่นของทาริก บอดี้การ์ดคู่ใจของคุณคาริม ก้าวเข้ามาประชิดตัวของฉันจากทางด้านหลังที่หน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ฉันจำความรู้สึกตื่นตระหนกใสุดขีดจนหัวใจเกือบหยุดเต้นยามที่มือหนาของเขาตะปบลงบนหัวไหล่ และจำความแสบร้อนจี๊ดที่สะโพกอวบอัดของตัวเองยามที่ทาริกแอบแทงเข็มยาสลบผ่านเนื้อผ้ากระโปรงทำงานทรงสอบเข้าสู่ผิวเนื้อเนียนอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ จากนั้นโลกทั้งใบก็หมุนคว้างและมืดดับลงสู่อนาธการอันยาวนาน
ฉันค่อยๆ พยายามขยับเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบากและทรมาน ภาพตรงหน้าพร่าเลือนสลับขาวดำจนต้องหลับตาลงแล้วลืมขึ้นใหม่ซ้ำๆ หลายสิบครั้ง แสงสว่างสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าโลหะดัดมือแบบดั้งเดิมส่องสะท้อนลงมาจากเพดานหินธรรมชาติที่ขรุขระไม่มีการฉาบปูน มันส่องให้เห็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบอาหรับโบราณที่เป็หินก้อนั์วางเรียงรายสลับซับซ้อนสลับไปมา ฉันพบว่าตัวเองกำลังนอนแผ่อยู่บนเตียงไม้โบราณหลังใหญ่ั์ที่ปูทับด้วยเบาะฟูกที่หนาและนุ่มแน่นเป็พิเศษ ผิวเนื้ออวบอัดของฉันััได้ถึงความหนาหนักของผ้าห่มขนสัตว์แท้ผืนใหญ่สีน้ำตาลเข้มที่ห่มคลุมกายไว้ั้แ่ระดับอกลงไปจนถึงปลายเท้าเพื่อปกป้องจากความเย็นเยียบของห้องหินใต้ดินที่อุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็วยามค่ำคืน
เมื่อความมึนงงเริ่มทุเลาลงทีละน้อยและสายตาเริ่มปรับเข้ากับแสงสว่างที่ค่อนข้างสลัว ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นกระหน่ำรัวด้วยความหวาดกลัวดั่งเดินเข้าสู่กรงขังของสัตว์ร้าย ห้องนี้ไม่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่เหมือนห้องก่อนๆ ไม่มีระเบียงเปิดรับลม มีเพียงช่องรับแสงระบายลมขนาดเล็กจิ๋วสลัวๆ ที่เจาะสูงชิดเพดานหิน ซึ่งพอมองออกไปเห็นเพียงท้องฟ้าภายนอกที่เป็สีส้มอมแดงจัดของ่เวลาบ่ายแก่ๆ ผนังห้องรอบด้านสร้างขึ้นจากดินอัดผสมหินทรายสีน้ำตาลแดงหนาทึบขนาดหลายฟุตตามสไตล์ป้อมปราการทะเลทรายโบราณที่แข็งแกร่ง ฉันพยายามมองหาโทรศัพท์มือถือหรือสิ่งที่จะช่วยส่งสัญญาณติดต่อโลกภายนอก แต่ไม่มีเลย... สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่มี สัญญาณโทรศัพท์ดับสนิท และไม่มีหนทางใดๆ ที่จะหนีพ้นจากสถานที่ลึกลับอันห่างไกลแห่งนี้
ในห้องนี้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยเลยนอกจากเตียงนอน โต๊ะเครื่องแป้งไม้เก่าๆ และตู้เสื้อผ้าไม้โอ๊กโบราณสีเข้ม ทุกอย่างดูลึกลับและน่าอึดอัดจนทำเอาฉันแทบจะคลั่ง ความรู้สึกผิดต่อครอบครัวแล่นเข้ามาในหัวของฉัน พ่อกับแม่ที่ประเทศไทยป่านนี้คงจะรอคอยข่าวคราวจากฉันด้วยความเป็ห่วง พวกท่านคงไม่รู้เลยว่าลูกสาวคนเดียวที่ยอมเดินทางมาทำงานต่างประเทศเพื่อหาเงินล้างหนี้สินสองล้านบาท บัดนี้ได้กลายเป็ของเล่นกามารมณ์และถูกลักพาตัวมากักขังหน่วงเหนี่ยวไว้กลางทะเลทรายเวิ้งว้างที่ไม่มีแม้แต่ชื่อปรากฏอยู่บนแผนที่โลก
ฉันพยายามชันศอกอวบอัดทั้งสองข้างขึ้นมาเพื่อยันตัวลุกขึ้น แต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้ความรู้สึกและอ่อนแรงราวกับเป็อัมพาตชั่วคราวจากฤทธิ์ยาสลบที่ยังหลงเหลือ ความทรมานทางกายบวกกับความกดดันทางจิตใจทำให้หยาดน้ำตาอุ่นๆ เริ่มไหลเอ่อซึมออกมาจากหางตาทั้งสองข้าง ฉันนอนสะอื้นไห้เงียบๆ อยู่บนเตียงกว้างท่ามกลางความมืดสลัวที่หนาวเหน็บ ร่างกายอวบอัดคัพ E สั่นเทิ้มจนผ้าห่มสั่นตาม
"ลืมตาตื่นขึ้นมาได้เสียทีนะ... นกน้อยที่แสนซนของฉัน"
เสียงทุ้มต่ำ แหบพร่า ทว่ามีกระแสอำนาจอันเยือกเย็นและดุดันสะท้อนก้องกังวานมาจากมุมมืดสลัวฝั่งขวาของห้อง ฉันสะดุ้งสุดตัวจนอกอวบอัดคัพ E กระตุกโยน พยายามจะยันตัวลุกขึ้นนั่งบนฟูกนอนหนานุ่มทันควัน ทว่าฤทธิ์ยาสลบที่ทาริกฉีดเข้าสะโพกของฉันก่อนหน้านี้ยังคงหลงเหลือและแล่นพล่านอยู่ในกระแสเื ส่งผลให้แขนขาอ่อนแรงไร้กำลังจนร่างอวบอัดสั่นเทาทรุดฮวบลงบนหมอนขนนกใบใหญ่อีกครั้งอย่างหมดหนทางสู้ ฉันได้แต่นอนหอบหายใจสะท้านพรางใช้ดวงตากลมอวบอิ่มที่สั่นไหวระริกมองฝ่าความสลัวเพื่อระบุตำแหน่งของต้นเสียงอันคุ้นเคย
ร่างสูงใหญ่กำยำกว่าร้อยแปดสิบแปดเซนเมตรก้าวเดินอย่างมั่นคงออกมาจากเงามืดสลัว คุณคาริม อัล-ฟาร์ฮาน เ้านายวัยห้าสิบสองปีของฉัน... บัดนี้เขาอยู่ในชุดกุนดูราสีดำสนิทขลับกับผิวสีคร้ามแดดเนียนละเอียดของเขา ใบหน้าคมเข้มดุดันดั่งสลักจากหินผาดูเคร่งเครียดบึ้งตึงดั่งท้องฟ้าก่อนพายุทรายจะถล่ม ดวงตาเรียวคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่ฉันด้วยแววตาหึงหวง ดุร้าย และเปี่ยมไปด้วยไฟแห่งโทสะกามารมณ์ที่พุ่งพล่าน ทุกฝีก้าวที่เขาเยื้องย่างเข้ามาใกล้เตียงส่งกลิ่นอายความกดดันและอำนาจดิบเถื่อนโชยเข้ามาปะทะจนฉันรู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก กลิ่นหอมแห้งๆ ของใบยาสูบราคาแพงปนเปกับกลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาที่เป็เอกลักษณ์ประจำตัวของเขาเตะเข้าจมูกของฉันชวนให้รู้สึกสับสนงุนงงและหวาดผวาขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
"คุณ... คุณคาริม..." ฉันร้องเรียกชื่อเขาออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งและสั่นเทา หยาดน้ำตาเม็ดโตเริ่มเอ่อคลอเคล้าเบ้าตาทั้งสองข้างด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด ร่างกายของฉันนอนสั่นระริกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาหนัก รู้สึกถึงอันตรายมหาศาลจากแววตาสีเข้มดุดันคู่นั้นที่พร้อมจะแผดเผาฉันให้กลายเป็ผุยผงคามือของเขา
"เธอคิดว่าจะหนีพ้นน้ำมือของฉันจริงๆ งั้นหรอ มะนาว?" คุณคาริมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบจับขั้วหัวใจ ทว่าซ่อนประกายโทสะอันน่ากลัวไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เขาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงนอนใหญ่ ก่อนจะก้มลงมากระชากข้อมืออวบของฉันอย่างแรงดุจคีมเหล็กกล้า บังคับให้ร่างอวบอัดของฉันลอยขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงไม้แกะสลักอย่างไม่เบามือ แรงกระชากนั้นทำให้ตัวของฉันถลาเข้าหาอกแกร่งของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันััได้ถึงไอร้อนแผดเผาที่แผ่ออกมาจากร่างกายหนากำยำของเขา
"โอ๊ย! ฉันเจ็บนะคะคุณคาริม..." ฉันร้องครางลั่นห้องด้วยความเ็ปที่ข้อมือ แรงบีบมหาศาลจากมือหนาหยาบกร้านทำให้ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแสบ เสื้อคลุมผ้าไหมบางเบาสีครีมที่ฉันสวมใส่อยู่ (ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็เสื้อที่คนรับใช้เปลี่ยนให้ตอนที่ฉันยังสลบอยู่) เลื่อนหลุดลุ่ยออกจากลาดไหล่เนียน เผยให้เห็นเนินอกขาวอวบอัดคัพ E ธรรมชาติชื้นเหงื่อจางๆ ล้นทะลักออกมากระเพื่อมไหวขึ้นลงตามแรงหอบหายใจถี่ระรัวอย่างล่อตาและเชิญชวนสายตาเขาให้จับจ้อง ผิวกายสีน้ำผึ้งของฉันขึ้นสีระเรื่อด้วยความร้อนรุ่มและอับอายสุดขีดที่ต้องตกอยู่ในสภาพไร้ทางสู้เช่นนี้
"เจ็บงั้นหรอ? แล้วเธอคิดว่าคนอย่างฉันไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงยามที่เห็นผู้หญิงที่ฉันเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี พยายามจะติดปีกหนีไปหาคนอื่น!" คุณคาริมตะคอกกลับด้วยน้ำเสียงต่ำคำรามในลำคอ แววตาดุจเหยี่ยวของเขาเลื่อนลงมาจ้องมองทรวงอกเต้าใหญ่ขาวโพลนที่ล้นพ้นขอบเสื้อคลุมอย่างหิวกระหาย ความโกรธและความใคร่ผสมปนเปจนร่างสูงใหญ่ของเขาสั่นสะท้าน มือหนาอีกข้างของเขาเลื่อนขึ้นมาขยำและจิกเข้าที่เส้นผมยาวสลวยของฉันแน่น ดึงรั้งให้ใบหน้าหวานหวานของฉันแหงนหงายขึ้นสบสายตากับเขาในระยะประชิดตัวจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวหน้า กลิ่นเหล้าองุ่นจางๆ จากลมหายใจของเขายิ่งตอกย้ำอารมณ์รักและแรงตัณหาที่คุกรุ่นอยู่ในอกของชายวัยห้าสิบสองปี
"ฮึก... ฉันกลัว... ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว..." ฉันสะอื้นไห้ตัวโยน น้ำตาอุ่นๆ ไหลร่วงเผาะอาบแก้มเนียนละเอียด ร่างกายอวบอัดสั่นเทาเหมือนลูกนกน้อยที่ตื่นตระหนกอยู่ในอุ้งมือของสัตว์ร้ายตัวั์ "ปล่อยฉันกลับบ้านเถอะนะคะ... ฉันสัญญาว่าจะไม่บอกใครเื่คุณ... เงินสองล้านนั่นฉันจะหาทางทำงานชดใช้คืนให้คุณแน่นอนค่ะ..." ฉันวิงวอนขอความเมตตาแต่ดูเหมือนคำพูดเ่าั้จะส่งไปไม่ถึงจิตใจอันมืดบอดด้วยตัณหาของเขาเลยสักนิด
"เงินงั้นหรอ? สองล้านบาทที่บ้านเธอใช้หมดหรือยัง? แล้วสัญญามาดามกามารมณ์ที่เธอลงชื่อยินยอมไปแล้วล่ะ!" คุณคาริมหัวเราะเสียงต่ำดุดันน่าหวาดกลัว ดวงตาสะท้อนภาพร่างกายที่อวบอัดสั่นสะท้านของฉัน "ไม่มีวัน! ร่างกายนี้ นมคัพ E คู่นี้ หรือรูสวาทอุ่นชื้นที่ฉันเคยกระแทกกระทุ้งทะลวงเข้าไปจนเสร็จสมหลั่งน้ำรักใส่จนเยิ้ม ทุกอณูผิวบนเนื้อตัวของเธอเป็สมบัติส่วนตัวของฉัน! และจากนี้ไปเธอต้องอยู่ที่วิลล่าป้อมปราการกลางทะเลทรายห่างไกลแห่งนี้ไปตลอดชีวิต ไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวัน และไม่มีหน้าไหนในดูไบหรือประเทศไทยจะหาตัวเธอเจอ!"
คุณคาริมปล่อยมือจากเส้นผมของฉัน แต่กลับโน้มตัวลงมาบดเบียดร่างกายหนากำยำล่ำสันที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่งของเขาเข้าหาตัวฉันบนเตียงนอนหนานุ่ม ทับถมร่างอวบของฉันจนจมลงไปในฟูก กลิ่นกายของชายหนุ่มใหญ่วัยห้าสิบสองปีที่ร้อนผ่าวและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดิบเถื่อนโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าอารมณ์ราคะที่ซ่อนเร้นอยู่ในซอกลึกของใจฉันอย่างประหลาด สมองส่วนดีของฉันกรีดร้องด้วยความละอายใจและรักนวลสงวนตัว ทว่าขีดจำกัดทางร่างกายที่ไวต่อัั (Highly Sensitive) กลับทรยศความตั้งใจ ทันทีที่นิ้วมือหนาหยาบกร้านของเขาเลื่อนลงมาบีบเค้นเต้าทรวงอวบอัดคัพ E ของฉันอย่างหนักหน่วงผ่านสาบเสื้อคลุมที่แยกออก กลิ่นอายความกระสันเสียวซ่านก็ะเิขึ้นในช่องท้องน้อยจนร่องรักเริ่มขับหยาดน้ำหวานใสอบอวลชื้นแฉะจนกางเกงในตัวจิ๋วชุ่มแฉะ
"คุณคาริม... อ๊ะ... อย่าทำแบบนี้ค่ะ... ฉันขอร้อง..." ฉันครางกระเส่าเสียงพร่าพราย ยกมือสั่นเทาทั้งสองข้างขึ้นดันอกแกร่งที่หนาแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อและขนหน้าอกจางๆ ของเขา แต่แรงผลักไสนั้นช่างเบาหวิวราวกับใบไม้ปลิว ในทางกลับกัน สะโพกอวบอิ่มผายกว้างสามสิบแปดนิ้วของฉันกลับขยับสั่นสะท้อนไหวเบียดสะโพกสอบของคุณคาริมที่กำลังกดกุมทับลงมาอย่างบ้าคลั่ง ยอดอกปทุมถันสีหวานแข็งขืนชูชันสู้ััหยาบโลนของเขาดั่งดอกไม้รอคอยหยาดน้ำค้าง รอยแยกส่วนลึกสั่นระริกอยากโดนเติมเต็มด้วยสิ่งแปลกปลอมอันใหญ่โตของเขา
คุณคาริมสูดลมหายใจกระชั้น ก้มลงซุกไซ้ซอกคออุ่นระหงของฉันอย่างตะกรุมตะกราม ริมฝีปากและเคราสากบดจูบสร้างความแสบร้อนปนเสียวซ่านบนผิวเนื้อเนียนละเอียดของฉัน เสียงเนื้อแนบเนื้อบดเบียดกันดังสลับกับเสียงครางพึมพำด้วยความพึงพอใจของเขา ทว่าในขณะที่สถานการณ์บนเตียงนอนไม้โบราณกำลังจะเตลิดเปิดเปิงไปสู่ศึกรักกามารมณ์ที่ป่าเถื่อนและเร่าร้อนเกินควบคุม...
*วี้ดดดดดดด! แป๊ด! แป๊ด! แป๊ด!*
จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยไซเรนความถี่สูงรอบป้อมปราการวิลล่าทะเลทรายก็ดังะเิขึ้นสนั่นก้องกังวานไปทั่วทุกตารางนิ้วของสิ่งปลูกสร้าง เสียงหวีดแหลมสะท้อนจากกำแพงดินและหินทรายจนทำให้ประสาทหูอื้ออึง แสงสว่างสีส้มสลัวภายในห้องพักพลันแปรเปลี่ยนเป็แสงสีแดงฉานกะพริบวาบตามจังหวะเตือนภัยอันเป็สัญลักษณ์บ่งบอกถึงภัยคุกคามทางทหารหรือการบุกรุกร้ายแรงขั้นเด็ดขาดของพื้นที่ป้องกันพิเศษแห่งนี้
คุณคาริมชะงักมือหนาที่กำลังลูบไล้เนินเนื้อร่องรักของฉันทันที ใบหน้าคมเข้มดุดันขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็ปม ดวงตาเรียวคมเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะความกระสันรักอันแสนสุข เขาผละร่างสูงใหญ่ออกจากตัวของฉันก้าวลงมายืนหยัดเต็มความสูงพลางดึงกระชับชุดกุนดูราสีดำให้เข้าที่ แววตาดุร้ายขึ้นสมองอย่างเห็นได้ชัดจนใบหน้าดูน่ากลัวดุจปีศาจทรายร้ายในตำนานอาหรับโบราณ
*ซ่า... ซ่า... ท่านชีคครับ! เกิดเื่ใหญ่แล้วครับ!*
เสียงเครื่องมือสื่อสารวิทยุไร้สายที่เสียบอยู่ข้างเอวของคุณคาริมดังขัดบรรยากาศขึ้นมา พร้อมกับเสียงหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกและเสียงฝีเท้าวิ่งกระแทกพื้นหนาหนักปนเปกับเสียงลมพัดและพายุทรายภายนอกของทาริกหัวหน้าบอดี้การ์ดั์
คุณคาริมหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมากดปุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเข้มคำรามดังลั่นประดุจฟ้าร้อง "เกิดอะไรขึ้น ทาริก! สัญญาณเตือนภัยป้อมวิลล่าดังขึ้นมาได้ยังไง?!"
*มีกลุ่มรถ SUV ติดอาวุธหนักสี่คัน ฝ่าด่านแนวทะเลทรายทางทิศตะวันออกบุกเข้ามาโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าครับ! พวกมันมีอาวุธปืนาครบมือ คาดว่าเป็คนของซาเมียร์ที่แอบสืบพิกัดเพื่อตามมาชิงตัวมาดามมะนาวกลับไปเป็ตัวประกันธุรกิจครับ! ตอนนี้พวกมันเริ่มเปิดฉากยิงปะทะกับเวรยามหน้าประตูรั้วชั้นนอกแล้วครับ! พวกมันกำลังใช้ะเิทำลายแนวกั้นทรายชั้นนอกเข้ามาแล้วครับ! บุกเข้ามาถึงลานจอดรถด้านในแล้วครับ!*
เสียงปืนยาวสลับเสียงะเิดังปะทะแว่วเข้ามาผ่านกำแพงหินทรายหนาทึบเป็ระยะๆ แม้จะอยู่ลึกใต้ดินยังคงรับรู้ได้ถึงแรงสั่นะเืบางเบาที่ทำเอาแผงไฟบนเพดานสั่นกริกๆ ทำเอาหัวใจของฉันกระตุกร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความใกลัวกลุ่มติดอาวุธที่กำลังมาแย่งชิงตัวฉัน ความตายและะุจริงกำลังรออยู่ตรงหน้างั้นหรอ? ซาเมียร์ส่งคนมาทำากลางทะเลทรายที่เปลี่ยวร้างเพียงเพราะความปรารถนาในร่างกายกามารมณ์ของฉันและเพื่อทำลายคุณคาริมอย่างนั้นหรือ? ความหวาดกลัวต่อาและลูกะุปืนแล่นพล่านสยบไฟราคะและความใคร่ในกายลงไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกตัวสั่นสะท้านและเสียงหัวใจเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึกในทรวงอกอวบอัด
"บัดซบเอ๊ย! ไอ้ซาเมียร์มันอยากลองดีกับฉันใช่ไหม!" คุณคาริมคำรามลั่นห้องอย่างบ้าคลั่งด้วยโทสะขีดสุด เขาเดินตรงไปกดปุ่มบนแผงควบคุมแผ่นเหล็กหนาที่ฝังตัวอยู่กับกำแพงหินข้างตู้เสื้อผ้า ทันใดนั้น ผนังหินทรายส่วนหนึ่งก็เลื่อนสไลด์แยกออกจากกันอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นแผงหน้าจอมอนิเตอร์โทรทัศน์วงจรปิด CCTV หลายสิบหน้าจอที่ส่งสัญญาณภาพความละเอียดสูง 4K รอบวิลล่า
คุณคาริมกระชากแขนของฉันอย่างแรงดึงให้ฉันลุกก้าวลงจากเตียงมาจ้องดูภาพบนหน้าจอเ่าั้ด้วยกัน ภาพที่ปรากฏทำให้ฉันต้องยกมืออุดปากสั่นสะท้านด้วยความใสุดขีด ในจอมอนิเตอร์แสดงภาพรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อสีดำคันั์สี่คันติดไซเรนกำลังแล่นบดขยี้เนินทรายรอบทิศ ชายชุดดำสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าหลายสิบคนถือปืนเอ็มสิบหกและปืนกลจู่โจมวิ่งกระจัดกระจายและสาดะุใส่ป้อมปราการวิลล่า แสงะุวิถีสีเหลืองและส้มสว่างวาบตัดกับฝุ่นผงพายุทรายสีส้มที่โหมกระหน่ำล้อมรอบวิลล่า บอดี้การ์ดของคุณคาริมในชุดดำกำลังยิงต่อสู้จากหลังแนวกำแพงหินอย่างดุเดือด มีการแลกะุปืนเสียงะเิพ่นไฟออกจากปากกระบอกปืนเป็ระยะสว่างวาบในจอภาพวงจรปิด สะท้อนให้เห็นความโหดร้ายของาส่วนตัวที่เกิดขึ้นกลางทรายร้อน
ฉันมองเห็นทาริกร่างั์กำลังใช้ปืนกลหนักยิงโต้ตอบผู้บุกรุกะุสว่างวาบพุ่งเข้าใส่คนร้ายจนล้มคว่ำกองกับพื้นทรายสีแดงสด เืพุ่งกระฉูดเปรอะเปื้อนกำแพงดินทรายสีส้ม ภาพความรุนแรงระดับนี้ทำเอาฉันอาเจียนแทบพุ่งพยามเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยงระคนสยองขวัญ
"ดูเอาไว้ มะนาว! ดูคลิปภาพความฉิบหายที่เธอก่อไว้สิ!" คุณคาริมหันมาบีบหัวไหล่ของฉันจนกระดูกแทบหัก เค้นเสียงรอดไรฟันใส่หน้าฉันด้วยความอาฆาตแค้นแสนหึงหวงและหวงก้าง "พวกมันอยากได้ตัวเธอไปขึ้นเตียงของมันนักใช่ไหม... แต่พวกมันคิดผิดแล้ว! คนอย่าง คาริม อัล-ฟาร์ฮาน ไม่มีวันยอมยกของเล่นสุดโปรดชิ้นนี้ให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น! ต่อให้ต้องฆ่าล้างโคตรพวกมันจนหมดทะเลทราย ฉันก็จะทำ!"
คุณคาริมเหวี่ยงร่างของฉันกลับไปกองอยู่บนเตียงนอนไม้โบราณอย่างแรงจนตัวของฉันจมลึกไปในผืนเตียงและผ้าห่มขนสัตว์ ก่อนที่ตัวเขาจะก้าวเดินไปที่ตู้เหล็กเซฟเก็บอาวุธขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง เขากดรหัสอิเล็กทรอนิกส์แปดหลักอย่างคล่องแคล่ว ประตูตู้เหล็กหนาหนักเปิดอ้าออกเผยให้เห็นคลังอาวุธขนาดย่อมที่มีปืนกล ปืนไรเฟิลซุ่มยิง และะเิมือติดตั้งอยู่อย่างเป็ระเบียบ คุณคาริมหยิบปืนลูกซองยาวสีดำมะเมื่อมั์ขนาดสิบสองเกจยี่ห้อดังขึ้นมากระชับในมือหนาของเขา ท่าทางของเขาบัดนี้ดูโเี้ดุดันและไร้ความปรานีเฉกเช่นนักรบทะเลทรายเบดูอินโบราณผู้ปกป้องอาณาเขตส่วนตัวของตนอย่างบ้าคลั่ง
*แกรก-แกรก!*
เสียงคุณคาริมกระชากเลื่อนลูกะุปืนลูกซองยาวขลุกขลักเหล็กกระทบกันดังสะท้อนก้องห้องหินอันเงียบงันและเปลี่ยวเหงา เสียงแกรกแกรกของโลหะหนักหน่วงทำเอาฉันกลัวจนตัวสั่นขนลุกชันไปทั้งร่างจนแทบจะหยุดหายใจ เขามองตรงมาที่ฉันด้วยสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่ส่องประกายร้อนแรงสะท้อนแสงสีแดงของไฟเตือนภัยที่สาดส่องเข้ามาตามจังหวะสัญญาณไซเรน
"นอนรออยู่บนเตียงนี้ ห้ามก้าวเท้าออกจากห้องเด็ดขาด มะนาว... ทาริก! สั่งการบอดี้การ์ดทุกคน ตั้งรับแนวกำแพงหินชั้นในให้แ่าที่สุด แล้วเด็ดหัวพวกมันทุกคนที่คิดจะก้าวข้ามผ่านประตูรั้วเข้ามาในอาณาเขตของฉัน ยิงทิ้งอย่าให้พวกมันเหลือรอดกลับไปบอกเ้านายมันเด็ดขาด!" คุณคาริมกรอกเสียงดุดันคำสั่งสุดท้ายผ่านวิทยุสื่อสารข้างเอวอย่างเฉียบขาดไร้ความลังเล ก่อนจะถือปืนลูกซองั์ก้าวเท้าเดินกวัดแกว่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ประตูเหล็กหนาปิดล็อกอัตโนมัติเสียงดังปัง! ทิ้งให้ฉันนอนกอดตัวเองสะอื้นไห้อยู่บนเตียงท่ามกลางแสงไฟสีแดงกะพริบเตือนภัยรอบด้านและเสียงปืนะเิภายนอกที่กำลังบีบคั้นฉุดดึงโชคชะตาของฉันเข้าสู่ห้วงแห่งความตายและาแย่งชิงกามารมณ์กลางทะเลทรายอันเวิ้งว้างโดดเดี่ยวและไร้ทางออกแห่งนี้!