“เธอคือใคร”
“เธอคือใครกันนะ ถึงทำให้หัวใจของผมเต้นแรงขนาดนี้ ”
ชรันปกรณ์บ่นพึมพำอยู่คนเดียวหลังจากเงียบคิดไปครู่หนึ่งในหัวนึกไปถึงภาพหญิงสาวลึกลับคนหนึ่งที่กำลังวนเวียนอยู่ในหัว เต็มไปหมด
“ คุณชรัน ไม่สบายหรือครับ”
น้อยค่อย ๆถามเ้านายของตัวเองเบา ๆ พร้อมนึกเป็ห่วงอยู่ในใจ ชายร่างสูงผิวขาว ใบหน้าคมคายั์ตาคู่งาม มองไปที่คนรับใช้ก่อนจะพูดขึ้น
“ อ๋อ เปล่าหรอก ผมแค่คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ น้าน้อย มีอะไรทำก็ทำก่อนได้เลยนะผมยังไม่หิว”
ชรันปกรณ์ไม่ได้พูดอะไรต่อ ในมือหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน เปิดหน้ากลับไป กลับมาภาพหญิงสาววัยประมาณ 20 ต้น ๆ ผิวขาวร่างสูง ใบหน้ารูปไข่รับกับดวงตาคู่งามนั้นได้ส่งรอยยิ้มสะกดทุกคนในงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา
เธอขึ้นไปรับรางวัลสมญานามนักเขียนหน้าใหม่ นามปากกา “รัตนกร”เธอเป็ใครกัน ในวันนั้นหัวใจของชรันเต้นไม่เป็จังหวะขณะเป็ผู้มอบรางวัลให้นักเขียนหน้าใหม่ เนื่องจากมูลนิธิของที่บ้านตนเป็ผู้สนับสนุนการจัดงาน
“คุณสรชานี่เก่งมากเลยนะคะ พึ่งเป็นักเขียนแค่ 2 ปียังสามารถล่ารางวัลใหญ่ ๆ ในประเทศมาได้ เก่งจริง ๆ ค่ะ”
มือน้อยๆ ขาว ๆ ได้ปัดเส้นผมตามไรผมออกลูบไปั้แ่โคลนจรดปลายผมเส้นไหมยาวตรงสลวยสวยงามนั้นยาวถึงเอวรับกับใบหน้ารูปไข่ั์ตามองและโค้งขอบคุณคนข้างหน้าที่ชมเชยตน
“ขอบคุณค่ะ พี่ปลาย รชาก็ภูมิใจค่ะแต่กว่าจะเขียนได้ขนาดนี้ เืตาแทบกระเด็นเหมือนกันค่ะเพราะต้องค้นหนังสืออ่านเยอะมาก ความรู้ในโลกมนุษย์นี้ช่างกว้างใหญ่เสียเหลือเกินค่ะ”
“แหม ก็คุณสรชา เก่งมากขนาดนี้ไงคะบอสถึงไม่กล้ายุ่งด้วย ว่าแต่ คุณรชาอ่านแต่หนังสือ อยู่แต่ในห้องสมุดไม่เบื่อบ้างหรือคะ”
หญิงสาวยิ้มหวานก่อนเอ่ยตอบ
“ก็รชาอยากเป็นักเขียนนี่คะ หัวใจของการเขียน คือ การอ่าน ยิ่งเราได้อ่านมากเท่าไหร่การเขียนของเราก็จะดีขึ้นมากเท่านั้น ยิ่งเราได้อ่านมากเราก็ยิ่งได้เรียนรู้ประสบการณ์ผู้อื่นที่ถ่ายทอดไว้มาก รชาต้องรีบค่ะเพราะรชาอยู่เรียนรู้ที่นี่ได้ไม่นานนัก”
“พี่ก็ใจหายเหมือนกันนะตอนที่คุณสรชา บอกจะอยู่สำนักพิมพ์เราแค่ 3 ปี คงเหลืออีกแค่ปีเดียวแล้วสินะคะ”
รชายิ้มพยักหน้ารับแต่ั์ตาคู่งามกลับซ่อนความเศร้าและความลับไว้มากมายมากเสียจนรชาเองอยากลืมมันไปเสียให้หมด
“สรชา สอ-ระ-ชา”
สรชาเรียกชื่อตัวเองเบา ๆ พลางนึกเสียดายว่าคงใช้ชื่อนี้ในเมืองมนุษย์ได้อีกไม่นาน‘สรชา ที่แปลว่าดอกบัว’ในเมืองบาดาลแม้จะมีดอกไม้ แปลก ๆ งดงามอยู่มากมายแต่ดอกไม้
ที่สรชาชอบที่สุด นั่นคือ ดอกบัว เพราะดอกบัวมีกลิ่นคล้ายกลิ่นกายของสรชาอยู่5 ส่วน ความเป็ธิดาพญานาค ผู้งดงาม แห่งเมืองสาคเรศนครนั้นยังเป็สิ่งที่สรชาคิดไม่ตกนัก การหนีคู่หมั้น หนีงานแต่งจากเ้าชายพญานาคต่างแดนนั้น อาจจะเป็เื่ที่ดีที่สุดหรือเป็เื่ที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตก็เป็ได้ ขณะคิดอยู่สรชาก็ค่อย ๆ ใช้มือขาว ๆที่นอกข้อมือถูกล้อมไปด้วยกำไลมรกตนาคเส้นงามจับหมุนพวงมาลัยอย่างชำนาญ ขับรถเลี้ยวเข้าบ้านไป
สรชาขึ้นมาอยู่บนโลกมนุษย์ได้ 2 ปีแล้ว ได้เรียนรู้ลักษณะนิสัย การใช้ชีวิต การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆการสื่อสาร หลากหลายรูปแบบ แต่ที่สรชารักชอบมากที่สุด คือ ‘วรรณกรรม’
สรชาเรียนรู้เกี่ยวกับวรรณกรรมทุกประเภทงานเขียน นิทาน ตำนาน จิตวิทยาหรือแม้แต่ เื่ราวของเหล่าพญานาค และวังบาดาลยังมีเขียนในวรรณกรรมของมนุษย์
“ช่างวิเศษนัก”
นั่นคือประโยคแรกเมื่อรชาเริ่มรู้จักงานเขียนรชาเรียนรู้มากมายยจนกระทั่ง ลองหัดเขียนด้วยตนเองมาเป็ระยะเวลาเกือบปีและปรากฏว่า มีผู้อ่านติดตามงานเขียนของรชามาก จนในที่สุดทำให้รชาได้รับรางวัลสมญานามนักเขียนหน้าใหม่ในงานสัปดาห์หนังสือ
“ใครจะไปคิดล่ะเ้าคะ ว่าผู้เขียนเื่ราวของมนุษย์จนได้รับรางวัลของมนุษย์นั้นคือ เ้าหญิงพญานาค ฮ่า ๆ”
เสียงหนึ่งดังมาจากในครัวพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ของ วารีนางกำนัลพญานาควัยกลางคน
“แหมพี่วารี ก็ พูดไป เดียวมีคนได้ยินหรอกค่ะ”
สรชาตอบกลับเบา ๆ
“เ้ารัตนกร เหลือเวลาอยู่บนโลกมนุษย์อีกแค่ไม่นานแล้วนะเ้าคะ เ้าเรียนรู้ชีวิตมนุษย์ และการใช้ชีวิตต่าง ๆในโลกมนุษย์ไปทำไมหรือเ้าคะ ท้ายที่สุด เราก็ต้องกลับไปอยู่ เมืองบาดาล สาคเรศนครของเราอยู่ดี
“ ไม่รู้สิ พี่วารี ยิ่งเวลาข้าได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ข้าตื่นเต้น แลรู้สึกว่าข้าช่างโง่เขลานักยิ่งข้ารู้มากขึ้นเท่าใด ข้ากลับรู้สึกว่าข้าโง่มากเท่านั้นยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ข้าไม่รู้ ยิ่งจิตใจมนุษย์ ข้ายังเข้าไม่ถึงแม้สักนิด”
พูดจบสรชาก็เดินไปห้องของตัวเองแล้วล้มตัวลงนอนทันทีพลางนึกถึงดวงแก้วรัตนประจำกายของตน ที่บัดนี้มันถูกถอดเก็บไว้ในบ่อน้ำพญานาคศักดิ์สิทธิ์ในเมืองบาดาล เพราะตนได้สัญญากับพ่อไว้ว่า หากครบ 3 ปี จะกลับ สาคเรศนครไปจัดการเื่งานแต่งให้เรียบร้อย หากตนไม่กลับ หรือ กลับไม่ทัน วันที่ 29มกราคมของปีหน้า ที่เป็วันขึ้นปีใหม่ของเมืองบาดาลแล้วไซร้ตนจะต้องเสียดวงจิตนาคราช และสิ้นอายุขัยในที่สุด
“คิดถึงดวงแก้วรัตนจังเลย พี่วารี ถ้ามีมันรชาคงใช้พลังได้ในโลกมนุษย์”
“ท่านเ้าเมืองทำถูกแล้วเ้าค่ะด้วยนิสัยของเ้ารัตนกร
ถ้าเ้าใช้พลัง แบบผิด ๆ ขึ้นมาแล้วทำให้มนุษย์แตกตื่นจะเป็ผลร้ายมากกว่านะเ้าคะ”
“ก็บอกแล้วไงให้เรียก รชา ไม่ใช่รัตนกร น่ะ พี่วารี”
วารีกำนัลพญานาคเงียบไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก
“ขออภัยเ้าค่ะเ้ารัตนกร”