หลังจากที่ฟู่เหวินจากไปแล้วนั้นหนิงลี่และบุตรสาวทั้งสองก็พากันเดินไปขึ้นเกวียนรับจ้างในหมู่บ้านก่อนจะเดินทางเข้าไปในเมือง ในขณะที่นั่งเกวียนอยู่นั้นนางก็ได้ลอบสังเกตสีหน้าของพี่สาวตนเองไปด้วยเพราะนางรู้ว่าตอนนี้พี่สาวของนางกำลังตื่นเต้นและมีความสุขที่ได้ออกไปดูโลกภายนอกบ้างไม่ใช่อยู่แต่ในหมู่บ้านอย่างเดียว ใบหน้าหวานสวยของพี่สาวนางในตอนนี้นั้นช่างเหมือนมนสะกดให้คนมองเกิดอาการหัวใจเต้นรัวยิ่งนัก เพราะตอนนี้ใบหน้าหวานสวยนที่ประดับด้วยรอยยิ้มสดใสดูสว่างเสียยิ่งกว่าพระอาทิตย์ในยามเช้าเสียอีกช่างเป็ภาพที่น่าจดจำยิ่งนัก
“พี่ใหญ่ดีใจหรือไม่เ้าคะ ที่ได้ออกมาเที่ยวแบบนี้”
“ดีใจสิ น้องรองขอบใจเ้ามากนะที่ทำให้พี่มีวันนี้”
“พูดอะไรแบบนั้นเล่าเ้าคะข้ารักพี่ใหญ่ข้าย่อมอยากให้ในสิ่งที่ดีที่สุดกับท่านเสมอเ้าค่ะ”
“ขอบใจมากนะน้องรอง พี่ก็รักเ้าเช่นกันนะ”
เอ่ยจบทั้งสองก็ต่างส่งยิ้มให้แก่กันและกัน หนิงลี่ที่มองดูอยู่ตลอดได้แต่นั่งยิ้มน้ำตาคลอดวงตาหวานอย่างมีความสุขที่บุตรของตนนั้นต่างรักใคร่กลมเกลียวกันไม่เคยทะเลาะกันเลยซักครั้งช่างเป็วาสนาของนางยิ่งนักที่ได้บุตรสาวบุตรชายดีเช่นนี้ ผ่านไปไม่นานเกวียนรับจ้างก็ได้มาถึงประตูเมืองและผ่านเข้าไปอย่างง่ายดายก่อนจะจอดลงตรงหน้าตลาดเพื่อให้พวกนางได้ลง หลังจากที่พวกนางลงเสร็จก็ได้จ่ายเงินก่อนที่ทั้งสามจะเริ่มเดินสำรวจตลาด
“มาครั้งที่แล้วข้ายังไม่ได้เดินดูให้ทั่วเลยเ้าค่ะท่านแม่เพราะรีบกลับบ้านก่อน มาวันนี้ข้าขอเดินให้รอบๆเลยนะเ้าค่ะ”
“ได้จ่ะ ไหนๆก็มาแล้วงั้นก็ถือโอกาศเดินให้ทั่วก็แล้วกันนะ”
เมื่อหนิงลี่เอ่ยจบทั้งสามก็เริ่มออกเดินสำรวจตลาดทันที ทางด้านอีกฝั่งของตลาด บุรุษอายุราว20ปีทั้งสามคน กำลังเดินสำรวจตลาดเช่นกันโดยทั้งสามคนนั้นคนแรกสวมใส่ชุดผ้าไหมสีแดงเข้มตัดขาว ใบหน้าเนียนขาวสวยมากกว่าหล่อเหลา ดวงตาเรียว จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง รูปร่างสูงโปร่ง ผมตรงและม้วนตรงปลายเล็กน้อย ยาวจนถึงเอวถูกรวบแบบครึ่งหัวด้วยปิ่นหยกสีเขียว
ส่วนคนที่สองสวมใส่ผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มทั้งชุด มีใบหน้าคมเข้ม มีดวงตาสีน้ำตาล คิ้วเข้ม จมูกคมเป็สัน ริมฝีปากหนา รูปร่างกำยำอย่างชายชาตินักรบ ผิวสีขาวแต่ออกจะคล้ำแดดผมตรงหนายาวถึงกลางหลังถูกรวบขึ้นหมดหมดไว้ตรงกลางหัวสวมทับด้วยกวานเงิน
ส่วนบุรุษคนที่สามนั้นเหมือนกับว่าเขาได้เป็ลูกรักของ์ก็มิปานเพราะรูปร่างหน้าตาช่างลงตัวกันไปหมดซะทุกอย่างไม่ว่าจะเป็ใบหน้าหล่อเหลาหน้าผากกว้างมนรับกับคิ้วบางเข้มเป็เส้นตรง นัยตาคมกริบสีเทาเข้มค่อนไปทางสีดำ จมูกโด่งได้รูปรับกับใบหน้าที่นิ่งตลอดเวลาไหนจะริมฝีปากหนาอมชมพูแบบคนสุขภาพดีนั้นอีก ผมหนาตรงสลวยแลดูสุขภาพดีที่ถูกมัดรวบครึ่งหัวผูกด้วยผ้าผูกผมสีขาวปล่อยยาวลงมาตามเส้นผมจนถึงเอว ผิวขาวเหลืองคล้ำแดดนิดๆแต่ก็ยังคงความขาวเอาไว้อยู่ตัดกับชุดผ้าไหมสีดำตัดขาวปักลายเมฆที่พริ้วไปตามจังหวะการขยับเดินของเขานั้นช่างสะกดทุกคนที่พบเห็นให้หยุดนิ่งบางคนถึงกับลืมหายใจกันเลยที่เดียว
ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดต่างก็เป็จุดสนใจของทุกคนโดยเฉพาะสตรีที่ยังมิได้ออกเรือนต่างจับจ้องมองพวกเขาพร้อมด้วยสายตาบ้างเหม่อลอยบ้างก็ทอดสะพานบ้างก็ส่งสายตาหวานหยดย้อยแต่ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของบุรุษทั้งสามคนเลยแม้แต่น้อยแถมกลิ่นอายที่เขาหนึ่งในสามคนนั้นแผ่ออกมายังดูเย็นะเืเหมือนยืนอยู่ใน่ฤดูหนาวที่หนาวเน็บจนบุรุษชุดสีแดงตัดขาวถึงกับเอ่ยแซวบุรุษหน้าน้ำแข็งว่า
“นี่เหิงเยว่ เ้าช่วยทำหน้าทำตาให้มันดูสดใสกว่านี้หน่อยจะได้หรือไม่ ”
หย่งิผู้เป็กุนซือของกองทัพหลวงและสหายคนสนิทั้แ่เด็กของแม่ทัพใหญ่ผู้กุมกองกำลังทหารทั้งแคว้น
“หย่งิ เ้าเลิกฝันกลางวันได้แล้ว ถ้าจะให้เหิงเยว่ทำหน้าอื่นนอกจากหน้าตายด้านแบบนี้ก็เหมือนเ้าหวังให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกนั้นแหละนะ”
เหวินซานรองแม่ทัพกองทัพหลวงและเป็สหายสนิทในวัยเด็กของแม่ทัพใหญ่เหิงเยว่เช่นกัน
“พวกเ้าเลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว น่ารำคาญเสียจริง”
เฉินเหิงเยว่แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพหลวงผู้บัญชาการสูงสุด และเป็ผู้กุมอำนาจทางการทหารต่อจากบิดาของตนซึ่งก็คือชินหวังเฉินเยว่เทียนซึ่งเป็น้องชายสุดที่รักเพียงคนเดียวที่เกิดจากฮ่องเต้องค์ก่อนกับอดีตฮองเฮาอันเป็ที่รักที่ร่วมสายเืเดียวกันกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
ฮ่องเต้จึงทรงไว้ใจมอบกำลังทหารทั้งหมดให้กับชอนหวังเฉินเยว่เทียน ต่อมาเฉินเยว่เทียนได้สงมอบหน้าที่แม่ทัพใหญ่ให้กับซือจือเฉินเหิงเยว่ต่อตอนที่เขารบชนะศึกใหญ่ตอนที่เหิงเยว่อายุได้เพียง19ชันษา แล้วชินหวังเฉินเยว่เทียนกับพระชายาสุดที่รักก็ย้ายมาประจำการที่หัวเมืองเป่ยซานใกล้ๆกับชายแดนที่ติดกับทะเลและเป็ที่เหิงเยว่ประจำการอยู่ในตอนนี้ วันนี้ทั้งสามคนกำลังกลับมาพักผ่อนหลังจากได้พากันไปสืบราชการลับเื่ยักยอกการค้าเกลือ ดังนั้นวันนี้พวกเขาจึงพากันมาเดินดูความเป็อยู่ของชาวบ้านเป่ยซานที่อยู่ในเขตปกครองของบิดาตนนั้นเอง