เด็กหนุ่มที่ชื่อ โซมะ อายุ 26 ปี เป็นักศึกษาที่พึ่งจบใหม่หมาดๆจากโตเกียว ผมสีดำน้ำเงินจมูกโด่งคมมีตาสองชั้นอย่างเห็นได้ชัด สูงราวๆ 178 ซม. และความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขาคือการที่จะได้ทำกิจการเปิดร้านเหล้าเป็ของตัวเอง ตลอดระยะเวลา 4 ปีกับการเก็บออมและเรียนรู้ทักษะการทำอาหารเครื่องดื่มและการจัดการ (Management)
และในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ที่ตั้งร้านของเขาอยู่ย่านการค้าตลาดแห่งหนึ่งในโตเกียวซึ้งย่านการค้านี้คนจะคึกคักเป็พิเศษ แถมยังโชคดีที่ตึกห้องว่างสองชั้นตรงนี้ไม่มีคนเช่าซึ้งมันแปลกมาก เพราะที่นี้เป็ทำเลทองแท้ๆแต่กลับไม่มีใครมาเช่าห้องตรงนี้เลย เ้าของที่บอกว่าหลายคนที่เช่าที่นี้ได้ไม่กี่วันพวกเขาก็ย้ายกันออกหมดแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร
ขนาดของพื้นที่ประมาณ 60 ตารางเมตร จัดมีที่นั่งแบบหน้าเคาน์เตอร์บาร์ 6 ที่นั่ง และโต๊ะสำหรับ 4 คน 4 โต๊ะ มันมีพื้นที่ว่างมากพอที่จะจัดโต๊ะเพิ่มแต่ด้วยข้อจำกัดของเขาที่ต้องทำอาหารและเสิร์ฟเองด้วย การตกแต่งร้านสีครีมอ่อนๆในสไตล์ที่เงียบง่ายที่ประดับด้วยโคมไฟวอร์มไลท์ เครื่องดื่มที่ตั้งโชว์และป้ายชื่อเมนูที่ติดตามผนังของร้าน
ด้านหลังบาร์จะเป็พื้นที่สำหรับทำอาหารมีของใช้เครื่องครัวต่างๆและร่วมถึงตู้แช่เครื่องดื่มต่างๆ และที่สำคัญป้ายหน้าร้าน อิซากะยะ โซมะ ที่สลักบนแผ่นไม้ขนาดใหญ่พร้อมกับประดับโคมไฟเพื่อฉายแสงชื่อร้านให้โดดเด่น
“ เอาล่ะทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้วพร้อมสำหรับคืนแรก หือ? ”
โซมะที่กำลังจัดของที่ห้องเก็บของเขาได้เจอกับกล่องปริศนาขนาดใหญ่ที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยถุงพลาสติกหลายชั้นและเทปเหลืองพันแปะติดไว้อย่างแ่าเขาใช้เวลานานกว่าที่คิดที่จะแกะมันออกมาได้สำเร็จ และเมื่อเขาเปิดกล่องมันออกก็พบว่ามันคือเครื่องบันทึกเงินสด
เป็เครื่องบันทึกเงินสดที่ยังดูใหม่เอี่ยมและมีหน้าจอที่สามารถััได้และช่องใส่เงิน โซมะคิดว่าเ้าของคนที่เช่าที่คนก่อนคงลืมไว้ แต่ไหนๆก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปคืนยังไงก็คงต้องใช้เองซะแหละ
เขาเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์เพื่อที่จะติดตั้งเครื่องบันทึกเงินสด เสียบปลั๊ก จากนั้นแล้วเปิดเครื่อง มีแสงสีเขียวสว่างจ้าออกมาจากจออย่างอลังการทำให้เขาตะลึงกับฟังก์ชั่นของเครื่องบันทึกเงินสดเครื่องนี้ จากนั้นต้องเช็ควิธีการใช้งานของมันด้วยการลองแตะๆััหน้าจอ
มีเมนูปรากฏขึ้นมาอยู่สามเมนู รายการสินค้า คิดเงิน เงินทอน โซมะลองกดปุ่มเข้าว่าคิดเงินดูแล้วลิ้นชักใส่เงินก็เด้งออกมาที่ลิ้นชักใส่เงินมีช่องว่างอยู่ 3 ช่อง ช่องซ้ายมือสุดมันเขียนว่าเป็ช่องรวมเงิน ช่องตรงกลางเป็ช่องคิดเงินและช่องขวาสุดเป็ช่องเงินทอน เขารู้สึกว่ามันสะดวกดีและดูไม่ยุ่งยากจากนั้นเขากดเข้าไปคำว่ารายการสินค้า
มันคือหน้าต่างที่ว่างเปล่าเพื่อให้ใส่รายการสินค้าและราคาของร้านนั้นเอง มีเวลาเหลืออีก 4 ชั่วโมงก่อนที่จะเปิดร้านวันแรกเขาต้องคำนวณรายการสินค้าที่จะขายและกรอกรายการสินค้าลงในเครื่องบันทึกเงินสด
“ อ่าาาห์ เสร็จสักทีถึงจะรู้สึกเหนื่อยแต่ก็ตื่นเต้นจังเลยแฮะ ในที่สุดความฝันของฉันก็จะได้เป็จริงแล้ว ”
“ อีก 30 นาทีงั้นสิ…รอไม่ไหวแล้วเปิดร้านเลยดีกว่า ”
โซมะเดินไปที่ห้องเก็บของเพื่อที่จะเปิดโคมไฟหน้าร้านเป็สัญญาณบ่งบอกว่าร้านนี้ได้เปิดให้บริการแล้ว เขารีบวิ่งมาที่หน้าเคาน์เตอร์ทันทีเพื่อรอต้อนรับลูกค้าด้วยท่าทีที่ร่าเริง เขายืนยิ้มจนแก้มบานเพราะจินตนาการในหัวของเขาคิดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาเต็มร้านและมีลูกค้าขาประจำที่แวะเวียนเข้ามาที่ร้านบ่อยๆด้วยบรรยากาศที่เฮฮาและสนุกสนาน
แต่ถึงอย่างงั้นจินตนาการก็คือจินตนาการ
3 ชั่วโมงผ่านไปแทบจะไม่มีลูกค้าเข้ามาร้านเลยสักคน
“ จริงไหมเนี่ยไหนว่าที่นี้เป็ทำเลทองไง เฮ้อ~ ”
โซมะถอนหายใจออกมาอยู่ในสภาพที่ห่อเหี่ยว เขาลุกเดินไปมาและเช็ดโต๊ะเช็ดหน้าบาร์ซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่ก็ยังไม่มีลูกค้าเข้ามาเลยสักคน เขาชำเลืองมองไปที่หน้าจอของเครื่องบันทึกเงินสดเพื่อดูเวลาบนขวามุมของเขา 20:31 เขาสังเกตุเห็นปุ้มซ้ายล่างที่มีสัญลักษณ์ลูกศรวงกลมเขาใช้นิ้วลองกดดูโดยไม่คิดอะไร
เมื่อเขากดเข้าไปที่สัญลักษณ์ลูกศรวงกลมทำให้หน้าจอเมนูของเครื่องบันทึกเงินสดมันกระพริบเขาคิดว่ามันคงเป็การรีเซ็ตระบบ เขาแก้เบื่อด้วยการกดย้ำๆซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่หลายครั้งจนกระทั่งมีเสียงกระดิ่งที่ติดอยู่หน้าประตูดังขึ้นมามันเป็สัญญาณบ่งบอกว่ามีคนเข้ามาในร้านแล้ว
เขาสะดุ้งลุกขึ้นยืนด้วยความดีใจเพราะว่ามีลูกค้าเข้ามาที่ร้าน จากนั้นเขาะโพูดออกไปว่า “ ยินดีต้อนรับครับ ” โซมะชำเลืองตามองไปที่ลูกค้าที่เดินเข้ามาทำให้เขาต้องใจเป็อย่างมาก ชายสองคนอายุราวๆ 35 มีใบหน้าที่หมองคล้ำ และมีรอยเหี่ยวย่นอีกคนผมสีน้ำตาลอีกคนผมสีดำที่เดินเข้ามาพร้อมกับชุดเกราะสีเงินที่มีรอยขีดข่วนพร้อมกับพกดาบขนาดกลางที่แนบติดมาด้วย
“ ( น..นั้นมันอะไรว่ะนั้นวันนี้ที่ย่านนี้เขามีงานประกวดคอสเพลย์อย่างงั้นเหรอ ? แต่มันดูเหมือนของจริงมาเลยนะเนี่ยสงสัยพวกเขาคงจะประกวดแบบเอาจริงเอาจังสินะ ) ”
“ ยินดีต้อนรับครับ ไม่ทราบว่ารับอะไรดีไหมครับ ” โซมะถูมือไปมาด้วยสีหน้าที่เป็กังวลเพราะนี้เป็การบริการลูกค้าครั้งคนแรกเขาจะต้องรู้สึกเกรงๆเป็ธรรมดา
“ เอ่อ…พอดีว่าพวกเราสงสัยน่ะครับว่าร้านนี้คือร้านอะไรก็เลยลองแวะเข้ามาดูน่ะครับ ” ชายผมสีดำกล่าวถามออกมาอย่างสุภาพ
“ อ๋อผมขายอาหารและเครื่องดื่มน่ะครับ ” โซมะตอบกลับด้วยความสุภาพนอบน้อมที่สุด
“ งั้นดีเลย พวกเราดื่มที่นี้เลยละกัน ”
“ อ่าเอาเบียร์มาสองแก้วละกัน ” ชายผมสีน้ำตาลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นพร้อมกับเดินมานั่งที่หน้าบาร์
“ ว..ว่าแต่จะรับ บ..เบียร์อะไรงั้นเหรอครับ ? ” โซมะแทรกถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ ห๊า!? จะเอาอะไรก็เอามาเถอะ!! ” ชายผมสีน้ำตาลกระแทกเสียงขึ้นมาด้วยท่าทีที่หงุดหงิดราวกับว่าไปเจอเื่อะไรที่ไม่พอใจออกมา น้ำเสียงของเขาทำให้โซมะรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยและรีบวิ่งไปเตรียมเบียร์ให้ทันที
“ เอาน่าๆอย่าไปว่าเ้าของร้าน ผมต้องขอโทษแทนเขาด้วยนะดูแล้วนี้น่าจะเป็ร้านใหม่สินะ ” ชายผมสีดำกล่าวขอโทษโซมะและปลอบอารมณ์เพื่อนของเขา
“ ค..ครับ ร..รอสักครู่นะครับ ”
“ ( น..น่ากลัว นี้ลูกค้าคนแรกของฉันยังเจอคนน่ากลัวขนาดนี้เลย ) ” โซมะยืนอยู่หน้าตู้แช่และกำลังเลือกเบียร์ที่จะต้องไปบริการลูกค้า
“ ( ว่าแต่จะเสิร์ฟเบียร์อะไรพวกเขาดีนะเนี่ย แต่ดูจากท่าทีที่ดูหงิดหงุดของเขาแล้วสงสัยต้องเจอกับเื่ที่ไม่พอใจมาแน่ๆ หรือว่า!? เป็เพราะเขาต้องประกวดคอสเพลย์แล้วแพ้มาแน่ๆเขาเลยต้องรู้สึกท้อแท้กับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้สินะ ใช่ ต้องใช่แน่ๆ ) ”
“ งั้น…ต้องเป็ขวดนี้ ”
จากนั้นไม่นานโซมะได้หยิบขวดเบียร์ออกมาจากตู้แช่ทั้งสองขวด จากนั้นเขายกไปที่เคาน์เตอร์ครัวเพื่อเตรียมแก้วที่แช่เย็นไว้ออกมาและก่อนที่จะเปิดเบียร์เขาหยิบแตงกวายาวออกมาจากไฮแล้วหันเป็ชิ้นๆจัดเรียงใส่จานอย่างเป็ระเบียบ ปิดท้ายด้วยการเปิดเบียร์และรินลงในแก้วหนาขนาดใหญ่ที่มีหูจับและพร้อมเสิร์ฟ
เมื่อพวกเขาทั้งสองเห็นเบียร์ที่เสิร์ฟด้วยแก้วกระจกทำให้พวกเขาใเป็อย่างมาก ท่าทีที่ลนลานของชายผมสีดำได้เอ่ยปากถามออกมา “ น..นี้มัน?! เสิร์ฟเป็แก้วกระจกแบบนี้มันจะไม่แพงไปหน่อยเหรอครับ มีแบบเป็แก้วไม้ธรรมดาไหม ”
“ แก้วไม้? ของแบบนั้นไม่มีหรอกครับแถมเบียร์แก้วนี้ก็ไม่แพงมากด้วย ”
“ ง..งั้นเหรอครับ ”
“ น..นี้มัน!? ข้างในเบียร์เป็สีเหลืองอำพันเกือบทองแถมยังมีฟองอากาศด้านในด้วย ” ชายผมสีน้ำตาลอุทานออกมาเขาตะลึงกับเบียร์แก้วนี้ที่เขาเห็น มันช่างงดงามมาก มันน่าดึงดูดและบ่งบอกว่าให้รีบกินซะตอนนี้ เขาค่อยๆขยับมือไปััที่ใบหูของแก้ว
“ เย็น!? แก้วใบนี้มันเย็นราวกับน้ำแข็งเลย!? ”
“ จริงเหรอ?…เหวอ!? เย็นจริงด้วย ” ชายผมดำอุทานออกมาด้วยเช่นกันทำให้โซมะรู้สึกมึนงงกับท่าทีของพวกเขาทั้งสอง
“ งั้นฉันไม่รอละนะ! ” อึก!? อึก อึก อึก อึก อึก อึก อึก อึก อึก ตึ้ง!! ชายผมสีน้ำตาลกระดกเบียร์ในแก้วหมดในคราวเดียวแล้วทุบแก้วลงโต๊ะอย่างรุนแรง
“ น..นี้มัน…สุดยอดไป!! ฉันไม่เคยดื่มเบียร์แบบนี้มาก่อน ทั้งความเย็นและความสดของเบียร์ทำให้รสชาติของมันรู้สึกหอมหวานเพิ่มขึ้นฉันถูกชำละล้างจากความเหนื่อยล้าออกไปพริบตาเลย!! ”
ชายผมสีดำเห็นท่าทีของเพื่อนตัวเองหลังจากเดิมเบียร์นี้เข้าไปทำให้เขารีบกระดกเบียร์แก้วที่เขาถืออยู่นั้นหมดในตราวเดียวเช่นกัน
“ อ๊าาห์มันสุดยอดจริงๆ นี้มันเป็เบียร์ที่อร่อยที่สุดเลยก็ว่าได้ ”
โซมะใและมึนงงกับท่าทีของพวกเขาหลังจากดื่มเบียร์นี้ไป “ ( น..นี้มันอะไรกัน ) ง..งั้นรับเพิ่มอีกไหมครับ? ”
“ เอาอีก!! ” ชายส่วมชุกเกราะทั้งสองกล่าวออกมาพร้อมกัน โซมะเดินไปที่หยิบเบียร์มาเติมอีกครั้งพร้อมกับเสิร์ฟแตงกวาที่เขาหั่นเอาไว้ก่อนหน้านี้ด้วย
“ ขอบคุณที่รอนะครับ ”
“ นี้มันคืออะไร ?! ” ชายผมดำชี้นิ้วไปที่จานแตงกวาที่โซมะเสิร์ฟ
“ แตงกวาดองไงครับ ? เอาไว้เป็กับแกล้มกับเบียร์อันนี้ผมแถมให้ในฐานะพวกคุณเป็ลูกค้าคนแรกของผม ”
“ ว้าวขอบคุณมากครับ ” ชายผมดำกล่าวขอบคุณ
“ กินแตงกวากับเบียร์เนี่ยนะ?! ” ชายผมสีน้ำตาลพูดแทรกออกมาด้วยท่าทีที่เซ็ง ในขณะที่หยิบแตงกวาขึ้นมากิน
กรุบ~
“ หือ !? ”
กรุบ~
“ ( เค็ม? ไม่สิ อร่อย ) ” กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~
“ ฉันขอบ้างสิ ” ชายผมสีดำเห็นท่าทีของเพื่อนที่กินแตงกวานี้เข้าไปเขาจึงไม่ลังเลที่จะหยิบมันขึ้นมาหนึ่งชินแล้วกินเข้าไปทันที
กรุบ~
กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~
“ นี้มันสุดยอดไปเลย!! ” ชายผมดำอุทานออกมาด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น
“ ใครจะไปคิดละว่าแตงกวามันจะอร่อยขนาดนี้!? ”
“ ลองกินเบียร์ตามด้วยสิ ” ชายผมสีน้ำตาลบอกให้เพื่อนของตัวเองกินแตงกวาและตามด้วยเบียร์
กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~ อึก อึก อึก “ อ๊าห์~ สุดยอดสุดๆไปเลย ความเค็มอร่อยของแตงกวาที่ติดปากและล้างมันออกด้วยความหวานสดชื่นของเบียร์ ความเข้ากันได้นี้มันช่างลงตัวเหลือเกิน ”
“ ใช่ม้า นี่เถ้าแก่ขอแบบนี้อีกจานและก็เบียร์เพิ่มด้วย ” ชายผมสีน้ำตาลสั่งกับแกล้มและเพิ่มอีกครั้งถึงแม้ว่าโซมะจะรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของพวกเขาแต่มันก็ทำให้โซมะรู้สึกดีใจที่พวกเขาชื่นชอบ
“ ได้ครับ รอสักครู่นะครับ ”
.
..
…
“ เอิ้ก!อ๊าห์~ สดชื่นสุดๆไปเลยกินไปตั้งขนาดนี้แต่ชักรู้สึกหิวแล้วสิ ” ชายผมสีน้ำตาลเรอออกมาเสียงดังด้วยท่าทีที่พอใจเป็อย่างมากหน้าของพวกเขาทั้งสองเริ่มแดงเล็กน้อยหลังจากกินเบียร์ไปคนละ 6 แก้ว
“ นั้นสิน้า เราสั่งอาหารกินกันสักหน่อยไหม ”
“ อ่า ”
“ เถ้าแกมีเมนูอาหารไหมครับ ” ชายผมสีดำกล่าวถามโซมะในขณะที่เขากำลังล้างแก้ว
“ อ๋อติดอยู่ผนังด้านหลังไงครับ ”
“ หือ? ” ชายส่วมชุดเกราะทั้งสองหันหลังกลับไปอ่านป้ายกระดาษที่เขียนตัวหนังสือไว้
“ เอ๋? เถ้าแกมันเขียนว่าอะไรน่ะ ” ชายผมสีดำถามกลับด้วยความสงสัยเพราะพวกเขาอ่านตัวหนังสือป้ายเมนูที่ติดอยู่ผนังไม่ออก
“ หือ? ก็เมนูร้านไงครับ ”
“ แต่มันเขียนว่าอะไรน่ะ ฉันไม่เคยเห็นตัวหนังสือแบบนี้มาก่อนเลย? ”
“ ใช่ฉันก็เหมือนกัน ”
“ เอ๋ !? ”
โซมะปิดก๊อกน้ำที่กำลังล้างแก้วทันทีแล้วหันมามองพวกเขาด้วยความสงสัย ทีแรกมันทำให้โซมะรู้สึกหงุดหงิดเพราะพวกเขาเมาหรือเปล่าถึงอ่านตัวหนังสือไม่ออก แต่พอโซมะหันมามองหน้าและท่าทีของพวกเขาทั้งสองที่ไม่ได้แสดงอาการอะไรที่บ่งบอกว่าเมาอยู่เลย มันทำให้โซมะรู้สึกประหลาดใจ
“ ไม่เป็ไรครับบอกผมมาเลยก็ได้ว่าพวกคุณอยากทานอะไร ”
“ งั้นขออะไรที่หนักท้องหน่อยและร้อนๆด้วยก็ได้ ” ชายผมสีดำออกความเห็นนำเสนอเมนูออกมา
“ โอ้ฉันเอาด้วย ”
“ ( กินแล้วหนักท้องและร้อนๆอย่างงั้นเหรอ? อืม…) งั้นรอสักครู่นะครับ ”
โซมะยืนคิดเมนูอยู่สักพักแล้วเขาเดินเข้าไปที่ห้องเก็บของเพื่อเอาวัตถุดิบมาเตรียมทำอาหาร เขาหยิบเบคกิ้งโซดาที่ผ่านกระบวนการอบความร้อนมาแล้วเทใส่น้ำแล้วคนให้ละลาย จากนั้นเทน้ำที่ผสมกับเบคกิ้งโซดาลงในถ้วยที่มีแป้งสาลีที่เตรียมไว้และคนๆนวดๆให้น้ำเข้ากันกับแป้ง
จากนั้นเทแป้งใส่ถุงซิมที่เตรียมไว้แล้วไล่ลมออกจากถุงและพักเก็บไว้ 30 นาที และนวดๆแป้งในถุงซิมให้เข้ากันเป็แผ่น ก่อนที่จะเริ่มนวดแป้งอีกครั้งก็เริ่มขั้นตอนต่อไปกับการทำน้ำซุบที่เตรียมเอาไว้มาแล้วทำการอุ่นความร้อนและโรยเกลือเล็กน้อยและกลับมานวดแป้งต่อ
หลังจากนวดแป้งได้ที่แล้วตัดแบ่งส่วนให้พอดีกับเครื่องทำพาสต้าและนวดอีกครั้ง จากนั้นนำเข้าเครื่องทำพาสต้าและบีบอัดแป้งให้เขากันทำซ้ำ 3-5 รอบ เมื่อแป้งได้ที่แล้วโรยด้วยแป้งมันและเข้าเอาเครื่องนวดอีกครั้งเพื่อทำให้แป้งมันบางลงกว่านี้เล็กน้อย จากนั้นเปลี่ยนหัวบดให้กลายเป็หัวตัดและน้ำแป้งเข้ามาตัดให้มันเป็เส้นๆ
จากนั้นนำเส้นที่ทำเส้นแล้วเอาไปต้มผ่านความร้อนให้มันสุกพอดิบพอดีและเตรียมของเคียงให้พร้อมจากนั้น!
“ ขอโทษที่ให้รอนะครับ ”
“ ว้าวว สีของความข้มขนของน้ำนี้มัน!? ”
“ นี้คืออะไรงั้นเหรอ ? ” ชายผมดำรู้สึกตื่นเต้นกับอาหารแปลกตาที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
“ เอ๋? ก..ก็ราเม็งไงครับ ” โซมะตอบกลับด้วยสีหน้าที่ดูประหลาดใจ
“ ขอชิมก่อนเลยละกันนะ! ” ชายผมสีน้ำตาไม่รอช้า น้ำลายของเขาไหลออกมาอย่างเห็นได้ชัด คว้าตะเกีอบออกมาแล้วชิมดูทันที
ซู้ด~ “ เอือก! นี้มัน!? กลิ่นของนมในน้ำซุบที่เข้มข้นและกลิ่นของถั่วเหลืองบางๆ ”
“ แถมเส้นที่อ่อนนุ่มกัดแค่นิดเดียวก็ละลายในปากเข้ากันกับน้ำซุบได้แบบลงตัว ”
“ รู้สึกถึงอบอุ่นของร่างกายในทันทีเลย! ”
“ จริงด้วย!? คงเป็เพราะกลิ่นของขิงและกระเทียมที่จางๆผสมอยู่ในกับนมและถั่วเหลืองมันค่อยๆทำให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในทันที ”
“ แต่ว่าเ้าที่เป็ชิ้นรูปร่างประหลาดสีน้ำตาลออกกลิ่นคล้ายๆรากบัวและยังมีกลิ่นของแครทกับหัวผักกาดที่ถูกย่างจนไหม้เกรียมหน่อยๆพวกนี้มันช่วยเพิ่มความหวานหอมออกมาอย่างเป็ทำธรรมชาติเอามากๆ ”
“ มันทำให้รู้สึกว่าหยุดกินมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ สมแล้วที่นั่งรอมานา!! ” ซู้ด~ ซู้ด~
“ ( อ..อะไร? พวกเขาเป็บ้าไปแล้วหรือไงมันก็แค่ราเม็งธรรมดาๆไม่ใช่เหรอฟะ!? ) ” ท่าทีของพวกเขาทั้งสองที่แสดงออกมาหลังจากกินราเม็งเข้าไปทำให้โซมะรู้สึกประหลาดใจกับท่าทีพวกเขาแต่ถึงอย่างงั้นเขาก็รู้สึกดีที่มีคนชื่นชอบในอาหารของเขา
“ อ๊าห์ เหมือนเกิดใหม่เลย เอิ้ก! ” ชายผมสีน้ำตาลเรอออกมาอีกครั้งหลังจากกินราเม็งเข้าไปพวกเขาแสดงท่าทีที่พอใจเป็อย่างมากต่างจากเข้ามาในร้านตอนแรกๆ
“ นั้นสินะแต่ได้เวลาละเรากลับกันเถอะ คิดเงินหน่อยครับ ”
“ ค..ครับรอสักครู่นะครับ ”
โซมะเดินไปที่หน้าเครื่องบันทึกเงินสดและกดปุ่มคิดเงิน ลิ้นชักช่องใส่เงินเด้งออกมาจากนั้นเลือกรายการอาหารและเครื่องดื่มที่พวกเขาสั่งในวันนี้และมันจะมีตัวเลขที่รวมราคาออกมาให้
“ เอ่อ…ทั้งหมด 3800 เยนครับ ” ( ประมาณ 1031 บาท )
“ เอ๋? 3800 จีเองเหรอถูกกว่าที่คิดนะเนี่ย ”
“ จี? ” ชายผมสีน้ำตาลวางเหรียญสีทองไว้ที่หน้าบนหน้าเคาน์เตอร์บาร์และลุกขึ้นเก็บดาบทันที
“ เอ๋!? นี้มันเหรียญทอง?! ”
“ ไม่ต้องทอนนะ ไว้คราวหน้าจะมาใหม่ ”
“ ด..เดี๋ยวก่อนสิครับ ”
โซมะใเป็อย่างมากพวกเขาจ่ายเหรียญทองที่มีขนาดประมาณ 50 มิลลิเมตรเกือบจะเท่าฝ่ามือมาให้ โซมะพยายามเรียกชายคนนั้นไว้แต่พวกเขาก็ออกจากร้านไปซะแล้ว เขายืนงวยงงอยู่สักพักแล้วถอนหัวใจออกมาจากนั้นเขาวางเหรียญทองนั้นลงในลิ้นชักช่องตรงกลางที่เป็ช่องคิดเงิน
ทันทีที่เสียงของเหรียญทองกระทบกับช่องคิดเงิน ลิ้นชักช่องเก็บเงินก็ได้กลับเข้าไปในเครื่องโดยอัตโนมัติทำให้โซมะสะดุ้งและใ เขาพยายามดึงมันออกมาแต่มันก็ไม่ออกมาเขาคิดว่าเครื่องมันคงเสีย เขาพยายามกดปุ่มััที่ปุ่มคิดเงินแล้วมันก็ยังไม่ออกมา จากนั้นเขาได้พยายามกดปุ่มรีเซ็ตซ้ำแล้วซ้ำอีกมันก็ยังไม่ออกมา
เขาใช้แรงของเขาตบเข้าไปที่ด้านของเครื่องบันทึกเงินสดก็แล้วและก็ปุ่มรีเซ็ตซ้ำๆก็แล้วแต่ก็ไม่ได้ผล จากนั้นมือของเขาก็บังเอิญไปกดโดนปุ่มคำว่า เงินทอน และลิ้นชักใส่เงินมันก็เด้งออกมา
เขารู้สึกโล่งใจที่คิดว่าเครื่องมันจะเสียแต่ลึกๆก็กลัวจะไม่ได้เหรียญทองเหรียญนั้น เมื่อเขาก้มลงดูแล้วพบว่าเหรียญทองของเขาหายไปแล้วแต่กลับมีเงินสดที่ช่องรวมเงินด้านซ้ายสุด แบงค์ 1,000 เยน 3 ใบ เหรียญ 500 หนึ่งเหรียญและเหรียญ 100 เยนสามเหรียญ รวมทั้งหมดเป็ 3,800 เยน แต่ช่องเงินทอนด้านขวาสุดกลับมีเหรียญสีเงินจำนวนมากออกมา เป็เหรียญที่มีรูปร่างคล้ายกับเหรียญทองก่อนหน้านี้
โซมะใและประหลาดใจเป็อย่างมากในเวลาเดียวกัน แต่เขากวาดเหรียญเงินพวกนั้นและวิ่งไปที่หน้าร้านทันทีเพื่อที่จะเอาเงินทอนจำนวนมากพวกนี้ให้ชายพวกนั้น ทันทีที่เขาเปิดประตูออกไปเขาชะงักและยืนนิ่งอยู่สักพักเหรียญจำนวนมากตกหล่นลงพื้นกระจัดกระจาย
เหตุผลที่เขาชะงักและยืนนิ่งนั้นก็เพราะว่าตรงหน้าของเขามีพระจันทร์ขนาดใหญ่ที่เห็นได้ชัดอยู่สองดวง เขากวาดสายตามองไปรอบๆแล้วพบว่าบ้านจำนวนมากที่มีลักษณะบ้านเก่าๆเป็บ้านของสมัยยุคกลาง
“ ท..ที่นี้มันที่ไหนฟะเนี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!! ”