กลิ่นควันไฟและเสียงกรีดร้องแ่ๆ ที่ลอยมาตามลม ทำให้ หลี่ิ เร่งฝีเท้า แม้ร่างกายที่แก่ชราจะทำให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างเชื่องช้าและมีเสียงกระดูกลั่นเอี๊ยดอ๊าด แต่ความมุ่งมั่นกลับเป็ตัวผลักดันให้เขาก้าวไปข้างหน้า อาซวนตัวเล็กจิ๋ววิ่งนำหน้าไปก่อน พร้อมคอยชี้ทาง
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงขอบป่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หลี่ิรู้สึกะเืใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมผืนป่า ซึ่งครั้งหนึ่งอาจเคยมี นาข้าว อุดมสมบูรณ์ บัดนี้ถูกเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ บ้านเรือนไม้พังทลายเป็ซาก ผู้คนวิ่งหนีตายกันอลหม่าน และที่น่าใที่สุดคือร่างของเหล่าชาวบ้านที่ล้มตายเกลื่อนกลาด บางคนเป็ปีศาจรูปร่างคล้ายมนุษย์ บางคนเป็มนุษย์ธรรมดาที่อาศัยอยู่ร่วมกับเหล่าปีศาจอย่างสงบสุข
กลุ่มคนชุดขาวที่สวมตราสัญลักษณ์ของสำนักเซียนกำลังไล่ล่าสังหารอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยและเสียงอาวุธที่ปะทะกันดังก้องไปทั่ว
"พวกมัน...พวกมันช่างโเี้!" อาซวนกำหมัดแน่น ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ
"ภารกิจปัจจุบัน: ยับยั้งการโจมตีของฝ่ายธรรมะต่ออาณาเขตปีศาจชั้นนอก และปกป้องพื้นที่นาข้าวที่เหลืออยู่ ระดับความสำเร็จ: 0%" เสียงระบบดังก้องในหัว เตือนให้หลี่ิไม่ลังเลอีกต่อไป
"ระบบ...ข้าจะใช้วิชาอะไรได้บ้างตอนนี้?" หลี่ิถามในใจ
"วิชาพื้นฐานของจอมมาร: ฝ่ามือปีศาจโลหิต, เคลื่อนย้ายเงา, โลหิตอสูรปกป้องกาย สามารถใช้ได้ในระดับเริ่มต้น"
หลี่ิพยักหน้า เขารู้สึกถึงพลังที่คุ้นเคยจากความทรงจำของโม่หยวน ถึงแม้จะยังไม่เชี่ยวชาญ แต่สัญชาตญาณของจอมมารกลับนำพาให้เขาสามารถรวบรวมพลังปราณมาไว้ที่ฝ่ามือได้
"นายท่าน! นั่นคือ ศิษย์ของสำนักเทียนฉี พวกมันนำโดยศิษย์เอกคนหนึ่ง!" อาซวนชี้ไปที่กลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังทุ่งนาที่ยังเหลือร่องรอยของข้าวที่ถูกเผาไหม้
หลี่ิไม่รีรออีกต่อไป เขาก้าวออกไปจากร่มเงาของต้นไม้ พลังปราณสีเทาหม่นแผ่ออกมาจากร่างที่แก่ชรา ทำให้เหล่าศิษย์สำนักเซียนที่กำลังไล่ล่าชาวบ้านหันมามองด้วยความตกตะลึง
"เ้าแก่ผู้ใดบังอาจมาขัดขวาง!" ศิษย์สำนักเซียนคนหนึ่งะโก้อง ก่อนจะพุ่งดาบเข้าใส่หลี่ิ
หลี่ิหลับตาลง ััถึงพลังที่ไหลเวียนในกาย เขายกฝ่ามือขึ้นช้าๆ ราวกับจะโบกไล่แมลง และในพริบตา พลังปราณสีแดงเข้มก็พุ่งออกจากฝ่ามือราวกับะุ แสงสีแดงนั้นพุ่งเข้าชนร่างของศิษย์ผู้นั้นอย่างจัง ร่างกายของเขากระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้อย่างรุนแรง จนหมดลมหายใจไปในทันที
เหล่าศิษย์ที่เหลือต่างใ พวกเขาไม่คิดว่าจะมี "ผู้เฒ่า" ที่ไหนมีพลังถึงเพียงนี้
"มันคือโม่หยวน! จอมมารโม่หยวนยังไม่ตาย!" เสียงหนึ่งะโขึ้นด้วยความหวาดกลัว และในทันใด เหล่าศิษย์ที่เหลือก็กรูกันเข้ามาโจมตีหลี่ิพร้อมกัน พวกเขาใช้กระบวนท่าดาบที่รวดเร็วและแม่นยำ ล้อมกรอบหลี่ิไว้
หลี่ิแม้จะยังไม่คุ้นชินกับร่างกายและวิชา แต่สัญชาตญาณของจอมมารที่สั่งสมมานับพันปีกลับเป็ตัวนำ เขาใช้ วิชาเคลื่อนย้ายเงา พริบตาเดียวร่างเขาก็หายไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวอีกครั้งด้านหลังศิษย์คนหนึ่ง ก่อนจะใช้ ฝ่ามือปีศาจโลหิต ฟาดลงไปอย่างแรง ศิษย์ผู้นั้นร้องเสียงหลงก่อนจะล้มฟุบลง
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว หลี่ิไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ เขายังคงประหยัดปราณและค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับวิชา เขาเคลื่อนไหวราวกับเงา ใช้ฝ่ามือที่แม้จะเหี่ยวย่นแต่กลับแฝงด้วยพลังมหาศาล โจมตีศิษย์แต่ละคนอย่างแม่นยำ ไม่นานนักศิษย์สำนักเซียนกลุ่มนั้นก็พ่ายแพ้ บางคนเสียชีวิต บางคนาเ็สาหัสและหนีตายไปอย่างไม่คิดชีวิต
"ภารกิจปัจจุบัน: ยับยั้งการโจมตีของฝ่ายธรรมะต่ออาณาเขตปีศาจชั้นนอก และปกป้องพื้นที่นาข้าวที่เหลืออยู่ ระดับความสำเร็จ: 60%"
หลี่ิยืนหอบเล็กน้อย เขารู้สึกไม่สบายใจนักกับการใช้ความรุนแรง แต่ก็ตระหนักว่านี่คือโลกที่แตกต่างออกไป เขาต้องแข็งแกร่งเพื่อปกป้องตัวเองและผู้ที่อ่อนแอ
ขณะที่เขากำลังสำรวจความเสียหายของหมู่บ้านและผืน นาข้าว ที่ถูกเผาไหม้ เสียงฝีเท้าที่เบาแต่แฝงด้วยพลังปราณอันบริสุทธิ์ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง หลี่ิหันกลับไปเผชิญหน้า
เบื้องหน้าเขาคือสตรีงดงามผู้หนึ่ง สวมชุดสีฟ้าอ่อนสะอาดตา ใบหน้างดงามราวกับเทพธิดา แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยแววตาที่ซับซ้อน ทั้งความโกรธ ความสงสัย และความคุ้นเคยบางอย่าง เธอคือ หลิงซี ศิษย์เอกของสำนักเซียน ผู้ที่โม่หยวนรู้จักดีจากความทรงจำ และมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในอดีต
หลิงซี จ้องมองมาที่หลี่ิ (ในร่างโม่หยวน) ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "โม่หยวน...เ้ายังไม่ตายจริงๆ ด้วย" เสียงของเธอเรียบเฉย แต่แฝงด้วยความเ็า "เ้ายังคงสร้างความเดือดร้อนไม่เลิกรา!"
หลี่ิรู้สึกเหมือนถูกก้อนหินทับอก เขาอยากจะอธิบายว่าเขาไม่ใช่โม่หยวนตัวจริง แต่ระบบกลับสั่งให้เขารับบทบาทนี้ไว้ก่อน และความทรงจำของโม่หยวนก็ยืนยันว่า หลิงซี เคยมีความสัมพันธ์บางอย่างที่ลึกซึ้งกับโม่หยวนในอดีตก่อนที่เื่ราวทั้งหมดจะบานปลาย
"หลิงซี..." หลี่ิเอ่ยชื่อเธอออกไป เสียงที่แหบแห้งของเขามีความอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงเธอ "เ้าเข้าใจผิดแล้ว"
"เข้าใจผิด?" หลิงซีแค่นหัวเราะ "เ้าทำลายล้างมามากพอแล้ว โม่หยวน! ไม่ว่าเ้าจะปรากฏตัวมาในสภาพใด บาปกรรมของเ้าก็มิอาจลบล้างได้!"
หลี่ิรู้ว่าการโต้เถียงตอนนี้คงไม่มีประโยชน์ เขาได้แต่ยืนนิ่ง มองดูแววตาที่เ็ปและผิดหวังของ หลิงซี ขณะที่สายตาของเธอกวาดมองไปทั่วหมู่บ้านที่ถูกทำลาย และผืน นาข้าว ที่มอดไหม้ เธอดูเหมือนจะเข้าใจผิดว่านี่เป็ฝีมือของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"ไม่ว่าอย่างไร...ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เ้าทำร้ายผู้บริสุทธิ์อีกแล้ว!" หลิงซีกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่ไอพลังปราณอันบริสุทธิ์จะแผ่ออกมาจากร่างของเธอ แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจที่เหนือกว่าเหล่าศิษย์ทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด เธอพร้อมที่จะต่อสู้กับ "จอมมาร" ผู้ที่เคยเป็ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ