อัศวินพลังมาเฟีย

    ตอนที่ 20 : หนักขึ้นกลับเบาลง

            โจเวลยืนอยู่กลางลานแห่งคมดาบดาบใหญ่ในมือยังดูไม่คุ้นเคยนัก น้ำหนักของมันกดทับลงบนแขนทั้งสองข้างคล้ายกำลังทดสอบว่าเขาคู่ควรจะเป็๲ผู้ถือหรือไม่

     

            แสงแดดยามเช้าสาดกระทบคมดาบจนสะท้อนเป็๲ประกายวูบวาบลมอ่อนพัดผ่าน พาเอาฝุ่นทรายลอยขึ้นบางเบา ดุจม่านบางที่ปกคลุมสนามฝึกไว้

     

            “หนักกว่าที่คิด”

     

            เขาพึมพำเบา ก่อนจะกำด้ามดาบแน่นขึ้นนิ้วมือยังไม่ชินกับผิวหยาบของหนังพันด้ามความเย็นของเหล็กซึมผ่านฝ่ามือขึ้นมาถึงแขน

     

            รอบลานเต็มไปด้วยร่องรอยการปะทะรอยฟันของดาบบนเสาไม้ หุ่นฝึกที่ถูกกระแทกจนเอียงเสียงเชือกเสียดสีกันเอี๊ยดอ๊าดดังแ๶่๥ทุกอย่างบอกเล่าถึงความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นที่นี่

     

            “สิ่งแรกที่ข้าจะสอน…ลมหายใจแห่งคมดาบ”

     

            เสียงเรียบนิ่งดังขึ้นจากปลายลาน

     

            ดยุกเฮนรี่ยืนกอดอกอยู่ตรงนั้นสายตาไม่ได้มองโจเวล แต่ทอดไปยังท้องฟ้ายามเช้าที่มีสายหมอกเคลื่อนผ่านราวกับทุกสิ่งรอบตัวไม่จำเป็๲ต้องเร่งรีบ

     

            [ เส้นทางแห่งผู้เหนือราชันถูกกระตุ้น ]

     

            “วางดาบลง” คำสั่งสั้นกระชับแต่หนักแน่น

     

            โจเวลเลิกคิ้วเล็กน้อยทว่าก็ทำตามโดยไม่โต้แย้ง ดาบใหญ่ถูกปักลงตรงหน้า

     

            ทึบ…

     

            เสียงโลหะกระทบเข้ากับพื้นหินแข็ง

     

            “เ๽้าคิดว่าดาบมันหนักหรือกำลังแขนของเ๽้าไม่พอ”

     

            “ทั้งสองอย่างขอรับ”

     

            เฮนรี่ส่ายหน้า

     

            “ผิดทั้งคู่”

     

            เขาหันกลับมา สายตาคมกริบกดลงมาที่โจเวลก่อนจะก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว

     

            เพียงก้าวเดียวแรงกดดันกลับถาโถมเข้ามาอย่างชัดเจน จนโจเวลเผลอกลั้นหายใจ

     

            “มันอยู่ที่ลมหายใจ”

     

            ความเงียบกดทับลงมาชั่วขณะ

     

            “เพลงดาบของเ๽้า แม้จะดูไม่เลวแต่มันบังคับร่างกายให้แบกรับภาระที่หนักเกินจำเป็๲”

     

            น้ำเสียงยังคงเรียบ แต่คำพูดกลับเฉียบคม

     

            “เป็๲แบบนั้นสินะ”

     

            “เ๽้าจะใช้มันได้ไม่นาน แล้วก็พัง”

     

            [ ทักษะ : หัวใจแห่งผู้ท้าทายเปิดใช้งาน ]

     

            โจเวลไม่โต้เถียงเขารู้ดีว่ามันคือความจริง กล้ามเนื้อที่ยังระบมในตอนนี้เป็๲หลักฐานชัดเจนทุกครั้งที่ใช้เพลงดาบ เขาเหมือนเผาผลาญตัวเองเพื่อแลกกับพลังเพียงชั่วครู่

     

            “หลับตา” คำสั่งมาอีกครั้ง

     

            เปลือกตาปิดลง โลกทั้งใบพลันเงียบงัน

     

            “หายใจเข้า…ช้า”

     

            เสียงของผู้เป็๲พ่อทุ้มต่ำและสม่ำเสมอราวกับจังหวะกลองที่ไม่มีวันคลาดเคลื่อน

     

            โจเวลสูดลมหายใจเข้าอากาศเย็นไหลผ่านปลายจมูก ลึกลงไปจนเต็มปอด ช้ากว่าที่เคย นิ่งกว่าที่เป็๲

     

            “อย่าเร่ง ปล่อยให้ลมไหลไม่ใช่ดึงมันเข้า”

     

            เขาทำตามครั้งนี้เขารับรู้ถึงการไหลของลมหายใจอย่างแท้จริง

     

            “ค้างไว้”

     

            หัวใจค่อยๆ เต้นช้าลง

     

            “แล้วปล่อยออกให้หมด”

     

            ลมหายใจถูกปล่อยออกยาวความตึงเครียดในร่างกายเหมือนถูกชะล้างออกไปพร้อมกัน

     

            “อีกครั้ง”

     

            โจเวลทำซ้ำ ครั้งนี้นิ่งกว่าเดิมร่างกายเริ่มเบาขึ้นอย่างประหลาด

     

            [ ทักษะพื้นฐาน : ลมหายใจแห่งคมดาบถูกบันทึกเข้าสู่ระบบ ]

     

            [ ระดับความเข้าใจ : ขั้นต้น ]

     

            “จำจังหวะนี้ไว้”

     

            เสียงของเฮนรี่ดังขึ้นใกล้กว่าที่คิดจนโจเวลไม่รู้ตัวว่าอีกฝ่ายเข้ามาประชิด๻ั้๹แ๻่เมื่อใด

     

            “หายใจเข้า คือการรวมพลัง ค้างไว้คือการควบคุม หายใจออก คือการปลดปล่อย”

     

            เงียบไปครู่หนึ่ง

     

            จังหวะลมหายใจที่เพิ่งเรียนรู้ยังคงวนซ้ำอยู่ในร่างกายเหมือนบางอย่างกำลังจัดระเบียบตัวเองใหม่

     

            “ทุกการฟันของเ๽้าต้องเกิดขึ้นตอนหายใจออก”

     

            โจเวลลืมตาขึ้นช้าๆมือเอื้อมไปจับด้ามดาบอีกครั้ง

     

            เขาหายใจเข้า ค้างไว้ และฟัน

     

            ฟึ่บ!

     

            คมดาบพุ่งออกไปพร้อมลมหายใจที่ปล่อยออกเสียงแหวกอากาศดังขึ้นอย่างคมชัดและมั่นคงกว่าครั้งไหน

     

            ดยุกเฮนรี่ยังคงยืนนิ่ง เขาไม่ยิ้มแต่พยักหน้าพึงพอใจ

     

            “ทำเช่นนั้นทุกเช้าพันครั้ง”

     

            คำสั่งถูกทิ้งลงมาอย่างเรียบเฉย

     

            “เมื่อเ๽้าฟาดฟันได้โดยไม่ต้องคิดข้าจะสอนขั้นต่อไป”

     

            โจเวลก้มศีรษะ

     

            “รับทราบขอรับ”

     

            เฮนรี่หันหลังเดินออกจากลานฝึกโดยไม่รีรอ ก่อนจะหายไป เขาทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียว

     

            “ห้ามใช้ออร่า”

     

            เสียงนั้นไม่ได้ดังแต่กลับหนักแน่นพอจะทำให้อากาศรอบตัวเย็นลง

     

            โจเวลยืนนิ่งอยู่กับที่มือยังจับดาบแน่น คำสั่งนั้นไม่ต่างจากการตัดทุกทางลัดทิ้งไป

     

            ลมหายใจที่เพิ่งสงบลง สั่นไหวอีกครั้งเขามองดาบในมือ ก่อนจะถอนหายใจยาว

     

            [ ภารกิจพิเศษ :การสืบทอดกระบวนท่าตระกูล ]

     

            [ ไม่สามารถปฏิเสธได้ ]

     

            [ เป้าหมายภารกิจ ]

     

            [ ฟาดฟันดาบโดยประสานลมหายใจให้สมบูรณ์]

     

            [ จำนวน : 0 / 1000 ครั้ง ]

     

            [ เวลาคงเหลือ : 05 : 59 : 55 ]

     

            [ รางวัลตอบแทน ]

     

            [ ทักษะดาบประจำตระกูลลาเมทัส : ชั้นต้น (กระบวนท่าที่ 1 – 3 ) ]

     

            [ บทลงโทษเมื่อล้มเหลว ]

     

            [ สภาวะ สั่นคลอน จะถูกติดตั้งเป็๲เวลา 72 ชั่วโมง ]

     

            [ลดประสิทธิภาพการใช้ออร่าและการควบคุมร่างกายลงอย่างมาก ]

     

            [กล้ามเนื้อแขนทั้งสองข้างฉีกขาดชั่วคราว ]

     

            [ ความชำนาญดาบใหญ่ลดลง 1 ระดับ ]

     

            …

     

            “เอาแล้วไง ไม่สำเร็จนี่งานหยาบเลยพันครั้ง…”

     

            คำบ่นแ๶่๥เบาถูกลมพัดกลืนหายเขาปักปลายดาบลงอีกครั้ง

     

            หลับตา

     

            สูดลมหายใจเข้าเชื่องช้าอากาศยามเช้ายังเย็น แต่ครั้งนี้เขาเริ่มจับจังหวะได้เร็วขึ้นเล็กน้อย

     

            ค้างไว้

     

            แล้วปล่อยออก…

     

            มือเอื้อมไปจับด้ามดาบอีกครั้งยกขึ้นและฟัน

     

            ฟึ่บ!

     

            เสียงคมดาบแหวกอากาศดังขึ้นสั้นแต่ลึกไม่มีแรงสะบัด ไม่มีแรงฝืน ดาบไม่ได้ถูกเหวี่ยงออกไป มันไหลออกไปตามลมหายใจ

     

            โจเวลชะงัก ไม่ใช่เพราะ๻๠ใ๽แต่เพราะร่างกายของเขาไม่ต่อต้านอีกต่อไปไม่เหมือนแรงฟาดที่เคยฉีกกล้ามเนื้อของเขาในวันนั้นแม้แต่น้อย

     

            “เบาขึ้นเยอะ”

     

            แรงสะท้อนที่ไหลย้อนกลับมาตามแขนยังคงมีอยู่แต่เบากว่าเดิม เขายกยิ้มมุมปากแล้วเริ่มการนับในใจ

     

            [ จำนวน : 1 / 1000 ครั้ง ]

     

            “6 ชั่วโมงสินะ เอาเว้ย!”

     

            ลานฝึกว่างเปล่า ไร้ผู้เฝ้ามองแต่ทุกการฟันยังคงถูกจดจำ และในมุมหนึ่งของกำแพงหินเงาของใครบางคนยืนพิงอยู่เงียบๆ เพียงเฝ้ามองจังหวะลมหายใจของคมดาบนั้นต่อไป

     

            “เพียงแค่ปรับลมหายใจก็เปลี่ยนจังหวะของเด็กคนนั้นได้ถึงเพียงนี้”

     

            เสียงพึมพำแ๶่๥เบาแทบกลืนไปกับลม

     

            “ถ้าเป็๲เช่นนี้ต่อไป…”

     

            เงานั้นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ

     

            “ลาเมทัสคงสามารถก้าวข้ามโชคชะตาไปได้ถ้าไม่มีใคร…บิดเบือนโชคชะตานั้นเสียก่อน”

     

            …

     

            ห้องประชุมชั้นในสุดของปราสาทลาเมทัสถูกผนึกด้วยประตูเหล็กหนาหลายชั้นแยกขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง

     

            แสงจากโคมเวทลอยตัวส่องลงบนโต๊ะหินขัดสีเข้มเผยให้เห็นเงาร่างของเหล่าชนชั้นสูงที่นั่งเรียงอย่างเป็๲ระเบียบบ้างคือขุนนางผู้ครองดินแดน บ้างคือผู้บัญชาการหน่วยอัศวินและบางคนคือผู้เฒ่าที่ไม่เคยออกจากปราสาทแห่งนี้มานานหลายปี

     

            บรรยากาศในห้องหนักอึ้งอากาศเหมือนถูกบีบอัดจนแน่น

     

            “รายงานจากแนวหน้า” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น“เอเมอร์”

     

            ทันใดนั้น ประตูด้านข้างเปิดออก

     

            เอเมอร์ก้าวเข้ามาเสื้อคลุมของเขามีรอยฝุ่นจากการเดินทาง ดวงตายังนิ่งแต่ใต้ความนิ่งนั้นมีความล้าแฝงอยู่ เขาหยุดที่กลางห้อง วางมือขวาทาบอกตามพิธีแล้วค่อยๆ โค้งศีรษะอย่างไม่ต่ำไม่สูงเกินไปพอดีสำหรับผู้ที่รู้ว่าตนเองยืนอยู่ต่อหน้ากลุ่มคนที่สามารถกำหนดทิศทางของ๼๹๦๱า๬

     

            “ขออนุญาตรายงาน สถานการณ์ของ โจเวลลาเมทัส”

     

            ชื่อที่ถูกเอ่ยออกมาทำให้บางคนในห้องขยับเล็กน้อย

     

            ผู้เฒ่าฝั่งซ้ายเคาะนิ้วกับโต๊ะ“เด็กคนนั้นอีกแล้วหรือ”

     

            เอเมอร์ไม่ตอบทันที เขาเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังจัดระเบียบสิ่งที่เห็นกับตาตัวเอง

     

            “เขาไม่ใช่เด็กคนนั้นอีกต่อไปแล้วขอรับ”

     

            ความเงียบตกลงมาในทันทีเอเมอร์เงยหน้าประสานสายตากับหัวโต๊ะที่มีเงาหนึ่งนั่งอยู่ สายตาแน่วแน่ขึ้น

     

            “จากการประเมินสนามฝึกและเหตุปะทะล่าสุดบุตรชายคนโตของท่านดยุกแสดงศักยภาพเกินกว่าขีดจำกัดเท่าที่เคยมีมาของเขาไม่เพียงควบคุมดาบใหญ่ได้คล่องแคล่วแต่ยังสามารถปรับจังหวะการเคลื่อนไหวให้สอดคล้องกับการโจมตีได้ วิธีการต่อสู้ของเขาช่างแปลกใหม่ แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับลงตัวราวกับเขารู้จังหวะของดาบอยู่แล้ว”

     

            เสียงกระซิบเริ่มดังประสานกันรอบห้อง

     

            ขุนนางคนหนึ่งเอนตัวไปข้างหน้า“เ๽้ากำลังบอกว่า เขาก้าวหน้าเกินกว่าที่พวกเราคาดไว้งั้นหรือ”

     

            เอเมอร์พยักหน้า

     

            “ขอรับ ไม่เพียงก้าวหน้ารวดเร็วแต่ยังสามารถก้าวข้ามระดับออร่าขึ้นสู่ขั้น 3ได้สำเร็จแล้ว ซึ่งในตอนนี้ท่านลอร์ดกำลังสอนกระบวนท่าประจำตระกูลให้กับเขา”

     

            ประโยคนั้นจบลงและเป็๲ครั้งแรกที่ไม่มีใครขยับ ไม่ใช่เพราะไม่เข้าใจ แต่เพราะเข้าใจดีเกินไปโคมเวทเหนือศีรษะสั่นไหวแ๶่๥เบา เปลวแสงบิดเบี้ยวไปชั่วขณะแม้แต่พลังเวทเองยังสั่นไหว เหมือนไม่อาจนิ่งเฉยต่อความหมายของมันได้

     

            ปัง!

     

            เสียงตบโต๊ะดังลั่นขึ้นความโกรธฉายชัดในแววตาของผู้ที่กระทำเมื่อสักครู่

     

            “กระทำการโดยไม่ปรึกษาพวกข้าคิดว่าเป็๲ผู้นำตระกูลแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ”

     

            “ท่านกำลังข้ามเส้น”เสียงของสตรีดังขึ้น แ๶่๥เรียบ แต่แฝงอำนาจจนไม่มีใครกล้าเอ่ยแทรก

     

            ชายชราผู้นั้นหน้าถอดสี “ขะขออภัยนายหญิง ตะ แต่ว่า-”

     

            ความกดดันอันมหาศาลกดทับร่างของชายชราจนต้องหุบปากสนิทไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดขึ้นมาอีก

     

            หนึ่งในผู้บัญชาการวางมือบนด้ามดาบ“ฟังดูเกินจริงไปหน่อยหรือไม่ สำหรับคนที่ยังไม่ได้รับตราอัศวิน”

     

            เอเมอร์หันไปมองทันที สายตาไม่หลบ

     

            “หากเข้ารับการทดสอบข้าเชื่อว่าเขาทำได้แน่ขอรับ”

     

            “ข้าชักอยากเห็นแล้วสิส่งเขามาให้ข้าเถอะ” ผู้บัญชาการคนนั้นกล่าวอีกครั้ง

     

            “…” เงาหัวโต๊ะนิ่งเงียบ

     

            ไม่มีใครพูดทันทีโคมเวทในห้องเหมือนสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อความเงียบลากยาว

     

            ผู้เฒ่าอีกคนเอ่ยขึ้นช้าๆ“เขารู้หรือไม่ ว่ากำลังถูกจับตามอง”

     

            เอเมอร์นิ่งไปแค่เสี้ยววินาที ก่อนตอบ“รู้ขอรับ”

     

            “ช่างน่าสนใจ…เขาล่วงรู้ตัวตนของเ๽้าแล้วหรือยัง”

     

            “อาจเพียงเคลือบแคลงแต่ระหว่างข้ากับนายน้อยยังมีบางสิ่งกั้นอยู่” เอเมอร์กล่าวตามความคิดเห็นของตน

     

            ประโยคนั้นทำให้บางคนในห้องเริ่มเปลี่ยนท่าทางไม่ใช่เพราะความสงสัยแล้ว แต่เป็๲การประเมินใหม่

     

            เอเมอร์สูดลมหายใจเบาๆก่อนปิดท้ายรายงาน

     

            “ข้าขอทำตามหน้าที่ต่อ”

     

            “แน่ใจหรือ ว่าเ๽้าทำได้”เสียงสตรีคนเดิมกล่าว

     

            “ขอรับหากปล่อยให้นายน้อยเติบโตโดยไร้การกำหนดทิศทาง สิ่งที่ลาเมทัสจะได้อาจไม่ใช่เพียงอัศวินอีกผู้หนึ่ง”

     

            เขาหยุดชั่วครู่สายตากวาดมองคนทั้งห้องทีละคน

     

            “และเมื่อถึงตอนนั้น…”เอเมอร์หยุดจังหวะพูดลง

     

            “สิ่งที่พวกท่านคิดว่าควบคุมได้อาจเป็๲ฝ่ายกำหนดชะตากรรมของพวกท่านแทนแล้ว”

     

            คำสุดท้ายตกลงมาเหมือนคมมีดและในห้องประชุมที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจของชนชั้นสูงตอนนี้กลับมีเพียงความเงียบที่หนักกว่าเดิมเหมือนทุกคนกำลังถามตัวเองโดยไม่เอ่ยออกมา

     

            หาทางควบคุมเขาหรือควรเตรียมพร้อมรับมือกับโลกที่กำลังจะเปลี่ยนไปกันแน่

     

            ‘หวังว่าวิธีนี้…จะช่วยนายน้อยได้บ้างนะขอรับ’ความสั่นคลอนภายในดวงตาของเอเมอร์ส่งไปยังหญิงสาวคนเดิม เธอเพียงพยักหน้าแล้วปิดการประชุมโดยไม่แสดงอารมณ์ใด