โจเวลยืนอยู่กลางลานแห่งคมดาบดาบใหญ่ในมือยังดูไม่คุ้นเคยนัก น้ำหนักของมันกดทับลงบนแขนทั้งสองข้างคล้ายกำลังทดสอบว่าเขาคู่ควรจะเป็ผู้ถือหรือไม่
แสงแดดยามเช้าสาดกระทบคมดาบจนสะท้อนเป็ประกายวูบวาบลมอ่อนพัดผ่าน พาเอาฝุ่นทรายลอยขึ้นบางเบา ดุจม่านบางที่ปกคลุมสนามฝึกไว้
“หนักกว่าที่คิด”
เขาพึมพำเบา ก่อนจะกำด้ามดาบแน่นขึ้นนิ้วมือยังไม่ชินกับผิวหยาบของหนังพันด้ามความเย็นของเหล็กซึมผ่านฝ่ามือขึ้นมาถึงแขน
รอบลานเต็มไปด้วยร่องรอยการปะทะรอยฟันของดาบบนเสาไม้ หุ่นฝึกที่ถูกกระแทกจนเอียงเสียงเชือกเสียดสีกันเอี๊ยดอ๊าดดังแ่ทุกอย่างบอกเล่าถึงความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นที่นี่
“สิ่งแรกที่ข้าจะสอน…ลมหายใจแห่งคมดาบ”
เสียงเรียบนิ่งดังขึ้นจากปลายลาน
ดยุกเฮนรี่ยืนกอดอกอยู่ตรงนั้นสายตาไม่ได้มองโจเวล แต่ทอดไปยังท้องฟ้ายามเช้าที่มีสายหมอกเคลื่อนผ่านราวกับทุกสิ่งรอบตัวไม่จำเป็ต้องเร่งรีบ
[ เส้นทางแห่งผู้เหนือราชันถูกกระตุ้น ]
“วางดาบลง” คำสั่งสั้นกระชับแต่หนักแน่น
โจเวลเลิกคิ้วเล็กน้อยทว่าก็ทำตามโดยไม่โต้แย้ง ดาบใหญ่ถูกปักลงตรงหน้า
ทึบ…
เสียงโลหะกระทบเข้ากับพื้นหินแข็ง
“เ้าคิดว่าดาบมันหนักหรือกำลังแขนของเ้าไม่พอ”
“ทั้งสองอย่างขอรับ”
เฮนรี่ส่ายหน้า
“ผิดทั้งคู่”
เขาหันกลับมา สายตาคมกริบกดลงมาที่โจเวลก่อนจะก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว
เพียงก้าวเดียวแรงกดดันกลับถาโถมเข้ามาอย่างชัดเจน จนโจเวลเผลอกลั้นหายใจ
“มันอยู่ที่ลมหายใจ”
ความเงียบกดทับลงมาชั่วขณะ
“เพลงดาบของเ้า แม้จะดูไม่เลวแต่มันบังคับร่างกายให้แบกรับภาระที่หนักเกินจำเป็”
น้ำเสียงยังคงเรียบ แต่คำพูดกลับเฉียบคม
“เป็แบบนั้นสินะ”
“เ้าจะใช้มันได้ไม่นาน แล้วก็พัง”
[ ทักษะ : หัวใจแห่งผู้ท้าทายเปิดใช้งาน ]
โจเวลไม่โต้เถียงเขารู้ดีว่ามันคือความจริง กล้ามเนื้อที่ยังระบมในตอนนี้เป็หลักฐานชัดเจนทุกครั้งที่ใช้เพลงดาบ เขาเหมือนเผาผลาญตัวเองเพื่อแลกกับพลังเพียงชั่วครู่
“หลับตา” คำสั่งมาอีกครั้ง
เปลือกตาปิดลง โลกทั้งใบพลันเงียบงัน
“หายใจเข้า…ช้า”
เสียงของผู้เป็พ่อทุ้มต่ำและสม่ำเสมอราวกับจังหวะกลองที่ไม่มีวันคลาดเคลื่อน
โจเวลสูดลมหายใจเข้าอากาศเย็นไหลผ่านปลายจมูก ลึกลงไปจนเต็มปอด ช้ากว่าที่เคย นิ่งกว่าที่เป็
“อย่าเร่ง ปล่อยให้ลมไหลไม่ใช่ดึงมันเข้า”
เขาทำตามครั้งนี้เขารับรู้ถึงการไหลของลมหายใจอย่างแท้จริง
“ค้างไว้”
หัวใจค่อยๆ เต้นช้าลง
“แล้วปล่อยออกให้หมด”
ลมหายใจถูกปล่อยออกยาวความตึงเครียดในร่างกายเหมือนถูกชะล้างออกไปพร้อมกัน
“อีกครั้ง”
โจเวลทำซ้ำ ครั้งนี้นิ่งกว่าเดิมร่างกายเริ่มเบาขึ้นอย่างประหลาด
[ ทักษะพื้นฐาน : ลมหายใจแห่งคมดาบถูกบันทึกเข้าสู่ระบบ ]
[ ระดับความเข้าใจ : ขั้นต้น ]
“จำจังหวะนี้ไว้”
เสียงของเฮนรี่ดังขึ้นใกล้กว่าที่คิดจนโจเวลไม่รู้ตัวว่าอีกฝ่ายเข้ามาประชิดั้แ่เมื่อใด
“หายใจเข้า คือการรวมพลัง ค้างไว้คือการควบคุม หายใจออก คือการปลดปล่อย”
เงียบไปครู่หนึ่ง
จังหวะลมหายใจที่เพิ่งเรียนรู้ยังคงวนซ้ำอยู่ในร่างกายเหมือนบางอย่างกำลังจัดระเบียบตัวเองใหม่
“ทุกการฟันของเ้าต้องเกิดขึ้นตอนหายใจออก”
โจเวลลืมตาขึ้นช้าๆมือเอื้อมไปจับด้ามดาบอีกครั้ง
เขาหายใจเข้า ค้างไว้ และฟัน
ฟึ่บ!
คมดาบพุ่งออกไปพร้อมลมหายใจที่ปล่อยออกเสียงแหวกอากาศดังขึ้นอย่างคมชัดและมั่นคงกว่าครั้งไหน
ดยุกเฮนรี่ยังคงยืนนิ่ง เขาไม่ยิ้มแต่พยักหน้าพึงพอใจ
“ทำเช่นนั้นทุกเช้าพันครั้ง”
คำสั่งถูกทิ้งลงมาอย่างเรียบเฉย
“เมื่อเ้าฟาดฟันได้โดยไม่ต้องคิดข้าจะสอนขั้นต่อไป”
โจเวลก้มศีรษะ
“รับทราบขอรับ”
เฮนรี่หันหลังเดินออกจากลานฝึกโดยไม่รีรอ ก่อนจะหายไป เขาทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียว
“ห้ามใช้ออร่า”
เสียงนั้นไม่ได้ดังแต่กลับหนักแน่นพอจะทำให้อากาศรอบตัวเย็นลง
โจเวลยืนนิ่งอยู่กับที่มือยังจับดาบแน่น คำสั่งนั้นไม่ต่างจากการตัดทุกทางลัดทิ้งไป
ลมหายใจที่เพิ่งสงบลง สั่นไหวอีกครั้งเขามองดาบในมือ ก่อนจะถอนหายใจยาว
[ ภารกิจพิเศษ :การสืบทอดกระบวนท่าตระกูล ]
[ ไม่สามารถปฏิเสธได้ ]
[ เป้าหมายภารกิจ ]
[ ฟาดฟันดาบโดยประสานลมหายใจให้สมบูรณ์]
[ จำนวน : 0 / 1000 ครั้ง ]
[ เวลาคงเหลือ : 05 : 59 : 55 ]
[ รางวัลตอบแทน ]
[ ทักษะดาบประจำตระกูลลาเมทัส : ชั้นต้น (กระบวนท่าที่ 1 – 3 ) ]
[ บทลงโทษเมื่อล้มเหลว ]
[ สภาวะ สั่นคลอน จะถูกติดตั้งเป็เวลา 72 ชั่วโมง ]
[ลดประสิทธิภาพการใช้ออร่าและการควบคุมร่างกายลงอย่างมาก ]
[กล้ามเนื้อแขนทั้งสองข้างฉีกขาดชั่วคราว ]
[ ความชำนาญดาบใหญ่ลดลง 1 ระดับ ]
…
“เอาแล้วไง ไม่สำเร็จนี่งานหยาบเลยพันครั้ง…”
คำบ่นแ่เบาถูกลมพัดกลืนหายเขาปักปลายดาบลงอีกครั้ง
หลับตา
สูดลมหายใจเข้าเชื่องช้าอากาศยามเช้ายังเย็น แต่ครั้งนี้เขาเริ่มจับจังหวะได้เร็วขึ้นเล็กน้อย
ค้างไว้
แล้วปล่อยออก…
มือเอื้อมไปจับด้ามดาบอีกครั้งยกขึ้นและฟัน
ฟึ่บ!
เสียงคมดาบแหวกอากาศดังขึ้นสั้นแต่ลึกไม่มีแรงสะบัด ไม่มีแรงฝืน ดาบไม่ได้ถูกเหวี่ยงออกไป มันไหลออกไปตามลมหายใจ
โจเวลชะงัก ไม่ใช่เพราะใแต่เพราะร่างกายของเขาไม่ต่อต้านอีกต่อไปไม่เหมือนแรงฟาดที่เคยฉีกกล้ามเนื้อของเขาในวันนั้นแม้แต่น้อย
“เบาขึ้นเยอะ”
แรงสะท้อนที่ไหลย้อนกลับมาตามแขนยังคงมีอยู่แต่เบากว่าเดิม เขายกยิ้มมุมปากแล้วเริ่มการนับในใจ
[ จำนวน : 1 / 1000 ครั้ง ]
“6 ชั่วโมงสินะ เอาเว้ย!”
ลานฝึกว่างเปล่า ไร้ผู้เฝ้ามองแต่ทุกการฟันยังคงถูกจดจำ และในมุมหนึ่งของกำแพงหินเงาของใครบางคนยืนพิงอยู่เงียบๆ เพียงเฝ้ามองจังหวะลมหายใจของคมดาบนั้นต่อไป
“เพียงแค่ปรับลมหายใจก็เปลี่ยนจังหวะของเด็กคนนั้นได้ถึงเพียงนี้”
เสียงพึมพำแ่เบาแทบกลืนไปกับลม
“ถ้าเป็เช่นนี้ต่อไป…”
เงานั้นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ
“ลาเมทัสคงสามารถก้าวข้ามโชคชะตาไปได้ถ้าไม่มีใคร…บิดเบือนโชคชะตานั้นเสียก่อน”
…
ห้องประชุมชั้นในสุดของปราสาทลาเมทัสถูกผนึกด้วยประตูเหล็กหนาหลายชั้นแยกขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
แสงจากโคมเวทลอยตัวส่องลงบนโต๊ะหินขัดสีเข้มเผยให้เห็นเงาร่างของเหล่าชนชั้นสูงที่นั่งเรียงอย่างเป็ระเบียบบ้างคือขุนนางผู้ครองดินแดน บ้างคือผู้บัญชาการหน่วยอัศวินและบางคนคือผู้เฒ่าที่ไม่เคยออกจากปราสาทแห่งนี้มานานหลายปี
บรรยากาศในห้องหนักอึ้งอากาศเหมือนถูกบีบอัดจนแน่น
“รายงานจากแนวหน้า” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น“เอเมอร์”
ทันใดนั้น ประตูด้านข้างเปิดออก
เอเมอร์ก้าวเข้ามาเสื้อคลุมของเขามีรอยฝุ่นจากการเดินทาง ดวงตายังนิ่งแต่ใต้ความนิ่งนั้นมีความล้าแฝงอยู่ เขาหยุดที่กลางห้อง วางมือขวาทาบอกตามพิธีแล้วค่อยๆ โค้งศีรษะอย่างไม่ต่ำไม่สูงเกินไปพอดีสำหรับผู้ที่รู้ว่าตนเองยืนอยู่ต่อหน้ากลุ่มคนที่สามารถกำหนดทิศทางของา
“ขออนุญาตรายงาน สถานการณ์ของ โจเวลลาเมทัส”
ชื่อที่ถูกเอ่ยออกมาทำให้บางคนในห้องขยับเล็กน้อย
ผู้เฒ่าฝั่งซ้ายเคาะนิ้วกับโต๊ะ“เด็กคนนั้นอีกแล้วหรือ”
เอเมอร์ไม่ตอบทันที เขาเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังจัดระเบียบสิ่งที่เห็นกับตาตัวเอง
“เขาไม่ใช่เด็กคนนั้นอีกต่อไปแล้วขอรับ”
ความเงียบตกลงมาในทันทีเอเมอร์เงยหน้าประสานสายตากับหัวโต๊ะที่มีเงาหนึ่งนั่งอยู่ สายตาแน่วแน่ขึ้น
“จากการประเมินสนามฝึกและเหตุปะทะล่าสุดบุตรชายคนโตของท่านดยุกแสดงศักยภาพเกินกว่าขีดจำกัดเท่าที่เคยมีมาของเขาไม่เพียงควบคุมดาบใหญ่ได้คล่องแคล่วแต่ยังสามารถปรับจังหวะการเคลื่อนไหวให้สอดคล้องกับการโจมตีได้ วิธีการต่อสู้ของเขาช่างแปลกใหม่ แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับลงตัวราวกับเขารู้จังหวะของดาบอยู่แล้ว”
เสียงกระซิบเริ่มดังประสานกันรอบห้อง
ขุนนางคนหนึ่งเอนตัวไปข้างหน้า“เ้ากำลังบอกว่า เขาก้าวหน้าเกินกว่าที่พวกเราคาดไว้งั้นหรือ”
เอเมอร์พยักหน้า
“ขอรับ ไม่เพียงก้าวหน้ารวดเร็วแต่ยังสามารถก้าวข้ามระดับออร่าขึ้นสู่ขั้น 3ได้สำเร็จแล้ว ซึ่งในตอนนี้ท่านลอร์ดกำลังสอนกระบวนท่าประจำตระกูลให้กับเขา”
ประโยคนั้นจบลงและเป็ครั้งแรกที่ไม่มีใครขยับ ไม่ใช่เพราะไม่เข้าใจ แต่เพราะเข้าใจดีเกินไปโคมเวทเหนือศีรษะสั่นไหวแ่เบา เปลวแสงบิดเบี้ยวไปชั่วขณะแม้แต่พลังเวทเองยังสั่นไหว เหมือนไม่อาจนิ่งเฉยต่อความหมายของมันได้
ปัง!
เสียงตบโต๊ะดังลั่นขึ้นความโกรธฉายชัดในแววตาของผู้ที่กระทำเมื่อสักครู่
“กระทำการโดยไม่ปรึกษาพวกข้าคิดว่าเป็ผู้นำตระกูลแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ”
“ท่านกำลังข้ามเส้น”เสียงของสตรีดังขึ้น แ่เรียบ แต่แฝงอำนาจจนไม่มีใครกล้าเอ่ยแทรก
ชายชราผู้นั้นหน้าถอดสี “ขะขออภัยนายหญิง ตะ แต่ว่า-”
ความกดดันอันมหาศาลกดทับร่างของชายชราจนต้องหุบปากสนิทไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดขึ้นมาอีก
หนึ่งในผู้บัญชาการวางมือบนด้ามดาบ“ฟังดูเกินจริงไปหน่อยหรือไม่ สำหรับคนที่ยังไม่ได้รับตราอัศวิน”
เอเมอร์หันไปมองทันที สายตาไม่หลบ
“หากเข้ารับการทดสอบข้าเชื่อว่าเขาทำได้แน่ขอรับ”
“ข้าชักอยากเห็นแล้วสิส่งเขามาให้ข้าเถอะ” ผู้บัญชาการคนนั้นกล่าวอีกครั้ง
“…” เงาหัวโต๊ะนิ่งเงียบ
ไม่มีใครพูดทันทีโคมเวทในห้องเหมือนสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อความเงียบลากยาว
ผู้เฒ่าอีกคนเอ่ยขึ้นช้าๆ“เขารู้หรือไม่ ว่ากำลังถูกจับตามอง”
เอเมอร์นิ่งไปแค่เสี้ยววินาที ก่อนตอบ“รู้ขอรับ”
“ช่างน่าสนใจ…เขาล่วงรู้ตัวตนของเ้าแล้วหรือยัง”
“อาจเพียงเคลือบแคลงแต่ระหว่างข้ากับนายน้อยยังมีบางสิ่งกั้นอยู่” เอเมอร์กล่าวตามความคิดเห็นของตน
ประโยคนั้นทำให้บางคนในห้องเริ่มเปลี่ยนท่าทางไม่ใช่เพราะความสงสัยแล้ว แต่เป็การประเมินใหม่
เอเมอร์สูดลมหายใจเบาๆก่อนปิดท้ายรายงาน
“ข้าขอทำตามหน้าที่ต่อ”
“แน่ใจหรือ ว่าเ้าทำได้”เสียงสตรีคนเดิมกล่าว
“ขอรับหากปล่อยให้นายน้อยเติบโตโดยไร้การกำหนดทิศทาง สิ่งที่ลาเมทัสจะได้อาจไม่ใช่เพียงอัศวินอีกผู้หนึ่ง”
เขาหยุดชั่วครู่สายตากวาดมองคนทั้งห้องทีละคน
“และเมื่อถึงตอนนั้น…”เอเมอร์หยุดจังหวะพูดลง
“สิ่งที่พวกท่านคิดว่าควบคุมได้อาจเป็ฝ่ายกำหนดชะตากรรมของพวกท่านแทนแล้ว”
คำสุดท้ายตกลงมาเหมือนคมมีดและในห้องประชุมที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจของชนชั้นสูงตอนนี้กลับมีเพียงความเงียบที่หนักกว่าเดิมเหมือนทุกคนกำลังถามตัวเองโดยไม่เอ่ยออกมา
หาทางควบคุมเขาหรือควรเตรียมพร้อมรับมือกับโลกที่กำลังจะเปลี่ยนไปกันแน่
‘หวังว่าวิธีนี้…จะช่วยนายน้อยได้บ้างนะขอรับ’ความสั่นคลอนภายในดวงตาของเอเมอร์ส่งไปยังหญิงสาวคนเดิม เธอเพียงพยักหน้าแล้วปิดการประชุมโดยไม่แสดงอารมณ์ใด