เว่ยเมิ่งตาโตมองรถม้าศึกด้วยสีหน้าตื่นเต้นชายหนุ่มรีบขึ้นไป ในขณะที่เสวี่ยฟางกลับมีสีหน้าแปลกๆ เดินขึ้นไปช้าๆ เทพีแห่งชัยชนะสะบัดเชือกรถม้าศึกเริ่มออกควบวิ่งขึ้นไปบนฟ้า ท่ามกลางสายตาเป็ประกายของเว่ยเมิ่ง
เว่ยเมิ่งมองทิวทัศน์จากบนฟ้า เขาได้ยินจากเทพีสาวว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ชั้นกลางของูเาโอลิมปัสอย่างไรก็ตามชายหนุ่มกลับไม่คิดว่ามันเหมือนูเาเลยซักนิดมันเหมือนกับที่นี่เป็พื้นแผ่นดินที่กว้างใหญ่ซะมากกว่า
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเพลิดเพลินกับการชมทิวทัศน์เสียงของเสวี่ยฟางก็ดังขึ้นถามเทพี
“จริงสิองค์เทพีพวกข้ายังไม่ได้ถามท่านเลยว่าจะให้พวกเราอาศัยอยู่ที่นี่อย่างไรจะให้อยู่ที่วิหารของท่านไปเรื่อยๆอย่างงั้นหรือ?” เสวี่ยฟางถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
“พวกเ้าจะอาศัยอยู่ในวิหารต่อไปก็ได้ข้าไม่ได้ว่าอะไรหรอกส่วนถ้าเ้ากำลังมองหาที่อยู่อาศัยไว้รองรับกับคนของเ้า ใต้หน้าผาของวิหารของข้ามีที่โล่งกว้างอยู่พวกเ้าจะไปร้างที่อยู่อาศัยที่นั้นก็ได้” เทพีสาวตอบข้อสงสัยของเสวี่ยฟาง
“แล้วมันจะมีปัญหาอย่างอื่นตามมาหรือไม่ อย่าง....เอ่อเช่นอยู่ๆมีเ้าถิ่นมาไล่ที่พวกข้าอะไรอย่างนี้”
“ไม่ต้องห่วงไป ที่แห่งนี้คืออาณาเขตของข้าและข้าก็เป็คนอนุญาตเองหากยังมีผู้ใดมีปัญหาก็เท่ากับหาเื่กับข้า”เทพีสาวตอบง่ายๆแต่ดวงตาของนางคล้ายแฝงไว้ด้วยความมั่นใจและหยิ่งทระนง
“งั้นแสดงว่าตอนนี้พวกเรามีฐานะเป็คนของท่านอย่างั้นหรือ?”
“ก็....ประมาณนั้น”
เว่ยเมิ่งที่ฟังเงียบๆมาตลอด อยู่ก็หันไปถามเทพีสาว“องค์เทพี....ท่านแน่ใจเราพวกอยู่บนูเาจริงๆ ข้าดูยังไงที่นี่มันก็พื้นแผ่นดินดีๆนี่เอง”เว่ยเมิ่งเกาหัวอย่างสงสัย
เทพีแห่งชัยชนะพูดโดยไม่หันมามอง “ูเาโอลิมปัสแม้มีนามเป็ูเาแต่เ้าก็ไม่อาจใช้ตรรกะของมนุษย์มาใช้ไดู้เาโอลิมปัสถูกแบ่งเป็สามส่วนหลักๆ คือยอดเขา ่กลางเขา และตีนเขาทุก่ของูเาจะมีพื้นที่ราวๆ.....อืม เท่ากับโลกใบหนึ่งเห็นจะได้”
“ยอดเขาสำหรับสิบสองเทพสูงสุด ่กลางเขสำหรับทวยเทพที่มีศักดิ์รองลงมาเช่นข้าและตีนเขาสำหรับพวกมนุษย์.....ข้าเปลี่ยนใจแล้วข้าว่าข้าพาพวกเ้าไปที่เมืองของพวกมนุษย์น่าจะดีกว่า” เทพีสาวครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะเปลี่ยนความคิด
“เมืองมนุษย์ในูเาโอลิสปัสแบ่งเป็สามส่วนใหญ่ๆข้าคิดว่าพวกเ้าน่าจะเคยผ่านหูมาบ้าง เอเธนส์ สปาร์ต้า ธีบส์ วันนี้พวกเราจะไปเมืองเอเธนส์กัน”เทพีแห่งชัยชนะขยับสะบัดเชือกควบรถมาศึกบินไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งสามตอนนี้มาถึงเมืองเอเธนส์เรียบร้อยแล้วเทพีสาวเสกชุดคลุมยาวให้พวกเขา “ดึงดึงมาคลุมหัวของเ้าไว้ซะ หน้าตาของพวกเ้ามันผิดจากคนแถวนี้ไปหน่อย”
หนึ่งเทพ สองพี่น้องเดินเล่นไปยังตามทางแห่งกรุงเอเธนส์ คนดูจะตื้นตาตื้นใจมากที่สุดคงจะเป็เว่ยเมิ่งชายหนุ่มมองดูวิถีชีวิตที่แตกต่าง ผู้คนที่แตกต่าง กลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคยทำให้ดวงตาของชายหนุ่มส่องประกายราวกลับเด็กน้อยเจอของเล่นใหม่
ปล่อยให้ชายหนุ่มออกไปเดินเล่นดูนั้นนี่หนึ่งสตรีเทพ หนึ่งพี่สาวเดินรั้งท้าย เทพีสาวเหลือบมองเสวี่ยฟาง “เ้าไม่ไปชื่นชมสิ่งต่างๆซักหน่อยหรือ?มีไม่บ่อยนักหรอกนะที่จะมีมนุษย์ทั่วไปในโลกของเ้าจะได้กลับมาััชีวิตสมัยก่อนแบบนี้”
“เสียใจด้วย ตอนข้าอยู่โลกเก่าข้าไปมาหมดแล้วละวิถีชีวิตของที่นี่ก็ไม่ได้ต่างจากนิทรรศการเมืองโบราณ ที่ข้าเคยไปที่กรีกซักเท่าไรหรอก”เสวี่ยฟางยักไหล่ เหมือนบอกว่าไม่ได้ตื้นเต้นเลยซักนิด
“ทว่าตอนนี้ข้ากำลังคิดว่าตอนนี้ท่าน้าอะไรจากเราหรือให้เราอยู่ที่นี่เพื่ออะไรต่างหาก?” เสวี่ยฟางยังไม่ล้มเลกความตั้งใจในการเค้นข้อมูลสายตาคมกริบเหลือบมองไปยังร่างของเทพีสาว
เทพีแห่งชัยชนะนิ่งเงียบพลางคิดในใจ ‘ข้าเองก็ยังไม่รู้เลยว่าข้าจะได้อะไรกับพวกเ้า.....’ ทันใดนั้นเหมือนมีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว เทพีสาวในที่สุดก็เอ่ยปาก “เช่นนั้นหากข้ามีเป้าหมายก็พอสินะ?”
“หา?”
เทพีสาวไม่สนใจเสวี่ยฟาง นางหันไปมองเว่ยเมิ่งที่เดินเดินเรื่อยเปื้อยไปไกลนางทำท่าคว้าจับไปทางชายหนุ่ม เว่ยเมิ่งรู้สึกคล้ายมีพลังบ้างอย่างฉุดร่างของตน พริบตาร่างของเขาก็ไปโผล่อยู่ใกล้ๆเทพีสาวแล้ว
“ข้ามีงานให้เ้าทำ” เทพีสาวพูดง่ายๆ
เทพีสาวเดินนำพวกเขามายังวิหารแห่งหนึ่งคราวนี้แม้แต่เสวี่ยฟางก็ยังตกตะลึง วิหารหินอ่อนขนาดใหญ่มหึมาถูกแกะสลักอย่างประณีตกลิ่นอายแห่งความยิ่งใหญ่แผ่กระจายออก จนแม้แต่เสวี่ยฟางก็ยังกลืนน้ำลายอย่างเหนียวคอ
เทพีสาวเดินนำพวกเขาขึ้นบันไดยาวไปสู่วิหารเสาหินอ่อนตั้งไว้ข้างๆตามทางขึ้นช่วยขับความยิ่งใหญ่ของวิหารนี้ขึ้นไป ทั้งสามเดินไปจนถึงหน้าทางเข้าที่มีนักรบท่าทางองอาจในชุดเกาะกรีกโบราณเฝ้าอยู่
นักรบเ่าั้คล้ายรู้ว่าสตรีที่เดินมาเป็ผู้ใดพวกมันคุกเข่าก้มหัวลงเงียบเป็การเปิดทาง ร่างทั้งสามเดินเข้าในวิหารซึ่งภายในก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าภายนอก
สิ่งของต่างๆและเครื่องประดับตกแต่งทุกชิ้นหากไม่ประกอบขึ้นจากทองคำก็ล้วนทำมาจากวัสดุที่ไม่ด้อยค่ากว่ากันเลยเว่ยเมิ่งยังไม่ได้ทันซึมซับความยิ่งใหญ่ เบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏสตรีนางหนึ่ง นางมีเรือนผมสีน้ำตาลยาวเข้ารูปกับใบหน้าแบบตะวันตกที่งดงามไม่แพ้สตรีใดในความทรงจำของเว่ยเมิ่ง แต่ที่ทำให้นางดูโดดเด่นที่สุดก็คือดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยปัญญา
“อะไรนำเ้ามาที่วิหารของข้าได้เล่า ไนกี้”สตรีงามเอ่ยยิ้มๆ
“อาเธน่า”เทพีแห่งชัยชนะพยักหน้าทักทายหนึ่งในสิบสองเทพสูงสุดแห่งโอลิมปัส
เสวี่ยฟางตัวแข็งค้างไปนางมีความมีความรู้สึกแปลกๆั้แ่เห็นรูปทรงวิหารที่ดูคุ้นเคยแล้วไม่ผิดแน่นี่วิหารนี่คือหนึ่งในมรดกที่สำคัญของโลกเก่านาง วิหารโบราณพาร์เธนอน และเบื้องหน้าของนางก็คือทวยเทพที่มีบทบาทมากมายในโลกเก่าของนางเทพีแห่งปัญญาและา อาเธน่า
“ข้าได้ข่าวว่าท่านพ่ายในาของพวกมนุษย์ให้กับอาเรสนั้นเป็เื่จริง?” เทพีแห่งชัยชนะเอ่ยด้วยท่าทีสงสัย
เทพีแห่งปัญญาและาหรี่ตาลงเหมือนนึกถึงความพ่ายแพ้ที่ไม่ควรจะเกิดนางยิ้มจางๆก่อนเอ่ยตอบ “ใช่ ข้าพ่ายแพ้ให้กับมันจริง..........ข้านึกไม่ถึงมาก่อนว่ามันจะยอมเสียศักดิ์ศรีของมันลดตัวไปขอความช่วยเหลือจากเทพต่างแดนเพื่อขอยืมวีรชนมาใช้ต่อกรกับข้า”เทพีอาเธน่ายิ้มขำเบาๆ
“ว่าแต่ที่เ้ามาที่นี่คงใช่เพราะมาถามเื่นี้เื่เดียวหรอกกระมั่ง?” เทพีแห่งปัญญาเอ่ยพลางเหลือบไปมองสองร่างมนุษย์ที่อยู่ข้าหลังเทพีแห่งชัยชนะ
เว่ยเมิ่งและเสวี่ยฟางคล้ายรู้สึกเหมือนสายตาของเทพีตรงหน้าจะกวาดมองทะลุไปถึงก้นบึงของจิตใจราวกับว่าไม่มีความลับใดๆปิดบังนางได้
“ข้ามาเสนอความช่วยเหลืออย่างไงล่ะ”เทพีแห่งชัยฃนะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบเทพีอาเธน่าได้ยินเช่นนั้นด้วยสติปัญญาของนางก็สามารถเข้าใจได้ทันทีนางหันไปดูเว่ยเมิ่งที่ทำสีหน้างุนงง
“เ้ามั่นใจ?” อาเธน่าถามด้วยรอยยิ้ม
“ข้าเคยพ่ายแพ้หรือไม่?” เทพีแห่งชัยชนะไม่ตอบแต่กลับเอ่ยถามแทน
“ในความทรงจำของข้า......ไม่มีถ้าเช่นนั้นก็ต้องรบกวนเ้าแล้ว” เทพีแห่งปัญญาเอ่ย
เทพีแห่งชัยชนะหันไปมองชายหนุ่มผู้ถูกเคออสประทับตาโดยไม่สนใจท่าทีงุนงงของมัน นางกล่าว “ในนามของข้าเทพีแห่งชัยชนะไนกี้ข้าขอสั่งการเ้า...ตงฟางเว่ยเมิ่งจงเข้าร่วมกองทัพของอาเธน่าและคว้าชัยมาให้นางให้ได้!” นางพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ห่ะ!?”เว่ยเมิ่งอ้าปากค้าง