หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็พาศิษย์จำนวน12คนที่สอบผ่านเข้าไปในห้องโถงมีปรจารย์จากยอดเขาต่างๆนั้งอยู่เพื่อเลือกศิษย์ที่มีพร์จางเย่ปิดกั้นพร์ชองตัวเองให้เป็เหมือนคนธรรมดาเพื่อที่จะไม่ได้สดุดตาเขาเป็คนจากโลกอื่นเมื่อ1แสนล้านปีที่แล้วได้รับระบบฝึกฝนจนเรียนรู้จากระบบหมดสิ้นจนระบบไม่มีอะไรจะสอนแก่เขาแล้วเขาฆ่าอสูร สังหารมาร ปะาเซียน จัดการเทพ ฆ่าัที่แท้จริงง่ายๆราวพลิกฝ่ามือเขาคนเดียวจัดการมาหมดทุกยุคเพราะฉะนั้นในยุคนี้เขาจึงเบื่อชีวิตแบบนั้นเลยอยากลองเป็คนธรรมดาดูเพื่อนๆเขาถูกเลือกไปทั้งหมดมีแต่คนมีพร์ส่วนเขาเป็คนไร้พร์ไม่ถูกเลือกจางเย่อดที่จะดูถูกสำนักเซียน์ในยุคนี้ไม่ได้ปรมจารย์ยุคนี้มีตาแต่หามีแววไม่เขาเป็อาจารย์ของเหล่าเทพเซียนบรรรพกาลตัวตนะทั้งหลายเขาไม่เคยเลือกที่พร์อัจฉริยะเขาเลือกที่ความมุ่งมั่นเป็หลักศิษย์ที่เขาเคยสอนเมื่อแสนล้านปีที่แล้วต่างก็มีฝีมือสะท้านดังก้องไปทั่ว3000โลกหลายล้านจักรวาลเป็ตัวตนที่มีพลังอำนาจมากเขาจึงคิดว่าที่สำนักเซียน์ถดถอยก็เพราะเหตุนี้แต่ขณะนั้นเองปรมารย์คนหนึ่งก็เลือกจางเย่ขึ้นมาเป็ศิษย์ของเขา
ท่ามกลางหุบเขาอันงดงามและเงียบสงบของ์เซียน จางเย่ ผู้ผ่านการทดสอบอันโหดหินเพื่อเข้าเป็ศิษย์ของสำนักเซียน์คนสุดท้าย ได้รับเลือกให้เป็ศิษย์ของปรมาจารย์เต๋าเสวียนยอดเมฆาม่วงผู้ไม่เอาไหน
ข่าวการเลือกศิษย์แพร่กระจายไปทั่วสำนักอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดเสียงซุบซิบและการคาดเดาต่างๆ
"เ้าเด็กคนนั้นโชคดีจริงๆ ที่ได้เป็ศิษย์ของปรมาจารย์เต๋าเสวียน" ศิษย์คนหนึ่งกล่าว "ท่านอาจารย์เป็ผู้ทรงภูมิปัญญายิ่ง"
"แต่ว่ากันว่าท่านอาจารย์ไม่เอาไหนและไม่สนใจสอนศิษย์" อีกคนแย้ง
"นั่นไม่เป็ไร" ศิษย์คนแรกกล่าว "แค่ได้อยู่ใกล้ท่านอาจารย์ก็ถือเป็เกียรติแล้ว"
ขณะที่ศิษย์ต่างพูดคุยกัน อาจารย์ต่างๆ ก็มารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่เพื่อหารือเกี่ยวกับการเลือกศิษย์
"ท่านอาจารย์เต๋าเสวียน" เ้าสำนักกล่าว "เหตุใดท่านจึงเลือกเด็กคนนั้นเป็ศิษย์"
"ข้าเห็นแววบางอย่างในตัวเขา" ปรมาจารย์เต๋าเสวียนกล่าว "แววแห่งความมุ่งมั่นและความกระหายที่จะเรียนรู้"
"แต่เขาไม่มีพร์" ปรมาจารย์อีกคนแย้ง "เขาไม่สามารถเทียบได้กับศิษย์คนอื่นๆ"
"พร์ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด" ปรมาจารย์เต๋าเสวียนกล่าว "ความมุ่งมั่นและความขยันต่างหากที่ทำให้คนเราประสบความสำเร็จ"เมื่อได้ยินคำกล่าวดังนั้นจางเย่ก็มองไปยังปรมาจารย์เต๋าเสวียนด้วยความชื่นชมเขาคิดว่าเ้ากนูเต๋าเสวียนมีอายุไม่ถึง5พันปีแต่ว่ากับดูบุคลิกของเขาออก
อาจารย์คนอื่นๆ ยังคงลังเล แต่พวกเขาก็เคารพในคำตัดสินของปรมาจารย์เต๋าเสวียน
หลังจากการประชุม จางเย่ก็ถูกนำตัวไปที่พักยอดเขาเมฆาม่วงของปรมาจารย์เต๋าเสวียน ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของสำนัก
"เ้าชื่อจางเย่ใช่ไหม" ปรมาจารย์เต๋าเสวียนถาม
"ใช่แล้ว ขอรับ" จางเย่ตอบ
"เ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงเลือกเ้าเป็ศิษย์"
"ไม่ขอรับ"
"ข้าเห็นแววแห่งความมุ่งมั่นและความกระหายที่จะเรียนรู้ในตัวเ้า" ปรมาจารย์เต๋าเสวียนกล่าว "เ้ามีศักยภาพที่จะเป็เซียนที่ยิ่งใหญ่"
"ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ ขอรับ" จางเย่กล่าว
"ดี" ปรมาจารย์เต๋าเสวียนกล่าว "แต่จงจำไว้ว่าเส้นทางแห่งเซียนนั้นยาวนานและยากลำบาก เ้าต้องเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายมากมาย"
"ข้าจะไม่ย่อท้อ ขอรับ" จางเย่กล่าว
ปรมาจารย์เต๋าเสวียนยิ้ม "ดีมาก"
จากนั้น ปรมาจารย์เต๋าเสวียนก็เริ่มสอนจางเย่เกี่ยวกับพื้นฐานของการฝึกเซียน รวมถึงวิธีการฝึกพลังปราณและการใช้คาถา
จางเย่เรียนรู้ได้อย่างช้าๆและแสดงให้เห็นถึงพร์ที่ซ่อนเร้นของเขา ปรมาจารย์เต๋าเสวียนพอใจกับความก้าวหน้าของเขาเป็อย่างมากเพราะในวันแรกจางเย่ก็สามารถเรียนพื้นฐานได้แล้วถึงแม้จะไม่เร็วเหมือนคนอื่นก็ตามเพราะการฝึกพื้นฐานเป็สิ่งที่
สำคัญสุดถ้าพื้นฐานไม่แน่นก็ยากที่จะก้าวหน้า