ลุคทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิใกล้กับสโลนทหารหน่วยนี้จะไม่สวมเครื่องแบบ ดังนั้นวันนี้ลุคจึงอยู่ในเสื้อเชิ้ตผ้าขนสัตว์สีน้ำเงินเข้ม กางเกงสีน้ำตาลอ่อนสวมรองเท้าบู๊ทครึ่งแข้งท่าทางเขาดูสบายอารมณ์เมื่อได้นั่งอยู่กับพื้นดินเช่นนี้
สโลนปรายตามองหน้าชายหนุ่มอยู่ สังเกตเห็นทุกอิริยาบถไม่ว่าจะเป็การขยับปีกหมวก ลูบขากางเกงที่มีรอยยับย่นท่าทางเขาเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับเธออยู่
“มีอะไรก็พูดออกมาเถอะ”สโลนเอ่ยขึ้นก่อน “ถ้ายังเคี้ยวอย่างหนักอยู่อย่างนี้คงกลืนลงท้องยากหน่อยละ”
ลุคกระแอมเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
“ผมก็...รับคำเชิญที่คุณบอกว่าให้มาเยี่ยมบ้างยังไงล่ะแต่ว่าก่อนจะมาถึงที่นี่ก็แวะเยี่ยมคริกเก็ตกับครีดมาแล้ว...เห็นคริกเก็ตบอกว่า...คุณกำลังมีปัญหา... ”
สโลนตัวแข็งไปทันทีคริกเก็ตกล้าดีอย่างไรจึงเปิดเผยเื่ส่วนตัวของเธอให้ลุคฟัง...! มันไม่ได้หมายความว่าลุคเป็บุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจที่จะเล่าเื่ส่วนตัวให้ฟัง...เขาเป็คนที่เชื่อถือไว้ใจได้แน่นอนแต่การเลือกที่จะเล่าให้ลุคฟังนั้นมันเป็เื่หนึ่งส่วนปัญหาที่เธอจะต้องแก้มันเป็เื่ที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
“มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณหรอกลุคคริกเก็ตก็พูดไปตามเื่”
“ผมเพียงแต่คิดว่า...”
“ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น...!ลืมเื่ที่คริกเก็ตเล่าให้ฟังเสียให้หมด สนใจแต่เื่ของคุณเถอะ”
ลุคอยากจะบอกให้สโลนรู้เหลือเกินว่านี่แหละที่มันเกี่ยวกับเขา แต่คิดว่าอีกไม่นานเธอก็คงจะได้รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร
“ผมเพียงแต่อยากจะบอกว่าถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ขอให้บอก...เท่านั้น”
สโลนถอนต้นหญ้าที่ขึ้นอยู่ตรงหน้าอย่างใจลอย
“ฉันยังไม่้าความช่วยเหลืออะไรทั้งสิ้น...ฉันสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง”
ลุคอดคิดในใจไม่ได้ว่าคำพูดของเธอชวนให้วังเวงใจอย่างไรบอกไม่ถูก แต่แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าริพเลี้ยงลูกให้รู้จักแก้ปัญหาด้วยตัวเองมาตลอดแม้แต่เบย์ซึ่งพูดจาด้วยน้ำเสียงแ่เบาก็ยังมีกำลังใจที่กล้าแข็งทั้งที่เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ในเผ่าโคมันเช่หลายปี
“ก็ได้ สโลน... ผมลืมมันหมดแล้วละ”เขาดึงหญ้าอ่อนขึ้นมาดูดน้ำหวานตรงโคน รอเวลาให้เธอสงบใจลงเสียก่อน
“ริพเป็ยังไงบ้างล่ะ?” เขาถามอย่างชวนคุยมากกว่า
“บ้าอย่างกับตัวต่อน่ะสิ” สโลนตอบ
“งั้นเชียวเรอะ?”
“เื่ครุซทำให้พ่อไม่สบายใจมาก”
“เื่อะไรกันล่ะ?”
“โธ่ลุค...ก็ฉันบอกอยู่เมื่อกี้นี้แล้วไงล่ะว่าไม่อยากพูดถึงเื่นี้อีก...” แต่แล้วเธอก็หัวเราะออกมาพร้อมกับส่ายหน้า“ในที่สุดฉันก็หลุดออกมาจนได้...” เธอถอนหายใจเบาๆ “ก็ได้...ฉันเล่าให้คุณฟังก็ได้...เพราะคุณเองก็รู้จักคนที่เกี่ยวข้องกับเื่นี้อยู่แล้วนี่”
ลุคนั่งนิ่งเงียบรอเวลาให้สโลนตัดสินใจในสิ่งที่เธอ้าทำอยู่ความอดทนเป็สิ่งหนึ่งที่เขาเรียนรู้มาั้แ่ครั้งยังเด็กมันควบคู่กันมากับความผิดหวังในชีวิต
สโลนเฝ้าเก็บงำความลับเกี่ยวกับเื่นี้ไม่เคยเอ่ยปากเล่าให้ใครฟังมาเป็เวลานานดังนั้น มันจึงเป็เื่ค่อนข้างยากที่จะเอ่ยออกมาดังๆ
“เมื่อสี่ปีก่อน…” เธอกระแอมเบาๆก่อนจะกล่าวต่อ “เมื่อสี่ปีก่อนฉันไปหาครุซแล้วก็ขอความช่วยเหลือจากเขาฉันอยากให้เขารับลูกของโตนิโย่เมื่อคลอดออกมา ซึ่งก็อย่างที่คุณรู้นั่นแหละคือเขาตกลง หลังจากนั้นเควอเรโร่ก็เลี้ยงลูกชายฉันมาตลอดแต่ครุซเรียกร้องสิ่งตอบแทน เป็อะไรบางอย่างที่เป็ความลับระหว่างเราสองคน”
เมื่อเห็นสโลนนิ่งอึ้งไปลุคก็แสดงน้ำใจด้วยการบอกว่า
“ถ้าไม่อยากเล่าไม่ต้องเล่าก็ได้นะสโลน”
เมื่อสโลนเห็นสายตาของลุคในยามนี้ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเพราะเหตุใดน้องสาวทั้งสองของเธอ จึงยอมรับลุคเป็เพื่อนสนิทเธอเองก็บังเกิดความผูกพันในตัวเขาแปลกๆ อย่างไม่อาจอธิบายได้ว่าเป็เพราะเหตุใดยิ้มที่ให้กำลังใจของลุคทำให้เธออยากเล่าให้เขาฟังต่อ
“ก่อนหน้านี้...ฉันอยากจะพูดเื่นี้กับใครสักคนหนึ่งอยู่พอดี แล้วจู่ๆ คุณก็เดินเข้ามา” เธอสูดลมหายใจลึกเมื่อกล่าวต่อ“ครุซขอให้ฉันแต่งงานเสียกับเขา เพื่อที่ซิสโค่ จะได้เป็ลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายและสามารถใช้นามสกุลเควอเรโร่ได้”
สโลนเหลือบตามองหน้าลุคอยากรู้ว่าเขาใกับเื่ที่เธอกำลังเล่าอยู่หรือไม่ปรากฏว่าสีหน้าของเขากลับอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม
“ก็แปลว่า ครุซรับลูกคุณไว้...แต่คุณยังไม่ได้แต่งงานกับเขา”
“ก็ไม่เชิง”
“หมายความว่ายังไงหรือ?”
สโลนรู้สึกลำบากใจที่จะมองหน้าลุคแววตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม เธอสูดลมหายใจลึกก่อนเล่าต่อ
“เราลงนามในทะเบียนสมรสว่าเป็สามีภรรยากันแต่ว่าเราไม่ได้ให้สัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระและฉันก็บังคับให้เขายอมตกลงว่าเราจะแต่งกันแต่ในนามเท่านั้น เขาจะแตะต้องเนื้อตัวฉันไม่ได้จนกว่าฆาตกรที่ฆ่าโตนิโย่ชดใช้กรรมแล้ว”
“เื่ต่อจากนั้นคุณก็คงรู้หมดแล้ว...ฉันเคยบอกครุซครั้งหนึ่งแล้วว่าถ้าเขา้าให้การแต่งงานของเราเป็โมฆะก็สามารถทำได้เลย แต่เขาก็ไม่ทำ”
“เพราะอะไรล่ะ?”
“ฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะ...?” สโลนกลับย้อนถามอย่างหงุดหงิด เธอไม่เคยคิดจะสอบถามในการกระทำของครุซไม่เคยเข้าใจว่าเพราะเหตุใดเขาจึงต้องสร้างเงื่อนไขว่าเธอจะต้องแต่งงานกับเขาด้วยแต่ในเวลานั้นเธอย่อมพร้อมจะทำทุกอย่างอยู่แล้วขอแต่เพียงให้เขารับลูกที่จะเกิดมาดูโลกไว้เท่านั้น...และบัดนี้ เมื่อเวลาหลายปีผ่านไปเธอก็เริ่มมองเห็นผลแห่งการกระทำด้วยความเบาปัญญาของตนเองแล้ว
“แล้วมันมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับครุซหรือที่ทำให้พ่อของคุณกลุ้มใจมากขนาดนั้น?”
“ก็เวลานี้...เมื่ออะลีจันโดรตายไปแล้วครุซก็้าจะให้การแต่งงานของเราเป็เื่จริงเสียที เขาอยากจะให้ฉันไปอยู่กับเขาที่แรนโชโดโลรอสซ่าโน่น”
“ซึ่งมันก็ออกจะยุติธรรมดีอยู่นี่แต่ผมก็พอจะมองเห็นแล้วละว่าเพราะอะไรริพถึงกลุ้มใจ” ลุคหัวเราะออกมาดังๆ
สโลนขมวดคิ้วย่นเธอไม่คิดว่าลุคจะเข้าข้างครุซเลยแม้แต่น้อยและแน่นอนที่เธอไม่คิดว่าเขาจะหัวเราะกับเื่ที่กำลังเป็ปัญหาของเธอ
“มันตลกตรงไหนกันนี่?”
“ขอโทษนะสโลน...ผมไม่ได้ตั้งใจจะแสดงให้เห็นว่าปัญหาแท้จริงของคุณมันไม่ใช่เื่นั้นเลยแต่บังเอิญผมเพิ่งนึกขึ้นมาได้ ว่าพ่อของคุณได้วางแผนอันยิ่งใหญ่ไว้ว่าจะให้ลูกสาวทุกคนของเขา ได้ดำเนินการกับไร่ทรีโอ๊คส์นี้ต่อไปภายหลังจากที่เขาได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว แต่แล้วพวกคุณก็ค่อยๆแต่งงานออกเรือนไปทีละคน...ทีละคน แล้วเขาจะทำยังไงต่อไปล่ะถ้าคุณจะต้องไปเสียจากที่นี่อีกคน?”
“ฉันยังไม่ได้ตกลงที่โปกับครุซหรอก”สโลนพูดห้วนๆ “แล้วก็ยังสงสัยอยู่ว่าจะไปหรือไม่...ซึ่งมันก็ตรงกับเหตุผลที่คุณยกขึ้นมาพูดนั่นแหละ...ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตเรียนรู้ที่จะบริหารงานในไร่ทรี โอ๊คส์แห่งนี้มันเป็สิทธิอันชอบธรรมของฉัน ฉันได้รับการฝึกสอนมาเพื่อให้เป็อย่างนี้ยิ่งกว่านั้น ฉันก็ยังมองไม่เห็น ว่าฉันจะไปทำอะไรได้ในฐานะที่เป็ภรรยาของดอนครุซ อัลมิคาร์ เควอเรโร่”
ลุคยิ้มกว้างเผยให้เห็นไรฟันขาวสะอ้าน
“ผมก็พอจะมองเห็นอยู่สัก 2-3อย่างหรอกนะ แต่ไม่แน่ใจว่าคุณอยากจะให้ผมเอ่ยออกมาเป็คำพูดหรือเปล่า”
“ไม่ต้องหรอก”
“แล้วคุณไม่อยากมีสามี...มีลูกบ้างหรอกหรือ?”
“ฉันเคยมีทั้งสามีและลูกมาแล้ว”
“แต่ว่านั่นไม่ใช่สามีที่แท้จริงนี่แล้วถามจริงๆ เถอะครั้งหลังสุดที่คุณได้เห็นหน้าลูกน่ะเมื่อไหร่กันแน่?”
คำถามของลุคทำให้สโลนหน้าเผือดสีลง
“การมีสามีมันจะมีความหมายอะไรถ้าฉันจะต้องทิ้งทรี โอ๊คส์ไป?”
“แผ่นดินน่ะมันไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างหรอกนะสโลน”
“แต่สำหรับฉัน...มันใช่”เธอตอบหนักแน่น “มันเป็สิ่งเดียวที่ฉันสามารถพึ่งพาอาศัยได้”
ลุคจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สีน้ำตาลเข้มของสโลนและมองเห็นจิติญญาที่แฝงอยู่ในนั้นเธอเจ็บช้ำกับความทรยศเช่นเดียวกับที่เขาเคยได้รับมาแล้ว เธอไม่ไว้วางใจใครอีก...ซึ่งเขาก็เช่นกัน... เธอทั้งว้าเหว่เดียวดาย... เขาเองก็ไม่แตกต่าง
แต่ความแตกต่างมันอยู่ตรงที่บัดนี้เธอมีโอกาสที่ลอยตัวขึ้นเหนือปัญหาที่เคยเป็เื่เศร้าและฝากรอยแผลเป็ไว้กับชีวิตเธอแล้วครุซ เควอเรโร่ ไม่ได้มีอะไรเหมือนอันโตนิโย่น้องชายของเขาเลย
“ผมคิดว่าคุณอาจจะสร้างความผิดพลาดให้กับตัวเองครั้งใหญ่ก็ได้นะถ้าคุณจะไม่ทบทวนที่จะปฏิบัติตามสัญญาตามที่ได้ให้ไว้กับครุซ” ลุคแสดงความคิดเห็น
“ฉันคิดเื่นี้มาโดยตลอดแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากคิดอย่างเดียวตลอดเวลา 5 วันที่ผ่านไปั้แ่วันที่เขาบุกเข้ามาที่ทรี โอ๊คส์แล้วก็ยื่นคำขาดเอากับฉัน...ว่าให้ฉันไปอยู่โดโลรอสซ่าไม่เช่นนั้นเขาจะพาพวกคนงานบุกเข้ามาเอาตัวนไปจากที่นี่”สโลนปัดปอยผมสีน้ำตาลออกจากใบหน้า
“แล้วคุณคิดว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับครุซ...ในฐานะที่เขาเป็ผู้ชายคนหนึ่งล่ะ?” ลุคถาม