แนะนำตัวละคร
เื่ราวของ 4ตระกูลนักรบแห่งแคว้นต้าหลี่ (เมืองหลวงลั่วอีั)
#1 ตระกูลหลี่ (ปกครองแคว้นต้าหลี่)
ฮ่องเต้ นามว่า หลี่หลงจี้
ฮองเฮาตระกูลหลิน นามว่า หลินจือหลิง
องค์รัชทายาท นามว่า หลี่อี้เฟิง
#2 ตระกูลโจว (ปกครองด่านชายแดนเหนือ)
ท่านอ๋องตระกูลโจว นามว่า โจวห่าวหราน
พระชายานามว่า หลี่หางเยว่(น้องสาวฮ่องเต้หลี่หลงจี้)
บุตรชายท่านอ๋องโจว นามว่า โจวจื่อเหยา
#3 ตระกูลหลิน (ขุนนางทรงอำนาจแคว้นต้าหลี่)
ท่านอัครมหาเสนาบดี นามว่า หลิ่นอิ่งเสียง
ลูกพี่ลูกน้องฮองเฮา นามว่า หลินอิ่งลู่
หลานสาวฮองเฮา นามว่า หลินไป่ลุ่ย(พระชายารอง)
#4 ตระกูลไป๋ (แม่ทัพใหญ่แคว้นต้าหลี่)
ท่านแม่ทัพใหญ่ตระกูลไป๋ นามว่า ไป๋ซิ่วอิง
ภรรยาท่านแม่ทัพไป๋ นามว่ าหวังจิงลั่ว
บุตรชายแฝดผู้พี่ นามว่า ไป๋ลี่จ้ง(ขันทีหม่าลี่จ้ง)
บุตรตรีแฝดผู้น้อง นามว่า ไป๋ลี่จิง (องค์หญิงโจวซูหนี่)
ตอนที่1 ละครฉากใหญ่
#แคว้นต้าหลี่
*รัชศกหลงจี้ปีที่ยี่สิบ
วันเฉลิมฉลองงานอภิเษกสมรสระหว่างฮ่องเต้หลี่อี้เฟิงกับองค์หญิงโจวซูหนี่ธิดาท่านอ๋องโจวห่าวหรานแห่งด่านชายแดนเหนือ
พิธีอภิเษกสมรสถูกจัดขึ้นอย่างรีบเร่งท่ามกลางไฟาที่มีข้าศึกแคว้นต้าชิงโอบล้อมเข้าประชิดเมืองหลวงลั่วอี้ที่กำลังอ่อนแอทั้งด้านการทหารและภายในราชสำนักที่มีแต่ความแตกแยกแบ่งฟักแบ่งฝ่าย
ข้าศึกเข้าประชิดเมืองเพราะรู้ว่าฮ่องเต้องค์ก่อนตกะทันหันฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ได้อย่างไม่ค่อยจะมั่นคงนัก
เนื่องจากพระราชอำนาจไม่ได้อยู่ในมือฮ่องเต้องค์ใหม่อย่างแท้จริงอำนาจทั้งหมดตกอยู่ในมือของอัครเสนาบดีหลินผู้มีศักดิ์เป็ท่านตาที่มากไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
คู่บ่าวสาวเดินเคียงกันมาผู้คนต่างพากันยกย่องสรรเสริญพระบารมีของทั้งสองพระองค์ว่าชั่งเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
แม้ไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นพระพักตร์ขององค์หญิงซูหนี่มาก่อนแต่คำร่ำลือหนาหูว่าพระองค์ทรงมีพระสิริโฉมงดงามเหนือสตรีทุกคนในใต้หล้า
เหล่าขุนนางต่างพากันชื่นชมยินดีกับฮ่องเต้หลี่อี้เฟิงที่ทรงได้อภิเษกสมรสกับสตรีที่งามล่มเมืองแถมยังมีพระปรีชาสามารถทางด้านการทหารไม่แพ้บุรุษใดในแผ่นดิน
ด้วยแสนยานุภาพนี้เป็ที่ประจักรต่อสายตาผู้คนนับแสนมาแล้วว่าทหารด่านชายแดนเหนือขององค์หญิงเก่งกล้าสามารถมากเพียงใด
สายตาผู้คนภายนอกต่างพากันยินดีเฉลิมฉลองงานมงคลสมรสครั้งนี้แต่ผู้ใดเล่าจะรู้ว่าแท้ที่จริงก็แค่ละครฉากหนึ่งที่นักแสดงทั้งสองร่วมมือช่วยกันตบตาผู้คนก็เท่านั้น
พระตำหนักหย่งเต๋อถูกตกแต่งประดับประดาเอาไว้อย่างวิจิตรตระการตาเพื่อต้อนรับสตรีสูงศักดิ์ที่จะมาดำรงตำแหน่งฮองเฮามารดาของแผ่นดิน
ภายในห้องหออบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเตากำยานที่จุดไว้สร้างบรรยากาศให้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลายหลังจากเสร็จสิ้นราชพิธีอภิเษกสมรสเ้าสาวถูกส่งตัวมารอเ้าบ่าวอยู่ในห้องหอ
เ้าสาวถูกทิ้งไว้ตามลำพังในห้องหอเพื่อรอเ้าบ่าวที่มียศถาบรรดาศักดิ์เหนือทุกคนในแผ่นดินกลิ่นหอมทำให้เ้าสาวรู้สึกผ่อนคลายจากความอึดอัดขึ้นมาได้บ้าง
งานแต่งที่ถูกจัดขึ้นเพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างแคว้นที่เป็บ้านพี่เมืองน้องที่จะกลืนก็กลืนไม่เข้าจะคายก็คายไม่ออกแต่ที่ชัดเจนในความทรงจำคือความเคียดแค้นชิงชัง
เวลาผ่านไปหลายชั่วยามกว่าที่ฮ่องเต้หลี่อี้เฟิงจะเสด็จมาที่ห้องหอทรงสวมใส่ฉลองพระองค์ด้วยชุดลำลองสีเขียวเข้มอย่างเรียบๆ
ส่วนชุดแต่งงานได้ถูกทอดออกไปนานแล้วพระองค์พยายามแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่รู้สึกยินดีกับงานอภิเษกครั้งนี้มาั้แ่แรก
ทรงก้าวพระบาทผ่านหน้าประตูห้องหอเข้ามาด้วยดวงเนตรสีดำสนิทแข็งเกล้าดุดันพระพักตร์เต็มไปด้วยโทสะและความเย่อหยิ่ง
ฮ่องเต้หลี่อี้เฟิงยืนมองเ้าสาวที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเกลียดชังพระพักตร์อันหล่อเหลาบัดนี้แปลเปลี่ยนเป็บึ้งตึงเว้นระยะห่างจากตัวเ้าสาวมากพอสมควรบ่งบอกถึงความรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้
พระองค์ไม่คิดแม้กระทั่งจะเดินเข้าไปเปิดผ้าคลุมหน้าให้เ้าสาวด้วยซ้ำมีเพียงสายพระเนตรที่ชำเลืองมองอย่างดูถูกดูแคลนสตรีตรงหน้าเอาไว้อย่างเปิดเผย
เ้าสาวสวมใส่ชุดแต่งงานสีแดงสดสวมมงกุฎหงส์สีทองนั่งหลังตั้งตรงท่าทางงามสง่าทรงอำนาจถึงจะได้ยินบ่าวรับใช้หน้าห้องกล่าวต้อนรับว่าฮ่องเต้เสด็จมาถึงแล้ว
พระนางก็ไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นใดๆออกมายังคงประทับนิ่งเอามือประสานกันอยู่ที่ตักมีผ้าคลุมศีรษะปิดบังโฉมหน้าเอาไว้อย่างมิดชิด
ครั้งแรกที่พบกันก็น่าจะเมื่อสักสองปีก่อนในตอนนั้นฮ่องเต้หลี่อี้เฟิงยังเป็เพียงองค์รัชทายาททรงเสด็จไปพระราชทานรางวัลชนะศึกฏแคว้นจ้าวให้กับองค์หญิงซูหนี่ที่ด่านชายแดนเหนือด้วยพระองค์เอง
พูดจากันเพียงไม่กี่ประโยคแถมไม่เห็นแม้กระทั่งโฉมหน้าที่แท้จริงขององค์หญิงด้วยซ้ำทำให้ทั้งสองไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันหรือถูกตาต้องใจกันมาก่อน
ตอนนี้ฝ่าาถูกกดดันจากทุกทางรอบด้านทำให้จำใจอภิเษกสมรสกับสตรีที่ตัวเองไม่ได้รักอีกทั้งยังโดนสตรีผู้นี้กดดันด้วยข้อเสนอที่พระองค์ไม่เต็มใจแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
ทรงไม่พอพระทัยที่นางเอากองกำลังทหารที่แข็งแกร่งของตนมาข่มขู่ให้พระองค์รับนางขึ้นเป็ฮองเฮามิเช่นนั้นข้อเสนอเข้าร่วมช่วยสู้รบขับไล่ข้าศึกแคว้นต้าชิงก็จะไม่มีทางเกิดขึ้น
ข้าศึกส่งกำลังทหารเข้าโอบล้อมเมืองหลวงทำให้พระองค์จำต้องยอมรับข้อเสนอเพราะไม่มีทางอื่นให้พระองค์เลือกอีกต่อไป
ศึกนี้ถ้าไม่ได้กองกำลังด่านชายแดนเหนือของอ๋องน้อยจื่อเหยาเสด็จพี่ขององค์หญิงซูหนี่เข้าช่วยเหลือเมืองหลวงลั่วอี้ต้องพินาศย่อยยับในรัชสมัยของพระองค์เป็แน่
ถึงกระนั้นฝ่าาก็ไม่อาจทำใจรักใคร่เอ็นดูนางได้อย่างสนิทใจทรงตรัสอย่างดูิ่ดูแคลนพระชายาที่ทรงแต่งตั้งด้วยพระองค์เองอย่างไร้เยื่อใย
“ทิ้งชายอันเป็ที่รักเพื่ออำนาจ...เ้านี้ชั่งไร้ยางอายไร้หัวใจสิ้นดีไม่รู้ว่าอ๋องน้อยจื่อเหยารักสตรีเช่นเ้าเข้าไปได้อย่างไร”
เสียงเล็กๆหัวเราะเย้ยหยันดังลอดออกมาจากผ้าคลุมหน้าสีแดงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานแหลมทิ่มแทงเข้าไปในพระทัย
“ฮึ..ฮึพระองค์ก็ไม่ได้ดีไปกว่าหม่อมฉันเลยสักนิดหรือพระองค์จะปฏิเสธว่าที่ทรงยอมอภิเษกกับหม่อมฉัน
ไม่ใช่เพื่อรักษาตำแหน่งฮ่องเต้ของพระองค์เอาไว้ไม่ให้หลุดมือหลอกหรือเราทั้งสองต่างก็ทำเพื่อผลประโยชน์ของตนไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันมิใช่หรือเพค่ะ”
น้ำเสียงแม้จะฟังแล้วให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยแต่เมื่อได้สดับรับฟังวาจาที่นางเอื้อนเอ่ยฮ่องเต้ผู้สง่างามเกือบเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่อยากจะเข้าไปกระชากนางมาตบเข้าที่หน้าให้ซักหนึ่งฉาด
“ปากคอเ้าชั่งสามหาวนักเ้ามันก็เป็แค่สตรีที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าใช้มารยากับใบหน้าไต่เต้าจนได้เป็องค์หญิงอย่าฝันว่าเราจะโง่เหมือนอ๋องน้อยจื่อเหยาที่ลุ่มหลงไปกับเสน่ห์เล่ห์กลสตรีชั้นต่ำเช่นเ้า”
น้ำเสียงหวานยียวนกวนประสาทเมื่อครู่แปลเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมเอาเื่ขึ้นทันที
“พระองค์จะก่นด่าหม่อมฉันอย่างไรก็ได้แต่อย่าได้ตรัสพาดพิงไปถึงเสด็จพี่ของหม่อมฉันเป็อันขาด”
“ทำไมเราจะพูดไม่ได้ในเมื่อมันเป็ความจริง”
“เสด็จพี่ของหม่อมฉันมีน้ำพระทัยงดงามตรัสคำไหนคำนั้นสมกับเป็ยอดบุรุษโดยแท้หามีบุรุษใดในใต้หล้ามาเทียบเทียมพระบารมีของเสด็จพี่ได้
ทางที่ดีฝ่าาอย่าทรงตรัสอะไรที่ทำให้หม่อมฉันขุ่นเคืองใจจะดีกว่าไม่เช่นนั้นจะส่งผลร้ายแรงถึงพระองค์ได้นะเพคะ”
เหตุใดถึงรู้สึกเ็ปในพระทัยขึ้นมาเมื่อได้ยินสตรีตรงหน้ากล่าวยกย่องบุรุษแดนไกลผู้นั้นจนออกนอกหน้าโทสะเข้าครอบงำเอ่ยตัดพ้อออกไปอย่างไม่รู้ตัว
“ในเมื่อเสด็จพี่ของเ้าสูงส่งถึงเพียงนั้นเหตุใดเ้าไม่อภิเษกกับอ๋องน้อยผู้นั้นให้สิ้นเื่หรือเป็เพราะเมื่อสองปีก่อนเ้าแอบหลงรักเราั้แ่แรกพบ”
พอได้ยินที่ฮ่องเต้หน้าด้านตรัสเื่รักๆใคร่ๆ องค์หญิงก็เกิดอาการคลื่นไส้อยากจะอาเจียนออกมาจนต้องหายใจเข้าปอดลึกๆตั้งสติใหม่อีกครั้งตอบกลับด้วยคำพูดที่ฟังดูดีที่สุด
“เสด็จพี่ทรงห่วงใยราษฎรไม่้าให้เกิดศึการะหว่างแคว้นพี่เมืองน้องถึงได้ตัดสินพระทัยส่งหม่อมฉันมาที่นี่สำหรับหม่อมฉันแล้วความรักหนุ่มสาวจะนับเป็อะไรได้..เป็เพียงเื่ไร้สาระเท่านั้น”
“เ้าจะเอาความดีความชอบเข้าตัวว่าเ้าเองก็ทำเพื่อราษฎรเหมือนกันอย่างนั้นสินะ”
“หามิได้เพคะหม่อมฉันทำทุกอย่างเพื่อตัวหม่อมฉันเองการเข่นฆ่าศัตรูที่มาแยกชิงแผ่นดินกับความกระหายในอำนาจต่างหากที่หม่อมฉันโหยหามา”
“เ้าก็พูดจาตรงไปตรงมาดีนี่เราเองก็จะไม่อยากอ้อมค้อมเช่นกันอำนาจที่เ้ากระหายอยากได้อยากมี อยากเป็เ้าไม่มีวันจะได้มาเพราะเราไม่มีทางยินยอมพร้อมใจร่วมหอกับเ้าเป็อันขาด
ต่อให้เ้าจะงดงามประดุจนางฟ้านาง์ลงมาจุติเราก็ไม่มีทางสนใจสตรีอย่างเ้า...คืนนี้เราจะไปค้างที่ตำหนักพระชายารองหลินเชิญเ้ากอดตำแหน่งฮองเฮาของเ้าให้สบายใจเถอะ"
“เป็เช่นนี้ก็ดีเลยเพคะคืนนี้หม่อมฉันเองก็ไม่ได้อยากข้องแวะกับพระองค์เช่นกัน”
“เ้าอย่ามากวนโทสะเราให้มันมากเกินไปนัก ทำพูดดีว่าไม่อยากให้เราอยู่ต่อ...แท้ที่จริงในใจเ้าคงอยากให้เราอยู่ด้วยใจจะขาด”
องค์หญิงซูหนี่ลุกขึ้นยืนย่อตัวลงทำความเคารพอย่างสุภาพอ่อนน้อมไม่มีอากัปกิริยาที่จะยื้อฝ่าาให้ทรงประทับอยู่ต่อเลยแม้แต่น้อย
“หม่อมฉัน...น้อมส่งเสด็จฝ่าาเพคะ”
ฮ่องเต้กริ้วจัดจนควันออกหูไม่รู้จะด่าอย่างไรถึงทำให้สตรีนางนี้รู้สึกเ็ปขึ้นมาได้บ้างทรงสะบัดแขนเสื้อกระแทกฝ่าพระบาทเสียงดัง ตึ้งๆเดินออกไปจากห้องหอด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวที่ถูกตัดบทสนทนาและไม่อาจกระทำสิ่งใดมากไปกว่านี้
เมื่อฝ่าาออกไปแล้วองค์หญิงก็เปิดผ้าคลุมหน้าตัวเองออกดวงตาคู่งามไร้ความรู้สึกใดๆภาพความเ็ปในอดีตผุดขึ้นมาตามหลอกหลอน
คำพูดในอดีตขององค์รัชทายาทหลี่อี้เฟิงไม่มีคำไหนเชื่อถือได้แม้แต่คำเดียว(เรารักเ้า...เราไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายเ้าเป็อันขาดและเราก็ไม่สนใจคำนินทาของใครหน้าไหนทั้งนั้นใครกล้าพูดเราจะสั่งปะามันซะ!)
โลกนี้ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวไปมากกว่าคำลวงของบุรุษอีกแล้วความจริงใจที่มีให้แก่บุรุษผู้นี้กลับถูกเขาสลัดทิ้งอย่างคนไร้ค่าความรักถูกตอบแทนด้วยความตายเป็เพียงซากศพให้เขาเหยียบย้ำเพื่อขึ้นครองราชย์บัลลังก์
นางโชคดีที่รอดจากความตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ความโง่เขลาในครั้งอดีตจะไม่มีวันเกิดขึ้นเป็ครั้งที่สองมีเพียงตาต่อตาฟันต่อฟันเท่านั้นที่นางจะมอบให้
เหยือกสุรามงคลถูกยกขึ้นฝ่ามือเรียวงามค่อยๆรินสุราใส่จอกกระดกเข้าปากเรียวบางอ่อนนุ่มสีแดงสดจอกแล้วบอกเล่าไม่มีการดื่มสุรามงคลคู่ร่วมกันไม่มีการเปิดผ้าคลุมหน้าสบตารักใคร่ปรองดองของคู่สามีภรรยา
มีแค่สุราเป็เพื่อนช่วยให้ผ่านพ้นค่ำคืนเข้าหอซึ่งควรเป็ค่ำคืนที่น่าอภิรมย์แต่กลับต้องฉลองอยู่ตามลำพังเพียงผู้เดียว
พระชายารองหลินที่ฮ่องเต้เคยตรัสว่าเป็สตรีชั่วช้าทรงรังเกียจนางยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดหน้ายังไม่อยากมองแล้วดูตอนนี้สิแค่้าจะเอาใจคนตระกูลหลินถึงกับยอมกลืนน้ำลายตัวเอง
องค์หญิงคิดไม่ถึงเลยว่าบุรุษที่เคยพร่ำบอกว่าจะรักตนเพียงผู้เดียวเชื่อว่านี่คือรักแท้รักที่ไม่มีข้อแม้ใดๆแต่ความจริงไม่ได้เป็อย่างนั้นเลยแม้แต่น้อย
(เพื่อเ้าแล้วเราสัญญาว่าเราจะไม่มีวันยกย่องสตรีใดขึ้นเป็ฮองเฮาเป็อันขาดเราจะมีเพียงเ้าผู้เดียวเท่านั้นต่อให้ไม่มีทายาทสืบทอดราชบัลลังก์เราก็จะยินยอมพร้อมใจ)
เพื่ออำนาจแล้วทรงลืมสิ้นทุกคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับคนผู้หนึ่งอย่างหน้าด้านๆยังมีหน้ามาต่อว่าผู้อื่นว่าไร้ยางอาย...ใครกันแน่ที่หน้าด้านไร้ยางอาย!
แค้นที่ได้รับมาจากคนตระกูลหลินร่วมมือกับฏแคว้นจ้าวสังหารบิดาสั่งฆ่าพี่ชายหมดสิ้นผู้สืบทอดตระกูลไป๋
ข้าจะทวงคืนจากพวกมันทุกคนให้สาสม ก่อนหน้านั้นตำแหน่งขันทีของข้าต่ำต้อยจึงถูกพวกเ้ารุมทึ่งกันอย่างไม่ปรานี
บัดนี้ข้ากลับมาในตำแหน่งฮองเฮาจากนี้ไปข้าขอสาบานว่าจะฆ่าคนตระกูลหลินด้วยมือของข้าเองให้สิ้นซากไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
ตำแหน่งฮ่องเต้ที่บุรุษผู้นี้อยากได้นักหนาข้าจะยื้อแย่งมาถวายให้เสด็จพี่จื่อเหยาให้จงได้คนอย่างฮ่องเต้หลี่อี้เฟิงไม่มีคุณธรรมเหมาะสมที่จะขึ้นครองราชย์เป็เ้าชีวิตอยู่เหนือผู้คน
บุรุษเลวทรามต่ำช้าอย่างหลี่อี้เฟิง!เป็คนไม่มีสัจจะก้มหัวให้กับขุนนางชั่วทำตัวไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรีหาได้มีคุณธรรมคู่ควรกับราชบัลลังก์ไม่!
******************************************************
มาลองเดากันดูนะคะว่าฮองเฮาโจวซูหนี่ผู้นี้เป็ใครมาจากไหนกันนะ?
อ่านแล้วชอบช่วยกดหัวใจ เป็กำลังให้นักเขียนด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณคะ นามปากกา K.P.STOM