“โห กว่าจะเลิก ไม่เอาหรอกค่ะ เดี๋ยวกลับเองดีกว่า เวลานี้ยังมีรถอยู่” ฉันมองตามจังหวะการเดินของเขาที่กำลังจะเข้าไปรวมกับกลุ่มซ้อม แต่คือ...ลืมอะไรไปหรือเปล่า ไหนเงินล่ะ? เงิน!
“ค่าจ้างเนไงล่ะ อย่ามาเนียนนะ” ฉันกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปเทียบเคียงเขา ก่อนยื่นคิวอาร์โค้ดให้สแกนง่าย ๆ หึหึ~ ไอ้เนเตรียมการมาหมดแล้ว จบงาน รับเงิน แล้วกลับห้องนอน สบายจริงจริ๊ง
"ทำงานบกพร่อง แล้วยังจะมาเรียกค่าจ้างอีกเหรอ?" เขาพูดพลางทำหน้าล้อเลียน แหม อยากจะดึงลิ้นที่เขาดุนอยู่ในกระพุ้งแก้มเสียจริง!
"บกพร่องอะไรคะ? อย่ามามั่ว พี่ก็เห็นอยู่ว่าของครบ ไม่มีตำหนิ จะโกงก็เนียนหน่อยเถอะค่ะ!" ฉันเผลอพูดเสียงดังจนพี่ ๆ อีกสามคนหันมามอง
"มึงก็บอกไปสิวะว่าจะให้น้องเขาช่วยแจกของก่อน จะมายืนเงียบกวนประสาทอยู่ทำไม" ก็อย่างที่พี่เลโอบอก นายคนนี้มันแค่ตั้งใจจะแกล้งฉัน ถ้าบอกั้แ่แรกว่าไอ้ประโยคที่บอกให้รอกลับด้วยกันหมายความว่าจะให้ช่วยแจกของก็จบไปนานแล้ว ฉันไม่ใช่พวกใจไม้ไส้ระกำซะหน่อย
"จะกลับก็ได้นะ หน้าที่ง่าย ๆ แบบนี้ให้คนอื่นทำแทนได้ ส่วนค่าจ้างที่ตกลงกันไว้...ถือว่าโมฆะแล้วกัน" เขาพูดพร้อมผิวปากอย่างเย้ย ๆ ทำเอาฉันแทบอยากสกัดขาให้สะดุดล้ม!
"คราวหลังบอกให้เคลียร์ ๆ สิ แล้วต้องแจกตรงไหน วางใส่กล่องให้คนหยิบเอง หรือยังไง ช่วยบอกให้ละเอียดด้วยค่ะ" ฉันพูดพร้อมกับกระตุกชายเสื้อเขาเบา ๆ ให้หยุดเดินหนี
ส่วนเขาหันมาจ้องหน้าฉันนิ่ง...อะไร? โกรธเหรอ? แต่ฉันแค่ดึงไว้นิดเดียวเองนะ ทำเป็สำออยไปได้
"ยืนแจกตรงจุดตรวจบัตร ถ้าแจกหมดแล้วก็มานั่งรอที่นี่ อย่าเดินเพ่นพ่าน เข้าใจไหม?" เขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ทำให้ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่าโกรธซะอีก ที่แท้ก็ดูปกติดี แค่หน้าหวาน ๆ ของเขาดูจริงจังไปหน่อย จนฉันรีบคิดมากไปเอง
"เข้าใจแล้วค่า~" เอะอะก็สั่งฉันเหมือนเด็กเลยเนอะ ‘เดินเพ่นพ่าน’ งั้นเหรอ เหอะ! ตลกชะมัด
สี่ชัวโมงต่อมา
ฉันนั่งโยกตัว สั่นขาตามจังหวะเพลงร็อกที่ดังอยู่ แม้มันจะไม่เร้าใจเท่าการแสดงสดบนเวที แต่ความสนุกที่แทรกผ่านจังหวะเบา ๆ นี้ก็ยังพอจะดึงให้คนที่ไม่คุ้นกับเพลงร็อกส่ายหัวตามจังหวะได้ แค่นี้ก็วิเศษมากแล้ว
“ไอ้ห่าเลโอแม่งอย่างเดือดเลยวะ!” ยิ่งเสียงวากที่เคยฟังจากที่อื่นแล้วรู้สึกไม่สบายหู พอได้ลองมาฟังเวอร์ชันของพี่เลโอ มันกลับให้ความรู้สึกต่างกันไปเลย
ตอนฟังคนอื่น มันให้ความรู้สึกเหมือนฟังวิทยุใกล้พังที่เครื่องชอบค้าง และส่งเสียงน่ารำคาญออกมาให้ปวดหู แต่ของพี่เลโอนี่สิ เหมือนนั่งอยู่ในโรงหนังระบบไอแมกซ์ เสียงคมชัดจนรู้สึกอินตามไปด้วย
ทุกคนซ้อมกันอย่างมุ่งมั่น โดยไม่สนใจว่ามีใครมานั่งมองหรือไม่ แต่ละคนเหมือนจมอยู่ในโลกส่วนตัว เสียงกลองและเสียงเบสผสานกันอย่างลงตัวในทุกจังหวะ
"เยส! นั่นแหละ ไอ้โอ!" ท่าทางอินสุดตัวของพี่คลิโอเวลาที่เขาผงกหัวและเดินไปมาพร้อมดีดกีตาร์ด้วยสกิลขั้นเทพ มันยิ่งเพิ่มเสน่ห์จนคนมองแทบละสายตาไม่ได้ ใครจะคิดว่าภายใต้ท่าทางเงียบขรึมแบบนั้นจะมีมุมที่น่าหลงใหลขนาดนี้ซ่อนอยู่
"กู๊ดจ็อบ!" พูดได้เลยว่าไม่เหลือเค้าโครงหน้าหวาน ๆ ให้เห็น มีแต่ความร้อนแรงที่ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตอนที่เขาเม้มปากในจังหวะโซโล มันกลายเป็ไฮไลต์ที่ฉันชอบที่สุด
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าความสำเร็จที่เห็นต้องแลกมาด้วยความมุ่งมั่นและการฝึกซ้อมอย่างไม่หยุด ส่วนฉันเองก็นั่งฟังได้แบบไม่รู้สึกเบื่อเลย อาจเพราะเล่นหยิบของแจกมาตกแต่งเพลิน ๆ ฆ่าเวลาไปด้วย ทำให้ไม่รู้สึกอยากรีบกลับเหมือนตอนแรกที่ตั้งใจไว้
โชคดีที่พี่คลิโอไม่ใจร้ายถึงขั้นสั่งให้ประดับของแจกใหม่ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นคงต้องใช้เวลามากกว่านี้ และอาจทำไม่ทันแจกด้วยซ้ำ
เขาบอกแค่ว่าให้เอาของที่มีอยู่มาตกแต่งเพิ่มให้ดูดีก็พอ มันเลยเสร็จทันเวลาอย่างที่เห็น แถมฉันเองก็ไม่ต้องเหนื่อยมากนัก ถึงได้มีแรงทำเพิ่มได้แบบนี้
“พักก่อน ๆ เก็บแรงไว้ลงสนามจริงบ้าง ไอ้เหี้ย!” พอพี่เลโอขว้างไมค์ลงบนโซฟานุ่ม เสียงเชียร์ของพี่เทรเวอร์ที่ดังมาั้แ่เริ่มซ้อมก็ดังขึ้นมาเบรกความร้อนแรงไว้ก่อน
โชว์เมื่อกี้เรียกได้ว่าเป็บุญตาของไอ้เนที่ได้มาเห็นความมันส์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด ขออนุญาตฝากตัวเป็แฟนคลับเลยแล้วกัน เพราะมันสนุกจนลบภาพความมันส์ออกจากหัวไม่ได้จริง ๆ
“น้ำค่ะ” ฉันพูดขณะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาพวกพี่ ๆ ที่กำลังจับกลุ่มคุยกันว่าจะโชว์อะไรบนเวที พร้อมโอบอุ้มขวดน้ำเล็ก ๆ เข้าไปอย่างว่องไว
“โทษทีนะน้องเน ไอ้เลโอพอจับไมค์ทีไรก็จะลุยสุดตัวแบบนี้แหละ” คำแซวทำให้ฉันหลุดหัวเราะ พลางหันไปมองเ้าของร่างใหญ่ที่นั่งหมดสภาพ หอบแฮ่ก หน้าแดง คอแดง อยู่บนโซฟาเดียวกับไมค์ที่เพิ่งโยนไป
พี่เขาทุ่มสุดตัวจนเส้นเืบนลำคอปูดออกมาให้เห็นชัดเจนเลย
“วู้ว~ !” อยู่ ๆ ร่างใหญ่ที่หมดแรงก็เกิดคึกขึ้นมา เปิดฝาขวดน้ำแล้วราดตัวเอง ก่อนจะสาดใส่คนอื่นต่ออย่างสนุกสนาน
“เชี่ยไรของมึงเนี่ย ไอ้เลโอ!” คนหน้าหวานพูดพลางยิ้มกว้าง ก่อนตวัดแขนมาโอบเอวฉันให้ถอยหนีสายน้ำที่สาดเข้ามาอย่างฉิวเฉียด แม้ฉันจะรอดจากความเปียก แต่เ้าของแขนแกร่งนั้นรับไปเต็ม ๆ แทนฉันเลย แต่เขากลับไม่ได้ดูโกรธ ออกจะสนุกเสียด้วยซ้ำ ถึงได้เปิดฝาขวดตัวเองแล้วสาดน้ำใส่เพื่อนกลับไปบ้าง
“น้องเน อย่าคิดว่ามีคนปกป้องแล้วจะรอดนะ!” พี่ดีแลนเดินดุ่ม ๆ เข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่น ทำให้ฉันรีบหลบไปอยู่หลังพี่คลิโอทันที
“ฮ่า ๆ แบร่~” ฉันทำหน้าล้อเลียนพลางโยกสะโพกตามจังหวะที่พี่คลิโอขยับตัว ไหงกลายเป็เกมสาดน้ำไปได้ล่ะเนี่ย นี่ยังไม่ถึงสงกรานต์สักหน่อยยย
“กรี๊ด!” ฉันถูกคนหน้าหวานอุ้มพาดบ่า ก่อนที่เขาจะออกวิ่งหนีพี่เทรเวอร์ที่สองมือเต็มไปด้วยขวดน้ำ รอบนี้หน้าตาพี่เทรเวอร์ดูคลั่งสุด ๆ
“แบบนี้มันโกงนี่!” พี่คลิโอวิ่งไปหลบหลังกลองชุด ทำเอาคนหน้าโหดที่ตั้งท่าจะสาดน้ำใส่เราสองคนถึงกับชะงักไป พอทำอะไรไม่ได้ พี่เทรเวอร์เลยหันไปโวยขอความยุติธรรมจากเพื่อนอีกสองคน
“ถ้ามึงแน่ก็สาดมาดิ!” ยิ่งเห็นพี่คลิโอยิ้มกว้าง หัวเราะอย่างสนุกสนานจนลืมไปว่ากำลังอุ้มฉันติดมือมาด้วย ฉันเองก็ยิ่งด่าไม่ลง
ซ่า ~
“อ๊าก! ไอ้ดีแลน ไอ้เลโอ พวกมึงงง!!!” แม้พี่เทรเวอร์จะไม่กล้าสาดน้ำ แต่เขาคงลืมไปว่ายังมีอีกสองคนที่พร้อมบุกจัดหนักไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม รอบนี้ถึงพี่คลิโอจะพยายามเอาตัวบังแค่ไหน น้ำก็สาดมาถึงฉันจนได้ สุดท้ายคนอุ้มก็ยอมปล่อยฉันลง
แต่ใครจะมาสนคนโดนลูกหลง ในเมื่อสามตัวการวิ่งไล่เตะก้นกันไปไกลลิบแล้ว
“...” ั์ตาสีน้ำตาลเข้มของผู้ชายหน้าหวานเปรียบดังเปลวไฟที่กำลังลุกลาม จ้องมองมาไม่ละสายตา มือนุ่มที่โอบเอวไว้ตอนแรกค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาลูบแก้มฉันที่ชุ่มน้ำ ราวกับต้องมนตร์สะกด จนฉันยากจะละสายตาไปจากเขา ทำได้แค่ปล่อยให้ระยะห่างระหว่างเราค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
นิยาย Set 'AREA' มีทั้งหมด 4 เื่ได้แก่...
เื่ที่ 1 เขตลงทัณฑ์ของนายทารัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 2 เขตลงทัณฑ์ของนายไนซัส [จบแล้ว / มี EBOOK] ✅
เื่ที่ 3 เขตลงทัณฑ์ของนายคลิโอ [รายตอนยังไม่จบค่ะ / EBOOK รอก่อนนะคะ] ✅
เื่ที่ 4 เขตลงทัณฑ์ของนายลาสเตอร์ [~ Coming Soon ~] ❌
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————