
“คะนิ้งไม่เคยใจดำกับฝ่าาเพียงแต่ เพียงแต่หน้าแดงเขินจนพูดไม่ออก” จะบอกอย่างไรเล่าไม่ว่าจะเป็จูบหรือกอดคะนิ้งก็โดนครั้งแรกกับฝ่าานี่แหละ สมัยเรียนไม่มีใครกล้ามาจีบเพราะพ่อเป็ถึงนายตำรวจและยังเรียนวิชาป้องกันตัวทุกอย่างเท่าที่จะเรียนได้ หลี่จวิน นอนลงข้างๆ กอด ร่างบางไว้
“สักวัน คะนิ้งสักวันข้าจะได้มันมาด้วยความเต็มใจของเ้า” คะนิ้งซบ หน้าลงบนอกกว้างนิทราหลับใหลแสนสุข
“ท่านพ่อนางตกเหวไปแล้ว จะให้ลูกไปหานางที่ไหน” ซินเหยา พูดด้วยน้ำเสียงก้าวร้าว
“ซินเหยา ฆ่าคนไม่มีไม่รับโทษมีแต่โทษหนักกับเบา”
“ท่านพ่อเก็บกวาดให้ลูกด้วย นาง ฉลาด เข้าไปในห้องบรรทมตอนฝ่าากำลังเมา อาศัยที่ฝ่าาเมามายจนไม่ได้สติ ดีที่ลูกพบเข้าเสียก่อน นางยังปากร้ายนักสมควรแล้วยังมีหน้ามาถากถางลูกว่าฝ่าาละเลย จนกลายเป็หญิงขี้โมโห” กู้เฉินถอนหายใจ
“พ่อเก็บกวาดจนไมไหว เื่การฆ่าล้างครัวแม้ฝ่าาไม่ได้ให้ความสนใจ แต่เื่การตายของคนหลายสิบคนไม่นาน ต้องมีคนพูดถึง” ซินเหยากอดแขนบิดาแน่นท่าทีออดอ้อน
“ท่านพ่อ นาง พลัดตกเหวไปเองลูกแค่อยากถามนางว่านางได้ปรนนิบัติฝ่าาหรือไม่ นางกลับเยาะหยันลูก” กู้เฉินถอนใจ
“ฝ่าาแม้ไม่พูดสักวันต้องสงสัยเื่เ้าตาม รังควานสนม ที่เข้าเฝ้าฝ่าา”
“มีเพียงคนเดียวที่ลูกทำอะไรนางไม่ได้” กัดฟันพูด
“ใครกันคนอย่างเ้ายอมลงให้ใครซินเหยา”
“สนมอี๋เซียง นางอยู่ๆ ก็โผล่มาแทนที่นางแพศยาจิ้นจู่ แต่ก้เป็ผลดีต่อเราอย่างน้อยตอนนี้การหายตัวไปของจิ้นจู๋ก็ยังไม่มีใครสงสัย ฝ่าาคิดไปเองว่าสนมอี๋เซียงเป็นางแพศยาจิ้นจู่”
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าฝ่าา ไม่ติดใจสงสัยอะไร”
ไจะติดใจสงสัยอะไรฝ่าาโปรดปรานสนมอี๋เซียง ยิ่งกว่าใครๆ คงนึกว่าคนที่ปรนนิบัติจนถึงใจคืนนั้นเป้นิี๋เซียงอย่างแน่นอนรอให้ทุกอย่างลงตัวกว่านี้ อี๋เซียงเป็อีกคนที่ลูกต้องกำจัดนาง”
“ซินเหยา หากเ้าจะครองใจฝ่าา กิริยาริษยาของเ้าจงเก็บมันไว้จน ลึกสุดลึก ไม่มีใครชอบหญิงที่มากด้วยความริษยา เห็นท่านน้าเ้าไหม (ไทเฮา) ที่สามารถครองใจฝ่าาแม้ไม่ได้ เป็หนึ่งในดวงใจ ของฝ่าาแต่สุดท้ายเมื่อคนที่เป็ที่หนึ่งตายไปนางก้ได้ขึ้นมาอยู่ที่หนึ่ง แทนอย่างสง่างาม” ซินเหยาเพียงแค่ฟัง แต่ไม่ใส่ใจ
ไทเฮา ทุบกำปั้นลงกับโต๊ะดังสนั่น
“ฝ่าาไม่ปกป้องนางทั้งๆ ที่เมื่อคืน...นางอยู่เฝ้าปรนนิบัติทั้งคืน แลั้ยังจะกฎบ้าบอนั่นอีกไทฮองไทเฮาก็ทำเหมือนกับว่ารักษากฎ ไว้อย่างดี ทั้งๆ ที่ฝ่าา ยังไม่เอ่ยถึง เื่กฏมณเฑียรบาล,มนเทียรบาลสักคำ” ไทเฮาโปรดระงับโทสะ เรามี ทางอื่นอีกมากมายจะแทรกแซง เื่ในวังหลังเป็ไทเฮาที่ดูแลอยู่ ไยต้องเกรงกลัวไทฮองไทเฮา” ิเยว่ แสร้งพูดเอาใจ
“ซินเหยานะซินเหยา กับกลายเป็หอกข้างแคร่ถือดีว่าพ่อเป็ถึงต้าหวัง คอยดูหากข้า สามารถช่วยให้ จื่อเย่นั่งบัลลังก์ได้เมื่อไหร่สิ่งแรกที่จะทำคือทำให้ซินเหยา นอบน้อมต่อข้า”
“ไทฮองไทเฮาิเยว่ได้ข่าวประหลาดมา” กระซิบข้างหู
“เ้าแฝด ต้องชะตานางอย่างนั้นหรือ”
“ใช่เพคะนางโดนเราวางยาก็เป็จื่อเย่อ๋องที่ช่วยนางคราวนั้นถูกลอบสังหารก็เป็จื่อเย่อ๋อง ไทเฮาไม่คิดหรือไรว่าจื่อเย่ปกป้องนางเพราะอะไร” ไทเฮาพยักหน้าช้าๆ
“สนมอี๋เซียงคนนี้ ข้าประเมินนางต่ำไป นางทำให้ทั้งสองพี่น้องหลงใหลนางได้ทั้งคู่เช่นนี้เองกระมังเ้าแฝดถึงแวะเวียนมาที่วังหลวงบ่อยครั้ง ข้าต้องรีบกำจัดนางเสียมิเช่นนั้นอนาคตเ้าแฝดต้องเชื่อฟังนางอย่างไม่ต้องสงสัย”
แดดอ่อนยามบ่ายคะนิ้ง นั่งฝนหมึกอยู่ที่ศาลาหลี่จวินจรดพู่กันร่างอักษรในแบบที่คะนิ้งร่างไว้ให้
“ไม่สวย” เสี่ยวซุนส่งคนตาม จื่อเย่” เสี่ยวซุนวิ่งเยาะจากไป
“ฝ่าาจื่อเย่ ถวายพระพร”
“ดีเลย วันนนีเหมาะแก่การคัดหนังสือ นั่งเลยเ้าแฝด” คะนิ้งเท้าคางมอง สองคนพี่น้องที่ใบหน้าเหมือนกันอย่างกับแกะแต่อีกคนใบหน้าสว่างใส อีกคนคิ้วขมวดตลอดเวลา
“เสี่ยวซุน ไปที่ห้องเครื่องสั่งให้เขาทำทุกอย่างที่เป็ของชอบเ้าแฝดมาด้วยเที่ยงนี้ แล้วก็สุราเลิศรสแต่ไม่เอาของเสด็จย่าที่เอามาจากโซซอนนะ ขอเป็สุราจากที่อื่นวันนี้ข้ากับเ้าแฝดไม่เมาไม่เลิก” จื่อเย่ยิ้มในรอบหลายวันมานี้ คะนิ้งอดมองไม่ได้ใบหน้ายามยิ้มช่างไม่ต่างจากหลี่จวินแม้แต่น้อย
“เ้าแฝดหนิงเออร์ป่วยเ้าไปเยี่ยม หนิงเออร์บ้างหรือเปล่า”
“นางไม่อยากเห็นหน้า จื่อเย่แม้แต่น้อย คะนิ้งเริ่มสงสัยแล้วว่าหนิงเออร์กับจื่อเย่ต้องมีความหลังกันมาก่อน
“ทำไมจื่อเย่ถึง ไม่ถูกกันกับหนิงเออร์” อดถามไม่ได้สุราถูกรินส่งลงคอ
“มันเป็เื่ของเราสี่คน555”
“ใครอีกคนก็”
“ไป๋จงอย่างไรละ” จื่อเย่รีบตอบ
“ตอนนั้น เราสี่คนร่ำสุรากันสนุกสนาน ข้ายังเป็เพียงไทจื่อ หนิงเออร์ก็มิได้แต่งกายเป็ชายเช่นทุกวันนี้ ร่ำสุราจนเมามาย เ้าแฝดดันใจกล้าบอกกับหนิงเออร์ว่า หนิงเออร์ไม่เหมาะกับเสื้อผ้าในแบบของสตรี555 ทั้งๆ ที่หนิงเออร์วันนั้นตั้งใจแต่งตัวเสียสวยมาอวดพวกเราทั้งสาม หนิงเออร์ฟาดงวงฟาดงาั้แ่วันนั้นทั้งคู่ก็ไม่เคยญาติดีกันอีกเลย”
อ๋ออย่างนี้นี่เองหนิงเออร์ถึงไม่อยากแต่งเป็หญิงและหลี่จวินเองก็ไม่อยากให้หนิงเออร์แต่งเป็หญิงกลัวว่าจื่อเย่จะ แหยนางจน หมางใจกันอีก จื่อเย่นั่งอมยิ้ม
“เ้าแฝดเ้านี่ปากร้ายนัก555” จื่อเย่ยกสุราขึ้นดื่มคะนิ้งอยากลองกินบ้างจึง หงายจอกสุราขึ้นรินสุราก่อนจะส่งลงคอ หลี่จวินจับจอกสุราไว้ ดึงเามา กระดกเองจนหมด
“คะนิ้งแค่อยากลองชิม” มองคะนิ้งด้วยตาคม เหมือนจะบอกว่าไม่ควร
“ฝ่าาน่านะ คะนิ้งแค่อยากคุยกับพวกท่านทั้งสองให้ออกรส” ว่าความสัมพนธ์ของคนทั้งหมดช่างเหนียวแน่นน่านับถือจื่อเย่รินสุราใส่จอกเพียงครึ่งยื่นส่งให้คะนิ้ง
“คนจริงสุราหลอกลวง ไม่เมา ไม่มีคำจริงใจ” คะนิ้งรับมาดื่ม หลี่จวินไม่ได้ว่าอะไรอีกต่อไป
การคุยกันออกรสชาติ คะนิ้งแม้จะรินน้อยกว่าคนอื่นทว่าเมามาย (คออ่อน) หลี่จวินมีเื่เล่ามากมาย เกี่ยวกับเ้าแฝด ซึ่งคะน้ิงรู้สึกว่าสองคนพี่ยน้องไม่ได้ห่างเหินกันอย่างที่คิด จื่อเย่กับนิ่งกว่าเดิม เสี่ยวซุนเริ่มรินชาสลับกับสุราเพื่อลดอาการเมามาย
คะนิ้ง เวียนหัวจนแทบทรงตัวไม่ไหว
“ท่านทั้งสองใครอยากดูข้าร้องเพลงบ้าง” หลี่จวินกับจื่อเย่เลิกคิ้วพร้อมกันยิ้ม หล่อ คะนิ้งทำมือเป็เหมือนไมค์ก่อนจะร้องเพลงที่คิดว่าร้องได้เพราะที่สุดนั้นคือเพลงซ่อนกลิ่นของพี่ปลามมี่
หลี่จวิน กับจื่อเย่แม้ฟังไม่ออกทว่า กับ ปรบมือให้จังหวะ
“คงไว้ได้แค่กลิ่นที่ไม่เคยโรยรา ยังหอมดังวันเก่ายามเมื่อลมโชยมาเอิ้กๆๆๆ”
บรรยากาศแสนสนุก คะนิ้งเริ่มรู้สึกว่าคนทั้งสองน่าคบหาไม่น้อยเลยทีเดียว หลี่จวิน อดยิ้มกับลีลาท่าทางน่ารักของคะนิ้งไม่ได้ จื่อเย่แม้ไม่แสดงออกทว่ากลับชอบทุกอย่างที่เป็คะนิ้งในตอนนี้ ไม่นานก็คอพับ หลับไปกลางอากาศหลี่จวินไวกว่ารับคะนิ้งไว้ในอ้อมแขนจื่อเย่ได้เพียงแค่มอง
“เสี่ยวซุนส่งจื่อเย่ ข้าพาสนมกลับห้องบรรทมก่อนเ้าแฝดไว้โอกาสหน้าเราค่อยร่วมดื่มกันอีกครั้ง” ตัดบท อุ้มร่างบางในอ้้อมแขนด้วยสายตาที่จื่อเย่รู้ว่าไม่เคยเห็นหลี่จวินมองใครแบบนั้น