เธอถือรูปไปยืนข้างหน้าต่างแสงจันทร์สาดส่องโดนรูปในมือ ฉับพลัน!ภาพก็ขยายใหญ่ขึ้น ภายในห้องกลับกลายเป็ทุ่งหญ้าสีทองแปลกตาเสียงกระพือปีกดังขึ้นเบื้องบน
“มนุษย์นี่น่า”
ชาลินีแหงนหน้ามองก็เห็นครุฑบินอยู่เหนือหัว พลันครุฑอีกตนก็บินมาสมทบ “มนุษย์หลงเข้ามางั้นรึ”
ครุฑตนแรกพยักหน้า“ใช่ๆนางคงหลงเข้ามา”
ครุฑตนที่2 มองมนุษย์ตาวาว “ข้ากำลังหิวพอดี มนุษย์ผู้หญิงข้ายิ่งชอบเนื้อหวานอร่อยนัก”
“เช่นนั้นจะรอช้าอยู่ใยเล่าเ้ากับข้าแบ่งกันครึ่งนึง” ครุฑตนแรกบอก มองเหยื่ออย่างจดจ้อง
ชาลินีมองครุฑทั้ง2 ตนอย่างหลงใหล “งามเหลือเกินขอให้ฉันได้มองคุณทั้งสองใกล้ๆหน่อยเถอะ”
ครุฑทั้งสองสบตากันแล้วก็หุบปีกร่อนลงข้างๆมนุษย์สาว“เ้าอยากดูพวกข้าใกล้ๆงั้นรึ”
ชาลินีพยักหน้า“ค่ะ คุณช่างหล่อเหลามาก” เธอเอื้อมมือไปลูบแก้มครุฑตนที่อยู่ใกล้ที่สุด“แม้จะไม่หล่อเท่าคนที่มีปีกสีทอง แต่คุณก็หล่อยิ่งกว่าดาราซะอีก”
“ปีกสีทอง!” ครุฑทั้ง 2 ตะลึง! “นี่เ้าเห็นท่านพญาครุฑงั้นรึ?”
ชาลินีพยักหน้า
“ท่านอยู่ที่ไหน?”ครุฑตนที่ 2 รีบซัก
ชาลินีส่ายหน้า“ไม่รู้ค่ะ ฉันก็อยากเห็นเขาอีกครั้ง แต่เขาก็บินหนีฉันไปแล้ว ฮือๆๆๆๆๆ...” เธอร้องไห้
“เ้าเห็นท่านไปทางไหนหรือ?”ครุฑตนแรกถาม
ชาลินีชี้ไปทางยอดเขาลิบๆ“ทางนั้นค่ะ ฉันเห็นเขาไปทางนั้น คุณพาฉันไปหาเขาได้ไหมคะฉันอยากพบเขาอีกซักครั้ง”
ครุฑตนที่2 มองหัวจรดเท้า “ขนาดท่านพญาครุฑยังเมินหนีเ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าท่านไม่้าพบเ้าอีก เ้าจงรีบกลับไปเสียเถอะก่อนที่จะกลับไปไม่ได้”
“ข้าว่าพวกเรารีบตามท่านพญาครุฑไปเถอะ”ครุฑตนแรกบอก
ครุฑตนที่2 พยักหน้าแล้วก็กางปีกบินขึ้นฟ้า ครุฑตนแรกรีบบินตามไป
“เดี๋ยวซิพาฉันไปด้วย ได้โปรด” ชาลินีรีบวิ่งตามไป
ครุฑหาได้สนใจมนุษย์พากันบินลิ่วไปยังยอดเขาเพื่อตามหาพญาครุฑ
ชาลินีวิ่งไปได้หน่อยก็สะดุดกับบางสิ่งล้มลง“โอ๊ย!”
พลัน! สิ่งที่เธอสะดุดล้มก็ชูหัวขึ้นมา มันคืองูขนาดเท่าต้นมะพร้าว
ชาลินีตะลึงใ“ง...” ยังไม่ทันจะเปล่งเสียงออกมางูก็อ้าปากกว้างฉกลงมาอย่างรวดเร็วแล้วก็เขมือบมนุษย์กลืนกินภายในคราเดียว
เช้าตรู่สมใจเรียกลูกสาวอยู่หน้าห้อง “นังนีๆๆ ตื่นรึยังว่ะแม่จะไปตลาดเอ็งจะกินอะไรแม่จะได้ซื้อมาฝาก”
เงียบ...ไร้เสียงใดๆสมใจจับลูกบิดหมุนเปิดห้องเข้าไปดู “นังนี!แม่เรียกไม่ได้ยินรึไงห๊ะ”
ภายในห้องว่างเปล่าไม่มีใครอยู่เลย“อ้าว...มันไปไหนแล้วล่ะนังลูกคนนี้นี่นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป”
เธอจะเดินออกพลัน! ก็เห็นรูปภาพอยู่บนพื้น “แล้วนี่รูปอะไรล่ะเนี่ย?ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ?”
เธอหยิบขึ้นมาดูเห็นเป็ภาพทุ่งหญ้าสีทองสวยงาม เธอมองอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็วางไว้บนโต๊ะจากนั้นก็ออกไปตลาด
เวลาผ่านไปล่วงเข้า่บ่าย จอร์จโทรไปที่ร้านดรีมแกลอรี่
ราตรีรับโทรศัพท์“สวัสดีค่ะ ดรีมแกลอรี่ค่ะ”
“ฮาโหลขอพูดกับเ้าของร้านหน่อยครับ” จอร์จบอกอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก
“ใคร้าจะพูดด้วยคะ?ดิฉันจะได้เรียนท่านให้ทราบค่ะ” ราตรีถาม
“ผมชื่อจอร์จครับ”
“รอซักครู่ค่ะ”ราตรีบอกแล้วก็กดพักสายไว้ จากนั้นก็เดินไปบอกเ้านาย “ท่านคะ คุณจอร์จโทรมาค่ะ”
นิมิตรากำลังจิบชาพยักหน้าวางแก้วลง“ขอบใจจ้ะ”
ราตรีเดินออกไป
นิมิตราเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์“สวัสดีค่ะ ดิฉันนิมิตราพูดค่ะ”
“เอ่อ...”จอร์จอ้ำอึ้งไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงดี
“มีอะไรหรือคะคุณจอร์จ?หรือว่า้าจะเข้ามาชมรูปภาพที่ร้านอีกก็เชิญนะคะ” นิมิตราพูดเสียงหวานไพเราะ
“เอ่อ...”จอร์จอ้ำอึ้ง “คือว่า...เื่รูปที่เช่ามาน่ะครับ”
“อ๋อค่ะดิฉันได้รับคืนแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะที่ดูแลรักษารูปเป็อย่างดีค่ะ”นิมิตราบอกพร้อมกับมองไปที่ผนังตรงข้ามโต๊ะรับแขก ภาพครุฑสีทองงดงามแขวนอยู่ ณตรงนั้น
“ห๊ะ!” จอร์จใ “อะไรนะครับ!”
“ขอบคุณค่ะที่ดูแลรักษารูปเป็อย่างดีค่ะว่างๆก็เชิญแวะมาที่ร้านอีกนะคะ สวัสดีค่ะ” นิมิตราพูดแล้วก็วางสาย
“เดี๋ยวครับ! คุณว่าอะไรนะครับ” จอร์จถามได้ยินเสียงตัดสายดังตู๊ดๆ เขางงหนักมาก พอตั้งสติได้เขาก็รีบไปที่ร้านดรีมแกลอรี่
นิมิตราพูดพลางยกแก้วชาขึ้น“เตรียมรับแขกด้วยนะราตรี”
“ค่ะท่าน”เสียงราตรีรับคำดังเข้ามา
นิมิตรายิ้มแล้วก็จิบน้ำชาต่อ
เกือบชั่วโมงจอร์จก็ไปถึงร้านดรีมแกลอรี่ ประตูเปิดออกทันทีที่จอร์จก้าวเท้าผ่านซุ้มไม้เลื้อยหน้าร้าน
“เชิญค่ะ”ราตรียืนต้อนรับอยู่ข้างประตู
จอร์จก้าวพรวดเข้าไป“ขอบคุณครับ” เขาพูดติดปากตามมารยาท
“เชิญนั่งรอซักครู่ค่ะเดี๋ยวท่านก็ออกมาค่ะ” ราตรีบอกพร้อมกับเสิร์ฟน้ำชาให้
จอร์จนั่งรอที่โซฟากลิ่นน้ำชาหอมฟุ้งชวนให้ลิ้มลอง เขายกแก้วชาขึ้นจิบ เพียงจิบแรกความหอมของชาก็ฟุ้งไปทั้งปากเขาดื่มชาจนหมดแก้วอย่างไม่รู้ตัว
นิมิตราเดินออกมาจากห้องด้านใน“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ”จอร์จวางแก้วลงแล้วก็ยืนขึ้น “คือเื่รูปน่ะครับผมไม่เข้าใจที่คุณพูดเลยครับ”
นิมิตรายิ้มหวาน“ขอบคุณค่ะที่ดูแลรูปเป็อย่างดีค่ะ”
“หมายความว่ายังไงครับคือว่ารูปถูกขโมยไปน่ะครับ คุณ้าเรียกค่ารูปบานนั้นเท่าไหร่ก็บอกมาเลยครับคุณพ่อผมยินดีที่จะจ่ายให้คุณเต็มที่ครับ” จอร์จรีบพูดรัวอย่างใจร้อน
“ดิฉันได้รับรูปคืนมาแล้วค่ะ”นิมิตราบอกพร้อมรอยยิ้ม
“อะไรนะครับ! ได้รูปคืนแล้ว เป็ไปได้ยังไงครับก็ในเมื่อยัยนั่นขโมยรูปไป” จอร์จงง
“เชิญด้านในดีกว่าค่ะ”นิมิตราบอกแล้วก็เดินนำเข้าไปด้านใน
จอร์จรีบเดินตามไป“เดี๋ยวซิครับ”
นิมิตราเดินนำไปจนถึงห้องเดิมที่จอร์จเคยเข้าไป
จอร์จตามไปอย่างงงๆแต่พอมองไปที่กลางห้องเขาก็ตะลึง!“รูปนี้มาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย!”
“ทางเราได้รับคืนเป็ที่เรียบร้อยแล้วขอบคุณค่ะที่ดูแลภาพเป็อย่างดี” นิมิตราบอกเสียงหวานพร้อมกับยิ้มให้
จอร์จมองรูปอย่างงงๆแล้วก็หันไปมองเ้าของร้านสาวสวยอย่างงงๆ
“เชิญค่ะ”นิมิตราผายมือไปทางประตู
จอร์จเดินออกจากห้องไปอย่างงงๆ
นิมิตราปิดประตูตามหลังเสียงกระพือปีกดังแว่วลอดออกมา เธอยิ้มเย็นพร้อมกับประตูปิดลง จากนั้นเธอก็เดินนำจอร์จกลับไปที่ห้องรับแขก
ราตรียืนรออยู่“อีกซักครู่ท่านต้องไปตามนัดนะคะ”
นิมิตราพยักหน้า“ขอบใจจ้ะ” แล้วเธอก็หันไปพูดกับจอร์จว่า “ถ้างั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”
จอร์จพยักหน้าอย่างงงๆ“ครับ”
นิมิตราหันไปพูดกับราตรีว่า“ดูแลแขกด้วยนะ”
“ค่ะท่าน”ราตรีรับคำ
นิมิตราเดินกลับเข้าไปด้านใน
จอร์จมองตามอย่างงุนงงพร้อมกับโล่งใจที่ไม่ต้องจ่ายค่ารูปแล้วเขามองราตรีแล้วก็พูดว่า “ผมกลับเลยล่ะกัน”
“เชิญค่ะ”ราตรีเดินไปเปิดประตูหน้าร้าน
จอร์จรีบเดินออกจากร้านด้วยความโล่งใจแล้วรีบกลับบ้านทันที
3วันต่อมาสมใจก็โทรหาลูกเขยอย่างร้อนใจเพราะติดต่อกับลูกสาวไม่ได้ “คุณชัย นังนีมันอยู่ไหนคะ?แม่โทรหา มันก็ปิดเครื่อง”
“ผมไม่รู้ครับคุณแม่เขาออกจากบ้านไป 3 วันแล้วครับโทรศัพท์ก็ลืมไว้ที่บ้านแล้วเผอิญผมทำโทรศัพท์เขาแตกครับ” สุรชัยตอบตามจริง
“อ้าว...นี่มันไม่ได้กลับบ้านเหรอคะ?ตายจริง แล้วมันไปไหนล่ะคะ? มันมาหาแม่แล้วมันก็ไปแม่ก็คิดว่ามันกลับบ้านไปแล้วซะอีก ปกติมันจะโทรหาแม่ทุกวันแต่มันไม่โทรมาหาแม่ตั้งหลายวันแล้ว แม่ก็เลยโทรมาหาคุณนี่แหละค่ะ”สมใจยิ่งร้อนใจหนัก “เดี๋ยวแม่ไปหาคุณที่บ้านนะคะแปลกจังนังนีมันหายไปแบบนี้น่ะค่ะ”
“ครับผมจะรอนะครับ” สุรชัยบอกแล้วก็ตัดสาย “คงจะไปเสพสุขกับไอ้ชู้แน่ๆ”เขาขบฟันอย่างแค้นใจ
จอร์จเดินลงมาข้างล่างเห็นพ่อนั่งอยู่ที่โซฟาก็บอกว่า“คุณพ่อครับ วันนี้ผมออกไปดูหนังกับเพื่อนนะครับ”
สุรชัยพยักหน้า“ไปเถอะ แล้วจะกลับกี่โมงล่ะ?”
“คงค่ำๆครับคุณพ่อ”จอร์จบอกแล้วก็โบกมือให้ “บายครับ”
สุรชัยโบกมือตอบพร้อมกับยิ้มให้ลูกชายเขารู้สึกว่าั้แ่เกิดเื่ขึ้นดูเหมือนเขากับลูกจะพูดคุยกันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากเขาเดินไปดูรูปของลูกที่ตั้งโชว์ในตู้กระจกพลางคิดถึงอดีตก่อนที่เขาจะแต่งงานใหม่กับชาลินี
เขายืนดูรูปต่างๆอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งได้ยินเสียงเรียก
“คุณชัย”
เขาหันไปมองก็พบว่าเป็แม่ยาย“สวัสดีครับคุณแม่” เขาไหว้ด้วยสีหน้าเรียบขึง
“สวัสดีค่ะ”สมใจรับไหว้แล้วก็เดินไปนั่งที่โซฟาอย่างคุ้นเคย “นี่นังนีมันไม่กลับบ้านเลยเหรอคะ?”
“ครับคุณแม่”สุรชัยพยักหน้าตอบแล้วก็เดินไปนั่งตรงข้ามกับแม่ยาย
จากนั้นทั้งสองคนก็ซักถามกันไปมาโดยที่สุรชัยพยายามเก็บงำเื่ชู้ของเมียเอาไว้ไม่บอกให้แม่ยายรู้ว่าเขารู้เื่ที่เมียมีชู้แล้ว
“มันหายไปไหนของมันนะ?บ้านช่องมันก็ไม่กลับ” สมใจบ่นอย่างเป็กังวล
“ผมว่าคุณแม่ลองโทรถามเพื่อนๆของเขาดูซิครับบางทีเขาอาจจะไปอยู่บ้านเพื่อนคนไหนมั้งครับ” สุรชัยแนะ
“ค่ะๆ”สมใจรีบโทรทันที
แต่ไม่ว่าจะโทรหาใครก็ไม่ได้ข่าวของชาลินีเลยซักคน
สมใจวางสายอย่างกังวล“ไม่เจอเลยค่ะ”
“ถ้างั้นคงต้องแจ้งความให้ตำรวจช่วยหาแล้วล่ะครับ”สุรชัยบอก
“ค่ะๆ”สมใจเห็นด้วย จิตใจร้อนรุ่มเป็กังวลด้วยความเป็ห่วงลูก
สุรชัยโทรแจ้งความคนหายกับตำรวจจากนั้นตำรวจก็เข้ามาสอบปากคำตามหน้าที่ สุรชัยก็ให้ปากคำไปตามความจริงพร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการให้ตำรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิดด้วย หลังจากตำรวจสอบปากคำแล้วก็ตามไปสอบปากคำสมใจซึ่งเป็แม่ของชาลินีสมใจก็ให้ปากคำไปตามความจริง ด้วยความเป็กังวลที่จู่ๆลูกสาวก็หายตัวไปหลังจากสอบปากคำเสร็จตำรวจก็ไปสอบปากคำเพื่อนๆของชาลินีอีกแต่ก็ไม่ได้ความคืบหน้าอะไร นักข่าวพอรู้ข่าวคุณนายของเสี่ยสุรชัยหายตัวไป ก็เป็ข่าวอยู่สองสามวันจากนั้นข่าวก็เงียบหายไป
ข่าวซุบซิบวงในก็ลือกันว่าบางทีชาลินีอาจจะหนีตามชายชู้ไปก็เป็ได้ หรือไม่ก็ถูกโจรจับไปเรียกค่าไถ่มั้ง
หลังจากข่าวจางลงไปสุรชัยก็ตามช่างมาเปิดตู้เซฟของภรรยาสาวเขาจัดแจงย้ายทรัพย์สินทั้งหมดของภรรยาสาวไปเก็บไว้ในตู้เซฟหลังใหม่ แล้วให้ร้านเครื่องเพชรที่เคยซื้อให้ภรรยามารับซื้อเครื่องเพชรคืนไปอย่างไม่้าเห็นมันอีกเสื้อผ้า ของใช้ของภรรยาสาวเขาก็ให้คนรับใช้ขนไปทิ้ง บรรดาคนรับใช้ก็เก็บเสื้อผ้าของคุณผู้หญิงเอาไปเป็ของตัวเองบ้างก็เอาไปขายมือสอง ก็เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ล้วนเป็ของแบรนด์เนมทั้งนั้นขนาดเอาไปขายมือสองยังได้เป็พัน
คนรับใช้ก็แอบซุบซิบกันว่า“หรือว่าคุณผู้ชายรู้เื่ที่คุณผู้หญิงมีชู้แล้ววะ?”
“หู๊ยอีหรอบนี้ กูว่ารู้แล้วชัวร์”
“กูว่าแล้ว”
“สาธุครั้งหน้าขอคนดีๆมาเป็คุณผู้หญิงนะเ้าคะท่านเ้าที่เ้าขา แว๊ดๆๆๆแบบคนนี้ไม่เอานะเ้าคะ”
“กูว่าคุณผู้ชายคงจะเข็ดไปอีกนานว่ะ”
“โท๊! ขอให้เข็ดจริงๆ เถอะป้า”
“แต่กูว่าั้แ่คุณผู้หญิงหายไป ดูคุณผู้ชายกะคุณชายเขาคุยกันดีนะ”
“เอ้าหายไปไหนกันหมดล่ะ? ใครก็ได้ เอาน้ำแตงโมมาแก้วซิ ร้อนจะตายแล้ว” เสียงเรียกของจอร์จดังแว่วมาทำให้คนรับใช้วงแตกทันที ต่างคนต่างรีบลุกไปทำงานของตัวเองกันอย่างว่องไว
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ