
ตอนที่60 คาถาครึ่งท่อน
"บิดาข้าว่าเด็กคนนั้นมีฝีมืออยู่บ้างแต่ถ้าเทียบกับองค์ชายรอง และองค์ชายสามที่มีกายคนอสูรระดับหนึ่งตอนต้นแบบสมบูรณ์ ข้าคิดว่ามันยังห่างไกลมากนักข้าดูแล้วพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ขององค์ชายสิบสี่นั่นแค่อยู่ในขั้นเจ็ดระดับสมบูรณ์กายอสูรของเขาก็เช่นกัน มันห่างไกลกันหลายขั้นในระยะเวลา ครึ่งปีบิดาก็ย่อมรู้ดีว่า จะมีการคัดเลือกองค์รัชทายาทเวลาแค่นี้ไม่พอที่จะพัฒนากายอสูรขึ้นมาได้รวดเร็ว เทียบชั้นกับองค์ชายรองและองค์ชายสามได้หรอก
เขาก็แค่ไม้ประดับแค่นั้นเวลามันจำกัดเหลือเกินถ้าเขาพ่ายแพ้ในการคัดเลือก องค์รัชทายาทนั่นก็หมายความว่าอนาคตของเขาดับวูบเป็นเบี้ยล่าง ของจอมกษัตริย์ในอนาคตไปตลอดทั้งชีวิต คงจะเป็นเพียงองค์ชายเล็กๆ ในนครแห่งนี้ไปจนวันตาย.."
เสียงของหลงไป๋ธิดาของตระกูลหลงตอบ นางถูกวางเป็นฮองเฮาขององค์รัชทายาทคนต่อไป เพราะตระกูลของนางใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในนครแห่งนี้ บิดาของนางก็เป็นขุนพลแม่ทัพของนครนี่ ที่มีตำแหน่งสูงสูงสุดการเกี่ยวดองกับราชสํานักเช่นนี้ทำให้นครอสูรวารีน้ำจืดมีความเข้มแข็งปกป้อง
บ้านเมืองให้อยู่ต่อไป ให้พ้นจากการรุกรานของนครต่างๆ ในเขตอสูรวารีซึ่งแก่งแย่งทรัพยากรกันแบบถึงพริกถึงขิงแม้ว่าจะอยู่ในเครือญาติเดียวกันก็ตาม ด้วยความที่เป็นนครที่ต่ำกว่านครอื่น ทำให้ได้รับทรัพยากรน้อยนิด
ดังนั้นจึงต้องใช้การเกี่ยวดองกับคนตระกูลใหญ่จึงจะทำให้ราชวงศ์ของอสูรวารีน้ำจืดมีความเข้มแข็งพอ ซึ่งมันก็เป็นผลดีกับตระกูลที่ได้เกี่ยวดองเพราะเขาก็จะได้แบ่งปันทรัพยากรเพิ่มขึ้น
"เพื่อความรอบคอบยังไงเราก็ต้องทำตัวเป็นกลางไปก่อนนะอะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เด็กคนนี้เข้ามาในเมืองไม่กี่วันก็สร้างความแตกตื่นให้กับนคร และอสูรวารีน้ำจืดพวกเราต้องสงวนท่าทีให้จนถึงที่สุด จนกว่าจะรู้ตัวว่าผู้ใดเป็นองค์รัชทายาท..."
บิดาและบุตรีตระกูลหลง ต่างยืนปรึกษากันสักพัก ก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านในของอาณาจักรตลาดมืดตระกูลหลง
หลังจากที่พระนางเจ้าเฟยและพระธิดานำกริชเพชรกลับตำหนักนางก็ชักชวนให้เขาพักที่ตำหนักของพวกนางก่อนเพราะกริชเพชรบาดเจ็บแม้ว่าจะไม่สาหัสมากแต่พวกนางก็อยากจะดูแลในฐานะที่นำเขาไปเที่ยวตลาดมืดแล้วมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นกับเขา
พวกนางไม่อาจจะละเลยปล่อยเขากลับไปตำหนักองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาได้ ตอนนี้ชายหนุ่มถูกเปลี่ยนเสื้อผ้าจากข้าหลวงของพระนางเจ้าเฟย เขานอนอยู่บนเตียงได้รับการดูแลจากพวกนางอย่างดี
"เป็นยังไงบ้างหลานโจวอาการของเจ้าดีขึ้นหรือไม่ ..."
พระนางเจ้าเฟยได้เข้ามานั่งใกล้ๆ ชายหนุ่ม มองดูเขารับการปรนนิบัติจากนางข้าหลวงของพระนาง หญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่แสนบางแทบจะเห็นทรวดทรงด้านในหมดสิ้น มีผ้าพันหน้าอกขนาดใหญ่ของนางปลิ้นขึ้นด้านบนความขาวมันเตะตาชายหนุ่ม จนเขาต้องแอบกลืนน้ำลายส่วนด้านล่างก็มีผ้าสีแดงพันอยู่ด้านใน ปกคลุมด้วยกระโปรงขาวบานบางเฉียบ จนเขาต้องเบือนหน้าหนีเพราะแก่นกายชายหนุ่ม มันตื่นตัวขึ้นมาจนเขาต้องเอียงตัวเอาผ้าปิดไว้แบบเนียนๆ
"พวกเจ้าออกไปได้แล้วเดี๋ยวข้าจะดูหลานชายเอง.."
เสียงของพระนางดังขึ้นหญิงสาวทรุดตัวลงเอามือหยิบผ้าที่นางข้าหลวงวางใส่กะละมังทองไว้นางเอาผ้าชุบน้ำอุ่นแล้วยกขึ้นบิดจนหมาดสะบัดพับแล้วเปิดเสื้อคลุมชายหนุ่มออกอีกครั้ง
"เดี๋ยวอาจะเช็ดตัวให้นะเด็กดี.."
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงหวานเยิ้ม
"ลำบากเจ้าอาข้ารู้สึกเกรงใจไม่อยากรบกวนท่านให้เหน็ดเหนื่อย..."
เสียงกริชเพชรพูดด้วยอาการสั่นๆ นิดหน่อย รูปร่างที่อวบอั๋นเย้ายวนกลิ่นกายหอมละมุนของสาวใหญ่ ทำให้เขารู้สึกวาบหวามแทบจะระงับอารมณ์ไม่อยู่
'ไม่ได้นะข้ากลัวจะอดใจไม่ไหวเกิดล่วงล้ำก้ำเกินนางไปคงยุ่งตายแน่ๆ ...'
กริชเพชรรู้สึกหวาดหวั่น เขาไม่อยากให้นางมาอยู่ใกล้ชิดและมาปรนนิบัติเขา
"คิก! คิก..เป็นยังไงไม่เคยเหรอไม่เคยใกล้ชิดกับผู้หญิงอย่างนั้นหรือ..."
เสียงของหญิงสาวหัวเราะคิกๆ แล้วค่อยๆ ใช้ผ้าเช็ดหน้าอกที่แกร่งของเขาแม้ว่ามันจะไม่มีซิกแพคที่เด่นชัดก็สวยงามขาวเนียนกายจำแลงของเด็กหนุ่ม มันช่างสมบูรณ์ดูสมชายชาตรีน่าพิสมัยในความรู้สึก ของหญิงสาวกายอสูรของเขาช่าง สุดยอดเด่นล้ำกว่าองค์ชายทุกคนที่มีกายอสูรที่เจือปน
ไม่บริสุทธิ์ขนาดนี้ มีแต่เพียงหน้าผากของเขา ที่มีนอขึ้นเล็กน้อยซึ่งมันก็มีเสน่ห์ชวนดูมากกว่าน่ารังเกียจ ยิ่งริมฝีปากบางๆ ทำให้นางต้องอดใจไม่ไหวใช้หลังมือสัมผัสอย่างแผ่วเบา
"ไม่ต้องพูดอะไรเดี๋ยวอาหญิงจะทำความสะอาดให้ เจ้าหลับตาลงสิ..." เสียงเซ็กซี่ของนางดังขึ้นกริชเพชรตัวแข็งทื่อนึกถึงขณะที่เขาเคยไปสปานวดออโรร่าแถวๆรัชดา
มีคุณหมอสวยๆ มานวดน้ำมันให้ สร้างความสู้ซ่าให้กับชายหนุ่ม แต่สำหรับพระนางที่เป็นหญิงสูงศักดิ์ลงมาดูแลเขาด้วยตัวเองมันช่างรู้สึกวิเศษกว่าหลายเท่า
หญิงสาวใช้ผ้าลูบไล้ไปตามหน้าอกไล่ลงไปจนถึง หน้าท้องที่เป็นลอนของชายหนุ่มมันหน้าสัมผัส จนหญิงสาวอดใจไม่ไหวใช้ฝ่ามือที่ขาวเนียนของนางลูบไล้เบาๆ
ตัวของหญิงสาวสั่นสะท้านดูดซับความเสียวซ่านที่มันแล่นเข้าสู่หัวใจพระนางไม่ได้สัมผัสร่างกายของเพศตรงข้ามแบบนี้มานานหลายปี เพราะสามีของนางได้ล่วงลับไปจนหญิงสาวแทบจะลืมสัมผัสที่ให้ความรู้สึกซู่ซ่าแบบนี้
จนนางได้ใกล้ชิดกับกริชเพชรทำให้ความชุ่มชื่นของหัวใจมันเบ่งบานเหมือนดอกไม้ในทุ่งกว้าง คล้ายหญิงสาวได้กลับไปเป็นดรุณีน้อยกลางทุ่งลาเวนเดอร์อีกครั้ง
แก่นกายของชายหนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมละมุนออกมาไม่มีกลิ่นอายของสาปอสูรเหมือนบุคคลทั่วไป ทำให้นางเคลิบเคลิ้มเลื่อนฝ่ามือที่เปลือยเปล่าไล่จากหน้าท้องแกร่งของเขาไหลลงไปสัมผัสกับขนอุยเหนือท้องน้อย มือของนางเลยลงไปอีก
หมับ!!
กริชเพชรทนไม่ไหวเขาคว้าหมับที่มือของพระเจ้าอาคนสวยแล้วลุกพรวดขึ้นนั่ง
"ข้าสบายดีแล้วข้าขอตัวกลับก่อนนะพระเจ้าอา.."
กริชเพชรรู้ตัวดีถ้าขืนอยู่ต่อไปเขาคงจะปล้ำพระนางเจ้าเฟยด้วยความกำหนัดอย่างแน่นอน เล่นลูบไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆ แบบนี้ผู้ชายที่ไหนจะทนไหวพระนางตกตะลึงกับการกระทำของเด็กหนุ่ม
เขาคารวะนางแล้วหายวับออกจากห้องบรรทมไฟแบบรีบด่วนหญิงสาวถอนหายใจเฮือก ยิ้มแบบอายๆ นางก็รู้สึกเขินๆ ลืมตัวเกือบจะทำให้ไก่ตื่นแล้ว
'เขาคงยังใหม่อยู่ไม่เคยพวกนี้ เราก็เกินไปลูบไร้ซะเด็กวิ่งหนีกลับเลยเจ้าเฟยเอ้ยใจเย็นๆ หน่อยก็ได้ เขาไม่พ้นมือเจ้าไปไหนหรอก..'
นางคิดในใจแล้วนั่งอมยิ้มดวงตาเหม่อลอยยิ่งเขายังอายเหมือนเด็กแบบนี้ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกกระชุ่มกระชวยในหัวใจอยากจะลิ้มลองรสหวานจากร่างกายของเขาเหลือเกิน
กริชเพชรทะยานออกจากตำหนักพระนางเจ้า จึงรีบตรงดิ่งกลับที่พักของตนเองอย่างรวดเร็วร่างกายของเขารู้สึกซู่ซ่าขนลุกขนพองไปหมดเกือบไม่สามารถบังคับความรู้สึกปรารถนาราคะที่ประดังขึ้นจับขั้วหัวใจ
แก่นกายชายหนุ่มแข็งผงาดดันกางเกงจนแทบจะระเบิด เธอช่างเป็นผู้หญิงที่ยั่วยวนอวบอั๋นเร้าอารมณ์บุรุษยิ่งนัก
'คิก! คิก..'เสียงหัวเราะของหนิงหนิงดังขึ้นมาจากดวงจิตแก่นแท้ของชายหนุ่ม ขณะที่เขาวิ่งตะบึงกลับตำหนัก
'เจ้าหัวเราะอะไรเหรอหนิงหนิงข้ายิ่งบังคับตัวเองไม่ได้อยู่..'
กริชเพชรส่งกระแสจิตถามภูตสาว
'นางเสนอท่านทำไม? ไม่ตอบสนองล่ะค่ะนายน้อยสะพานเหล็ก ที่นางก่อให้กับท่านเดินไปหานางนั้นใหญ่โตมโหฬาร ท่านกลับวิ่งตะบึงหนีมาไม่กลัวพระนางจะเสียใจเหรอ..'
เสียงของภูตสาวกระซิบดังอย่างทะเล้นหยอกเย้าชายหนุ่ม เขาปาดเหงื่อที่ซึมออกตามไรผมหัวเราะหึๆ ในลำคอ
"นางเป็นพระเจ้าอาของข้านะ ข้าจะทำอย่างนั้นได้ยังไงนางเป็นน้องสาวของพ่อข้านะ ข้าทำใจไม่ได้หรอก.."
เสียงของกริชเพชรดังขึ้น ยังไงเขาก็ใช้บรรทัดฐานของความเป็นมนุษย์ที่เขาได้รับมาจากโลกที่จากมา
'นายน้อยคงจะเพิ่งเกิดมาไม่กี่ปีจึงมีความรู้สึกเยี่ยงนี้ เป็นอะไรที่น่าแปลกใจมากๆ ท่านไม่ต้องกังวลหรอก ข้าเคยบอกท่านแล้วไม่ใช่เหรอในกลุ่มของราชวงศ์ต่างสมรสกันในเครือญาติ นางก็มีจิตปฏิพัทธ์ต่อท่านเพราะเห็นท่าน เป็นบุรุษผู้หนึ่งหาได้เป็นเครือญาติของนางไม่ นางหลงใหลได้ปลื้มเพราะท่านเป็นบุรุษ ที่น่าลุ่มหลงยิ่งนักข้ายังอดใจไม่ไหวเลย..'
เสียงหญิงสาวแผ่วเบาหวานฉ่ำกระซิบจนชายหนุ่ม รู้สึกเขินอยากระบายความอัดอั้น
'หนิงหนิงเจ้าอย่าล้อข้าเล่นนะเดี๋ยวกลับถึงตำหนักข้าจะดึงเจ้าไปในห้องสีชมพูกระหน่ำเจ้าให้พูดไม่ออกเลย..'ชายหนุ่มแค่นเสียง
'ฮ่าๆ ๆ นายน้อยท่านคิดว่าข้ากลัวท่านเหรอจริงไม่กลัว กลัวไม่จริงซะมากกว่า...'
หญิงสาวหัวเราะร่า ทั้งสองต่างพูดหยอกเย้ากันขณะเดินทางกลับตำหนักขององค์ชายสิบสี่
กริชเพชรอารามตกใจไม่ได้เรียกพาหนะเหาะเหินออกมาจึงวิ่งคุยกับนางภูตสาวจนถึงห้องพัก
"นายน้อยท่านหายดีแล้วเหรอวิ่งมาจนเหงื่อโทรมตัวเลยอาการบาดเจ็บของท่านเป็นยังไงบ้าง.."
หนิง หนิงที่ออกมาจากดวงจิตแก่นแท้ของกริชเพชรถามด้วยความเป็นห่วงเอามือลูบไล้หน้าผากของเขา
"นี่เจ้าจะตรวจไข้หรือเจ้าจะทำอะไรกันแน่แบบนี้เขาไม่เรียกว่าเช็คอาการหรอกนะ นี่มันเล้าโลมกันชัดๆ .."
เสียงชายหนุ่มดังขึ้นแผ่วเบา แก่นกายของเขายังไม่ยอมอ่อนลงแต่ตอนนี้ ร่างกายของกริชเพชรบาดเจ็บมันจึงไม่มีอารมณ์โรแมนติกเท่าที่ควร ชายหนุ่มนึกอะไรขึ้นมาได้เขาลุกขึ้นพรวด
"เราเข้าไปรักษาตัวในกล่องนิลกาฬกันเถอะ.."
พูดจบร่างของทั้งสองก็หายวับเข้าไปในกล่องดำทันที เขามายืนอยู่ข้างเตียงในห้องสีชมพูถุงนิมิตของเขาเริ่มสั่นไหวรุนแรง กริชเพชรขมวดคิ้วส่งพลังบอลดวงจิตแก่ๆ เข้าไปสำรวจในถุงนิมิตกลับพบว่าผนึกครึ่งท่อน ของคาถาง้าวอสูรพลิกฟ้าเกิดสั่นไหวอย่างรุนแรง
เขาจึงพลิกข้อมือดึงมันออกมาปรากฏอยู่บนฝ่ามือเหมือนมัน ต้องการเข้าไปในห้องแปดเหลี่ยมนั้น
"พลังดึงดูดของห้องแปดเหลี่ยมมีต่อวัตถุคาถาครึ่งท่อนนี้.."
กริชเพชรหันไปพูดกับหนิงหนิงนางขมวดคิ้วพยักหน้า ทั้งสองต่างเดินข้ามประตูห้องแปดเหลี่ยมเข้าไปด้านใน
พอร่างเขาปรากฏกายในห้องแท่นที่วางศิลาจอมจักรพรรดิกาลเวลา ก็ส่งประกายไฟฟ้าพุ่งตรงเข้ามา หาแท่งคาถาครึ่งท่อนในมือของกริชเพชรทันที
มันดูดห่อหุ้มคาถาแท่งนั้นดึงไปลอยอยู่บนแท่นวังศิลาแล้วกับฉายแสงภาพ สามมิติไปที่ห้องด้านหนึ่ง ปรากฏกระบวนท่า คนผู้หนึ่งถือง้าวขนาดใหญ่เท่าข้อแขน ปลายโค้งงอใบมีดของง้าวยาวหนึ่งฟุตด้ามยื่นยาวออกแปดฟุต ร่ายรำกระบวนท่าที่หนึ่งออก
......................................................................................................................................................