“ท่านแม่เ้าขาาาาาาา”ข้าหันไปเห็นท่านแม่กำลังเดินมาพอดี จึงะโออกไปท่านแม่คนงามของข้าดูสีหน้าเหนื่อยล้าเต็มที
แน่นอนว่าตอนนี้เลยเวลาอาหารเที่ยงมาพอสมควรแล้ว ท่านแม่ของข้าจึงได้มีโอกาสนำอาหารมาส่งท่านพ่อที่แปลงนา
ถามว่าทำไมนะหรือก็เพราะว่าที่บ้านของข้า ท่านย่าและท่านปู่ ให้คนในครอบครัว ทานอาหารได้ครบสามมื้อนะสิ คิดว่าดีมากใช่หรือไม่ ก็ดีแหละ อืม...ดีสิ
ถึงแม้ว่ามื้อเที่ยงจะไม่ได้มากมายแต่ก็พอสำหรับการดับความอยากอาหารก่อนจะถึงมื้อเย็น ดังนั้นท่านแม่ของข้าจึงมีหน้าที่ทำอาหารให้คนในบ้านใหญ่ทานก่อนจะออกมาส่งข้าวให้พ่อข้าทุกวัน
แต่ที่สำคัญท่านย่าไม่เคยให้ท่านแม่และครอบครัวของข้านั่งทานอาหารด้วยเลยสักมื้อไม่ว่าจะเป็มื้อเช้า ที่ท่านย่าของข้าอ้างว่าท่านพ่อและท่านแม่ต้องรีบออกไปเก็บของป่าและหาบน้ำเข้าบ้านกว่าจะเสร็จก็เลยเวลาอาหารเช้า คนที่บ้านใหญ่รอไม่ไหวแน่นอน อย่างเช่นประโยคที่ว่า
“เ้าจะให้ข้าหิ้วท้องรอเ้าหรือ”
“ข้ารอเ้าข้าต้องไม่สบายแน่”
หรือจะเป็
“ดีเสียจริง บิดามารดาเช่นพวกข้าต้องมานั่งรอบุตรชายเพียงคนเดียวช่างประเสริฐเสียจริง”
ท่านพ่อท่านแม่ของข้าจึงไม่สามารถทำอันใดก็ได้แต่ยอมไปละนะ แต่ถึงกระนั้น ท่านพ่อก็ยังขอให้ท่านย่ายกเว้นข้าไว้สักหนึ่งคนเพราะข้ายังเด็กต้องทานข้าวเช้าจะได้เติบโต แข็งแรง เช่นหลานๆ คนอื่น ๆ
แต่คนเช่นท่านย่านะหรือจะยินดี เพียงแต่ก็ยินยอมด้วยความไม่เต็มใจนักอย่างไรเล่าแต่เพราะความเกรงใจในตัวท่านพ่อของข้ามากกว่า หืม... ไม่สิ ต้องพูดว่ากลัวจะไม่มีคนทำงานให้มากกว่า
ในแรกๆข้าก็ยินยอมไปทานอาหารเช้าตามที่ท่านพ่อบอก เพื่อความสบายใจของท่านพ่อและท่านแม่ แต่พอถึงเวลาที่ข้าไปนั่งร่วมโต๊ะด้วยป้าสะใภ้ใหญ่ กับ ท่านย่าก็เอาแต่คีบอาหารที่มีเนื้อและมีผักป่าเพียงน้อยนิดนั้น แถมท่านแม่ของข้าต่างหากที่ออกไปเก็บให้แก่บุตรของตนเอง
ส่วนข้านั้น…อย่าให้ข้าต้องพูดเลยแต่พูดแล้วก็พูดเถอะนะ ตัวของข้ายังเล็กแถมแคระแกรน แขนของข้าก็สั้นป้อม ไม่มีเรี่ยวแรงไปแย่งกับคนอื่นๆจนอาหารบนโต๊ะหมดทุกครั้งเสมอไป ข้าจึงได้แต่นั่งทานข้าวต้มใสๆ ไป คนเดียว
รอจนท่านพ่อท่านแม่กลับมาก็ได้กินแค่ของเหลือ ๆ จากบนโต๊ะอาหารเท่านั้น ในเมื่อท่านพ่อสามารถอดทนได้ท่านแม่และข้าก็ไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้เช่นกัน นอกจากนี้หลังจากทานกันเสร็จแล้วท่านแม่ของข้ายังต้องทำความสะอาดจานชามและเก็บโต๊ะทั้งหมดอีกด้วย
ส่วนท่านพ่อของข้านะหรือต้องรีบเข้านาไปดูแปลงนาอีกหลายหมู่ ที่ท่านปู่ท่านย่ากำชับไว้ว่าเป็สมบัติของตระกูล ที่เลี้ยงดูท่านพ่อมาั้แ่เด็ก ข้าก็แอบสงสัยนะทำไมคนอื่นๆ ถึงไม่ลงมาช่วยท่านพ่อของข้าเลยทำอย่างกับท่านพ่อของข้าเป็คนนอกตระกูล ใช้งานยิ่งกว่าทาสเสียอีก
แม้กระทั่งมื้อเย็นท่านแม่ก็ต้องทำอาหารทิ้งไว้สำหรับมื้อเย็นให้คนที่บ้านก่อนจะออกจากบ้านไปเพื่อนำอาหารเที่ยงไปให้ท่านพ่อเพราะอันใดงั้นหรือ ก็เพราะว่าหลังจากกินข้าวเที่ยงที่แปลงนาเรียบร้อยแล้ว ยามเซินครอบครัวของข้าก็ต้องเข้าป่าไปหาเก็บผักป่าหรือแม้กระทั่งไปดูกับดักที่ท่านพ่อของข้าล่ามาได้
จากนั้นก็นำไปทำอาหารหรือนำไปขายเงินที่ได้ก็ต้องเอาเข้ากองกลางบ้านจนหมดเพื่อแสดงถึงความกตัญญูต่อครอบครัวตามที่ท่านย่าของข้าพูดกรอกหูท่านพ่อทุกครั้งที่นำเงินไปให้ แม้แต่อีแปะเดียวยังไม่สามารถเก็บไว้ได้ กว่าจะกลับมากินข้าวได้ ก็เลยเวลาอาหารไปแล้ว
“ว่ายังไงจ๊ะจินเออร์ตัวน้อยของแม่” ยามที่ข้ามองไปที่บุตรสาวตัวน้อยในใจของข้ารู้สึกเสียใจยิ่งนัก ที่ไม่สามารถดูแลนางได้ดีกว่านี้แม้ตอนนี้นางจะอายุห้าขวบหนาวแล้วก็ตาม แต่ร่างกายของนางนั้นดูผอมแห้ง แกระแกร็นพร้อมที่จะปลิวตามลมได้เสมอ
“คิดถึงท่านแม่เ้าค่ะ”ข้าเห็นสีหน้าและสายตาท่านแม่แล้ว ก็พอจะเดาได้ว่าท่านแม่รู้สึกเช่นไรสิ่งที่ข้าทำได้ในตอนนี้คือ การออดอ้อนท่านแม่ให้ยิ้มได้ท่านแม่อดทนอีกหน่อยนะเ้าคะ ข้าจะพาท่านแม่ออกไปจากบ้านหลังนี้ให้ได้
หลังจากนั่งรอได้มินาน ท่านพ่อก็มาถึงจึงมานั่งพักและล้อมวงกินข้าวพร้อมข้าและท่านแม่ เหมือนเช่นทุกครั้งกินไปได้สักพัก ข้าจึงเอ่ยสิ่งที่้าออกมา
“ท่านพ่อ ท่านแม่เ้าคะวันนี้จินเออร์ว่าเราไปหาผักป่า นอกเส้นทางกันดีบ้างมั้ยเ้าคะ”
“ทำไมละ หืมไหนเ้าลองบอกเหตุผลพ่อมาดูหน่อย”วันนี้ท่าทางจินเออร์น้อยของเค้าตั้งใจพูดเป็พิเศษ
“ท่านพี่เ้าคะข้าว่ามันอันตรายนะเ้าคะ อย่าได้ตามใจจินเออร์เลยเ้าค่ะ”
“ท่านแม่ อืออ”ท่านแม่ของข้านี้ ไม่ไหวเลยย ขัดมุกข้าได้ยังไงกัน
“อ๊ะไหนเ้าว่ามาจินเออร์ พ่อรอฟังเ้าอยู่”
"เ้าค่ะท่านพ่อข้าคิดว่า ทางเก่ามันคนเยอะแล้ววเ้าค่า ทางใหม่คนน้อย”ทำไมเกิดเป็เด็กมันลำบากขนาดนี้กันเนี่ยย หึยยยข้าพูดชัดบ้างไม่ชัดบ้างหงุดหงิดตัวเอง จะพูดยาวๆ ก็ไม่ได้เดี่ยวท่านพ่อท่านแม่สงสัยข้าอีก เห่อ
“ฮ่า ๆเ้าฉลาดนักจินเออร์ ได้ๆ พ่อเชื่อเ้า”
“ท่านพี่เ้าคะ”
“เอาหน่าฮูหยินข้าก็เคยคิด เพียงแต่ยังไม่มีโอกาส ครั้งนี้จินเออร์น้อยเสนอมาก็ดีแล้วข้าคิดว่าพวกเราควรลองดู”
“ก็ได้เ้าค่ะท่านพี่”
“เย่ ๆ เข้าป่าๆ กันท่านพ่อ ท่านแม่” เห่ออ ข้าก็คิดว่าท่านพ่อจะเชื่อฟังท่านแม่ซะแล้วข้าอยากเข้าป่าจริงๆ นะเ้าคะท่านแม่ ยกโทษให้บุตรสาวตัวน้อยๆ คนนี้ด้วยเถิดเ้าค่ะ
“จ๊ะ จินเออร์รีบทานข้าวเถอะจะได้เข้าป่าไวๆนะลูก” เจียหลินตอบรับบุตรสาวตัวน้อยของนาง ที่มัวแต่ดีใจจนไม่ยอมกินข้าวต่อสักที
“เ้าค่ะ” คนมันดีใจอ่ะอืออ หนทางรวยของข้าต้องมาแล้วป๊ะล่ะ
หลังจากกินข้าวเสร็จแล้วท่านพ่อและท่านแม่ก็พาข้าเข้าป่า มุ่งตรงไปยังป่าหลังหมู่บ้านที่ปกติชาวบ้านจะเข้าป่า ไปหาของมาขาย หรือทำกับดักสัตว์น้อยใหญ่เพื่อนำไปขายในตลาด
“อ้าว เจียซานสะใภ้รองเจีย พวกเ้าเข้าป่าไวจังเลยวันนี้”เสียงดังของท่านยายชุนหลีเอ่ยออกมาเมื่อเห็นกลุ่มของครอบครัวเจียซานกำลังจะเข้าป่า
“สวัสดีขอรับท่านยายชุนหลี”ท่านพ่อของข้าเอ่ยตอบออกไปโดยยืนอุ้มข้าอยู่ข้างๆ ท่านแม่
“สวัสดีเ้าค่ะท่านยายวันนี้จินเออร์นางอยากเข้ามาเล่นด้วยเ้าค่ะข้าเลยรีบพานางเข้ามากลัวฟ้าจะมืดเสียก่อน”
"สวัสดีท่านยายเ้าค่ะ"ข้ารีบเอ่ยเสียงใสออกไป
ท่านยายชุนหลี เป็คนที่ดีคนหนึ่งเพียงแต่ว่าครอบครัวของท่านยายยากจนเช่นกัน จึงไม่ได้ไปมาหาสู่กันบ่อย ๆแต่เวลาข้าเข้าป่าทีไรท่านยายจะคอยดูแลข้าตลอดที่เข้าป่ามากับท่านพ่อท่านแม่นอกจากนี้ยังคอยแอบของกินเล็กๆ น้อยๆ มาเผื่อข้าทุกครั้ง
"จ้าๆจินเออร์น้อยก็มาด้วยหรือ"
"เ้าค่ะ ไปด้วยกันมั้ยเ้าคะ"
"ไม่เป็ไรๆพวกเ้าไปเถอะ จะได้รีบไปรีบมา เดี๋ยวจะอันตราย"
“ได้เ้าค่ะท่านยายชุน”
"บ๊าย บาย เ้าค่ะท่านยาย"