จือิยกกล่องหมายเลข 3 ออกมาจากห้องเก็บของ เนื่องจากของเก่ารอบนี้มีน้ำหนักเบาพอสมควร หลังจากวางกล่องไว้บนโต๊ะ ซวงเหมยก็เดินไปอ่านข้างกล่อง
“สินค้ารอบนี้ท่านป้าตั้งราคาไว้ 765 ตำลึงโดยห้ามแสดงราคาให้คนอื่นเห็น และให้ขายกับคนที่ทราบราคาของชิ้นนี้เท่านั้น” ซวงเหมยกล่าว
“คนที่ทราบก็คงมีแต่พวกเรา ท่านป้า และเ้าของเก่าของสินค้าชิ้นนี้เท่านั้นนะเ้าคะ” จือิกล่าว
“แสดงว่าท่านป้า้าให้พวกเราขายสินค้าให้เ้าของเก่านี่เอง” ซวงเหมยเข้าใจ
“ข้าเปิดเลยนะเ้าคะ” จือิเปิดกล่องอย่างตื่นเต้น
สองสาวต้องมาคอยลุ้นอีกเช่นเคย จนกระทั่งจือิเปิดกล่องออกมาเป็ภาพวาดของหญิงสาวที่แต่งกายคล้ายสาวนางโลมในหอโคมเขียว
“ผู้หญิงคนนี้งดงามมากจริงๆ หากชายใดได้ยลโฉม คงหลงเสน่ห์ของนางน่าดู” ซวงเหมยทึ่งในความงามของหญิงสาวโฉมงาม
“ผู้หญิงคนนี้คุ้นๆ นะเ้าคะ” จือิรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา
“เ้ารู้จักอย่างนั้นหรือ” ซวงเหมยสงสัย
“ข้าเคยเห็นนางที่โรงประมูลเมื่อวันก่อน นางมากับคุณหนูเหรินซวง ข้าเห็นผู้หญิงในภาพถอดสร้อยมรกตไปวางประมูลด้วยเ้าค่ะ” จือิกล่าว
ซวงเหมยแอบจับไปที่อกเพื่อคลำสร้อยมรกตที่นางสวมใส่ แต่ไม่ยอมเอาออกมาให้ใคร เพราะนางไม่้าให้ใครรู้ว่านางสวมสร้อยมรกตของตระกูลเหลียงอยู่ จากนั้นก็กล่าวว่า “แสดงว่าผู้หญิงคนนี้คือเหรินฉู่ อดีตคู่หมั้นของเศรษฐีเหลียงกังหรือคุณหนูรองแห่งตระกูลเหรินนี่เอง”
“หากเป็นางจริง เหตุใดนางถึงแต่งกายเช่นนี้ล่ะเ้าคะ” จือิไม่เข้าใจ
“นั่นสิ นางอยู่ในตระกูลเศรษฐี นางจะเข้าไปอยู่ในหอนางโลมได้อย่างไร” ซวงเหมยเองก็สงสัย
“หรือว่านางเคยพลัดพรากจากครอบครัวหรือเปล่าเ้าคะ” จือิคาดการณ์
“อย่าคาดเดาเลย พวกเราเดาไม่ถูกหรอก” ซวงเหมยกล่าว
“ข้านำไปแขวนเลยนะเ้าคะ” จือิอาสา
“ช้าก่อน! เนื่องจากภาพนี้เป็ภาพวาดคนดัง พวกเราควรหาอะไรมาปิดบังใบหน้าหญิงสาวไว้” ซวงเหมยกลัวเหรินฉู่เสื่อมเสียชื่อเสียง
“ทำไมล่ะเ้าคะ” จือิสงสัย
“ตระกูลเหรินอาจเอาเื่พวกเราได้ ที่พวกเรากล้านำภาพวาดของคุณหนูรองที่แต่งกายไม่เหมาะสมมาแสดงขายน่ะสิ” ซวงเหมยอธิบาย
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ” จือิจึงหากระดาษขนาดเล็กมาแปะปิดบังใบหน้าสาวโฉมงามไว้ทันที
“หวังว่าเ้าของภาพวาดจะจำได้นะ” ซวงเหมยอยากขายออกให้เร็วที่สุด เพราะนางไม่อยากมีเื่กับตระกูลเหริน
ผ่านไปสามชั่วยาม ก็ยังไม่มีลูกค้าคนไหนสนใจภาพวาดสาวโฉมงามผู้นี้เลยสักคน จนกระทั่งอยู่ดีๆ คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเหรินก็เข้ามาในร้าน
จือิรีบเดินไปต้อนรับทันที “สนใจสินค้าชิ้นไหนหรือเ้าคะ”
“ข้าไม่ได้มาซื้อของ ข้ามาหาผู้หญิงที่ชื่อซวงเหมย” เหรินซวงกล่าวอย่างเอาเื่
“ท่านมีธุระอะไรกับข้างั้นหรือเ้าคะ” ซวงเหมยสงสัย
“เ้านี่เอง! หน้าตาสะสวยใช้ได้ ก็สมแล้วที่เป็ผู้หญิงของเหลียงกัง” เหรินซวงมองั้แ่หัวจรดเท้า
“โปรดระวังคำพูดด้วยเ้าค่ะ ข้าไม่ใช่ผู้หญิงของใคร” ซวงเหมยรู้สึกไม่พอใจที่มีคนดูิ่นาง
เหรินซวงเดินเข้าไปหาแม่ค้าคนสวย และรีบจับสร้อยที่ซวงเหมยสวมอยู่ จนทุกคนเห็นว่าซวงเหมยสวมสร้อยมรกตที่เป็ของหมั้นของท่านเหลียงกังจริงๆ
“นี่ไง! ของหมั้นของเหลียงกัง เ้ายังมีอะไรจะพูดอีกมั้ย” เหรินซวงจับสร้อยและหันให้ทุกคนในร้านดู
“เขาให้สร้อยข้าเอง แต่ข้าไม่ได้เป็อะไรกับเขาเ้าค่ะ” ซวงเหมยอธิบาย
“ข้าไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะมาเชื่อคำพูดของเ้า” เหรินซวงไม่เชื่อ เพราะสร้อยเส้นนี้เป็ของสำคัญของตระกูลเหลียง อยู่ดีๆ จะให้หญิงสาวแปลกหน้าได้อย่างไร
“การที่ท่านมาเอาเื่กับข้าแบบนี้ แสดงว่าท่านกำลังหึงหวงท่านเหลียงกังอยู่ใช่หรือไม่เ้าคะ” ซวงเหมยกล่าวอย่างรู้ทัน
“เ้าเอาอะไรมาพูด ใครหึงหวงชายหลายใจคนนั้นกัน” เหรินซวงหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านรักท่านเหลียงกังนี่เอง ถึงว่า ท่านถึงบังคับให้น้องสาวถอนหมั้น เพื่อที่ท่านจะได้ลงเอยกับคนที่ท่านรักนี่เอง” ซวงเหมยมองออก
“อย่ามาพูดจากล่าวหาข้าเช่นนี้” เหรินซวงโมโหที่มีคนพูดแทงใจดำ
“หากไม่เป็ความจริง ท่านจะสนใจทำไมว่าท่านเหลียงกังสนใจผู้หญิงคนไหนล่ะเ้าคะ” ซวงเหมยกล่าว
“เ้าพูดจาลบหลู่ข้าเช่นนี้ ขอตบสักทีเถิด” เหรินซวงควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่
จือิกำลังจะวิ่งเข้าไปช่วยเ้านาย แต่มีคนไวกว่านางมาก ชายคนนั้นวิ่งแซงจือิไปอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตาเดียว เขาก็สามารถจับไปที่ข้อมือของคุณหนูใหญ่เหรินซวงและสามารถยั้งไม่ให้นางตบหน้าแม่ค้าได้ทันเวลาพอดี
“เหลียงกัง! ท่านมาได้อย่างไร” เหรินซวงใ
“อย่ายุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงของข้า อย่าหาว่าข้าไม่เตือน” เหลียงกังกล่าวอย่างเอาเื่
“แต่นางเป็เพียงแม่ค้าที่อยู่ในร้านซอมซ่อเท่านั้นนะ นางมีอะไรดี” เหรินซวงกล่าว
“แค่กิริยามารยาท เ้าก็ยังสู้นางไม่ได้เลย” เหลียงกังกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
“นี่ท่าน!” เหรินซวงโกรธจนควันออกหู
“เอาเถอะเ้าค่ะ! ข้าไม่รู้หรอกว่าพวกท่านมีปัญหาอะไรกันมาก่อน แต่ข้าขอยืนยันว่าข้าไม่ใช่ผู้หญิงของชายผู้นี้ ข้าขอคืนสร้อยของท่านนะเ้าคะ และขอความกรุณาอย่าสร้างปัญหาให้ร้านของข้าอีก เชิญพวกท่านออกไปจากร้านของข้าได้แล้วเ้าค่ะ” ซวงเหมยพยายามควบคุมสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุดและบอกกับคนทั้งคู่อย่างสุภาพ
“เ้าลืมสัญญาระหว่างเราแล้วหรือ งั้นดีเลย ต่อไปข้าจะได้มาหา….” เหลียงกังถือโอกาส
ซวงเหมยรีบพูดแทรกทันที “ก็ได้! ในเมื่อท่านให้สร้อยข้าแล้ว ข้าจะรับไว้ แต่นี่ไม่ใช่ของหมั้นหรือของแทนรักใดๆ ทั้งสิ้น สร้อยเส้นนี้เป็เพียงสิ่งของที่เปลี่ยนเ้าของแล้วเท่านั้น”
“ตามใจเ้าเถิด” เหลียงกังยักไหล่
“เชิญพวกท่านออกไปจากร้านข้าได้แล้วเ้าคะ หากพวกท่านมาสร้างปัญหาในร้านพวกข้าอีก ข้าจะรีบไปแจ้งทางการเดี๋ยวนี้ พวกท่านเป็คนมีชื่อเสียง คงจะไม่เอาชื่อเสียงมาทิ้งที่นี่หรอกนะเ้าคะ” ซวงเหมยรีบไล่
“ข้ากลับก็ได้ ฝากไว้ก่อนเถิด” เหรินซวงกลับไปตั้งหลักก่อน
“แล้วทำไมท่านถึงยังไม่ออกไปจากร้านข้าอีกล่ะเ้าคะ” ซวงเหมยมองไปที่เหลียงกัง
“ข้าจะมาเลือกซื้อของ” เหลียงกังกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“สินค้าในร้านข้าไม่เหมาะกับคนชนชั้นสูงอย่างท่านหรอกเ้าค่ะ” ซวงเหมยไม่อยากขายให้
“นี่ไง ภาพนี้สวยดีนะ” เหลียงกังมองไปที่ของเก่าหมายเลข 3
“ท่านจะให้ราคาเท่าไหร่ล่ะเ้าคะ” ซวงเหมยลองถาม
“1000 ตำลึงเป็ไง” เหลียงกังตีราคา
“ข้าไม่ขายเ้าค่ะ” ซวงเหมยกล่าว
“ทำไมล่ะ มันน้อยเกินไปงั้นหรือ” เหลียงกังสงสัย
“ท่านตั้งราคาไม่ถูกต่างหากเ้าค่ะ” จือิอธิบาย
“จือิ! เ้าไม่ควรเปิดเผยรายละเอียดสินค้า รู้มั้ย” ซวงเหมยปรามสาวใช้
“ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ” จือิรับคำ
“ที่แท้ ต้องเป็เ้าของภาพที่รู้ราคาภาพนี้เท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ซื้อภาพได้สินะ” เหลียงกังตีความหมาย
“ในเมื่อไม่มีสินค้าที่ท่านสนใจแล้ว โปรดออกไปได้แล้วเ้าค่ะ” ซวงเหมยไล่
“มีสิ” สักพักท่านเศรษฐีก็เดินไปหยิบปิ่นปักผมอันหนึ่ง แล้วมาวางต่อหน้าหญิงสาว “ปิ่นนี้เท่าไหร่ล่ะ”
“5 ตำลึงเ้าค่ะ” ซวงเหมยกล่าว
“อะ นี่ไง 5 ตำลึง” เหลียงกังควักอัฐให้ทันที
“แล้วท่านไม่เอาปิ่นไปหรือเ้าคะ” ซวงเหมยใที่ท่านเศรษฐีไม่ยอมหยิบปิ่นปักผมไป
“ข้าให้เ้าก็แล้วกัน” เหลียงกังกล่าว
“ข้าไม่รับ” ซวงเหมยรีบปฏิเสธ
ท่านเศรษฐียื่นหน้ามากระซิบว่า “เ้าปักผมซะดีๆ เถิด เพราะอีกไม่นานท่านป้าเหวยลู่ก็จะมาถึงร้านแล้ว ถ้าเ้าไม่รีบปักผมในตอนนี้ ข้าจะเดินเลือกซื้อของอีกและจะประกาศให้ท่านป้ารู้ว่าเ้าคือผู้หญิงของข้า”
“นี่ท่าน!” ซวงเหมยกล่าวอย่างโมโห
“ซวงเหมย! ข้ามาแล้ว” ท่านป้าเหวยลู่ะโทักมาแต่ไกล
ซวงเหมยใสุดขีด นางรีบหยิบปิ่นปักผมมาปักผมตัวเองทันที และกล่าวแกมกระซิบว่า “รีบไปได้แล้วเ้าค่ะ”
เหลียงกังแอบยิ้มมุมปาก แล้วเขาก็ใช้วิทยายุทธ์ะโหนีออกทางหน้าต่างด้านหลังร้านหายไปทันที ทำให้พอท่านป้าเดินเข้ามาจึงไม่เห็นว่ามีผู้ชายอยู่ในร้านเลยสักคน
“ดูเ้าหน้าซีดนะ ไม่สบายหรือเปล่า” ท่านป้าเหวยลู่กล่าวทัก
“ข้าสบายดีเ้าค่ะ” ซวงเหมยรีบพูดกลบเกลื่อน
“ข้ามารับอัฐ” ท่านป้าเหวยลู่กล่าว
“นี่เ้าค่ะ” ซวงเหมยยกห่ออัฐที่เตรียมไว้ออกมา
“ข้าขอนับก่อนก็แล้วกัน” ท่านป้าเหวยลู่ไม่ไว้ใจ
“เชิญหลังร้านเ้าค่ะ” ซวงเหมยพยักหน้าให้สาวใช้คอยเฝ้าร้าน ส่วนตนก็เดินตามเ้าของร้านไปทางด้านหลังร้านเพื่อนับอัฐ
ณ ห้องทำงานที่อยู่หลังร้าน
“เหตุใดภาพวาดนั้นถึงเป็ภาพคุณหนูรองแห่งตระกูลเหรินได้ล่ะเ้าคะ” ซวงเหมยอยากรู้จริงๆ
“เ้าอย่ารู้เลย เ้ามีหน้าที่ขายก็ขายไป” ท่านป้าไม่ยอมตอบ
“ของเก่าที่ท่านนำมาขาย ท่านได้มายังไงกันแน่ เหตุใดของทุกชิ้นถึงมีความเป็มาและมีปริศนาทั้งสิ้นล่ะเ้าคะ” ซวงเหมยถามอีก
“เ้าอยากรู้ก็สืบเอาเอง ข้ามีหน้าที่นำสินค้ามาให้เ้าขายให้เท่านั้น” ท่านป้าไม่ยอมบอกเช่นเคย
“เ้าค่ะ” ซวงเหมยต้องรู้ด้วยตัวเอง
“ครบแล้ว! ว่าแต่ทำไมข้าถึงได้ยินข่าวว่าเ้าเป็ผู้หญิงของเศรษฐีเหลียงกังล่ะ” ท่านป้าสงสัย
“มันเป็เพียงข่าวลือเ้าค่ะ” ซวงเหมยรีบพูด
“นี่เ้านำปิ่นในร้านมาประดับผมด้วยงั้นหรือ” ท่านป้ากล่าวทัก เพราะนางจำได้ว่าปิ่นที่อยู่บนหัวของซวงเหมยเป็สินค้าในร้าน
“ปิ่นอันนี้ ข้าซื้อเองเ้าค่ะ” ซวงเหมยรีบพูด
“อย่างนี้นี่เอง เ้าใส่ตลอดเลยนะ เ้าจะได้เป็แบบให้ลูกค้า พวกเขาจะได้อยากซื้อปิ่นของร้านเรา เ้าปักผมแล้วสวยดี” ท่านป้ากล่าว
“เอ่อ คือ” ซวงเหมยไม่อยากปักผมด้วยปิ่นนี้ตลอด เพราะกลัวท่านเหลียงกังเข้าใจผิดคิดว่านางมีใจให้กับเขา
“ทำไมงั้นหรือ” ท่านป้าสงสัย
“ปะ เปล่าเ้าค่ะ” ซวงเหมยพูดกลบเกลื่อน
“ข้าไปล่ะ” ท่านป้าหมดธุระแล้ว
“ข้าไม่ส่งนะเ้าคะ” ซวงเหมยทำท่าคารวะผู้าุโ
ซวงเหมยถึงกับโล่งอกที่ท่านป้าไม่ได้ดุด่าว่านางในเื่ผู้ชาย นางนั่งสงบสติอารมณ์อยู่พักหนึ่งแล้วค่อยเดินออกมาจากห้องทำงาน แต่พอออกมาไม่เห็นภาพวาด นางก็ใสุดขีด
“ของเก่าหมายเลข 3 ไปไหนแล้วล่ะ” ซวงเหมยรีบถาม
“ช่างวาดภาพได้ซื้อภาพนั้นไปแล้วเ้าค่ะ” จือิกล่าว
“เขาบอกราคาถูกต้องอย่างนั้นหรือ” ซวงเหมยสงสัย
“ใช่แล้วเ้าค่ะ” จือิดีใจที่ขายสินค้าหมายเลข 3 ได้อย่างรวดเร็ว
“ขายออกซะที พวกเราจะได้ไม่ต้องมีเื่กับตระกูลเหรินอีก” ซวงเหมยถึงกับโล่งอก
“ดูท่าทางของคุณหนูเหรินซวงแล้ว มันไม่จบแค่นั้นหรอกเ้าค่ะ” จือิมองออกว่าคุณหนูใหญ่ร้ายเพียงใด
“ข้าไม่น่ายุ่งเกี่ยวกับชายคนนั้นเลยจริงๆ” ซวงเหมยบ่น
“ข้าว่ามันเป็พรหมลิขิตนะเ้าคะ” จือิกล่าวยิ้มๆ
“มันเป็เพราะ์ลงโทษข้าต่างหาก” ซวงเหมยไม่คิดเช่นนั้น
“ไม่น่าเชื่อว่าเศรษฐีอย่างท่านเหลียงกังจะมีวรยุทธ์สูงมากเช่นนี้นะเ้าคะ” จือิทึ่งในความสามารถของท่านเศรษฐี
“ที่แท้ท่านเหลียงกังก็เป็ชาวยุทธ์ บางทีเขาอาจเป็ชายในฝันของเ้าก็เป็ได้นะ” ซวงเหมยกล่าวแซว
“ข้าชอบคนซื่อตรงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเ้าค่ะ” จือิคิดว่าตนตามความคิดชายผู้นี้ไม่ทันจริงๆ
“ก็จริงของเ้า ข้าไม่เคยเดาความคิดชายผู้นี้ออกเลยจริงๆ” ซวงเหมยรู้สึกหวั่นกลัวชายผู้นี้
********************************************
วันต่อมา อยู่ดีๆ ก็มีเด็กชายวัย 10 ขวบเดินเข้ามาในร้านขายของเก่าหมายเลข 10
“จะซื้ออะไรหรือเ้าหนู” จือิกล่าวทัก
เด็กน้อยหันซ้ายหันขวา ก่อนที่จะส่งม้วนภาพวาดให้กับมือจือิ
“นี่อะไรงั้นหรือ” พอจือิคลี่ม้วนภาพวาดดูก็ต้องใเพราะมันคือภาพของคุณหนูรองแห่งตระกูลเหรินที่เพิ่งขายได้เมื่อวานนี้ แต่พอจือิเงยหน้าขึ้นมา ก็มองเห็นเด็กน้อยวิ่งหนีไปไกลแล้ว
“มีอะไรงั้นหรือจือิ” ซวงเหมยมองเห็นจือิยืนงงในท่าชะงักค้าง
“เด็กน้อยส่งภาพวาดที่เพิ่งขายได้เมื่อวานมาให้เ้าค่ะ” จือิกล่าวอย่างตื่นตระหนก
“ทำไมล่ะ! แล้วเด็กได้บอกอะไรมั้ย” ซวงเหมยอยากรู้
“ไม่เลยเ้าค่ะ” จือิส่ายหน้า
ซวงเหมยรับม้วนภาพมาจากจือิแล้วคลี่ออกมาดูก็ไม่เห็นความผิดปกติอะไร เพราะสภาพของม้วนภาพก็ยังปกติดีทุกอย่าง นางก็เลยว่า “พวกเราไปที่ร้านขายภาพวาดกันเถอะ”
“ไปทำไมงั้นหรือเ้าคะ” จือิสงสัย
“ข้ามีลางสังหรณ์แปลกๆ เหมือนจะเกิดเื่ไม่ดีกับช่างวาดภาพคนนั้น” ซวงเหมยคาดเดาเหตุการณ์ได้
“ข้าขอปิดร้านก่อน แล้วไปกันเ้าค่ะ” จือิรีบเดินไปปิดร้านทันที
********************************************
สองสาวเดินไปถึงร้านขายภาพวาด ก็พบว่ามีคนกำลังมุงดูเ้าหน้าที่กำลังเก็บศพและกำลังสำรวจสถานที่เกิดเหตุอยู่
“มันเกิดอะไรขึ้นเ้าคะ” จือิเดินไปสอบถามหญิงชาวบ้านที่กำลังยืนมุงดูอยู่
“เ้าของร้านถูกฆ่าตายเมื่อคืนนี้น่ะสิ เขาถูกแทงหลายแผล เ้าหน้าที่คาดว่าอาจเป็การปล้นชิงทรัพย์ แต่พอสำรวจไปทั่วร้าน ก็พบว่าคนร้ายไม่ได้เอาอะไรไปเลย แต่มีร่องรอยการค้นข้าวของกระจุยกระจายน่ะสิ” หญิงชาวบ้านเล่า
“ขอบคุณที่เล่าให้ฟังเ้าค่ะ” จือิกล่าว
“พวกเราไปที่ศาลกันเถอะ” ซวงเหมยที่ยืนฟังด้วยกันก็เลยบอกสาวใช้
“ไปทำไมเ้าคะ” จือิสงสัย
“คดีฆาตกรรมอาจเกี่ยวข้องกับภาพวาดม้วนนี้ และอาจเกี่ยวข้องกับคุณหนูเหรินฉู่ก็เป็ได้” ซวงเหมยคาดการณ์
“ท่านกำลังบอกว่าคนร้ายอาจเป็คุณหนูเหรินฉู่งั้นหรือเ้าคะ” จือิตีความ
“ก็ไม่แน่หรอก พวกเราควรให้เบาะแสเพิ่มเติม เพื่อให้ใต้เท้าสืบคดีได้กระจ่างมากขึ้น” ซวงเหมยกล่าว
“งั้นรีบไปกันเถอะเ้าค่ะ” จือิรีบเดินตามเ้านายไปที่ศาลทันที