เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 95 มุ่งสู่เส้นทางอนาคต

            กิจการในที่สุดก็เข้าสู่ช่วงที่มั่นคงที่สุดกลุ่มเพื่อนสนิทต่างถ่ายทอดวิชาให้แก่ผู้ที่จะมารับช่วงต่อพร้อมกันนั้นก็เร่งเรียนอย่างหนักถึงจะไม่มีใครกล้าให้สัญญาว่าจะสอบกลางภาคครั้งนี้ได้คะแนนดีเยี่ยมเท่าไหร่แต่ในใจลึกๆ ต่างก็ฮึกเหิม อยากจะสอบติดโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งของเมืองด้วยคะแนนหัวแถวให้ได้

            เมื่อหน้าร้อนมาเยือนผลสอบกลางภาคของหมี่หลันเยว่ หมี่หลันหยาง เฉียนหย่งจิ้นและหลินเผิงเฟยก็ประกาศออกมา พวกเขาต่างสอบได้ที่หนึ่ง ที่สาม ที่หกและที่เจ็ดของเมือง ตามลำดับ และได้เข้าเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมปลายเดิมด้วยผลการเรียนที่น่าภาคภูมิใจเช่นนี้ เฉียนหย่งจิ้นและหลินเผิงเฟยกลับรู้สึกห่อเหี่ยวใจเล็กน้อย

            "ถ้าฉันตั้งใจมากกว่านี้สักหน่อยก็คงดีฉันสอบไม่ติดอันดับหนึ่งในห้า นี่มันน่าขายหน้าจริงๆ"

            เฉียนหย่งจิ้นบ่นพึมพำ เขาไม่ได้โกรธใครแต่โกรธตัวเองที่ไม่พยายามอย่างเต็มที่ในการสอบครั้งนี้ จนรู้สึกเสียใจ

            "ถ้าทำข้อสอบเสร็จแล้ว ตรวจให้ดีๆอีกสักรอบ บางทีอาจจะเจอข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อะไรบ้างก็อาจจะติดอันดับหนึ่งในห้าไปแล้วก็ได้"

            เฉียนหย่งจิ้นโมโหจนแทบจะทุบเตียงทำให้หมี่หลันเยว่หัวเราะร่วนไม่หยุด

            "พี่หย่งจิ้น พอเถอะน่าถึงจะสอบได้ที่หกของเมือง แต่ก็ยังเป็นที่หนึ่งของห้องอยู่นะคะคะแนนแค่นี้ก็ถือว่าดีแล้วค่ะ พวกเราไม่ได้เรียนชั้น ม.2 กันมานี่นาทำได้อย่างนี้ก็ถือว่าน่าภูมิใจมากแล้ว พี่ถ่อมตัวมากเกินไปแล้วนะ"

            เขาโดนหมี่หลันเยว่แซวเข้าให้เฉียนหย่งจิ้นก็ยังอารมณ์ไม่ดีอยู่ดี

            "แต่ว่า มันน่าจะทำได้ดีกว่านี้นี่นาไอ้โจทย์เล็กๆ สองข้อนั้นไม่น่าพลาดเลย"

            "ก็จำไว้เป็นบทเรียนสิคะตอนนั้นไม่ได้พยายามเต็มที่ ตอนนี้มาเสียใจก็เท่านั้น"

            คำพูดของหมี่หลันเยว่ปลุกเฉียนหย่งจิ้นให้ตื่นจากภวังค์ใช่แล้ว เขาไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ แล้วจะมานั่งเสียใจให้ใครเห็นกันการสอบครั้งนี้เป็นแค่การสอบครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเป็นการเดิมพันชีวิตการที่เขาไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ จะนำมาซึ่งอะไรบางอย่างที่มากกว่าความเสียใจ

            "ฉันเข้าใจแล้ว หลันเยว่ต่อไปไม่ว่าจะเจออะไร ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่"

            ไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ถ้ามีข้อผิดพลาดก็โทษใครไม่ได้ ก็เหมือนกับนิทานกระต่ายกับเต่าคิดว่าตัวเองจะชนะคู่ต่อสู้ได้ ก็เลยนอนหลับสบายใจบนสนามแข่งสุดท้ายก็แพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

            เฉียนหย่งจิ้นหน้าแดงก่ำความรู้สึกอับอายแล่นริ้ว เขาคงจะหยิ่งผยองเกินไป คิดว่าตัวเองเก่งแล้วก็เลยละเลยความระมัดระวังที่ควรมี เหลือไว้แต่ความมั่นใจที่พองโตซึ่งที่มาของความมั่นใจนั้น ก็เป็นเพราะเขาดูเหมือนจะเก่งกว่าคนอื่น เก่งจริงเหรอถ้าเก่งจริงคงไม่สอบได้ที่หก เขามองไปที่หมี่หลันเยว่นี่สิถึงจะเป็นคนที่เก่งที่สุด ไม่เคยผ่อนคลายตัวเองเลยสักวินาที

            หลินเผิงเฟยก็ทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาเขารู้ว่าเขากับหย่งจิ้นประมาทในห้องสอบจริงๆ เห็นว่าโจทย์เหล่านั้นคุ้นเคยก็เลยไม่ได้ตื่นเต้นเท่าที่ควร ทำให้ในข้อสอบเต็มไปด้วยความสะเพร่าและข้อผิดพลาดก็ดีเหมือนกัน นี่เป็นการตบหน้าให้พวกเขาได้สติ อย่ามัวแต่นอนเอกเขนกอยู่บนกองความดีความชอบ

            "พอแล้วๆ พวกนายสองคนฉันที่สอบได้ไม่ติดหนึ่งในยี่สิบยังไม่พูดอะไรเลย พวกนายก็เจี้ยวจ้าวกันใหญ่จะเอาคะแนนมาเยาะเย้ยฉันรึไง"

            หนิวเถียจู้ที่ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำในที่สุดก็ทนไม่ไหวเอ่ยปากออกมา แต่สีหน้าของเขากลับดูมีความสุขมาก

            "ฉันพอใจกับคะแนนมากนะเพราะฉันไม่ได้เป็นนักเรียนที่เรียนเก่งที่สุดในห้องตั้งแต่แรกเป็นเพราะได้เจอพวกนายต่างหาก ที่ทำให้การเรียนของฉันก้าวหน้าไปอีกขั้นและกำลังใจจากพวกนาย ฉันถึงได้กระโดดจาก ม.2 ไป ม.3 ในช่วงครึ่งหลังของปี"

            "พูดตามตรงการข้ามชั้นในช่วงครึ่งหลังของปี ม.2 ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไหร่ครึ่งหลังของ ม.3 ก็เกือบจะเข้าสู่ช่วงทบทวนรวมแล้วครึ่งแรกของ ม.3 ต่างหากที่เป็นช่วงสะสมความรู้ที่สำคัญที่สุดแต่ฉันก็ยังยืนหยัดมาได้ และได้ผลลัพธ์แบบนี้"

            "คนเราต้องรู้จักความสามารถของตัวเองฉันทำในสิ่งที่ฉันคิดว่าดีที่สุดแล้ว ดังนั้นฉันมีความสุขมากแต่ฉันจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ ฉันจะตั้งเป้าหมายใหม่ให้ตัวเองแล้วทำตามเป้าหมายนั้นต่อไป ก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างมั่นคงนั่นแหละคืออนาคตของฉัน"

            เฉียนหย่งจิ้นเดินเข้าไปกอดหนิวเถียจู้แน่นๆ

            "เถียจู้นายต่างหากที่เป็นแบบอย่างของฉัน ฉันเองที่ไม่มองตัวเองให้ชัดเจนและไม่ได้ตัดสินใจว่าตัวเองต้องการอะไร ฉันมัวแต่ตามรอยเท้าของหลันเยว่"

            "การไล่ตามคนเก่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่ไม่ควรทำให้หลงลืมตัวเอง ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ฉันจะตั้งเป้าหมายให้ตัวเองแล้วค่อยๆ ทำให้มันเป็นจริง นายพูดถูกแล้วการมีเป้าหมายจะทำให้เรามีแรงผลักดันมากขึ้น และจะนำเราไปสู่อนาคตที่กว้างใหญ่กว่า"

            หลินเผิงเฟยก็เดินเข้ามาสวมกอดทั้งสองคน

            "ใช่แล้ว พวกเรายังเด็ก ความถูกผิดจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนขนาดนั้นสิ่งที่สำคัญคือเราสามารถปรับทิศทางได้ตลอดเวลา"

            "อนาคตมันไกลเหรอ ที่จริงก็ไม่นะทุกก้าวที่เราเดินออกไป คือการเข้าใกล้อนาคตมากขึ้น ดังนั้น ตราบใดที่เราไม่ท้อแท้ตราบใดที่เรามีความมั่นใจ เป้าหมายอะไรเราก็ทำได้ทั้งนั้นนี่คือความกล้าหาญของพวกเราในฐานะคนหนุ่มคนสาวและนี่ก็คือทุนของพวกเราในฐานะคนหนุ่มคนสาว ทำผิดได้ แก้ไขได้ เดินหน้าต่อไปได้"

            เห็นเฉียนหย่งจิ้นและหลินเผิงเฟยเปลี่ยนจากอารมณ์ด้านลบมาเป็นแบบนี้ได้เร็วหมี่หลันเยว่ก็รู้สึกดีใจมาก เพราะทุกคนต่อสู้ร่วมกันมาหลายปีหมี่หลันเยว่อยากให้พวกเขาดีขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้น และในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกภูมิใจในตัวหนิวเถียจู้ด้วย

            ถึงหนิวเถียจู้จะเป็นคนสุดท้ายที่เข้าร่วมกลุ่มนี้แต่เขามีพลังบวกที่ทำให้คุณได้รับความอบอุ่นจากตัวเขาได้ตลอดเวลาเหมือนตอนที่เขายื่นมือเข้ามาช่วยดูแลร้านในช่วงก่อนปีใหม่เหมือนตอนที่เขาปฏิเสธคำเชิญของลุง เพราะเป็นสมาชิกใหม่เหมือนตอนที่เขาใช้ประสบการณ์ของตัวเองมาให้กำลังใจพี่น้อง

            สรุปแล้วหนิวเถียจู้เป็นคนที่อบอุ่นและซื่อตรงแม้ว่าผลการเรียนของหนิวเถียจู้จะรั้งท้ายในกลุ่ม แต่ในเรื่องของความเป็นคนหมี่หลันเยว่อยากจะยกนิ้วให้และชื่นชมอย่างมาก ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ยืนยันที่จะพาหนิวเถียจู้ออกไปด้วยกัน คนฉลาดมีเยอะ แต่คนที่ฉลาดและหนักแน่นมีน้อยกว่า

            "เอาล่ะในเมื่อในเหตุการณ์สอบเข้าครั้งนี้ ได้สัมผัสกับบทเรียนด้วยตัวเองแล้วก็ให้ถือว่ามันเป็นป้ายเตือนใจ ให้จำไว้ให้ขึ้นใจฉันหวังว่าพวกพี่จะเตือนตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะทำอะไรต้องทำอย่างสุดความสามารถ"

            "เพราะไม่รู้ว่าการผ่อนคลายในตอนไหนจะทำให้เราก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ต่อให้เสียใจก็แก้ไขไม่ได้ ดังนั้นเราต้องมีความระมัดระวังอยู่เสมอ ต้องเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองไม่ได้สมบูรณ์แบบที่สุด ตัวเองยังต้องพยายามต่อไป"

            "ฉันหวังว่าพวกเราจะสามัคคีกันพยายามอย่าเดินอ้อม อย่าเดินหลงทางไปไหน พวกพี่ๆ ทุกคนอายุสิบห้ากันแล้วกำลังจะเข้าสู่ช่วงมัธยมปลายแล้ว ฉันหวังว่าในช่วงสามปีนี้ เราจะตั้งใจเรียนกันและฉันหวังว่าหลังจากสามปี เราจะสอบไปปักกิ่งได้ทุกคน แล้วเริ่มต้นการเดินทางแห่งความหวังของเราใหม่อีกครั้ง"

            หมี่หลันเยว่หวังจริงๆว่าพวกเขาจะไม่พลาดโอกาสที่จะเดินออกไปในครั้งนี้ เพราะตอนนี้ยังเป็นแค่ปี 1982การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เป็นเรื่องของปี 1985 นักศึกษาในช่วงกลางทศวรรษที่80 ก็ยังถือว่ามีค่ามาก ไม่เหมือนช่วงกลางทศวรรษที่ 90ที่นักศึกษาเกลื่อนเมือง

            "ตอนนี้คนที่จบแค่ม.ต้นแล้วทำงานก็มีเยอะแยะ แต่จุดเริ่มต้นของพวกเขามันต่ำเกินไป จบแค่ม.ปลายก็แค่พูดให้ดูดีหน่อย รอไปอีกสามถึงห้าปี ก็ต้องถูกคนอื่นทิ้งไว้ข้างหลังดังนั้น ฉันหวังว่าพวกเราทุกคนอย่างน้อยจะต้องจบมหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่เพื่อใบปริญญา แต่เพื่อโลกทัศน์ของเราด้วย"

            "รู้ไหมว่ายิ่งอ่านหนังสือมากเท่าไหร่เราก็จะยิ่งเข้าใจเหตุผลมากขึ้นเท่านั้น ในหนังสือมีทองคำ มันไม่ใช่แค่คำพูดเล่นๆเมื่อเผชิญหน้ากับปัญหาเดียวกัน คนที่อ่านหนังสือมาเยอะจะมีมุมมองในการคิดที่แตกต่างกัน ช่องโหว่ก็จะน้อยลงนี่แหละคือการเปิดโลกที่แท้จริง"

            "แน่นอนว่าไม่มีอะไรแน่นอนไม่ใช่ว่าทุกคนที่อ่านหนังสือเยอะจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ แต่ถ้าอ่านหนังสือเยอะก็อาจจะเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จให้คุณได้"

            หมี่หลันเยว่พูดอย่างหนักแน่นทั้งสี่คนฟังอย่างตั้งใจ

            "ฉันไม่อยากขยายกิจการห้องเสื้อหลันเยว่ในเมืองซวงเฉิงไปมากกว่านี้แล้วขนาดนี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ในช่วงสามปีข้างหน้าเราแค่รักษาผลงานของมันไว้ให้มั่นคงก็พอ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เราก้าวเดินเร็วเกินไป รากฐานยังไม่แข็งแรง นี่คือจุดอ่อนของเราแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นข้อได้เปรียบด้วย เพราะเรายังมีเวลาอีกสามปีในการทำสิ่งนี้"

            หมี่หลันเยว่ไม่รู้ว่าเธอพูดชัดเจนพอหรือเปล่าเธอรู้สึกตื่นเต้นมากเกินไป ใช่แล้วเธอกำลังจะเข้าใกล้เป้าหมายของเธอมากขึ้นไปอีกก้าวความปรารถนาที่ทำไม่สำเร็จในชาติที่แล้ว ในชาตินี้เธอจะพยายามทำให้มันเป็นจริงเธอจะเดินออกจากเมืองเล็กๆ ไปสู่พื้นที่ที่กว้างใหญ่กว่า ไปดูโลกภายนอก

            การย่ำอยู่กับที่ จะไม่มีวันพัฒนาไปได้ไกลถ้าเธอยังคงเป็นคนใจแคบเหมือนในชาติที่แล้วความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คงทำได้แค่เฝ้ารออยู่ในเมืองเล็กๆ อย่างซวงเฉิงแล้วหลงระเริงในความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้น ไม่เดินออกไปก็จะไม่มีวันรู้ว่าโลกภายนอกนั้นกว้างใหญ่แค่ไหน

            "หลันเยว่ พี่รู้ความฝันของเธอนะพี่จะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เมืองซวงเฉิงมันเล็กเกินไปมันยังไม่พอสำหรับความฝันของพวกเราได้ งั้นเราก็เดินออกไป ไปให้ไกลกว่าเดิมอีกให้โลกอนาคตอยู่ใกล้พวกเรามากขึ้น"

            หมี่หลันหยางเดินเข้าไปใกล้กับน้องสาวดวงตาของเขาแสดงออกถึงความแน่วแน่

            "ฉันก็เหมือนกันฉันไม่เคยรู้เลยว่าการมีความฝันมันเป็นสิ่งที่วิเศษขนาดนี้ ตั้งแต่รู้จักพวกนายการก้าวเดินของฉันก็มั่นคงขึ้น เส้นทางข้างหน้าของฉันก็ราบรื่นขึ้นทั้งหมดนี้มาจากความช่วยเหลือของพวกนาย ฉันจะก้าวตามพวกนายต่อไปหวังว่าในวันที่ความฝันเป็นจริง ฉันจะได้อยู่กับพวกนาย"

            คำพูดของหนิวเถียจู้ทำให้ทุกคนซาบซึ้งใจเฉียนหย่งจิ้นโอบไหล่เขา

            "พวกเราไม่ได้ช่วยอะไรนายเลยนี่เป็นผลจากการพยายามของนายเองทั้งนั้น ต่อจากนี้ไป มาพยายามด้วยกันเถอะอนาคตไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม"

            ดวงตาของหลินเผิงเฟยเป็นประกายขึ้นมา

            "หลันเยว่ ฉันเข้าใจแล้วในช่วงสามปีต่อจากนี้ พวกเราจะเน้นไปที่การวางรากฐาน สร้างความพร้อมทำให้พื้นฐานของกิจการแข็งแกร่งขึ้น ทำให้พื้นฐานของการเรียนแข็งแกร่งขึ้นสรุปแล้ว สามปีนี้คือสามปีที่เรากัดฟันสู้ทน หลังจากสามปี พวกเราจะมุ่งสู่อนาคต"

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498