============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“พริ้งเดี๋ยวสิจะรีบไปไหน”เสียงหวานใสของใครบางคนดังขึ้นพร้อมกับมือบางรั้งแขนคนที่จ้ำเอาๆกำลังจะเดินผ่านเธอไปเฉยๆไว้แน่น
“ปล่อยนะ”เสียงใสของคนถูกเรียกสะบัด พอๆกับแขนเรียวที่สะบัดออก
“เฮ้ยเดี๋ยวพริ้ง นี่รินเอง” ร่างเล็กบอบบางไม่แพ้เธอวิ่งมาดักหน้าก่อนจะร้องเสียงดัง
เสียงคุ้นหูเรียกให้คนฉุนเฉียวอยู่ชะงักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองริมฝีปากบางสวยเอ่ยเบายามเมื่อเห็นเต็มตามว่าคนที่คือใคร
“อ้าวหนูริน โทษทีพริ้งนึกว่าไอ้บ้านั่น”
คำเรียกขานที่ทำให้ดวงหน้าน่ารักขมวดคิ้วลงก่อนจะเอ่ยถาม“พริ้งหมายถึงใคร”
คำถามที่ทำให้พริ้งพราวชะงักกึกแล้วผ่อนอารมณ์ลงก่อนรอยยิ้มหวานจะถูกส่งให้เพื่อนแทน“ไม่มีไรหรอกอย่าสนใจเลย ว่าแต่มาด้วยเหรอ นึกว่าจะยาวต่อหลังจากฮันนีมูน”
คำที่ทำให้คนถูกแซวหน้าขึ้นสีระเรื่อพร้อมกับที่ร่างสูงของใครอีกคนก้าวเข้ามาวางมือบนไหล่บอบบางของเพื่อนรัก
“ก็อยากจะยาวกว่านี้อยู่หรอกถ้าไม่ติดว่าคนนี้เขาคิดถึงเพื่อนใจจะขาดยิ่งได้ยินข่าวแว่วๆเข้าหูว่าโดนลากมางานจับคู่แบบไม่ค่อยเนียน ยิ่งอยู่ไม่สุข เลยต้องตามใจพามานี่ล่ะ”ศิรวัฒน์ว่าพร้อมส่งยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า
“สวัสดีค่ะพี่ซีนพริ้งอุตส่าห์ปล่อยให้อยู่กับหนูรินตั้งเป็อาทิตย์ยังจะมาค่อนกันแบบนี้เอาเป็ว่าพริ้งขอยึดหนูรินคืนั้แ่พรุ่งนี้เลยละกันค่ะ”พริ้งพราวว่าพลางส่งยิ้มหวานจัดให้กับชายหนุ่มตรงหน้า
“เฮ้ยไม่ต้องเลย ห้ามๆๆ” ศิรวัฒน์ร้องลั่นพลางดึงคนข้างตัวเข้ามากอดแน่นอย่างหวงแหน “เราน่ะไปอยู่กับไอ้คีย์เลยไม่ต้องมายุ่มย่ามกับบ้านพี่”
คำพูดที่เรียกให้ดวงหน้าสวยมุ่ยลงก่อนจะหันไปฟ้องเพื่อนตัวเอง“หนูรินๆ ดูพี่ซีนทำนะ พอไม่ได้ดั่งใจนะ ก็ส่งพี่คีย์มาจัดการเราอ่ะแล้วตัวเองก็เอาหนูรินไปกกไว้คนเดียวเลยแบบนี้อ่ะ”
คำฟ้องที่เรียกให้รินลดาหัวเราะเบาขณะที่เอ่ยตอบเพื่อนสาว“แต่รินว่า พริ้งก็ดูมีความสุขดีกับการมีพี่คีย์อยู่ใกล้ๆนี่นา”
กึก
คำตอบแกมแซวจากเพื่อนเรียกให้ดวงหน้าหวานขึ้นสีได้ไม่ยากริมฝีปากบางบูดบึ้งลงอย่างไม่ชอบใจ “อะไรเนี่ย ไปกับพี่ซีนไม่กี่อาทิตย์ไม่เข้าข้างพริ้งแล้วหรือ น่าน้อยใจชะมัด”
ท่าทางที่เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเพื่อนสาวก่อนที่รินลดาจะจับมือเพื่อนมากุมไว้แน่น“โอ๋ๆ ไม่งอนรินน้า รินไม่ได้เห็นใครสำคัญกว่าพริ้งเลยนะ รินแค่พูดตามความจริงๆเฉยเองหรือพริ้งจะเถียงว่าพริ้งไม่มีความสุข?”
คนถูกเพื่อนแซวมุ่ยหน้าลงอีกริมฝีปากบางยื่นออกมาอย่างแสนงอนอาการงอนที่ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าสวยนั่นลดความสวยลงสักนิดทำให้คนที่เดินตามมาชะงักไป
น่ารักชะมัด
เสียงทุ้มเอ่ยกับตัวเองในใจก่อนจะก้าวเข้าไปร่วมในวงสนทนา
“น้องพริ้งอยู่นี่เองหรือครับเดินไม่รอพี่เลยนะเนี่ย น้องพริ้งต้องอยู่ใกล้ๆพี่นะครับเดี๋ยวคุณน้ารตีจะว่าพี่เอาได้ว่าดูแลพริ้งไม่ดี”เสียงทุ้มพราวเสน่ห์ของลูกชายเ้าของงานดังขึ้น พร้อมๆกับก้าวมาชิดร่างบอบบางมือใหญ่ถือวิสาสะแตะลงบนแผ่นหลังบาง พลางส่งรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ไปให้อีกสองคนตรงหน้า“สวัสดีครับคุณศิรวัฒน์ ไม่พบกันเสียนานนะครับ”
“สวัสดีครับคุณทินกร”ศิรวัฒน์รับคำทักทายจากชายหนุ่มพลางเหล่มองตามมือของผู้มาใหม่อย่างหวาดๆ
เดี๋ยวไอ้คีย์ะเิลงตาย
คำที่ก้องในใจก่อนที่ชายหนุ่มจะปัดออกไปแล้วหันไปแนะนำคนข้างตัว“นี่รินลดาภรรยาผมเองครับ”
“สวัสดีครับ”ทินกรเอ่ยทักก่อนจะต่อคำ “ขอแสดงความยินดีย้อนหลังด้วยนะครับพอดี่งานแต่งผมติดลงพื้นที่กับคุณพ่อเลยได้แต่ฝากการ์ดไป”
“ขอบคุณครับ”ศิรวัฒน์รับคำด้วยรอยยิ้ม แม้ในใจจะภาวนาขออย่าให้เพื่อนรักเพิ่งเข้ามาในวงนี้เลยไฟจะไหม้กันซะเปล่าๆ “เดี๋ยวผมคงต้องขอตัวไปทักผู้ใหญ่ท่านอื่นก่อนเดี๋ยวรินอยู่กับพริ้งนะครับ จะได้คุยกันให้หายคิดถึง”
“ได้ค่ะพี่ซีนเดี๋ยวรินกับพริ้งตามไปนะคะ” หญิงสาวว่าพลางหันไปหาชายหนุ่มอีกคน“รินคงต้องขอตัวพริ้งไปกับรินก่อนนะคะ พอดีมีของฝากว่าจะเอาให้พริ้งอยู่พอดีขอตัวค่ะ”
หญิงสาวว่าก่อนจะดึงตัวเพื่อนสาวให้เดินตามไปโดยที่ไม่สนใจอาการขบฟันแน่นของชายหนุ่มอีกคน
ฮึ่มมมมผู้ช่วยเยอะนักนะ คิดว่าแค่นี้จะกันคนอย่างเขาได้งั้นรึ
ทินกรมาดหมายในใจอย่างไม่ยอมแพ้
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“พริ้งคนเมื่อกี้.......” รินลดาเอ่ยเมื่อลากเพื่อนออกมาไกลจากชายหนุ่มพอสมควรแล้ว
“ฮื่อนั่นแหละคนที่แม่ให้มาดูตัวในงาน” พริ้งพราวตอบด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก“พริ้งแขยงััเขายังไงก็ไม่รู้ ถ้าไม่ติดว่างานคนเยอะนะ ป่านนี้กระทืบไปแล้ว”
“แล้วจะทำไงเนี่ยดูจากท่าทางแล้ว ตามมาอีกแน่” รินลดาว่าอย่างร้อนใจเธอรู้อยู่หรอกว่าเพื่อนสาวกำลังอดทนแต่ก็รู้อีกแหละว่าความอดทนของเพื่อนเธอคงเหลือไม่มากนักเดาได้จากการที่เพื่อนเดินจ้ำเอาๆแบบไม่มองหน้าใครตอนเธอทักแล้วไหนจะสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อกี้อีก
“ว่าจะกลับไปหาพี่คีย์น่ะแต่เจอรินก่อน” เสียงใสของพริ้งพราวว่าก่อนจะลูบแขนตัวเองไปมาเพื่อคลายอาการขนลุกขนพองที่เกิดขึ้นจากัันั่น
“อ้อพี่คีย์มาด้วย” คำที่เพื่อนสาวรับคำอย่างเบาใจ “งั้นกลับไปหาพี่คีย์เถอะป่านนี้พี่ซีนคงไปสะกิดแล้ว”
พริ้งพราวพยักหน้าก่อนจะออกเดินตามเพื่อนไป
รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนดวงหน้าน่ารักเมื่อเห็นคนคุ้นตายืนคุยกันอยู่ไม่ไกลขาเรียวเตรียมสาวเข้าไปหาหากไม่ถูกหยุดด้วยร่างสูงของใครอีกคนเสียก่อน
“คุณรินเสร็จธุระกับน้องพริ้งแล้วใช่ไหมครับ”ชายหนุ่มนามว่าทินกรเอ่ยถามอย่างสุภาพ หากแต่ดวงตากลับส่งแรงกดดันไปยังผู้ถามนิ่ง
“อะ....เอ่อ.....คือ”รินลดาได้แต่อ้ำอึ้ง เมื่อถูกสายตาตรงหน้าคุกคาม
“ถ้าเสร็จแล้วผมขอตัวน้องพริ้งคืนได้ไหมครับพอดีต้องพาไปรู้จักแขกอีกหลายท่าน”ถ้อยคำที่มาพร้อมกับสายตาไม่เป็มิตรทำให้รินลดายืนนิ่งในขณะที่พริ้งพราวก้าวเข้ามาบังหน้าเพื่อนตัวเองทันทีดวงหน้าหวานฉายชัดถึงความไม่พอใจ
คนตรงหน้ารู้จักเธอน้อยไปซะแล้วกระมังถึงได้กล้าใช้สายตาคุกคามคนสำคัญของเธอเช่นนี้
“ขอโทษนะคะพอดีพริ้งมีธุระต้องคุยกับริน น่าจะเป็ธุระที่ไม่เสร็จง่ายๆเสียด้วย และอีกอย่างพริ้งค่อนข้างแน่ใจนะคะว่าพริ้งมากับคนสำคัญ และมั่นใจว่าคนสำคัญของพริ้งไม่ได้มีส่วนใดส่วนหนึ่งคล้ายพี่กรแน่ๆดังนั้น พริ้งขอชี้แจงชัดๆเลยนะคะ ว่าพริ้งไม่ใช่คู่ควงของพี่กรเพราะฉะนั้นพริ้งว่าพี่กรคงเข้าใจอะไรบางอย่างผิดถึงได้บอกว่าต้องพาพริ้งไปรู้จักใครต่อใคร” พริ้งพราวว่าด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบดวงหน้าหวานที่มักมีรอยยิ้มประดับนิ่งสนิทความมาดมั่นในรูปแบบของนักธุรกิจสาวถูกดึงขึ้นมาเป็ฉากหน้ากับคนที่เริ่มพูดไม่รู้เื่ทันที
“แต่คุณน้าให้พี่เป็คนดูแลพริ้งนะคะ”อีกฝ่ายมองท่าทางมาดมั่นนั่นนิ่ง ดวงตาคู่คมฉายแววถูกใจยิ่งขึ้นไปอีก “พี่คิดว่าพี่ก็มีความสำคัญพอที่จะให้พริ้งสนใจและให้เกียรติพี่บ้าง”
ประโยคที่แฝงความนัยทำให้พริ้งพราวเหยียดยิ้ม“ต้องขอโทษพี่กรด้วยนะคะที่พริ้งคงต้องบอกว่า ชีวิตของพริ้ง พริ้งดูแลตัวเองมานานแล้วการที่คุณหญิงรตีจะบอกให้ใครมาดูแลพริ้งนั้น ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับพริ้งเลยพี่กรควรรับรู้ไว้นะคะไม่ว่าจะเป็วาจาท่านสส.ทัศพล หรือคุณหญิงรตีก็ไม่สามารถบงการพริ้งพราวคนนี้ได้ และท่านทั้งสองรู้ดีแก่ใจค่ะถ้าพี่กรอยากพิสูจน์ลองถามท่านดูก็ไม่เสียหายนะคะ”
เธอว่าพร้อมกับชี้ปลายนิ้วเข้าหาตัวก่อนจะต่อประโยค“และพริ้งก็ไตร่ตรองดีแล้วว่าการกระทำของพริ้งไม่ได้ไม่ให้เกียรติพี่กรเลยแม้แต่น้อยอย่างน้อยๆพริ้งก็ไม่หักหน้าพี่กรต่อหน้าผู้ใหญ่และพริ้งก็ปลีกตัวมาอย่างมีมารยาทพอซึ่งพริ้งก็หวังว่าพี่กรก็จะมีมารยาทอย่างที่พริ้งมีบ้าง.......”
“อย่าอวดดีให้มากนักนะพริ้งพราว”ทินกรว่าเสียงต่ำขณะที่คว้าข้อมือบางมาจับแน่น แล้วกระชากร่างบอบบางเข้ามาใกล้“ถ้าพี่ไม่พอใจขึ้นมาระวังจะไม่สงบสุขเอาทั้งชีวิตเธอ และพ่อแม่ของเธอ”
รอยยิ้มเหยียดยังคงค้างอยู่บนดวงหน้าสวยพริ้งพราวส่ายหน้าเบาๆกับการข่มขู่นี้ “อย่าทำอะไรเป็เด็กๆดีกว่าค่ะการคานอำนาจในสภา แรงสนับสนุนที่คุณพ่อพี่กรได้รับอยู่ตอนนี้หัวแรงใหญ่มาจากใครพี่กรก็น่าจะทราบดี และพริ้งไม่คิดว่าเื่ ‘แค่นี้’ จะทำให้ใครเอามาแลกกับมันหรอกค่ะและถ้าจะหมายถึงธุรกิจในมือพริ้ง พริ้งว่าพริ้งดำเนินกิจการทุกอย่างจนน่าพอใจผู้ถือหุ้นคงไม่อยากให้กำไรที่ได้กันอยู่ ณ ตอนนี้หายไปเพียงเพราะคำว่า ‘ไม่พอใจ’ของใครบางคนหรอกนะคะ”
คำพูดที่ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าดวงตาลุกวาวมากกว่าเดิมรู้ดีแก่ใจว่าอำนาจเงิน มีค่ามากกว่าอะไรเื่ที่ขุ่นข้องหมองใจบางเื่ก็ทำเป็มองไม่เห็นกันมาหลายต่อหลายนักแล้วชายหนุ่มที่แม้รอยยิ้มจะยังระบายอยู่ในหน้า หากแต่ดวงตากลับวาวโรจน์
หากแต่ไม่ใช่แววตาของความโกรธเคือง
เป็แววตามของความอยากได้อยากได้คนตรงหน้านี่มาไว้ในมากกว่าเดิมเป็สิบเท่าอยากจะเป็คนปราบปากร้ายๆนั้นให้สงบลงด้วยมือเขาเอง
ทินกรจ้องหน้าหวานๆที่นิสัยไม่ได้หวานตามใบหน้านั้นนิ่งแววตาอวดดียังแจ้มชัดอยู่ตรงหน้า ไร้ซึ่งความกลัวใดๆแตกต่างจากบรรดาสาวๆที่เขาเคยผ่านมาอย่างชัดเจน
และก่อนที่ทินกรจะได้ทำอะไรมากกว่านั้นร่างบอบบางตรงหน้าก็ถูกดึง ก่อนจะถูกแทรกกลางด้วยร่างสูงโปร่งของใครอีกคน มือใหญ่จับมือเขาที่ยังกำข้อมือหญิงสาวแน่นเสียงทุ้มต่ำราวกับน้ำนิ่งไหลลึกเอ่ยสั้น “กรุณาปล่อยมือคนรักของผมด้วยครับ”
ไม่เพียงว่าเปล่าร่างสูงชูมือข้างที่ใครอีกคนยังกำข้อมือบางไว้ไม่ปล่อยแน่น“เพราะถ้าคุณยังดื้อไม่ปล่อยมือ ‘คนของผม’ อีก ผมเกรงว่าจะเกรงใจต่อไปไม่ไหว”
คีตาว่าก่อนจะปรายตาไปยังงานเบื้องหน้าแล้วหันกลับมาสบตาร่างสูงตรงหน้านิ่งแววตาคมดุที่ดูร้ายลึกนั้นนิ่งสนิทผิดกับริมฝีปากที่ยังระบายรอยยิ้มบางแล้วกล่าวต่อ “งานที่ว่าเป็กุศลจะกลายเป็อกุศลเอาเสียเปล่าๆ”
ความร้ายกาจของผู้ที่แทรกมาใหม่ทำเอาทินกรหรี่ตาลงก่อนจะชะงักในใจ
คนของเมธารักษ์สกุล
เมื่อไตร่ตรองในใจถี่ถ้วนแล้วถึงได้คลายมือตัวเองออกก่อนจะสะบัดมือที่ถูกใครอีกคนจับทิ้ง แล้วแสยะยิ้มร้าย
“อ้อมีคนของเมธารักษ์สกุลหนุนหลังนี่เอง ถึงได้ไม่กลัวใครแบบนั้น”คำพูดที่เรียกสายตาวาวๆจากคนที่ถูกดึงถอยมาได้เป็อย่างดีหากก่อนจะไปพุ่งไปปะฝีปากได้ดั่งใจ คนที่เอาตัวมาบังหน้าเธอไว้ก่อนก็ขยับโต้ตอบ
“รับรู้ได้เร็วดีนี่ครับ”คีตาว่าพร้อมรอยยิ้มเหี้ยม ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้าย “มีอีกที่อยากให้คุณทินกรทราบไว้พริ้งพราวเป็ว่าที่สะใภ้คนโปรดของ คุณคีตภพ และคุณหญิงกิตติยาจะทำอะไรก็คิดเยอะๆสักหน่อยนะครับ”
คำทิ้งท้ายที่คีตาว่าพลางก้มหัวให้น้อยๆก่อนจะหมุนตัวแล้วคว้าร่างบอบบางเข้ามาในอ้อมกอดอย่างชินมือแล้วเดินจากไป
กรอดดดด!!!
เสียงกัดฟันจากคนที่โดนลูบคมตรงหน้าด้วยรู้ดีถึงความนัยที่แฝงมากับประโยคทิ้งท้ายเมื่อครู่
ใครบ้างจะไม่รู้ถึงกิตติศัพท์ความหวงแหนว่าที่ลูกสะใภ้ของคนบ้านนี้หากแต่ไม่มีใครเอ่ยชัดเจนว่าว่าที่สะใภ้คนนั้นเป็ใคร
หึ!
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นในใจก่อนที่เ้าตัวจะเผยรอยยิ้มร้ายไม่แพ้กันออกมา
รู้ว่าเล่นกับอะไรแต่ถ้าเป็ผู้หญิงคนนั้นมันก็น่าเสี่ยงดู
ความคิดที่ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ
ยกนี้จะยอมให้ก่อนก็ได้แต่เจอกันงวดหน้าจะทำให้รู้ว่าใครที่แน่กว่ากัน
และเธอจะต้องเสียใจที่เลือกมันมากกว่าทินกรคนนี้นะพริ้งพราว
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“พี่คีย์คะลากพริ้งขนาดนี้ อุ้มไปเลยไม่ดีกว่าหรือคะ เดี๋ยวได้ตกส้นสูงตายพอดี” พริ้งพราวว่าพลางเกาะชายหนุ่มแน่นขาเรียวพยายามสับให้ทันการก้าวของคนข้างตัวที่รัดเอวเธอมาชิดตัวแน่นจนแทบจะกลายเป็หิ้วแบบนี้
คำพูดที่เรียกให้คีตาตวัดสายตามมองความขุ่นเคืองยังมีอยู่ในแววตาให้คนข้างตัวเห็นชัดเจนก่อนเสียงทุ้มที่ยังไม่กลับมานุ่มเหมือนเดิมจะเอ่ยออกมาให้คนข้างตัวได้หน้าร้อนเอาดื้อๆก็“ก็ถ้าไม่ติดว่านักข่าวเต็มงานขนาดนี้หรือกลัวคุณแม่พริ้งหัวใจวายกลางงานไปเสียก่อนพี่ก็คงจะอุ้มเราออกจากงานไปนานแล้วค่ะ”
“พี่คีย์อย่าทำอะไรบ้าๆเชียวนะคะ”เสียงหวานใสเอ่ยท้วง ดวงหน้าหวานส่งค้อนให้คนพูดอีกที
“ทำไมคะกลัวคนเมื่อกี้เข้าใจอะไรผิดหรือไง”หากแต่คีตาไม่อยู่ในอารมณ์ที่เห็นความเขินอายของคนข้างตัวความขุ่นในใจยิ่งทบทวีเมื่อคนข้างตัวพูดเหมือนจะแคร์คนอื่นมากกว่าเขา
ยิ่งถ้าคนอื่นที่ว่าคือไอ้หน้าหล่อร้ายนั้นจะจับโยนลงเตียงจริงๆด้วย
คนโมโหหึงได้แต่มาดหมายในใจอย่างหงุดหงิดหากแต่ก็ผ่อนฝีเท้าลง
“ไปกันใหญ่แล้วค่ะพริ้งไม่แคร์ใครทั้งนั้นแหละ นอกจากพี่คีย์ แล้วก็คุณพ่อคุณแม่พี่คีย์นั่นแหละถ้าทำจริงพรุ่งนี้เตรียมขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับได้เลยแล้วคราวนี้นักข่าวบุกบ้านพี่คีย์แน่ๆ ลำบากคุณพ่อคุณแม่แก้ข่าวอีก” เสียงหวานใสของพริ้งพราวเอ่ยยาวทั้งยังส่งค้อนให้คนข้างตัวไม่เลิกไอ้จากที่อยากจะฟ้องนักหนาว่าไอ้บ้านั่นทำให้เธอขนลุกขนพองได้ขนาดไหนกลายเป็เธอต้องมาแก้ตัวราวกับกำลังนอกใจคนรักเสียนี่
ไม่ใช่เื่เลยนะ
ความคิดที่เรียกให้ดวงหน้าสวยมุ่ยลงอย่างไม่ชอบใจริมฝีปากบางบ่นงึมงำกับคนข้างตัวไม่เลิก
ประโยคยาวๆจากคนข้างตัวเรียกให้คนที่ถูกพายุอารมณ์หึงครอบงำชะงักก่อนจะเหลือบมองคนข้างตัวแล้วถอนหายใจยาว
เออแหน่ะไม่อยากเชื่อเหมือนกันไอ้ความหึงนั่นจะทำให้ขาดสติเอาซะเฉยๆ
ลืมเสียสนิทว่าเ้าหล่อนไม่ได้แคร์ใครคนอื่นนอกจากเพื่อนสนิทตัวเขา และบิดามารดาของเขา
คีตาพยายามสลัดภาพที่คนตัวเล็กนี่ถูกจับมือถือแขนออกจากหัวก่อนจะหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นพ่อและแม่ตัวเอง
“เอ้าเ้าคีย์หายไปไหนมา มีคนอยากรู้จักเราอีกเยอะแยะเลย”คีตภพว่าเมื่อหันมาเห็นลูกชายที่อยู่ๆก็หายวับไปจากวงสนทนา ขยับยิ้มแล้วเอ่ยแซว“แสดงความเป็เ้าของขนาดนี้ไม่กลัวพ่อแม่เขามาแหกอกเอาหรือ”
“ไปตัดไฟแต่ต้นลมมาครับ”คีตาเอ่ยตอบบิดาตัวเอง “แล้วก็ขนาดแสดงออกขนาดนี้ก็ยังจะมีคนกล้ามาแหย๋มอีกวันหลังจะผูกติดไว้กับตัวไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเลยเชียว”
ประโยคที่ทำให้คนเป็พ่อหัวเราะร่วนในขณะที่คนเป็แม่ยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมาก่อนจะเอ่ยกับลูกชายตัวเอง“งั้นฝากน้องไว้กับแม่ก่อนดีไหม พ่อเราอยากจะฝากฝังลูกชายในแวดวงผู้ใหญ่จะแย่”
คำพูดที่คีตาพยักหน้ารับก่อนจะคลายมือที่กอดคนตัวเล็กออกแล้วผละเดินตามบิดาออกไป แต่ไม่วายทิ้งท้ายกับเพื่อน
“ไอ้ซีนกูฝากแม่กับพริ้งด้วย อย่าให้ใครเข้าใกล้นะเว้ย”
คำฝากที่ทำเอาศิรวัฒน์ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนจะหันไปถามสาวๆที่ยืนอยู่แทน“ทานอะไรกันไหมครับ เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้ ขืนให้ไปกันเอง มันโผล่มาลากไปติดตัวอีกแน่คุณแม่ด้วยนะครับ ทานอะไรไหม”
“แม่ไม่เอาจ๊ะซีนไปเอามาให้น้องๆเถอะ” คุณหญิงกิตติยาว่าด้วยรอยยิ้ม
“เดี๋ยวรินไปช่วยพี่ซีนหยิบดีกว่าค่ะรินรู้ว่าพริ้งทานอะไร ยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหมพริ้ง”รินลดาว่าขณะที่ขยับไปยืนข้างๆผู้เป็สามี
“อือยังไม่ได้กินหรอกถูกลากไปลากมาอยู่เนี่ย” หญิงสาวเอ่ยตอบเพื่อนรักแล้วส่งยิ้มให้ “ไม่ต้องเอามาเยอะนะหนูรินพริ้งไม่หิว ก่อนเอามาก็ไปเดินงานกับพี่ซีนก่อนเถอะ ค่อยวกกลับมาก็ได้พริ้งอยู่กับคุณแม่เนี่ยแหละ คงไม่มีใครกล้าหรอก”
“โอเคจ้างั้นเดี๋ยวรินมานะ”หญิงสาวร่างเล็กส่งยิ้มให้เพื่อนตัวเองก่อนจะควงคู่ผละไปกับชายหนุ่มข้างตัว
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าจ๊ะตาคีย์ลากมาแบบนั้น” คุณกิตติยาเอ่ยถามหญิงสาวข้างตัวอย่างเป็ห่วง ดวงตาคู่สวยกวาดสายตาสำรวจคนข้างตัวอย่างถ้วนทั่ว
“ไม่หรอกค่ะคุณแม่พี่คีย์แทบจะหิ้วพริ้งมา ไม่เจ็บตรงไหนหรอกค่ะ” เธอเอ่ยตอบพร้อมกับส่งยิ้มสวยให้อีกครั้ง“จะมีก็แค่ข้อมือช้ำนิดหน่อยค่ะ พอดีมีคนจับแรงไปนิดแต่ไม่ใช่ฝีมือพี่คีย์หรอกนะคะ คนนั้นไม่เคยใช้กำลังกับพริ้งเสียที”
ผู้สูงวัยพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยต่อ“แม่รู้จ้ะ แต่ก็กลัวใจตอนเ้าคีย์โมโหอยู่เหมือนกัน โมโหทีอย่างกับพายุลูกใหญ่ๆพังกันไปหมด”
“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”พริ้งพราวถามกลับอย่างไม่ค่อยเชื่อ แม้เธอจะเห็นเขาหงุดหงิดบ้างแต่คีตาก็ไม่เคยแสดงอาการโมโหใส่เธอเลยส่วนใหญ่ชายหนุ่มมักจะมีแต่ใบหน้ายิ้มแย้มเสมอเวลาอยู่กับเธอ
“ใช่จ้าพริ้งน่าจะเคยได้ยินนะลูกว่าคนที่อารมณ์ดีอยู่เป็นิจเวลาเดือดก็ไม่ต่างจากูเาไฟย่อมๆล่ะจ้ะ”ผู้เป็แม่ยืนยันอย่างรู้จักลูกชายตัวเองดี
และคงไม่มีใครรู้ว่าคีตภพที่กุมบังเหียนธุรกิจต่างๆอยู่เบื้องหน้า มีเ้าลูกชายตัวดีควบคุมอยู่ข้างหลังอีกที ก็คงจะมีแต่เธอกับสามีนั่นแหละที่รู้ดีกว่าใครว่าธุรกิจของสามีเธอเปลี่ยนผันสู่มือลูกชายที่ทำตัวลอยไปลอยมาได้มาสองปีกว่าแล้ว
คีตาพอใจที่จะบริหารอยู่เื้ัแม้คนเป็พ่อจะผลักดันเ้าตัวสักเท่าใดก็ไม่ยอมให้ง่ายๆ ทั้งยังผลักภาระให้น้องสาวตัวเองไปออกหน้าแทนเสียด้วยซ้ำ
ความร้ายกาจของลูกชายทำให้เธอได้แต่ส่ายหัวอย่างอ่อนใจริมฝีปากขยับยิ้มมากกว่าเดิม เมื่อมองเด็กสาวตรงหน้า
คงไม่ต้องห่วงแล้วว่าจะไม่มีใครเอาเ้าลูกชายตัวร้ายของเธออยู่เธอเชื่อว่าหญิงสาวตรงหน้าเธอนี่แหละที่จะเป็คนปราบลูกชายเธออยู่หมัด
“แต่เชื่อแม่เถอะว่าต่อให้คีย์จะเป็ูเาไฟยังไง ก็แพ้ให้กับหนูอยู่ดีแหละลูก”ประโยคที่สร้างความงุนงงให้กับคนฟังหากแต่พริ้งพราวไม่ได้ถามอะไรออกไปได้แต่ยิ้มรับบางๆ
เมื่อกี้ไม่ได้เป็อย่างที่แม่พูดเลยนะคะ
เสียงค้านเบาๆในใจจากคนที่อ่อนวัยกว่า
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“พ่อคะแม่คะพริ้งกลับก่อนนะคะ” เสียงเรียกที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้คนถูกเรียกหันมามองก่อนที่ผู้เป็แม่จะขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าลูกสาวตัวเองคล้องแขนอยู่กับชายหนุ่มคนเดิมกับตอนที่เดินเข้ามา
“ไม่รอกลับพร้อมกันล่ะพริ้ง”ผู้เป็บิดาเอ่ยถาม
“พ่อจะกลับบ้านหรือคะพริ้งคิดว่ามีนัดต่อเสียอีก” หญิงสาวเอ่ยตอบออกไปอย่างเคยชินน้ำเสียงนิ่งสนิทที่ไร้ซึ่งความอาทรหรือการประชดประชัน
“วันนี้ว่าจะกลับไปค้างบ้านสักหน่อยกลับพร้อมแม่เขานี่ล่ะ” ผู้สูงวัยกว่าเอ่ยตอบอย่างเข้าใจช่องว่างระหว่างเขากับลูกสาว มันกว้าง กว้างมากเสียจนยากที่จะต่อให้มันติดเสียแล้วแค่บุตรสาวยังให้ความเคารพและเข้ามาช่วยดูแลธุรกิจจากเขาก็นับว่าเป็สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว
“ก็ดีค่ะพริ้งคิดว่าแม่คงอยากได้ที่ระบาย” ผู้เป็ลูกตอบอย่างไม่ถนอมน้ำใจผู้สูงวัยกว่า
“แล้วพริ้งล่ะลูกจะกลับบ้านไหม” ผู้เป็บิดาเอ่ยถามด้วยเศษเสี้ยวของความหวังว่าลูกสาวอาจจะอ่อนลงเห็นใจคนแก่สองคนที่นานๆจะอยู่บ้านพร้อมหน้ากันเสียทีและยอมกลับบ้านไปอยู่กันพร้อมหน้าสักวัน
“ค่ะ”ผู้เป็ลูกรับคำสั้น หากแต่แววตาที่นิ่งสนิททำให้ผู้สูงวัยกว่าไม่อาจดีใจได้และก็ได้แต่ถอนใจเมื่อพริ้งพราวเอ่ยประโยคถัดมา “พริ้งจะกลับ ‘บ้าน’ ค่ะ แต่เป็บ้านของพี่คีย์พริ้งแค่มาลา สวัสดีนะคะ”
หญิงสาวกล่าวจบก็ยกมือไหว้บิดามารดาทำให้ชายหนุ่มข้างตัวยกมือทำความเคารพตามก่อนจะประคองร่างบางที่มือเย็นเฉียบออกไปจากงานทันที
ผู้สูงวัยอีกสองคนโค้งหัวลงนิดๆก่อนจะเดินตามลูกชายออกไป
“คุณคีตภพ”เสียงทุ้มที่เอ่ยเรียกทำให้คีตภพหันกลับมา หากแต่ไม่พูดอะไร “ฝากดูแลเขาด้วย”
คำที่คนฟังพยักหน้ารับก่อนจะเดินจากไป
ท่าทางที่ทำให้ทัศพลหันไปกุมมือที่เย็นเฉียบของภรรยาตัวเองแน่นแล้วเอ่ยปลอบเบาๆ “คุณหญิงต้องทำใจนะ เราเป็คนผลักลูกออกจากมือเราเอง”
คำที่ร่างสมส่วนได้แต่พยักหน้ารับทั้งที่น้ำตาระรื่นหากแต่เพียงแวบเดียวเ้าของดวงหน้าสวยก็ปาดมันทิ้งแล้วดึงหน้ากากของคุณหญิงรตีผู้หยิ่งทะนงมาสวมไว้ตามเดิมแม้หัวใจจะแตกสลายไปแล้วก็ตาม
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“เปลี่ยนใจกลับบ้านยังทันนะคะ พี่ไปส่งก็ได้” คีตาเอ่ยกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆที่หลังจากขึ้นรถมาดวงหน้าหวานก็หลับตาลงเอนศีรษะพิงกับไหล่กว้างนิ่งเรียกให้วงแขนแข็งแรงวางมือลงบนไหล่บางก่อนจะดึงร่างเล็กๆเข้าหาตัวมือเล็กที่เย็นเฉียบถูกมือใหญ่อีกข้างของชายหนุ่มจับกันไว้แน่น
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนสนิท ไม่มีเสียงใดหลุดออกมาจากริมฝีปากบางทำให้คีย์ตาเลื่อนมือไปลูบหัวคนข้างตัวอย่างปลอบโยน
“ไม่ค่ะ” เสียงใสเอ่ยฝ่าความเงียบขึ้นมาเบาๆ“กลับไปก็ทะเลาะกันเปล่าๆ แม่ไม่พอใจหรอกที่พริ้งไม่ยอมเป็ตุ๊กตาตามคำสั่งเขา”
จบประโยคความเงียบก็ปกคลุมเมื่อไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาอีก
ผู้สูงวัยที่นั่งอยู่เบาะด้านหันกลับไปมองหญิงสาวในอ้อมกอดลูกชายอย่างเป็ห่วงมือบางของคุณกิตติยาเอื้อมไปลูบหัวของคนที่หลับตาอยู่อย่างสงสาร
คงไม่มีคำปลอบโยนใดทำให้หัวใจอันแสนหนาวเหน็บของหญิงสาวดีขึ้นได้เมื่อรอยแผลในหัวใจของเ้าตัวนั้นกว้างใหญ่ และกลายเป็แผลสดทุกครั้งที่ถูกสะกิด
ความเงียบที่ลอยวนภายในรถหรูของบ้านเมธารักษ์สกุลอยู่พักใหญ่ก่อนที่ชายหนุ่มจะทำลายมันออกมาเมื่อััได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอจากคนข้างตัว
“แม่ครับ วันนี้ผมนอนห้องน้องนะ”คีตาเอ่ยบอกผู้เป็แม่อย่างขออนุญาต
ผู้สูงวัยกว่าหันมาจ้องหน้าลูกชายที่หมองลงก่อนจะหันไปมองคนที่หลับสนิทก่อนจะพยักหน้าแล้วเอ่ยตอบ
“ก็ได้จ้ะแต่ให้น้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนนะลูก”
“ถ้าน้องตื่นนะแม่” คีตาว่าดวงตาคู่คมทอดมองคนข้างตัวอย่างห่วงแสนห่วงวงแขนแข็งแรงกระชับคนข้างตัวให้เข้าหาตัวเองมากกว่าเดิม
“จ้ะ ถ้าน้องไม่ตื่นเดี๋ยวแม่เช็ดตัวให้น้องเอง”คุณกิตติยาทิ้งท้ายก่อนจะหันหน้ากลับไปดังเดิมปล่อยให้ความเงียบปกคลุมในรถแทนจนกระทั่งถึงบ้าน
============ รักนี้ดีต่อใจ ============