“ท่านป้า พี่สะใภ้พวกท่านเองก็มานั่งพักก่อนเจ้าค่ะ ชิมขนมที่ข้าซื้อจากในอำเภอดู” หลินหวั่นชิวเรียกหลิวซื่อกับหวงซื่อ ขณะเดียวกันก็ส่งสายตาให้รู้เป็นนัย
หลิวซื่อกับหวงซื่อเข้าใจความหมายไม่สนใจคำถากถางของหลินฉิน ยิ้มว่า “ได้ พวกข้าจะชิมดู”
หลินฉินไม่สบอารมณ์นัก อยากเอ่ยปากห้ามแต่หลินฮั่วดึงเสื้อไว้ “ต้าเจี่ย…พวกเราไม่ได้กินขนมอบมานานมากแล้วนะ” ที่บ้านก็พอมีขนมอบอยู่แต่พวกนางไม่ได้กิน
เป็นของจินเป่าไปเสียหมด
“โวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์กับพวกเรา…” หลินฮั่วพูด “อีกอย่างความเป็นอยู่ของน้าเล็กก็ดีขึ้น…ต้าเจี่ย ท่านคิดให้ดีเถิด”
หลินฮั่วอายุน้อยกว่าหลินฉินสองปีนางอิจฉาหลินหวั่นชิวเช่นกัน คิดอยากแทนที่นาง แต่สมองนางปกติกว่าหลินฉิน
รู้ว่าการตักตวงผลประโยชน์ตรงหน้าต่างหากที่สำคัญที่สุด
หลินฉินขมวดคิ้วสะบัดมือนางออก “ปล่อย คิดว่าข้าโง่หรือไร”
พูดจบก็บิดเอวเดินตามพวกหลินหวั่นชิวไป
หลินฮั่วเม้มปาก นางไม่ได้ปะแป้งทาปากแบบหลินฉินหน้าตาสะอาดสะอ้าน เสื้อผ้าไม่โดดเด่น ยืนข้างหลินฉินแล้วแทบไม่มีตัวตน
หลินหวั่นชิวนำของกินกลับมาด้วยเยอะมากนอกจากขนมอบแล้วยังมีถั่วลิสงและเมล็ดแตงโม
หลินฮั่วยังดีหน่อย แม้จะกินอยู่ตลอดแต่ก็ไม่ถึงกับน่าเกลียด
ผิดกับหลินฉินที่ใส่ของกินลงในกระเป๋าตัวเองจนเต็มจึงจะเริ่มกินของบนโต๊ะ
ยังดีที่หลินหวั่นชิวนำของกินมาเยอะ ไม่เช่นนั้นคงถูกนางเอาไปเสียหมดจนผู้อื่นอดกินเป็นแน่
หวงซื่อกับหลิวซื่อหมดคำจะพูด
หลินหวั่นชิวแยกไปเจอหลินซย่าจื้อเพิ่งเข้าประตูมาก็ถูกดึงมือไปนั่ง
“น้องเล็กวันนี้ต้าเจี่ยมาเพราะมีเรื่องจริงๆ และยังเป็นเรื่องของเจ้าด้วยพวกเจ้าหารือเรื่องที่บอกคราวก่อนถึงไหนแล้ว? เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าหลายวันมานี้ไม่ใช่แค่ข้าที่กังวลแม้แต่ท่านพ่อท่านแม่ก็กินไม่ลง นอนไม่หลับ”
หลินหวั่นชิวดึงมือตัวเองกลับ ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดนางไม่พูดกระไร รอฟังหลินซย่าจื้อพูด
“ต้าเจี่ยรู้ว่าเจ้าแค้นเคืองแค้นเคืองที่ตอนอยู่บ้านตระกูลหลินไม่สุขสบาย แต่สตรีในยุคนี้ก็เป็นเช่นนี้กันทั้งนั้นไม่ใช่หรือ? ครอบครัวเราไม่มีรากฐานกระไร ได้แต่หวังให้จินเป่ามีอนาคตที่ดีสืบทอดตระกูลหลินต่อไป นำเกียรติมาสู่วงศ์ตระกูล ถึงเวลาแล้วจะได้ช่วยเหลือเจ้าที่เป็นน้าเล็กเช่นกันก่อนนี้ต้าเจี่ยกับท่านพ่อท่านแม่ทำไม่ถูกต้องขอโทษเจ้าด้วยเจ้าอย่ายึดติดกับอดีตอีกเลย ต้องมองอนาคตให้ไกล คำว่าหลิน (林) ไม่อาจเขียนในหนึ่งตวัด ต่างก็เป็นครอบครัวเดียวกันแม้กระดูกหักแต่ยังมีเอ็นเชื่อม ไม่พูดถึงสิ่งอื่นท่านพ่อท่านแม่มีบุญคุณที่ให้กำเนิดเจ้า หากไม่มีพวกท่านก็ไม่มีเจ้ามิหนำซ้ำท่านแม่ก็เกือบตายเพื่อคลอดเจ้าออกมา…”
พูดอีก!
หลินหวั่นชิวไม่ขัดหลินซย่าจื้อ ฟังอีกฝ่ายพูดโกหกอย่างเงียบๆ
จริงอยู่ที่สวี่ซื่อคลอดเจ้าของร่างเดิมมอบชีวิตให้เจ้าของร่างเดิม
แต่ว่า…เจ้าของร่างเดิมตายไปแล้ว คืนชีวิตให้เขาแล้วเช่นกัน
“น้องเล็ก…เจ้าต้องรู้จักคิดพวกเราต่างหากที่เป็นครอบครัวของเจ้า อย่าเห็นคนนอกเป็นครอบครัวเด็ดขาด หากมีกระไรก็มีแต่ครอบครัวตัวเองที่เป็นห่วงอย่างเช่นครั้งนี้ ท่านพ่อท่านแม่ถึงกับคุกเข่าขอร้องคนอื่นเพื่อเจ้าทางโน้นรอฟังคำตอบอยู่ ขอเพียงพวกเจ้าจ่ายเงิน เขาจะไปช่วยเกลี้ยกล่อมเรื่องนี้ให้บ้านเจ้าใหญ่ขนาดนี้ จะยอมให้คนอื่นชิงไปหรือ?”
“ไม่ยอมอยู่แล้ว” หลินหวั่นชิวพูดอย่างกลัดกลุ้ม
หลินซย่าจื้อร่ายคนเดียวอยู่นาน ในที่สุดหลินหวั่นชิวก็โต้ตอบแล้วนางถอนหายใจอย่างโล่งอก คิดในใจว่าพูดจนคอแห้ง ในที่สุดนังนี่ก็มีความเห็นเสียที
สภาพอย่างกับปลาตาย ไม่รู้นายพรานเจียงหวงแหนกระไรขนาดนั้น?
ดูท่าคงยังไม่เคยลิ้มลองรสชาติสตรีด้วยเหตุนี้จึงเห็นปลาตายเป็นสมบัติ
สมองหลินซย่าจื้อคิดลามก ขนาดคุยเรื่องจริงจังก็ยังนึกถึงเรื่องอย่างว่ามีคุณสมบัติของสตรีโสมมโดยกำเนิด
หลินหวั่นชิวถอนหายใจ “ข้าบอกตั้งแต่คราวก่อนแล้วว่าพวกท่านพูดปากเปล่าว่ามีคนจะยึดบ้านและสมบัติพวกเราจะให้เชื่อได้อย่างไร? ถ้าทุกคนพูดเช่นนี้เสียหมดต่อให้ที่บ้านมีสมบัติกองเป็นภูเขาก็คงไม่เหลือ ต้าเจี่ย ไม่ใช่ว่าข้าไม่ตอบตกลงแต่เล่าให้หย่วนเกอฟังแล้วเขาไม่เชื่อ อันที่จริงข้าเชื่อพวกท่านนะ เพราะท่านพ่อท่านแม่แท้ๆจะทนเห็นข้าตายได้หรือ? แต่หย่วนเกอไม่เชื่อ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ท่านเล่าให้ข้าฟังอย่างละเอียดอีกที คราวก่อนพวกท่านเล่าไม่ค่อยชัด ข้าเองก็ลำบากใจ…”
ได้ยินหลินหวั่นชิวพูดเช่นนี้หลินซย่าจื้อรู้สึกว่ามีเหตุผล จะให้ผู้อื่นยอมควักเงินถึงสองร้อยตำลึงด้วยคำพูดไม่กี่ประโยคดูจะยากเกินไป
หากเป็นตัวนางคงสาดปัสสาวะใส่ด้วยซ้ำ
หลินซย่าจื้อพูดว่า “ข้าบอกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าหัวหน้าหมู่บ้านปองร้ายต่อครอบครัวเจ้า”
หลินหวั่นชิวส่ายหน้า “ไม่น่าใช่นะเจ้าค่ะ เขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไรอยู่มาตั้งหลายปีก็ไม่เห็นหัวหน้าหมู่บ้านจะปล้นสมบัติบ้านใด ต้าเจี่ยเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หย่วนเกอที่ไม่เชื่อ แม้แต่ข้าก็ไม่เชื่อเช่นกัน”
“ปัดโธ่ น้องสาวผู้ใสซื่อของข้าเจ้าคิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนดี ไม่รู้เลยหรือว่าเขาใช้อำนาจรังแกชาวบ้านตลอดหลายปีมานี่ตอนนั้นที่ราชสำนักส่งคนมาเก็บภาษี คิดว่าเขาไม่ได้ขูดรีดจากชาวบ้านหรือ? ตอนคนในหมู่บ้านรวมเงินกันขุดบ่อซ่อมถนน หากบอกว่าเขาไม่เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองข้ายอมเปลี่ยนไปใช้แซ่สวีตามเลย! ทุกครั้งที่เกณฑ์แรงงานเขารับเงินจากคนนอกหมู่บ้านแล้วใส่ชื่อคนหมู่บ้านเราลงไปแทน… มีกว่านี้อีกเยอะ! เจ้ายังไม่เคยเป็นหัวหน้าครอบครัวไม่รู้ลึกตื้นหนาบางกระไรที่เขาไม่วางแผนอยากได้บ้านคนอื่นในหมู่บ้านเพราะไม่มีบ้านใดดีเท่าบ้านเขา จะเอาไปเพราะเหตุใด? แต่บ้านเจ้าไม่เหมือนกัน มีผู้ใดเห็นบ้านเจ้าแล้วไม่อิจฉาบ้าง? น้องเล็ก เจ้าฟังพี่เถิด พี่ไม่ทำร้ายเจ้าเป็นแน่! ไม่รู้พวกเขาวางแผนกระไรรอพวกเจ้าอยู่ ไม่แน่ว่าเจียงหงหย่วนอาจถูกจับตัวส่วนเจ้าก็ถูกขายให้ซ่อง พี่ไม่ได้จะหลอกให้เจ้ากลัวจะใช้เงินคลี่คลายปัญหาหรือยอมให้บ้านแตกสาแหรกขาด เจ้าลองให้สามีเจ้าคิดดูให้ดีเถิดใช้เงินสองร้อยตำลึงซื้อชีวิต จะมามัวประหยัดไม่ได้”
สีหน้าหลินหวั่นชิวกลัดกลุ้ม นางกัดริมฝีปากถาม “ถ้าเช่นนั้นต้าเจี่ยรู้สึกว่าควรให้ผู้ใดมาช่วยคลี่คลายจะคลี่คลายอย่างไร หากไม่อธิบายให้ชัดเจน หย่วนเกอคงไม่ตอบตกลงเป็นแน่”