ตอนที่ 13 เก็บเ้าพ่อมาได้ (2)
ถังเมิ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอมองหลิงเย่ว์อย่างจริงจัง “พี่สาม ฉัน...ฉันรู้สึกเหมือนเคยเห็นพี่ที่ไหนสักแห่ง”
หลิงเย่ว์แผ่รังสีโกรธจัด สาวน้อยที่นั่งกินข้าวอยู่ตรงข้ามเขารู้สึกประหม่าเล็กน้อย คำพูดก็ไม่ได้พูดเร็วนัก
สีหน้าของหลิงเย่ว์แข็งค้าง จริงจังขึ้นมาทันที จ้องถังเมิ่งด้วยสายตาดุดัน
ถังเมิ่งรีบก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว “ฉัน...ฉันอาจจะเข้าใจผิดไปเอง...”
กู้อันซินจ้องหลิงเย่ว์ตาเขม็ง กินข้าวก็ยังใช้สายตาข่มขู่คนอีกเหรอ
เกรงว่าเธอจะเก็บเ้าพ่อมาได้น่ะสิ!
หลังกินข้าวเสร็จ ถังเมิ่งกลัวจะเป็ก้างขวางคอ จึงอ้างว่ามีธุระรีบหนีไปอย่างรวดเร็ว
กู้อันซินเข็นหลิงเย่ว์กลับ ผ่านแผงขายหนังสือพิมพ์ ชายชราที่แผงขายหนังสือพิมพ์ยิ้มร่าให้กู้อันซิน “แม่หนู นิตยสารเพิ่งออกใหม่ สนใจอ่านไหม”
กู้อันซินกวาดสายตามองแผงขายหนังสือพิมพ์แวบหนึ่ง ก่อนจะเห็นพาดหัวขนาดใหญ่บนหน้าปกของนิตยสารเขียนไว้ว่า คุณชายสามตระกูลหลิงหายตัวไป เปิดเผยเื่ภายในของครอบครัวเศรษฐี!
หลังพาดหัวมีเครื่องหมายอัศเจรีย์หลายตัว ดึงดูดสายตาและน่าสนใจอย่างบอกไม่ถูก
ขณะที่กู้อันซินจะเอื้อมมือหยิบนิตยสารเล่มนั้น หลิงเย่ว์ก็พูดขึ้นว่า “วันนี้ไปบริษัทการ์ตูนแล้วเหรอ”
เมื่อพูดถึงบริษัทการ์ตูน นึกถึงเฉินหลงเฟย กู้อันซินก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
เธอไม่รู้ว่าเฉินหลงเฟยจะมาไม้ไหน วันนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย แต่เธอรู้ว่าเฉินหลงเฟยไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่
เมื่อคิดแบบนี้ กู้อันซินก็ไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านนิตยสารอีก
มือที่กำลังจะหยิบนิตยสารหดกลับมา เธอพูดอย่างหงุดหงิดว่า “ไปแล้ว แต่เฉินหลงเฟยไม่ได้แก้แค้นฉัน ไม่รู้ว่าเขาคิดจะเล่นลูกไม้อะไร”
การรอการแก้แค้นเป็สิ่งที่ทรมานที่สุด
หลิงเย่ว์เข็นรถเข็นไปข้างหน้าด้วยตนเอง “ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ[1]”
กู้อันซินตามไป เดิมทีอยากคุยกับหลิงเย่ว์เพื่อปัดเป่าความคับข้องใจ แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลิงเย่ว์ก็เฝ้าอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊ก เล่น ‘เกม’ ที่เข้าใจยากของเขาต่อจนไม่มีเวลามาสนใจเธอ
กู้อันซินกังวลว่าเฉินหลงเฟยจะแก้แค้นตนเองลับหลัง จึงนั่งไม่ติดและไม่มีอารมณ์จะอัปโหลดการ์ตูนต่อ
เธอเดินจากห้องนั่งเล่นไปห้องนอนวนไปวนมา เดินผ่านหน้าหลิงเย่ว์หลายรอบ ในที่สุดก็นั่งลงข้างเขา
“เกมนี้ของนายเล่นยังไง ดูแล้วน่าสนุกดี นายสอนฉันได้ไหม ตอนนี้ฉันหงุดหงิดมาก”
หลิงเย่ว์ผละสายตาจากหน้าจอโน้ตบุ๊กไปมองหน้าเธอ วางโน้ตบุ๊กลง ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ จนกระทั่งเสื้อผ้าแนบไปกับเสื้อผ้าของกู้อันซิน จนกระทั่งกู้อันซินค่อยๆ ถอยไปทีละนิด แต่เขาก็ยังบีบเข้ามาใกล้
ลมหายใจที่สงบนิ่งรดใส่ใบหน้าของกู้อันซิน กู้อันซินกลอกตาลนลาน มองอีกฝ่ายอย่างประหม่า “นาย...นายจะทำอะไร”
การเข้ามาใกล้กะทันหันทำให้ใบหน้าของเธอแดงอีกครั้ง
หลิงเย่ว์ยิ้มมุมปาก “ความจริงแล้วยังมีเกมที่สนุกกว่านั้นอีกเกม เธอกับฉันลองดูได้”
กู้อันซินไม่ใช่เด็กแล้ว จากดวงตาดำขลับของเขาและบรรยากาศร้อนระอุนี้ เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร
ทันใดนั้นเธอก็ยืนขึ้นะโว่า “ไอ้คนลามก!”
หลิงเย่ว์มองแผ่นหลังของกู้อันซินที่วิ่งกลับไปห้องนอน สีหน้าจริงจัง ก่อนจะเปิดโน้ตบุ๊ก จดจ่ออยู่กับมันอีกครั้ง
เขาจะสอน ‘เกม’ ที่เล่นอยู่ให้เธอได้อย่างไร
นี่เป็โปรแกรมระบบอัจฉริยะที่มีมูลค่าหลายพันล้านหยวน และในอนาคตที่จะถึงนี้ เขาจะใช้สิ่งนี้เพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีในหลิงเทียนกรุ๊ป
เชิงอรรถ
^ ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ เป็นสำนวนจีน หมายถึงไม่ว่าจะมาวิธีไหนก็รับมือได้