บทที่ 8
สำนักปราบมาร
1 สัปดาห์ต่อมา.....
หลังจากที่เจียงเฟิงกลับมาจากเขาอนธกาล ตอนนี้ก็ครบ1สัปดาห์แล้ว พอเจียงเฟิงกลับมาถึงจวน ร่างบางก็เอาแต่เก็บตัวที่ตำหนัก เพื่อฝึกในการใช้ทักษะิญญาให้คล่อง ในมิติจิตของตน
กลับจวนมาก็พบกับพี่รองและท่านแม่มารอรับเขาอยู่แล้ว ทั้งคู่มีสีหน้าที่ตกตะลึงเมื่อได้รู้ว่าเจียงเฟิงนั้นมีทั้งหมด 2 ทักษะิญญาที่หายากมากๆ สำหรับคนที่จะมีพลังตั้ง2ทักษะ เย็นวันนั้นท่านแม่จึงเข้าครัวทำอาหารเลี้ยงเจียงเฟิงกับคนในจวนกันเลยทีเดียว ส่วนพี่รองก็ชมเขาสองสามประโยค พร้อมยินดีที่เจียงเฟิงนั้นไม่ล้มเลิกในหนทางฝึกตนไป
จากที่เจียงเฟิงฟื้นขึ้นมา หรือออกจากมิติจิต ก็พบว่าเวลาที่ตัวเองนั้นอยู่ในมิติจิตนั้นกินเวลาช้ากว่าโลกภายนอก เท่ากับ 1/2 ของเวลา เวลาในมิติจิต 1 ชั่วยาม เท่ากันเวลาด้านนอก ครึ่งชั่วยามเท่านั้น ซึ่งเจียงเฟิง คิดแล้วว่าเวลาฝึกฝนใช้พลัง ตัวเขาจะเข้าไปฝึกในมิติจิตของเขาเท่ากับเขานั้นฝึกเพิ่มขึ้นอีกเท่าของคนทั่วไป
มิติจิต
"ห้วง....ฤดูร้อน............"
พรึบ!!!!
"เอาละ วันนี้เท่านี้พอก่อนก็แล้วกัน เ้าก็ออกไปภายนอกได้แล้ว ดูเหมือนคนใช้เ้ากำลังจะเดินตรงมายังห้องนอนของเ้า"เสียงของิญญาอารักษ์ดังขึ้นก่อนที่ เจียงเฟิงจะหยุดใช้พลัง ห้วงบุปผา3ฤดู ก่อนที่จะดูซัพหินลมปราณในน้ำตกที่เจียงเฟิงยืนอยู่ พอเดินลมปราณเพื่อขจัดความเหนื่อยล้าออกจากการใช้พลังมากออกไป สักพักเจียงเฟิงก็ลืมตาขึ้นมา พร้อมร่างกายที่กลับมาเป็เหมือนเดิม ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน
"ไว้ตอนเย็นข้าจะมาใหม่ ข้าเริ่มใช้ห้วงบุปผา3ฤดู ถนัดแล้ว แค่ยังไม่รุนแรงมากพอเท่านั้น"เจียงเฟิงยิ้มรับ ตอนนี้ระดับพลังของตนเองนั้น อยู่ในระดับปฐีขึ้นกลางแล้ว ถือว่าเร็วกว่ารุ่นเดียวกันกับเจียงเฟิงมาก เพราะเจียงเฟิงโชคดีที่มีมิติจิตของิญญาอารักษ์ที่คอยช่วยให้เขานั้นฝึกฝนได้มากกว่าผู้อื่นเป็เท่าตัว ทำให้เขาเลื่อนขันได้เร็วขึ้นนนั้นเอง
พรึบ!
"เจียงเฟิง!! เ้าต้องช่วยข้านะเ้าเต่าแกล้งดึงหางข้าอีกแล้ว!! ขนหางข้าที่แปลงเพิ่งเสร็จโดยเ้าเต่าขย้ำจนฟูหมดเลย เ้าดูสิ"เจียวเจี๋ย วิ่งออกมาจากหลังน้ำตกวิ่งมาทางเจียงเฟิง ก่อนที่จะหันให้ดูหางปุกปุยที่ส่ายไปมา ที่ขนของมันออกจะยุ่งนิดหน่อย ที่เจียวเจี๋ยเรียกแค่ชื่อของเจียงเฟิงแทนที่จะเรียกท่านนั้นเพราะเขาเป็คนบอกิญญาอารักษ์ทั้งหมดให้เรียกแบบนั้นเอง เขาไม่อยากอยู่ในฐานะเ้านาย คนใช้ อยากให้อยู่เป็สหายกันมากกว่า สบายใจกว่า
"ใครใช้ให้เ้า เอาหางของเ้ามาโดนมือข้าละ ข้านึกว่าเ้าให้ข้าจับ ข้าก็จับมันผิดตรงไหน"เสียงของเจียวอวี๋ดังออกมาจากหลังน้ำตก ก่อนที่จะพบร่างของเจียวอวี๋ เดินกอดอกถือตำราข้างนึง ถือที่คนหม้อข้างนึง "แล้วหางเ้าก็มีอยู่แค่นั้นข้าจะดึงยังไง เ้าชอบใส่ร้ายข้าเ้ากระต่ายโง่!! ข้าแค่จับไม่ได้ดึง!!"
"เอาละพวกเ้าอย่าทะเลาะกันเลย จะไม่ทะเลาะกันสักวันพวกเ้าจะตายไหม ข้าปวดหัวกับเ้าทั้งคู่นัก"หรูเหอเลื้อยเข้ามากั้นกลางทั้งสองคน ทำให้เจียวอวี๋ มองเจียวเจี๋ยอย่างอาฆาต ก่อนที่จะเดินเข้าไปหลังน้ำตก ส่วนเจียวเจี๋ยก็สะบัดหางเดินหนีไปอีกทาง
"พวกเ้านี่นะ ทะเลาะกันได้ทุกวี่วัน สักพักก็ดีกันแล้ว ข้างงกับพวกเ้าทั้งคู่จริงๆ"เจียงเฟิง ส่ายหัวอย่าระอา เพราะเ้าเต่ากับกระต่ายทะเลาะกันทุกชั่วยาม พอผ่านไปสักพักก็ดีกัน แล้วผ่านไปอีกชั่วยาม ก็ทะเลาะกันอีกเป็แบบนี้ซ้ำไปมาจนเจียงเฟิงี้เีที่จะบ่นแล้ว ก่อนที่จะทั้งจิตออกมาจากมิติจิต
จวนตระกูลลู่
"นายน้อยขอรับ ท่านตื่นหรือยังครับ ท่านพ่อของนายน้อยเรียกพบขอรับ"พอเจียงเฟิงออกมาจากมิติจิต ก็ได้ยินเสียงของลิ่วจือดังมาจากหน้าประตู
"ข้าตื่นแล้ว"เจียงเฟิงตอบกลับไปก่อนที่จะลุกจากที่นอน พร้อมกับลิ่วจือที่เปิดประตูเข้ามา ก่อนที่จะพาเจียงเฟิงไปล้างหน้า แล้วมานั่งตรงหน้ากระจก เพื่อรวบผมให้เจียงเฟิง วันนี้ปิ่นปักผมเป็มุกสีขาวบริสุทธิ์ พร้อมกับที่คาดเอวสีเดียวกับปิ่น พร้อมด้วยชุดสีขาวเหลือบเงินทำให้ดูสง่างามเป็อย่างมาก
"ท่านพ่อ เรียกข้าแต่เช้ามีเื่อะไรกันขอรับ"เจียงเฟิงที่กำลังให้ลิ่วจือแต่งตัวให้ก็เอ่ยถามขึ้นมา
"เื่เดิมขอรับ นายน้อย เื่คนจากสำนักปราบมารมาทาบทามนายน้อยให้เข้าสำนักปราบมาร"
"เห้อ....ข้าเบื่อยิ่งนัก คนพวกนั้นช่างตอแยข้าเหลือเกิน ไล่ก็ไม่ไป คราวนี้เป็สำนักไหนอีกละลิ่วจือ"เจียงเฟิงถอนหายใจอย่างปลงภายในใจ ั้แ่ที่เขานั้นกลับมาจากเขาอนธการ ทางสำนักปราบมารที่ได้เข้าร่วมชมพิธี ปลุกทักษะิญญา ก็ได้ส่งคนมาเชิญให้เจียงเฟิงนั้น เข้าร่วมสำนักของตน ตลอดอาทิตย์มานี้สำนักน้อยใหญ่ต่างก็ส่งคนมาเชิญเจียงเฟิงไม่เว้นแต่ละวันทำให้ สร้างความรำคาญใจแก่เจียงเฟิงมาก ขนาดเจียงเฟิงะโไล่ก็แล้วอีกวันก็มีสำนักอื่นมาอีกทำให้เขานั้นเลิกที่จะออกไปพบเจอกับคนพวกนั้นแล้ว
"ท่านพ่อของนายน้อยก็รำคาญเหมือนกันแต่ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ นอกจากปั้นหน้ารับแขกเพียงเท่านั้น แต่วันนี้ท่านพ่อนายน้อยคงถึงขีดสุดจึงให้คนรับใช้มาบอกข้าให้ตามท่านไปที่หน้าจวนด้วยขอรับ"
"ได้ งั้นเราไปหน้าจวนกัน ไปสะสาง บอกคนพวกนั้นให้เข้าใจแล้วไม่ต้องมารบกวนท่านพ่อกับข้าอีก ข้าไม่คิดที่จะเข้าสำนักไหนตอนนี้อยู่แล้ว"เจียงเฟิงลุกขึ้นก่อนที่จะออกจากห้องนอนเดินทางไปที่หน้าจวน ด้วยอารมณ์ไม่ดีนัก
"ข้าคนพวกนั้นไม่ยอมละขอรับ"
"ไปกันเถอะ ข้ามีวิธีที่จะทำให้คนพวกนั้น ไม่มารบกวนได้ก็แล้วกัน"
หน้าจวนตระกูลลู่
"ท่านชุนไฉ ข้าอยากได้ลูกของท่านเข้าร่วมสำนักเ้าเวหา เพื่อลูกท่านจะได้มีอาจารย์ที่เก่งกาจฝึกฝน ให้ลูกท่านแข็งแกร่งขึ้นและสำนักเ้าเวหารับปากจะดูแลลูกท่านเป็อย่างดี"
"สำนักเมฆาทมิฬ ก็้าให้ลูกท่านเข้าร่วมสำนักของเราเช่นกัน ทางสำนักข้ามีอาวุธระดับสูงมากมายให้ลูกท่านได้เลือกสรรฝึกฝนพลังให้แกร่งขึ้น"
"สำนักจันทราจรัส ก็มีตำราฝึกยุทธที่เก่งไม่แพ้ผู้ใด........"
"พวกเ้าพอได้แล้ว! ต้องให้ข้าบอกอีกกี่หน ว่าลูกชายข้าไม่เข้ากับสำนักไหนทั้งนั้น จะดีเลิศแค่ไหนก็ไม่!"ชุนไฉที่ทนไม่ไหวก็ะโก้องไปทั่วทั้งจวน บุตรของเขาคนนี้รักยิ่งกว่าสิ่งใจ เขาไม่มีทางยอมให้เจียงเอ๋อร์ไปไกลสายตาของเขาเป็แน่
"ใช่...ข้าไม่เข้าร่วมสำนักปราบมารสำนักไหนทั้งนั้น เชิญพวกท่านกลับไปเถิดแล้วไม่ต้องมารบกวนท่านพ่อข้าอีก เพราะข้าไม่คิดที่จะไปเข้าร่วมสำนักไหนทั้งนั้น"เจียงเฟิงที่เดินมาถึงหน้าจวนก็เอ่ยขึ้น
"ท่านเจียงเฟิงลองไตร่ตรองคิดดูอีกทีเถิด สำนักเ้าเวหา้าให้ท่านไปเข้าร่วมกับพวกเราจริงๆ พลังของท่านสามารถช่วยผู้คนได้มากนะขอรับ"
"ใช่แล้วท่านเจียงเฟิง สำนักสายยัญอรุณได้เห็นว่าพลังของท่านนั้นจะสร้างประโยชน์ให้แก่คนอื่นได้อีกมากนะขอรับ"
"ให้ท่านเจียงเฟิงไตร่ตรองดูอีกรอบ สำนักจันทรา........"เจียงเฟิงที่เริ่มรำคาญเต็มกลืน ก็หาทางที่จะไล่คนพวกนี้กลับไปก่อนที่เจียงเฟิงจะหมดความอดทนลง
"หยุด!! ข้าไม่เข้าร่วมสำนักไหนทั้งนั้น จะดีเลิศแค่ไหนก็ไม่เข้า! ไม่ใช่เพราะสำนักท่านไม่ดี ทุกสำนักล้วนมีดีในแบบของท่าน ส่วนข้าก็มีแนวทางของข้า เพราะที่ข้าไม่เข้าร่วมสำนักไหนเลยนั้นก็เป็เพราะว่า ข้า ลู่ เจียงเฟิง จะเป็คนก่อตั้งสำนักของตนเองขึ้นมาเอง!!!!! แล้วของเชิญพวกท่านกลับไปบอกทางสำนักของพวกท่านด้วย ว่าที่แคว้นลู่จะมีสำนักปราบมารเป็ของตนเองแล้วข้าผู้นี้จะเป็จ้าวสำนักเอง!!"เจียงเฟิงเมื่อพูดเสร็จก็เดินเข้าจวนมา พร้อมทั้งบิดาที่มองไปยังเจียงเฟิงอย่างไม่เชื่อหูของตนเอง
"เจียงเอ๋อร์ ที่เ้าพูดว่าจะจัดตั้งสำนักปราบมารเอง เ้าพูดจริงเหรอ?"พอเดินเข้ามาในห้องโถง ท่านพ่อก็เอ่ยถามเจียงเฟิงขึ้น
"ท่านพ่อ ข้าแค่พูดไป......."
"สมกับเป็ลูกพ่อ เจียงเอ๋อร์ ในเมื่อเ้ามีความปราถนาที่จะเป็เ้าสำนักและคิดจะสร้างสำนักของตนเองขึ้นมา บิดาผู้นี้จะจัดการให้ความปรารถนาของเ้าเป็จริงเอง หลี่กง!! ตามข้ามาห้องทำงาน ข้าจะหาทำเลในการจัดตั้งสำนักของเจียงเอ๋อร์ของข้า ไปเอาโฉนดของตละกูลออกมาให้ข้าพร้อมแผนที่แคว้นลู่ด้วย ลูกข้า้าที่ที่ดีที่สุดในแคว้นลู่เพื่อจัดตั้งสำนักปราบมาร!"เจียงเฟิงที่พูดยังไม่ทับจบ บิดาก็เข้ามากอดเขาพร้อมหัวเราะดีใจ และจะจัดการเื่การก่อตั้งสำนักให้เขาอย่างรวดเร็ว จนไม่มีช่องว่างให้เจียงเฟิงได้เอ่ย ปฏิเสธอะไรเลยแม้แต่น้อย
"ท่านพ่อข้า......"เจียงเฟิงได้แต่นิ่งค้างอีกรอบ เมื่อบิดาหัวเราะอย่างดีใจ แล้วเดินหายเข้าไปในห้องทำงานเสียแล้ว ทิ้งให้เจียงเฟิงมองตามหลังบิดาเท่านั้น "เหมือนว่าปากของข้าจะสร้างเื่ราวใหญ่โตให้ข้าไปซะแล้วสิ"เจียงเฟิงส่ายหัวอย่างอ่อนล้า พูดอะไรตอนนี้บิดาตนคงจะไม่ฟังอะไรแล้ว เจียงเฟิงได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม ที่เกิดจากการไม่ไตร่ตรองของตนเองอย่างทำอะไรไม่ได้
"ไปลิ่วจือ ข้าอยากพักผ่อน ถึงห้องพักเ้าไปเอาโอสถแก้ปวดหัวมาให้ข้าด้วยนะ แล้วสั่งคนห้ามมารบกวนข้าอีกข้าอยากจะนอนพัก"เจียงเฟิงพูดจบก็เดินกลับมาที่ห้องของตนก่อนที่จะล้มตัวนอนลง ปลงกับทุกอย่างที่พบเจอในวันนี้