17
เสียงเพลง
ทันทีที่โหล่แก้วของเซริน่าและเซริออสร้าวแสงสว่างสีแดงที่เรืองรองออกมาก็เริ่มอ่อนลงจนในที่สุดแสงนั้นก็หายไป แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นสร้างความใให้กับเพื่อนร่วมห้องและศาสตราจารย์ที่เป็ผู้สอนวิชาเป็อย่างมากและทันทีที่แสดงสว่างนั้นหายไปสติของเซริน่าและเซริออสก็กลับมาอยู่ภายในห้องอีกครั้งเมื่อทั้งสองคนลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองนั้นตกเป็เป้าสายตาของคนในห้องที่จ้องมากันมาเป็ตาเดียว
“พวกคุณเคยเรียนเพลงนี้มาจากไหนกันคะ”ศาสตราจารย์เอเรียถามขึ้นด้วยความแปลกใจเป็คนแรก
“พวกเราไม่เคยเรียนหรอกครับ แต่เคยได้ยินมาแค่นั้นเองครับ” เซริออสตอบ
“เหรอคะ คุณจำได้ไหมว่าเคยได้ยินมาจากไหน”
“จำไม่ได้ครับ พวกเราเคยได้ยินเมื่อนานมาแล้ว”
“อืมมม….ถ้าอย่างนั้นหลังเรียนแล้วพวกคุณทั้ง 2คนมาพบดิฉันหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ/ครับ”
หลังจากที่การพูดคุยเพียงเล็กน้อยจบลงการเรียนการสอนก็ดำเนินไปอย่างปกติราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้เลยแต่ก็ทิ้งความสงสัยไว้ให้กับคนทั้งห้องว่าเมื่อกี้นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แล้วเพลงที่ทั้งสองคนนี้เล่นไปนั้นมันเป็เพลงอะไรกัน ทำไมถึงได้เศร้าได้ขนาดนั้นแต่ในความเศร้าก็แฝงไปด้วยความโกรธแค้นที่ฝังรากลึกลงไปในจิตใจ
ศาสตราจารย์เอเรียเมื่อทดสอบความสามารถเบื้องต้นไปเรียบร้อยแล้วก็เริ่มสอนถึงความน่ากลัวของเสียงเพลงที่แฝงไปด้วยพลังเวทของผู้บรรเลงหรือผู้ขับร้องว่า
“ถ้าหากบุคคลผู้นั้นมีความแค้นหรือความโกรธก็จะสามารถสาปแช่งคนเ่าั้ผ่านเสียงเพลงของตนได้แต่ในทางที่ดีเสียงเพลงเหล่านี้ก็มีความสามารถในการฟื้นฟูจิตใจและร่างกายจากความอ่อนล้าแหละเหน็ดเหนื่อยเป็การเยียวยาและเป็การเพิ่มกำลังใจแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเสียงเพลงและพลังเวทก็เกิดจากความรู้สึกของผู้ขับขานในเวลานั้นๆถึงจะแสดงประสิทธิภาพได้ดี ถ้าหากว่าในเวลานั้นผู้ขับขานมีอารมณ์ที่รุนแรงที่เกิดจากความโกรธแค้นเสียงเพลงเ่าั้ก็จะเป็เพลงแห่งการทำลายล้างและเป็เพลงต้องสาปไปแต่ถ้าหากในเวลานั้นผู้ขับขานมีจิตใจที่ดีและหมายที่จะปกป้องรักษาเสียงเพลงเ่าั้ก็จะเป็การเยียวยารักษาและฟื้นกำลังทั้งกายและใจให้แก่ผู้ที่ฟังได้ดังนั้นการที่จะทำอะไรโปรดจงคิดให้ดีและถี่ถ้วนโดยเฉพาะเมื่อเรามีอำนาจมาอยู่ในมือเราต้องคิดแล้วคิดอีกเพราะบางสิ่งเราก็ไม่อาจกลับไปแก้ไขได้ ตัวอย่างเช่นเพลงที่ดิฉันแสดงไปให้ดูเมื่อครู่ ถึงแม้จะไม่ได้แสดงผ่านเครื่องดนตรีก็ตามแต่ก็ยังมีเสียงเพลงไหลออกมาตามตัวโน๊ตที่วิ่งอยู่ในนั้นและในขณะนั้นดิฉันเองก็ไม่ได้มีจิตที่มุ่งจะทำร้ายใครและไม่ได้โกรธแค้นอะไรกับใครเสียงเพลงของดิฉันจึงออกมาเป็เช่นนั้นแต่ถ้าหากเป็แบบนี้ละ”
ทันทีที่ศาสตราจารย์เอเรียพูดจบเธอก็ยื่นมือไปแตะที่โหล่แก้วอีกครั้งแต่ในคราวนี้แสงที่ออกมานั้นกลับเป็สีดำสนิทและตัวโน๊ตที่วิ่งไปมานั้นก็เริ่มส่งเสียงเพลงออกมาเพลงที่แสดงถึงความดุดันและเกรี้ยวกราดทำให้นักเรียนบางคนในห้องรู้สึกกระอักกระอ่วนและรู้สึกถึงความย่ำแย่ของอารมณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาต่อมาบางคนในห้องก็เริ่มร้องไห้และเริ่มสะอื้นเบาๆแต่เมื่อเสียงเพลงเงียบลงและแสงสีดำนั้นหายไปทุกอย่างในห้องก็กลับมาเป็ปกติ
“ที่ดิฉันแสดงให้ดูเมื่อสักครู่นี้ก็คือเมื่อเรามีอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจแม้จะเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นก็จะส่งผลต่ออะไรหลายๆ อย่างที่ได้รับฟังเพลงเหล่านี้ถึงแม้เราจะระบุเจาะจงเป็ตัวบุคคลแล้วก็ตามแต่คนรอบข้างก็ยังได้ผลกระทบนั้นอยู่ดีเพราะฉะนั้นก่อนจะทำอะไรคิดให้ดีนะคะ” ทันทีที่ศาสตราจารย์เอเรียพูดจบเสียงออดที่บ่งบอกถึงการหมดเวลาก็ดังขึ้น
“หมดเวลาพอดีสินะคะ ถ้าเช่นนั้นเจอกันคราวหน้าดิฉันจะสอนเกี่ยวกับการใช้เครื่องดนตรีนะคะขอให้เตรียมตัวมาให้ดีและเลือกว่าตนเองนั้นถนัดเครื่องดนตรีชนิดไหนมาด้วยนะคะอ่อ แล้วก็คุณเซริน่าแล้วก็คุณเซริออสช่วยอยู่รอพบดิฉันสักครู่ด้วยนะคะอย่าลืมกันละ” เมื่อศาสตราจารย์เอเรียพูดจบหัวหน้าห้องก็บอกทำความเคารพและเหล่านักเรียนก็ต่างกันมาเดินออกจากห้องเรียนกันไปจะเหลือก็แต่เซริน่าและเซริออสที่เดินมาหาศาสตราจารย์เอเรียที่บริเวณหน้าห้องและเริ่มพูดขึ้น
“ศาสตราจารย์มีอะไรรึเปล่าคะ ถึงให้พวกเราอยู่รอพบก่อน”เซริน่าถามด้วยความสงสัย
“ดิฉันอยากจะถามถึงรายละเอียดของเพลงที่พวกคุณเลือกมาน่ะ ว่าทำไมถึงได้เลือกเพลงนี้”ศาสตราจารย์เอเรียถามกลับ เซริน่าทำท่าทางอึกอักก่อนจะตอบว่า
“ไม่รู้สิคะ อยู่ดีๆเพลงนี้ก็เป็แรกที่เข้ามาในหัวแล้วพอเอามือไปแตะที่โหล่แก้วก็เหมือนกับว่าสติจะหลุดออกไปจนได้ยินเสียงโหล่แก้วร้าวนั่นแหละค่ะถึงจะรู้สึกตัว”
“แล้วของคุณเซริออสล่ะคะ”
“เหมือนกันครับเพลงนี้เป็เพลงแรกที่เข้ามาในหัว อาจจะเป็เพราะตอนนั้นพวกเราได้ยินเพลงนี้พร้อมๆกันก็ได้”
“แล้วพวกคุณเคยได้ยินจากไหนจำไม่ได้เลยเหรอคะ”
“ครับจำไม่ได้เลย จำได้แค่ว่าตอนนั้นรู้สึกคิดถึง แต่คิดถึงอะไรผมก็ไม่ทราบทำไมเหรอครับศาสตราจารย์เพลงที่พวกเราเลือกออกมามันอันตรายมากเลยเหรอครับ”เซริออสถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เครียดปกติในขณะที่เซริน่าเองก็มีสีหน้าที่เคร่งเครียดไม่แพ้กัน
“จริงๆ แล้วเพลงนี้หายสาบสูญไปกว่า 5,000ปีแล้วดิฉันจึงแปลกใจมากที่เด็กอย่างพวกคุณทั้งสองคนรู้จักเพลงนี้ได้ เพราะว่าเพลงนี้ถูกสั่งให้เป็เพลงต้องห้ามถ้าหากว่าในตอนนั้นพวกคุณรู้สึกโกรธหรือไม่พอใจใครสักคนอยู่ละก็คุณจะรู้ไหมคะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”ศาสตราจารย์เอเรียก็ตอบด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดไม่แพ้กันและใบหน้าที่เคยยิ้มมาตลอดก็เปลี่ยนเป็ความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเด็กทั้งสองได้ยินคำถามนั้นพวกเขาก็ส่ายหน้าแทนคำตอบศาสตราจารย์เอเรียหลุบตาลงครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาและจ้องเข้าไปในดวงตาของเด็กทั้งสองและตอบว่า
“เพราะเพลงนี้เป็เพลงของเผ่าัค่ะถ้าหากว่าพวกคุณเผลอใส่อารมณ์เข้าไปแม้จะไม่ได้ตั้งใจก็อาจจะทำให้มีเพื่อนนักเรียนของพวกคุณตายได้เลยนะคะเพราะฉะนั้นดิฉันขอสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้พวกคุณเล่นเพลงนี้ที่ไหนอีกเข้าใจไหมคะ”ศาสตราจารย์เอเรียสั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแน่วแน่นและจริงจังกับคำสั่งนั้นจนทำให้เซริน่าและเซริออสไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรมากมายอีก
“เข้าใจแล้วค่ะ พวกเราจะไม่เล่นเพลงนี้อีก”เซริน่าตอบด้วยเสียงที่ดังฟังชัดเพื่อให้ศาสตราจารย์ตรงหน้ามั่นใจพวกเธอจะไม่มีทางผิดคำสั่งเด็ดขาด
“อ่อแล้วก็ถ้าหากว่ามีใครถามว่าเพลงนั้นคือเพลงอะไรก็อย่าไปบอกความจริงกับพวกเขานะคะดิฉันขอเตือนด้วยความหวังดีในฐานะอาจารย์ผู้สอน” เมื่อศาสตราจารย์เอเรียพูดจบเซริน่าก็ทำท่าเหมือนกับว่าจะถามอะไรสักอย่าง แต่ก็ตัดสินใจที่จะไม่พูดอะไรออกมา
พวกเขาทั้งสองคนก้มหัวทำความเคารพและเดินออกมาจากห้องเรียนเดินตรงไปยังหอพักที่สมาชิกของหอพักฟินิกซ์นัดเจอเพื่อพูดคุยถึงเื่การแสดงที่จะต้องทำก่อนปิดภาคเรียนและเมื่อศาสตราจารย์เอเรียอยู่คนเดียวภายในห้อง เธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ
‘เพลงนั้นปรากฏออกมาจนได้คงเหลือเวลาอีกไม่นานแล้วสินะที่คำสาปพวกนั้นจะกลับมาอีกครั้ง แพนโดร่า’
เมื่อสองพี่น้องเดินไปถึงห้องนั่งเล่นของหอพักฟินิกซ์ก็พบว่าสมาชิกคนอื่นๆนั้นมารวมตัวรอกันอยู่ก่อนแล้วและทันทีที่เพื่อนร่วมหอเห็นสองพี่น้องเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพวกเขาทั้งหมดจึงได้ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวิชาเสียงเพลงและเวทมนตร์แต่ทั้งเซริน่าและเซริออสก็ไม่ได้ตอบคำถามเ่าั้ บอกเพียงแต่ว่าไม่มีอะไรหรอกก่อนที่คลาร่าและวิลเลียมจะตบมือเรียกทุกคนให้เข้าที่และเริ่มการประชุมอีกครั้ง
“เราจะเริ่มประชุมกันต่อเลยนะคะแต่ก่อนอื่นเลยดิฉันต้องขอโทษทั้งคุณเซริน่าและคุณเซริออสด้วยนะคะที่ต้องเริ่มประชุมก่อนโดยที่ไม่ได้รอ”คลาร่าพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดต่อเพื่อนทั้งสอง
“เธอไม่ต้องขอโทษหรอกน่า เพราะพวกเราเองก็ไม่ได้มีอะไรที่เธอต้องมาขอโทษนี่น่าคลาร่า”เซริออสตอบด้วยรอยยิ้มที่นานๆ คนอื่นนอกจากน้องสาวของเขาจะได้เห็น
“นั้นสิ พวกเธอไม่ได้ทำอะไรผิดนี่น่า แล้วประชุมกันไปถึงไหนแล้วละ”เซริน่าถามกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“คือพวกเราเห็นพ้องกันว่าจะแสดงละครเวทีเื่ รักต้องห้ามของแพนโดร่าน่ะ”วิลเลียมตอบกลับ
“อ่อเหรอ แล้วคัดเลือกตัวนักแสดงกันรึยัง” เซริออสเป็ฝ่ายถามขึ้น
“กำลังจะโหวตกันอยู่เลย แต่พวกเธอก็มากันพอดีไปหาที่นั่งสิจะได้เริ่มโหวตกัน” วิลเลียมตอบ พร้อมๆกับที่สองพี่น้องพยักหน้าและมองหาที่นั่งที่ว่างอยู่จนพวกเขาพบและพากันเดินไปยังบริเวณริมหน้าต่างของห้องและวิลเลียมจึงได้เริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง
“เอาละมากันครบพอดี ถ้าอย่างนั้นเรามาโหวตเื่ตัวละครกันเลยดีกว่าเริ่มจากบทนางเอกจะเสนอใครกันดี”
“บทตัวละครหลักนี่ไม่ต้องโหวตกันก็ได้มั่ง เรามีตัวละครครบอยู่แล้วนี่ทั้งพระ-นาง และพี่ชายฝาแฝด” เรย์พูดขึ้นพร้อมๆกับหันไปมองหน้าเซริน่า เซริออส และคารอสที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหวอแบบบอกไม่ถูกที่เห็นว่าชื่อของตนถูกเสนอเข้าชิงโดยที่ไม่มีการโหวตใดๆ
“จะว่าไปก็ใช่ เรามีสองพี่น้องฝาแฝดและเ้าชายผู้เงียบขรึมอยู่นี่น่าถ้างั้นบทนางเอกให้เซริน่า พระเอกให้คารอส และบทพี่ชายฝาแฝดให้เซริออสนะมีใครเห็นด้วยไหม” วิลเลียมถามขึ้น และเพื่อนๆ ในห้องต่างก็พากันยกมือกับพรึบทำให้เซริน่าโวยวายออกมา
“เดี๋ยวก่อนสิ ยังไม่เห็นโหวตอะไรเลยจะมาเสนอกันแบบนี้เลยเหรอ”เซริน่าโวยวาย เพราะจริงๆ แล้วเธออยากอยู่เื้ัมากกว่าน่ะสิ
“ก็โหวตแล้วนี่ไง เพื่อนๆ ก็ยกมือเห็นด้วยกันแล้วแล้วคารอสกับเซริออสก็ยังไม่เห็นปฏิเสธอะไรเลยดูสิ”
“จริงๆ แล้วให้ฉันเล่นบทพี่ชายฉันก็ไม่ได้ติดขัดอะไรหรอกแต่ถ้าให้เล่นคู่กับคารอสฉันขอคิดดูก่อนได้ไหมวิล” เซริออสถามพร้อมน้ำเสียงและแววตาที่หาเื่มาทางวิลเลียมทำให้เพื่อนร่วมห้องนั้นรู้สึกเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันเองก็ไม่ได้อยากเล่นบทแบบนี้หรอก ขอปฏิเสธ”คารอสตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งไร้อารมณ์มากกว่าปกติทำให้เพื่อนบางคนเสียวสันหลังวาบเช่นกัน
“ไม่ได้!!! ทุกคนลงมติกันแล้ว พวกเธอต้องเล่นบทนี้เท่านั้นช่วยหน่อยน่าถือซะว่าทำเพื่อหอนะ แค่เื่เดียวเอง”วิลเลียมตอบด้วยน้ำเสียงที่ขอร้อง ทำให้เซริน่ามีท่าทีที่อ่อนลงและเริ่มครุ่นคิด
“แค่เื่นี้เื่เดียวเท่านั้นนะ” เซริน่าถามกลับ
“ใช่แค่เื่เดียวเอง” วิลเลียมยังคงตื๊อไม่เลิก ทำให้คารอสและเซริออสที่มองมาทางเซริน่ารู้สึกหวั่นๆถึงคำตอบที่จะกำลังจะตามมา
“งั้นก็ได้ ตกลง” เซริน่าตอบตกลงอย่างช่วยไม่ได้ทำให้วิลเลียมยิ้มกว้างออกมาอย่างโล่งอกและหันไปมองชายหนุ่มอีก 2 คนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นอย่างคาดหวัง แต่นั่นกลับทำให้ชายหนุ่มอีก 2คนรู้สึกกลุ้มใจแทน
“เฮ่อ ช่วยไม่ได้แฮะตกลงตามนั้นก็แล้วกัน” เซริออสพูด
“แล้วฉันปฏิเสธได้ด้วยเหรอ” คารอสตอบ