[จบ] เกิดใหม่เป็นภรรยาปากร้ายในยุค 70

    ตอนที่ 48 เซิ่งอันหนิงเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเอง

    ตอนที่ 48 เซิ่งอันหนิงเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเอง


    หลัวไฉ่เสียรู้สึกละอายเมื่อถูกเค้นถาม หล่อนมองจ้องมองโจวสือซวินด้วยดวงตาแดงก่ำ “เป็นฉันเองที่รักข้างเดียว คุณไม่ต้องถามแล้ว เป็นฉันเองที่คิดมากไป คิดไปว่าการที่คุณช่วยเหลือครอบครัวฉันมาตลอดเป็นเพราะคุณชอบฉัน”

    “คิดว่าการที่คุณให้ของกับแม่ฉันเป็นเพราะว่าคุณชอบฉัน! คิดว่าที่คุณสอนฉันเขียนตัวอักษร ก็เป็นเพราะว่าคุณชอบฉันเหมือนกัน เป็นเพราะฉันคิดไปเองมาโดยตลอด ต่อไปนี้จะไม่เป็นแบบนี้แล้ว!”


    หล่อนว่าแล้วก็วิ่งออกไปทั้งน้ำตา


    เซิ่งอันหนิงตกตะลึง ต้องบอกว่าหลัวไฉ่เสียช่างมีความสามารถจริง ๆ ประโยคสุดท้ายเมื่อครู่นี้ของหล่อน ทำให้โจวสือซวินดูมีคุณธรรมอยู่บ้าง


    หล่อนเองก็พูดไม่ผิด ในเมื่อเขาไม่ได้ชอบหล่อนเลย แล้วทำไมถึงยังไปที่บ้านของหล่อน แถมยังไปช่วยทำนา ซื้อของให้ และสอนให้เขียนหนังสือทำไม?


    โจวสือซวินขมวดคิ้วและมองไปยังซุนชิวเซียง “ป้าชิวเซียงน่าจะยังจำได้ ตอนเด็ก ๆ ผมขึ้นไปเก็บมูลแกะบนเขาและพลัดตกหน้าผา ส่วนป้าหวังอิงก็เป็นคนที่มาช่วยชีวิตเอาไว้และแบกผมกลับบ้าน ”

    ซุนชิวเซียงยังคงสับสน นางพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “จำได้สิจำได้ ตอนนั้นที่เธอถูกหวังอิงแบกกลับมา เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด ฉันยังคิดอยู่เลยว่าเธอไม่น่าจะรอด”


    จู่ ๆ นางก็เข้าใจทุกอย่างขึ้นมา สิ่งที่โจวสือซวินทำไปทั้งหมด ก็เพื่อตอบแทนพระคุณของหวังอิงที่ช่วยชีวิตเอาไว้นั้นหรือ?


    ให้ตายเถอะ หากเป็นแบบนี้ ดังนั้นเรื่องทั้งหมดของหลัวไฉ่เสียก็เป็นแค่ข่าวลือน่ะสิ

    หล่อนไม่ได้ไปดูแลโจวสือซวิน เช่นนั้นรองเท้าทหารพวกนั้นก็น่าจะเป็นตัวหล่อนเองที่ซื้อมา


    ยิ่งซุนชิวเซียงคิดเรื่องนี้มากเท่าใดก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้น นางเผยรอยยิ้มออกมาในที่สุด “ฉันก็ว่าอยู่ เธอเป็นคนที่พวกเราคอยดูการเติบโตมาตลอด และเธอก็ไม่ใช่คนแบบนั้น จะสามารถทำเรื่องไม่ดีได้อย่างไรกันล่ะ ”

    โจวสือซวินยืนกรานอย่างหนักแน่น “ป้าชิวเซียง ผมไม่ใช่คนที่ได้แล้วทิ้ง ผมและหล่อนต่างเป็นผู้บริสุทธิ์”


    ซุนชิวเซียงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ใช่ ๆ ๆ ป้าเชื่อแล้ว เธอไปจัดการเรื่องของเธอเถอะ ฉันยังไม่ได้ให้อาหารไก่ที่บ้าน ขอกลับไปให้อาหารไก่ก่อนนะ ”

    ความจริงแล้วนางคงนำเรื่องนี้ไปบอกต่อทุก ๆ คนอย่างรวดเร็ว ใครจะไปคิดว่าหลัวไฉ่เสียที่ดูใสซื่อจะทำเรื่องแบบนี้ได้


    หลังจากที่ซุนชิวเซียงจากไป จูกุ้ยฮวาก็รู้สึกผิดเล็กน้อย มองดูโจวสือซวินอย่างไม่พอใจ “เจ้ารอง แกนี่นะ ไฉ่เสียเป็นสาวเป็นนาง ถ้าซุนชิวเซียงเอาไปพูดต่อ ถึงเวลานั้นหล่อนจะทำอย่างไร?”


    โจวสือซวินยังคงไม่เข้าใจ “ผมก็แค่พูดความจริง ถ้ามีเรื่องเข้าใจผิดเมื่อไหร่ก็ต้องรีบแก้ ถ้าไม่รีบแก้ข่าวแล้วเรื่องมันจะไม่บานปลายเหรอครับ?”


    เซิ่งอันหนิงเป็นหนึ่งคนที่มีความสุขมาก ๆ เมื่อได้ฟังเหตุผลของสุภาพบุรุษอย่างโจวสือซวิน การพยายามอดกลั้นไม่ให้ตัวเองยิ้มนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย


    จูกุ้ยฮวาไม่กล้าพูดอะไรที่ลึกซึ้งกว่านี้ ตอนนี้นางกลัวเหลือเกินว่าหลัวไฉ่เสียจะกลับมาแว้งกัดโจวฉางอวิ้น จากนั้นจึงกลับห้องของโจวเอ้อร์นีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

    โจวสือซวินมองไปยังหนิวชุนอิงที่ยังคงถือไม้นวดแป้งอยู่ในมือ โจวเจี้ยนหัวที่คอตก และเซิ่งอันหนิงที่ยืนอยู่อีกฟาก


    เท่าที่โจวสือซวินรู้จักเซิ่งอันหนิง เขาก็มั่นใจได้ว่าเธอไม่ใช่คนที่จะเข้าไปสนทนากับคนที่ยังไม่รู้จัก


    “เกิดอะไรขึ้น?”


    หนิวชุนอิงไม่ได้ปกป้องลูกชายของตัวเองเลย “เจ้าเด็กนี่ติดประทัดไว้ที่หางแมว และมาทำให้เซิ่งอันหนิงตกใจ”


    ว่าพลางหล่อนก็โบกไม้นวดแป้งไปมา “อยากจะตีเด็กดื้อคนนี้ให้ตายจริง ๆ ”


    โจวสือซวินมีใบหน้าเคร่งขรึมขณะมองดูโจวเจี้ยนหัว แม้ว่าเขาจะไม่ได้โกรธ แต่แววตาคมกล้านั้นกลับทำให้โจวเจี้ยนหัวหัวหด “ไปขอโทษ!”


    น้ำเสียงแข็งกร้าวทำให้เด็กหนุ่มปฏิเสธไม่ได้


    โจวเจี้ยนหัวเดินเข้าไปหาเซิ่งอันหนิงด้วยดวงตาแดงก่ำ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เด็กหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจเท่าไรนัก แต่ก็รู้ดีว่าอารองจะต้องปกป้องเซิ่งอันหนิง และจะต้องไม่ปกป้องอาไฉ่เสียแน่นอน


    ผ่านไปครู่หนึ่งเด็กหนุ่มจึงเอ่ยขึ้น “อาสะใภ้รอง ผมขอโทษครับ”


    เซิ่งอันหนิงเองก็ไม่ได้ไว้หน้าเด็กหนุ่ม เขาอายุสิบห้าปี ซึ่งถือว่าไม่ใช่เด็กแล้ว “เมื่อครู่ฉันบอกไปแล้วว่า ถ้าเธอไม่ชอบฉันก็เข้ามาหาฉันตรง ๆ เลย ทารุณแมวแล้วจะได้อะไร? นั่นไม่ใช่หนึ่งชีวิตหรือ? ดังนั้นคนที่เธอควรจะขอโทษนั้นไม่ใช่ฉัน”


    พูดเสร็จเซิ่งอันหนิงก็หันไปซักเสื้อผ้าต่อ โดยไม่คำนึงถึงใบหน้าแดงก่ำของโจวเจี้ยนหัวที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น


    หนิวชุนอิงตีโจวเจี้ยนหัวด้วยไม้นวดแป้ง “ยังไม่ไปเอาแมวกลับมาอีก”

    …

    เซิ่งอันหนิงซักผ้าอย่างอารมณ์ดี น่าจะเป็นเพราะเธอรู้แล้วว่าโจวสือซวินกับหลัวไฉ่เสียไม่ได้เป็นอะไรกัน และเธอเองก็ชอบโจวสือซวิน


    ชอบทั้งรูปร่างของเขา และชอบในตัวชายหนุ่มเช่นกัน


    สำหรับคนหรือสิ่งของที่เซิ่งอันหนิงชอบนั้น เธอมักจะออกตัวและไม่เคยปิดบัง


    หลายวันมานี้ช่างน่าอึดอัดนักเพราะยังมีหลัวไฉ่เสีย


    ถึงอย่างไรโจวสือซวินกับเจ้าของร่างเดิมก็ไม่ได้เริ่มต้นจากความรู้สึกชอบพอกัน และมีความระแวงว่าชายหนุ่มยังไม่ลืมหลัวไฉ่เสีย เช่นนั้นแล้วความรักของหล่อนจะรู้สึกอึดอัดขนาดไหนกัน?


    โลกของคนสองคน ถ้ามีสามคนก็จะอึดอัดเกินไป…


    ดังนั้นตอนนี้เซิ่งอันหนิงจึงมีความสุขมาก ๆ และลงแรงขยี้เสื้อผ้าอย่างรุนแรง


    โจวสือซวินยืนอยู่ในลานบ้านพลางมองดูเซิ่งอันหนิงออกแรงซักเสื้อผ้า เนื่องจากเธอใช้กระดานซักผ้าไม่เป็น จึงต้องออกแรงเป็นพิเศษ นั่นจึงดูเหมือนว่าเธอยังโกรธอยู่ 


    และโกรธมาก ๆ ด้วย!


    โจวสือซวินเกาจมูก เขาทายอารมณ์ของเซิ่งอันหนิงไม่ออก จึงกลับห้องไปอย่างเงียบ ๆ


    เซิ่งอันหนิงซักเสื้อผ้าและแขวนไว้บนราวตากผ้า จากนั้นจึงเก็บสัมภาระกลับไปที่บ้าน และเห็นโจวสือซวินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เตียงเตากำลังพับเสื้อคลุมทหารของเขา

    เซิ่งอันหนิงรู้สึกสงสัย ในเมื่ออยู่บ้านตัวเองแล้ว จำเป็นที่จะต้องพับเสื้อคลุมทหารให้เรียบร้อยเช่นนี้เลยหรือ?


    กะละมังเคลือบวางอยู่บนโต๊ะ ที่อื่น ๆ ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ดังนั้นที่โจวสือซวินอยู่ในห้องนานขนาดนี้ก็เพราะพับเสื้อผ้าอยู่หรือ?

    เมื่อโจวสือซวินเห็นว่าเซิ่งอันหนิงหายโกรธแล้ว เขาจึงชี้ไปที่แก้ว “ผมเตรียมน้ำให้คุณ”


    เซิ่งอันหนิงเข้าไปหยิบแก้วน้ำอย่างไม่เกรงใจ แก้วร้อน ๆ ให้ความอบอุ่นกับมือพอดี คาดไม่ถึงว่าน้ำในบ่อจะเย็นขนาดนี้ รู้สึกเหมือนว่ามือของเธอจะขยับไม่ได้แล้ว


    เซิ่งอันหนิงถือแก้วน้ำและมองดูโจวสือซวินอย่างสงสัย “เมื่อก่อนคุณไม่รู้เลยหรือว่าหลัวไฉ่เสียชอบคุณ?”


    โจวสือซวินส่ายหน้า “ไม่รู้”


    ดังนั้นโจวสือซวินจึงงุนงงมาก ๆ เรื่องนี้ตัวเขาเองยังไม่รู้ตัวเลย แต่คนรอบข้างกลับรับรู้


    เซิ่งอันหนิงมั่นใจว่าโจวสือซวินเป็นท่อนไม้แข็งทื่อจริง ๆ “คุณทั้งคู่ก็โตมาด้วยกัน หล่อนเองก็สวยมาก ๆ ทำไมถึงไม่ชอบหล่อนล่ะ?”


    โจวสือซวินส่ายศีรษะอีกครั้ง ก่อนจะมาเป็นทหาร เขาก็คิดอยากจะมีเวลาศึกษาเล่าเรียนมากกว่านี้ หลังจากที่มาเป็นทหารจึงคิดว่าจะเรียนรู้และพัฒนาความสามารถเช่นไรดี ยิ่งกว่านั้นการฝึกก็หนักมากทุกวัน จะตายตอนไหนก็ยังไม่รู้ จะมีเวลาไปคิดเรื่องอื่น ๆ ได้อย่างไร


    เซิ่งอันหนิงรู้สึกเหลือเชื่อ “หลายปีนี้คุณไม่มีหญิงสาวที่ชอบเลยหรือ? ที่คณะดุริยางค์เอย ที่โรงพยาบาลเอย”

    หญิงสาวรู้สึกว่าสาขาอาชีพที่โจวสือซวินจะได้ติดต่อก็มีเพียงแค่สองอาชีพนี้เท่านั้น


    โจวสือซวินถูกเซิ่งอันหนิงถามจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ใบหูของเขาถึงกับเห่อร้อน “ไม่มี”


    เซิ่งอันหนิงชอบดูท่าทางแบบนี้ของโจวสือซวินเป็นอย่างมาก ต่อหน้าผู้อื่นก็จะเคร่งขรึม ชาญฉลาด แต่เมื่อพูดเกี่ยวกับความรู้สึก ท่าทางของชายหนุ่มจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง


    และเป็นท่าทางที่หญิงสาวชอบมาก ๆ

    เซิ่งอันหนิงยิ้มและเปิดฝาแก้ว จากนั้นจึงยกน้ำขึ้นดื่ม


    น้ำแก้วนี้ยังใส่น้ำตาลลงไปด้วย


    โจวสือซวินไม่เข้าใจว่าเซิ่งอันหนิงยิ้มทำไม และยังรู้สึกว่าในห้องนั้นร้อนมาก ๆ ขณะที่กำลังครุ่นคิดว่าจะออกไปดีหรือไม่ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกจากด้านนอก “เร็วเข้า ไฉ่เสียลูกสาวหวังอิงกินยาฆ่าแมลง!”

    …………………………………………………………………………………………………………………………


    สารจากผู้แปล


    อกหักเลยไฉ่เสีย ทุกอย่างกลับกลายเป็นเธอเองที่คิดอยู่ฝ่ายเดียว เหมือนพอโดนพี่โจวปฏิเสธแล้วก็รู้สึกไร้ที่พึ่ง ประกอบกับเรื่องที่เคยโดนฉางอวิ้นกระทำด้วย ก็เลยบู้ม… ซดยาฆ่าแมลงแม่ม


    ไหหม่า(海馬)