เมื่อสามารถจัดการปัญหาเื่ผู้เข้าแข่งขันได้แล้ว ทุกคนก็รู้สึกโล่งอก เพราะถือว่าประเด็นหลัก ๆ แทบทั้งหมดได้รับการแก้ไข เหลือเพียงรายละเอียดเล็กน้อยกับขั้นตอนการลงมือทำจริงเท่านั้น
หวังหงยิ้มน้อย ๆ ก่อนกระแอมไอขึ้นเสียงดังเล็กน้อยเพื่อเรียกความสนใจ เมื่อเห็นทุกคนหันมามอง เขาก็พูดขึ้นว่า
“ตอนนี้ผมได้จัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุดิบที่จะใช้ในการแข่งขันเรียบร้อยแล้วนะครับ รายการทั้งหมดถูกบันทึกไว้ในแท็บเล็ตเครื่องนี้ เดี๋ยวผมจะเปิดให้ทุกคนดูกัน”
พูดจบ หวังหงก็หยิบแท็บเล็ตขึ้นมา แล้วเปิดไปยังหน้าข้อมูลที่เขาเตรียมไว้ ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้
1. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 6 ซอง (แน่นอนว่าตอนแข่งต้องแกะเอาเส้นบะหมี่ออกจากซองแล้วมาวางกองรวมกัน)
2. ไข่ไก่เบอร์สอง 12 ฟอง
3. เนื้อหมูส่วนสันนอก 500 กรัม
4. เนื้อไก่ส่วนสะโพก 1 กิโลกรัม
5. เนื้อวัวส่วนสันนอก 1 กิโลกรัม
6. วุ้นเส้น 240 กรัม
7. น้ำปลา 1 ขวด 700 มิลลิลิตร
8. น้ำตาล 500 กรัม
9. พริกป่น 100 กรัม
10. น้ำมันหอย 1 ขวด 300 มิลลิลิตร
11. พริกไทย 50 กรัม
12. ซอสปรุงรส 1 ขวด 200 มิลลิลิตร
13. เกลือ 100 กรัม
14. ผงชูรส 300 กรัม
15. ซีอิ๊วขาว 1 ขวด 700 มิลลิลิตร
16. ซีอิ๊วดำ 1 ขวด 700 มิลลิลิตร
17. น้ำมันพืช 1 ขวด 1 ลิตร
หลังจากทุกคนเห็นรายการวัตถุดิบในแท็บเล็ต ก็พากันอ้าปากค้างและเงียบไปพักใหญ่ จนกระทั่งเกาอิ้งเอ่ยขึ้นเสียงดังว่า
“เอ๋ หวังหง วัตถุดิบเยอะขนาดนี้ มันจะไม่เกินงบ 500 ซานี่ที่เธอพูดไว้น่ะเหรอ?”
หวังหงเห็นท่าทีของทุกคนบวกกับคำถามของเกาอิ้งก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า “พี่เกา วัตถุดิบทั้งหมดนี้เราใช้ของเกรดปกติที่หาซื้อได้ทั่วไป เลยไม่แพงอย่างที่คิดนะครับ จริง ๆ แล้วถ้าใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียม อย่างแค่พริกไทยเกรดท็อป ก็ทะลุ 500 ซานี่ไปไกลแล้ว
รายการนี้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะได้วัตถุดิบชุดเดียวกันหมด แต่จะเลือกใช้ทั้งหมด หรือเลือกบางอย่างก็แล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละคน
แต่อย่างหนึ่งที่ต้องย้ำคือ ห้ามใช้วัตถุดิบนอกเหนือจากที่เราจัดเตรียมไว้เด็ดขาด และเพื่อความยุติธรรม เราจะเอาฉลากแบรนด์ของวัตถุดิบออกทั้งหมด เหลือเพียงอย่างเดียวที่ยังมีชื่อแบรนด์ให้เห็น คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เป็สปอนเซอร์ให้คลิปวิดีโอนี้ครับ”
จินหงเหว่ยพยักหน้าหลังจากฟังคำอธิบายของหวังหง
“ผมอาจไม่ค่อยมีความรู้เื่วัตถุดิบมากนัก แต่ดูจากรายการแล้วก็ถือว่ามีให้เลือกเยอะพอสมควร ถึงราคาจะไม่แพงตามที่หวังหงว่าไว้ แต่ถ้าผู้เข้าแข่งขันสามารถคิดเมนูที่แปลกใหม่และน่าสนใจจากของพวกนี้ได้ ผมว่าเราน่าจะได้คลิปที่คนพูดถึงกันเยอะแน่ ๆ ซึ่งก็ดีต่อรายการของเราด้วย”
“เฮ้ แบบนี้น่าสนใจสุด ๆ ไปเลย! ว่าแต่จะมีแค่กรรมการสามคนที่ได้ชิมเหรอ?” หลิวจื้อิพูดพลางทำท่าหวัง ๆ “ให้ฉันเป็กรรมการด้วยได้ไหม?”
ทุกคนได้ยินก็อดเหงื่อตกไม่ได้ เพราะนอกจากคุณสมบัติของหลิวจื้อิที่ไม่เข้าตาแล้ว ก็เหมือนว่าหวังหงได้เชิญกรรมการไว้ครบแล้วด้วย
พอคิดได้แบบนั้น ทุกคนก็หันไปมองหวังหงพร้อมกัน เขาเห็นสายตาเ่าั้ก็ได้แต่ยิ้มแห้งก่อนตอบเสียงอ่อน
“เื่นี้ต้องขอโทษพี่หลิวด้วยนะครับ จริง ๆ ผมจัดการหากรรมการอีกสองคนเรียบร้อยแล้ว ถ้าจะยกเลิกคนใดคนหนึ่งตอนนี้ก็คงลำบากใจกันทั้งสองฝ่ายเลย”
หลิวจื้อิเห็นท่าทีของหวังหงแล้วก็ยิ้ม พลางตบบ่าเบา ๆ
“ไม่เป็ไร ครั้งนี้ก็ช่างมันเถอะ แต่ถ้ามีครั้งหน้า ฉันขอเป็กรรมการด้วยคนก็แล้วกันนะ”
หวังหงกับทุกคนเห็นหลิวจื้อิไม่ติดใจอะไรแล้วก็โล่งอก เพราะเท่ากับว่าปัญหาแทบทั้งหมดได้รับการคลี่คลาย เหลือแค่ลงมือปฏิบัติจริงเท่านั้น
เฉินโจวที่ฟังอยู่นานก็พูดขึ้นมาว่า
“ว่าแต่วัตถุดิบที่จะใช้แข่ง กับของที่ต้องเตรียมไว้เป็รางวัล เราควรซื้อวันไหนดี แล้วค่าใช้จ่ายให้ฉันโอนให้เลยไหม?”
หวังหงยิ้มพลางตอบกลับ
“วัตถุดิบค่อยซื้อก่อนวันแข่งสัก 3 วันก็พอครับ แล้วเอามาเก็บไว้ที่บ้านผมก่อนได้เลย เช้ามืดวันแข่งค่อยขนไปที่สถานที่จัดงาน พวกเนื้อก็เก็บไว้ในตู้แช่ ส่วนของอื่นที่ไม่ต้องแช่ก็จัดเตรียมไว้รอเลย
เื่ค่าใช้จ่าย เดี๋ยวผมออกไปก่อนก็ได้ แล้วให้พี่เฉินโอนให้ทีเดียวในวันงานก็พอ ส่วนการซื้อของ เดี๋ยวผมจัดการให้เอง ไม่ต้องห่วงครับ”
เฉินโจวได้ฟังก็รู้สึกสบายใจ พร้อมยืนยันเสียงแข็ง
“โอเค ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจ่ายให้แน่นอน ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเบี้ยวเงินหนีนะ!”
หวังหงได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ และทุกคนก็หัวเราะตามไปด้วยอย่างผ่อนคลาย
เกาอิ้งนึกขึ้นได้อีกเื่ ก่อนจะถามขึ้นมาว่า
“แล้วสรุปจำนวนที่นั่งในห้องอาหารจะมีกี่ที่เหรอ? จะได้เตรียมตัวให้ถูกว่าผู้เข้าแข่งขันจะพากองเชียร์มาได้กี่คน แล้วถ้ามีคนนอกที่เรารู้จัก จะมีโควตาให้เท่าไหร่บ้าง? ถ้าวันนั้นอาจารย์จางเฮ่าไห่มาจริง ๆ แล้วไม่มีที่นั่งให้ คงดูเสียมารยาทน่าดู ถึงเ้าตัวจะยังไม่ยืนยันว่าจะมาหรือไม่มา แต่เราก็น่าจะเตรียมที่ไว้ให้เขาด้วยนะ”
จินหงเหว่ยพยักหน้ารับ ก่อนพูดด้วยเสียงเหนื่อยล้าว่า
“ผมเพิ่งมีโอกาสเข้าไปดูห้องอีกครั้ง แล้วลองเรียงเก้าอี้เพื่อจำลองสถานการณ์ดู แบบเว้นระยะห่างให้นั่งสบาย ๆ ได้ กะเอาไว้ที่ประมาณ 30 ที่นั่งสำหรับกองเชียร์ ส่วนกรรมการจะมีโต๊ะวางแยกต่างหากไว้ด้านหน้า ส่วนโต๊ะกับเก้าอี้ ผมแจ้งขอกับทางคณะคหกรรมศาสตร์ไว้แล้ว ตรงนี้ไม่มีปัญหา เพราะในตึกนั้นมีห้องเก็บอุปกรณ์อยู่ เราค่อยไปช่วยกันขนมาตอนเช้าวันแข่งก็ได้”
ทุกคนฟังแล้วก็รู้สึกเบาใจ ที่นั่ง 30 ที่ก็นับว่าไม่น้อย น่าจะพอสำหรับกองเชียร์ของผู้เข้าแข่งขัน และเผื่อสำหรับกรรมการหรือแขกพิเศษได้พอสมควร แต่ก็ต้องจัดสรรให้ชัดเจนล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในวันจริง เช่น มีคนมาแต่ไม่มีที่นั่ง
หลังจากคุยรายละเอียดกันต่ออีกพักใหญ่ ทุกคนก็เห็นตรงกันว่าควรให้จินหงเหว่ย ที่ดูไม่ค่อยสบาย กลับไปพักผ่อนก่อน โชคดีที่เขาไม่มีเรียนใน่บ่าย จึงกลับได้โดยไม่ต้องห่วงเื่เรียน
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามภารกิจ ใครมีเรียนก็ไปเรียนต่อ ส่วนใครไม่มีเรียนแล้วก็ไปจัดการธุระของตัวเอง
เฉินโจวยังมีเรียนต่อ จึงไปเข้าคาบเรียน และหลังเรียนเสร็จก็ไม่รู้จะไปไหน เลยตัดสินใจกลับห้องพักของตัวเอง
เมื่อถึงห้อง เฉินโจวก็นั่งทบทวนสิ่งที่ต้องจัดการสำหรับคลิปวิดีโอครั้งนี้ ปัญหาหลัก ๆ แทบจะถูกเคลียร์ไปหมดแล้ว เหลือแค่รอติดต่อผู้เกี่ยวข้องอีกรอบ ทั้งผู้เข้าแข่งขันและพิธีกร ซึ่งเขาเชื่อว่าทางจินหงเหว่ยน่าจะดูแลฝั่งผู้เข้าแข่งขันได้เรียบร้อย ส่วนกรรมการ หวังหงก็ติดต่อไว้ครบแล้ว และเื่วัตถุดิบก็ดูไม่มีปัญหา เพราะหวังหงรับปากว่าจะจัดหาให้เอง อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้ก็เป็ของทั่วไป หาซื้อง่าย เหลือแค่เตรียมขนไปไว้ที่ห้องในวันแข่ง
เื่โต๊ะเก้าอี้ก็เช่นกัน เฉินโจวคิดว่าอาจจะขนเข้าไปั้แ่วันเสาร์เลยจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องเร่งใน่เช้าวันงาน ตรงนี้อาจต้องให้หลิวจื้อิช่วยติดต่อคณะคหกรรมศาสตร์อีกที เพื่อสอบถามว่าห้องอาหาร 4 จะว่าง่เวลาไหนในวันเสาร์ หลังจากคนใช้หมดแล้วจะได้เข้าไปจัดการทำความสะอาด และขนโต๊ะเก้าอี้ไปจัดวางให้เรียบร้อย พร้อมช่วยกันคิดตำแหน่งจัดวางให้ลงตัวด้วย
แม้ก่อนหน้านี้เฉินโจวจะคิดว่าตัวเองจัดการอะไรไปเยอะแล้ว แต่พอมานั่งไล่ดูจริง ๆ ก็ยังมีรายละเอียดต้องดูแลอีกเยอะอยู่ดี เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนตบแก้มตัวเองสองข้างเพื่อฮึดสู้ แล้วพูดออกมาว่า
“สู้โว้ยยย!”