ในระหว่างที่คนงานหั่นพวกของที่พึ่งซื้อมา หลี่หลิวก็บอกคนงานผู้ชายยกเตาที่นางซื้อมาเก็บไว้ออกมาวางเรียงด้านนอกห้าเตาพร้อมกับก่อไฟ หลี่หลิวนำหม้อใบใหญ่สุดออกมาห้าใบแล้วให้คนงานตั้งหม้อหลังจากก่อไฟแล้ว นางสั่งคนงานเติมน้ำไปมากกว่าครึ่งหม้อ พอน้ำเดือดก็ใส่เกลือลงไปตามด้วยเนื้อหอยนางรมและเห็ดหอม กลิ่นหอมสดชื่นของทะเลและเห็ดหอมลอยกรุ่นมาตามลมเบาๆช่างเป็กลิ่นที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ พอต้มไปจนหอยนางรมสุกดีเห็ดหอมก็เริ่มได้ที่นางก็บอกคนงานยกหม้อลงจากเตา กลุ่มคนงานผู้หญิงก็หั่นหอมใหญ่และขิงเสร็จก็เอามาวางรอ หลี่หลิวออกคำสั่งให้ตั้งกะทะใหญ่ที่สุดห้ากะทะแล้วใส่น้ำมันลงไปไม่มากใส่ขิงที่หั่นบางลงไปผัดก่อนตามด้วยหอมใหญ่คนงานผัดจนหอมใหญ่เริ่มสุก หลี่หลิวจึงค่อยตามใส่ซอสถั่วเหลืองทีล่ะกะทะแล้วให้คนงานหญิงตักหอยนางรมและเห็ดหอมที่ต้มสุกลงมาผัดโดยใส่น้ำต้มลงไปด้วยทีล่ะไม่มาก ผัดจนกลิ่นหอมกรุ่นเติมน้ำที่ต้มหอยลงเพิ่มไปอีก พอเดือดแล้วชิมรสชาติจากนั้นก็ปรุงด้วยซอสให้ได้รสที่นาง้าอีกครั้งก่อนจะยกกะทะลงจากเตา
หลี่หง หวังลู่และสองพี่น้องของนางได้แต่นั่งมองหลี่หลิว ที่คอยบอกคนงานทำนั่นนี่จนยกกะทะลงมาตั้งวาง หลี่หลิวบอกให้เตรียมเขียงไม้และมีดด้วยอากาศเพียงสิบเก้าองศา ของที่อยู่ในกะทะจึงค่อนข้างอุ่นเร็ว นางจึงบอกให้คนงานชายที่มีสิบสี่คนเตรียมตัวและไปล้างมือให้สะอาดสะอ้าน
"ท่านพ่อเขียงขนาดกลางของเราท่านช่วยพาคนไปยกมาวางทีเ้าค่ะ"
"ได้ๆ"
หลี่จงที่สับสนอยู่ก็ลุกขึ้นเดินไปในครัวมีคนงานตามไปสองคนพวกเขายกเขียงไม้ออกมาพร้อมมีดทำครัว
"เอาล่ะพวกท่านนั่งล้อมวงแบ่งเป็สองวงแล้วเอาของที่ต้มผัดจนเสร็จนี่มาสับให้ละเอียด"
"ละเอียดขนาดไหนรึ"
ป๋ายรุ่ยฉีหันหน้าไปถามนางในขณะที่นั่งที่เตรียมพร้อมที่จะสับหอยนางรมและของที่นางสั่ง
"ข้าจะบอกเองว่าละเอียดแค่ไหน ข้า้าให้มันละเอียดที่สุดเท่าที่พวกท่านทำได้"
คนงานพากันมองหน้ากันอย่างสงสัย แต่ก็พากันทำตามป๋ายรุ่ยฉี โดยการตักเอาเนื้อที่อยู่ในกะทะมาใส่เขียงของตนคนล่ะสองทัพพีก่อนจะลงมือสับเป็จังหวะ หลี่หลิวเห็นว่ามันเสียงดังเกินไปจึงให้ท่านพี่ใหญ่นำผ้าเช็ดโต๊ะมาวางรองเขียงเพื่อทำให้มันทุเลาลงบ้าง
"เอาประนี้"
หลี่หลิวชี้ไปที่ชายร่างบึกบึนคนหนึ่งที่สับได้อย่างล่ะเอียดเหมือนเครื่องปั่นอาหารที่บดได้อย่างดี คนงานพากันปาดเหงื่อ วันล่ะห้าสิบอีแปะกะแล้วเชียวว่างานคงไม่ง่ายนัก หลี่หลิวหันไปถามคนงานผู้หญิงว่าที่บ้านมีมีดเขียงหรือไม่ถ้ามีให้กลับบ้านไปนำมาช่วยงานจะได้เสร็จเร็วๆ หากพวกนางจะตอบว่าไม่มีมันก็แปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย จึงพากันกลับบ้านไปนำมีดเขียงมาช่วยนางสับอีกแรง
"สตรีให้สับแบบหยาบแล้วส่งต่อให้บุรุษชายที่แข็งแรงสับละเอียดต่อนะเ้าคะ"
พวกเขาที่ได้คำสั่งใหม่ก็เริ่มงานด้วยความครื้นเครง ตอนแรกพวกเขาตั้งหน้าตั้งตาสับจนตอนนี้แรงลดลง จึงคุยกันแก้เบื่อและสับไปด้วยและเกิดเสียงหัวเราะสนุกสนานมาเป็ระยะ หลี่หงอดไม่ได้ก็เลยเข้าครัวไปถือเขียงกับมีดเข้าไปร่วมวงกับคนงานอีกแรง
หลี่หลิวเห็นคนงานทำงานอย่างเต็มที่นางจึงให้ท่านแม่คอยดูว่าได้ความละเอียดตามที่นาง้าแล้วค่อยเก็บลงหม้อที่วางไว้กลางวง
"พี่ใหญ่"
หลี่หลิวสะกิดเรียกพี่ชายของนาง และบอกท่านแม่ว่าจะไปรดน้ำผักกับพี่ชายจึงให้ทุกคนทำงานกันต่อไป
พอถึงแปลงผักหลี่หลิวรีบดึงน้ำออกมาจากมิติแล้วรดผักทุกต้น น้ำสายหนึ่งที่ไม่มีที่มาที่ไปพุ่งออกมาจากกลางอากาศทำให้หลี่จงผู้เป็พี่อ้าปากค้าง
"นี่เ้าทำได้เพียงนี้แล้วงั้นหรือ"
หลี่จงมองหน้าน้องสาวที่ยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ
"ใช่แล้วล่ะ ข้ามีอะไรจะอวดท่านด้วยเดี๋ยวรอข้ารดน้ำผักและต้นไม้พวกนี้เสร็จก่อน"
หลี่หลิวเร่งมือรดน้ำจนเสร็จแล้วพาพี่ชายที่ยืนรอเข้าไปในมิติ
"นี่มัน"
หลี่จงใที่มีบ่อน้ำที่มีทรายและโขดหินอยู่ด้านใน ไหนจะหอยและสาหร่ายที่รวมกันอยู่ในนั้นอย่างลงตัวพร้อมกับกลิ่นอายทะเลจางๆ
หลี่หลิวยกถังน้ำที่มีปลาหมึกหอยเป่าฮื่อและถังหอยหลอดลงไปเทในทะเลของนาง ถังพวกนั้นอยู่ๆก็ลอยผ่านหน้าพี่ใหญ่ไปแล้วเทลงที่บ่อน้ำที่มีทรายอยู่ล้อมรอบ
"เจ๋งไปเลยใช่ไหมเ้าคะ ข้าสามารถควบคุมทุกอย่างที่อยู่ในนี้ได้หมดเลยต่อไปเราไม่ต้องคอยยกแตงโมไปเก็บทีล่ะลูกอีกต่อไปแล้ว"
หลี่หลิวฉีกยิ้มจนเห็นเขี้ยวเล็กๆมุมปากของนางที่ไม่รู้ว่ามันมีั้แ่ตอนไหน แต่มันเหมาะสมกับหน้าตาจิ้มลิ้มของนางเอามากๆเลยทีเดียว
"ต่อไปพี่คงไม่ต้องมารดน้ำให้เ้าแล้วใช่ไหม"
หลี่จงทำหน้าเศร้าเขาชอบเวลาที่ได้เขามาในมิตินี้เอามากๆเลย พอรู้ว่านางสามารถทำได้ถึงเพียงนี้ต่อไปพี่ชายเช่นเขาคงไม่จำเป็ต้องเข้ามาอีกแล้วล่ะมั่ง
"ใครว่าล่ะต่อไปท่านต้องมาคอยดูแลพวกสัตว์ทะเลนี่ให้ข้ายังไงเล่า และต้องเข้ามาเก็บสาหร่ายที่มันหยั่งรากลงพื้นพวกนั้นด้วย หากไม่ตัดมันออกทุกวันทะเลข้าคงเต็มไปด้วยสาหร่ายอย่างแน่นอน"
ไม่รู้ว่าั้แ่ตอนไหนสาหร่ายที่นางวางกองไว้มันพากันออกรากแล้วขยายพันธ์ไปตามทะเลและโขดหินเป็แนว ถึงมันจะยังไม่มากแต่ด้วยการขยายตัวที่เร็วเช่นนี้นางต้องคอยตัดมันออกเสมอไม่เช่นนั้นทะเลนี่คงกลายเป็ดงสาหร่ายทะเลไปอย่างแน่นอน
"ได้สิพี่จะคอยดูเลพวกมันให้เ้าเอง ว่าแต่พวกมันกินอะไรกันล่ะ"
"สัตว์ทะเลก็กินสาหร่ายนะเ้าคะ แต่สาหร่ายนี่สิตัวปัญหาเลย มันแพร่พันธุ์ได้เร็วมาก ข้ากลัวทะเลอันน้อยๆของข้าจะมีแต่สาหร่ายจึงต้องให้พี่ใหญ่คอยช่วยตัดพวกมันออกให้ข้า"
"ได้พี่ใหญ่ของเ้าจะคอยดูให้เ้าเอง"
เขาเอามือลูบหัวน้องสาวที่สูงขึ้นมาเล็กน้อยอย่างพอใจ ดีจริงๆที่นางยัง้าให้ข้าเข้ามาข้างในมิตินี้อยู่
"พี่ใหญ่ข้าจะออกไปเดินดูดอกไม้ที่ปลูกไว้ข้างนอกท่านก็ช่วยข้าเก็บกุหลาบไปวางรวมกันไว้ก่อนนะเ้าคะ"
"ไปเถอะ"
หลี่จงยิ้มอ่อนให้น้องสาวก่อนจะเดินไปจับโขดหินดูหอยแมลงภู่ที่นางเคยบอกกับเพรียงทะเลที่หน้าตาเหมือนอุ้งเท้าเต่า
"ทะเลเป็เช่นนี้สินะ"
เขายิ้มบางๆก่อนจะเดินออกจากพื้นทรายแล้วไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดไปวางกองรวมไว้ ไม่รู้ว่าน้องรองของเขาคิดจะทำอันใดถึงได้ปลูกมะพร้าว ต้นฝ้าย และกุหลาบในมิตินี้แถมยังต้องคอยเก็บฝ้ายสีขาวและดอกกุหลาบทุกวันเช่นนี้ แต่ข้าเชื่อว่านางต้องทำเพื่อพวกเราอยู่เป็แน่ก็นางอยากให้พวกเราอยู่กันอย่างสบายนี่นา
"ตอนนี้ก็ตัดปัญหาท่านย่าไปได้แล้ว แต่คนอย่างท่านย่าจะยอมรับแค่บ้านจริงๆหน่ะหรือ"
ชายสามสูดหายใจเข้าลึกๆ มีเพียงท่านปู่เท่านั้นที่สามารถควบคุมท่านย่าได้แต่หากจะรอให้ท่านปู่ลงมือคงต้องรอให้ถึงที่สุดเสียก่อนท่านถึงจะยอมออกโรง หลี่จงเก็บดอกไม้กับดอกฝ้ายต่อไปพร้อมกับครุ่นคิดเื่ที่ไม่เป็เื่เล่านี้
หลี่หลิวเดินดูต้นมะพร้าวที่ปลูกใหม่กับกุหลาบที่สือไท่ซื้อให้ เพียงไม่ถึงสัปดาห์พวกมันก็โตขึ้นมากเลยทีเดียว อีกไม่นานคงได้มีน้ำมะพร้าวไว้ดื่มกินแล้ว หลี่หลิวมีรอยยิ้มประดับบนหน้างาม ถึงใบหน้านางจะหมองลงเพราะเดินตากแดดริมทะเล แต่มันก็ไม่สามารถบดบังความน่ารักของนางไปได้ เพราะนางนั้นมีรอยยิ้มประดับไว้บนใบหน้าเสมอเพียงแค่คนได้พบเห็นรอยยิ้มของนางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตามอย่างไม่ได้ตั้งใจ
ชายสามตัดดอกไม้และเก็บฝ้ายจนเสร็จไม่มีอะไรให้ทำต่อก็เดินไปตักน้ำในบ่อมาดื่มกิน น้ำในบ่อนี้ยังเหมือนเดิมไม่ว่าจะตักออกไปมากเท่าไหร่มันก็ผุดขึ้นมามาจนเต็มทุกครั้ง เขานั่งลงตั่งไม้ไผ่ที่หลี่หลิวเอาเข้ามาวางไว้เพื่อที่จะได้นั่งพักได้อย่างผ่อนคลาย ก่อนจะจับเอาแตงโมที่หั่นวางไว้ข้างๆมากัดกิน ความหวานกรอบชุ่มชื่นทำให้เขารู้สึกสบายใจและปลอดโปร่ง เขาถอดรองเท้าถุงเท้าแล้วลุกขึ้นเดินไปชายหาดเล็กที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักและพับขากางเกงขึ้นเดินเล่นบริเวณผิวน้ำทะเลและกินแตงโมไปพลาง หลี่หลิวเข้ามาพบพี่ชายตัวน้อยที่กำลังเดินเล่นอยู่เช่นนั้นจึงคิดไว้แล้วว่าคงต้องพาพี่ชายไปัักับทะเละจริงๆสักครา แต่ก่อนอื่นต้องหาที่ให้เขาได้เข้าเรียนอย่างป๋ายรุ่ยฉีซึ่งตอนนี้เขาก็เล่าเรียนมาระดับนึงแล้วจนสามารถอ่านออกเขียนคล่อง ดังนั้นนางต้องถามป๋ายรุ่ยฉีเื่สถาบันการศึกษาในวันหลังเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพี่ชายและน้องชายของเ้าของร่างนี้
"ท่านทำอันใดอยู่หรือเ้าคะ"
หลี่หลิวส่งเสียงเรียกหลี่จงเบาๆเขาหันกลับมายิ้มให้นางอย่างผ่อนคลาย ดูท่าแล้วคำที่ว่าทะเลสามารถทำให้คนอารมณ์ดีได้คงเป็จริง
เมื่อก่อนตอนข้าไปดำน้ำดูปะการังไม่รู้เลยว่ามันจะทำให้ข้าได้เห็นปลาน้อยใหญ่มากมายอย่างน่าอัศจรรย์ถึงเพียงนั้น หากสามารถดำน้ำลงไปดูใต้ท้องทะเลได้ในยุคนี้คงจะดีไม่น้อยมันคงสะอาดไร้สิ่งเจื่อปนไม่เหมือนดั่งยุคปัจจุบันอย่างแน่นอน แต่ติดตรงที่ว่าจะหาอุปกรณ์ดำน้ำได้จากที่ไหนนี่แหละ หลี่หลิวฉีกยิ้มเดินไปหยิบแตงโมมากัดกินนั่งดูพี่ชายพี่เดินมาหานางอย่างช้าๆ ข้าคงไม่ได้มาขัดอารมณ์สุนทรีของเขาเข้าหรอกนะ จะว่าไปข้ายังไม่ได้ทำเกี๊ยวน้ำให้เขากินเลยด้วยซ้ำ ไว้พรุ่งนี้ค่อยสั่งแป้งจากหอวังมาเพิ่มแล้วกัน
"ท่านชอบมันใช่ไหมล่ะ"
หลี่หลิวกัดแตงโมคำโต แล้วถเอ่ยามพี่ชายที่มานั่งตั่งข้างๆนาง ก่อนที่จะตักน้ำล้างทรายออกจากเท้าแล้วค่อยใส่ถุงเท้าและรองเท้า
"ใช่ข้าชอบมาก"
"เช่นนั้นครั้งหน้าท่านก็ไปกับสิ"
"เ้าไว้ใจท่านพ่อแล้วรึ"
หลี่จงหันมองหน้าน้อยๆของน้องสาวที่กำลังกินแตงโมอย่างสบายใจ
"มีอันใดที่ข้าจะไม่ไว้ใจเล่า"
"ก็ ถ้าหากเ้ากับข้าไปแล้ว ท่านพ่อไปรับท่านย่ามาเล่า"
"ท่านไม่กล้าหรอก"
"เหตุใดเ้าถึงดูมั่นใจนัก"
"ข้าจะบอกท่านให้นะ ตอนที่เราคุยกันเื่ท่านย่า ท่านพ่อยังคงคิดถึงเื่ที่ข้าเกือบตายจึงได้มากอดข้าไว้และเอาอกเอาใจข้า ท่านคิดว่าท่านพ่อยังจะกล้ารับท่านย่ามาเพื่อทุบตีเราอีกงั้นหรือ"
"และอีกอย่างตอนนี้ข้าจะให้พี่ป๋ายรุ่ยฉีเป็คนทำบัญชีในตอนที่เราไม่อยู่เพียงเท่านี้ก็ไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงอีกแล้ว"
"เ้านี่ร้ายกาจจริง ขนาดพ่อตัวเองยังกล้าใช้แผนการเช่นนี้"
"ก็ท่านพ่อยังเป็ผู้นำครอบครัวไม่ได้นิเ้าคะ จะใช้แผนการนิดหน่อยหรือจะยอมกลับไปกินก้อนเกลือข้าเลือกเช่นนี้ก็ไม่ผิดนะ"
หลี่จงลูบหัวนางเบาๆ มันก็จริงไม่มีใครที่รอดตายมาแล้วอยากไปอยู่ในขุมนรกอีกเป็แน่เขาก็คิดเช่นกันเหมือนกับน้องสาว และหากท่านพ่อพาท่านย่ามาอยู่ด้วยจริงครั้งนี้เขาก็จะปกป้องน้องรองให้ดีไม่ให้ท่านย่าเอาเปรียบได้อย่างแน่นอน
"ท่านนี่ยังไง มือยังไม่ล้างมาจับผมข้าอีกเหนียวไปหมดเลย"
หลี่หลิวโวยวายก่อนจะตักน้ำมาเช็ดถูบริเวณที่พี่ใหญ่ลูบหัวด้วยใบหน้างอน ข้าเห็นแค่เขาตักน้ำล้างเท้ายังไม่ทันได้ล้างมือเสียด้วยซ้ำฮึ!
"พี่ไม่ได้ตั้งใจมาๆพี่ช่วยเ้าล้างออกให้"
หลี่จงกินแตงโมเสร็จจึงล้างมือแล้วเอาน้ำมาช่วยลูบผมนาง จนนางบ่นอิดออดหนักกว่าเดิม
"ท่านจะล้างผมหรือสระผมให้ข้ากันแน่ทำไมผมข้าเปียกไปทั้งหัวเลยเล่า"
"พาข้าออกไป"
หลี่หลิวจับชายเสื้อชายสามแล้วดึงเขาออกมาจากมิติ ก่อนจะเดินงอนตุ๊บป่องเข้าบ้านไป หลี่จงมองดูน้องสาวตัวน้อยงอนเข้าบ้านไปเขายิ้มอย่างพอใจที่แกล้งนางได้แบบเนียนๆ
"เ้าไปรดน้ำผักเหตุใดถึงเปียกปอนมาเช่นนั้น"
หวังลู่เห็นบุตรสาวเดินหน้านิ่วคิวคิ้วขมวดเข้ามาพร้อมกับผมที่เปียกโชกจึงถามอย่างสงสัย นางตอบว่าพี่ใหญ่ทำนางเช่นนี้ก่อนจะเดินเข้าบ้านขึ้นชั้นบนไป
"น้องรองเล่า"
หลี่จงเดินอมยิ้มมาแล้วถามหาน้องสาว
"เ้าก็โตแล้วยังจะแกล้งน้องอีกหรือ"
หวังลู่ส่ายหน้าให้บุตรชาย จะว่าไปแล้วบุตรชายของนางแท้จริงขี้เล่นมากแต่ถูกท่านย่าคอยควบคุมจึงได้ดูสงบเสงี่ยมเช่นทุกวันนี้ แต่ลึกๆแล้วเขายังคงมีความสนุกเหมือนเด็กทั่วไปแฝงอยู่ไม่น้อย นางยิ้มให้เ้าใหญ่และบอกให้เขามานั่งกับนางพร้อมกับถามว่าผักงามดีหรือไม่ ั้แ่ปลูกผักที่นี่ผักก็งามและอวบอ้วนขึ้นทุกวันแถมไม่มีหอยทากมารบกวนเลยแม้แต่น้อย กระทั่งพวกหนอนยังไม่มีให้เห็นเลยสักตัว หากเป็เช่นนี้ต่อไปทั้งผักและมันหวานคงได้งามเกินหน้าเกินตาชาวบ้านแน่ๆ
"ผักงามมากเลยขอรับ"
เขาตอบท่านแม่ในขณะที่อมยิ้มอยู่ ตอนน้องรองโกรธใบหน้าเล็กๆนั่นดูไม่ได้เลยจริงๆ ไว้ค่อยไปขอโทษนางทีหลังแล้วกันข้าก็ไม่อยากเห็นใบหน้าขึงตึงดวงตาแดงก่ำของนางเช่นวันนี้อีก ตอนที่ข้าเห็นนางโมโหท่านพ่อข้ารู้สึกเหมือนกับว่านางไม่ใช่น้องสาวผู้น่ารักของข้าเลย นางดูน่ากลัวเอามากๆภายหน้าข้าก็ไม่คิดหวังว่าจะได้เห็นมันอีก
ป๊อกๆๆๆ
เสียงสับหอยนางรมยังดังไปถั่วบริเวณข้างครัวเรือนของครอบครัวหลี่ จนถึง่ยามโหย่วคือ่เวลาห้าโมงเย็นเกือบถึงหนึ่งทุ่ม หลี่หงจึงลุกขึ้นเดินไปจุดคบเพลิงตามทางเดินและจุดคบเพลิงเยอะหน่อยตรงที่คนงานพากันนั่งรวมกันอยู่ ก่อนจะไปนั่งลงข้างป๋ายเคอที่เป็ผู้นำชุมชน พวกเขาคุยกันเื่การเดินทางไปเทียนจวินและการเก็บหอยหลอดกันจนผู้คนอยากจะไปััมันด้วยตัวเองดูสักครั้ง
หลี่หลิวที่อาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนชุดใหม่แล้วเดินออกมาด้านนอก นางเดินดูผลงานของคนงานที่จ้างมาอย่างพอใจ ตอนนี้ก็เกือบทุ่มกว่าแล้วเหลือหอยที่ยังไม่สับอีกเล็กน้อยนางจึงกระตุ้นให้พวกเขารีบเร่งมือกัน นางเดินไปด้านหน้าผู้เป็แม่แล้วชวนนางหวังไปอุ่นอาหารนางหวังจึงลุกขึ้นเดินตามนางไป
"หึ!"
หลี่หลิวหันมาสบัดหน้าน้อยๆใส่ชายสาม เขาจึงจับมือน้องเล็กเดินตามเข้าครัวไปด้วยรอยยิ้มมุมปากบาง
"ท่านกับข้าวไปนะเ้าคะข้าจะไปทำซุปสาหร่าย"
หวังลู่พยักหน้าตอบรับวันนี้คงได้กินเมนูใหม่ที่ส่งตรงมาจากทะเลอย่างแน่นอนหวังลู่ยิ้มอ่อนโยนให้บุตรสาว ถึงนางจะทำเสียงฮึดฮัดใส่พี่ชายแต่นางยังคงให้เขาคอยช่วยเป็ลูกมือของนางอยู่
"ท่านก็หั่นแบบนี้นะ หั่นหมดนี้แหละ"
หลี่หลิวหั่นสาหร่ายให้ชายสามดูแล้วยกที่เหลือให้เขาทำ เมื่อนางลุกขึ้นเขาก็นั่งลงแทนที่ของนางและเริ่มการหั่นสาหร่าย
หลี่หลิวยืนมองเขาครู่นึงก่อนจะชวนเ้าเล็กไปดูคนงานทำซอสหอยนางรมต่อ นางเดินไปย่อตัวนั่งลงข้างท่านพ่อและชิมรสชาติจากเขียงสดที่หลี่หงพึ่งสับจนละเอียดแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ นี่เป็ซอสหอยนางโรมที่ไม่ใส่สี ไม่ใส่แป้งหรือน้ำตาลเลยแม้แต่น้อย ถึงสีจะซีดไปแต่รสชาติหอมกรุ่นกลมกล่อมนี่ยังคงเดิม เมื่อสับจนละเอียดเสร็จนางก็บอกพวกเขายกเข้าไปไว้ในใต้ถุนบ้านและปิดฝาหม้อให้ดี พอทำดีๆแล้วก็ได้ซอสเต็มที่แค่สองหม้อเพียงเท่านั้นแต่มันก็คุ้มค่ามากเลยทีเดียวไว้คนไปหมดแล้วนางค่อยเอาไปเก็บในมิติไว้ตอนเช้าก็เอาออกมาใช้เพียงหนึ่งถ้วยก็เพียงพอแล้ว
คนงานพากันล้างมือล้างเขียงส่วนหลี่หลิวก็เริ่มทำซุบสาหร่าย นางเอาเนื้อวัวมากกว่าสองจินมาหั่นเป็ชิ้นบางๆ เสร็จแล้วก็ตั้งกะทะขนาดใหญ่ใส่น้ำมันงาลงไปตามเนื้อวัวเพื่อให้กลิ่นของน้ำมันงาซึมเข้าไปในเนื้อวัว พอเนื้อวัวเริ่มสุกก็ใส่สาหร่ายที่หลี่จงหั่นเตรียมแล้วและล้างไว้ให้อย่างดีลงไปผัดให้มันหอมกลิ่นน้ำมันงา ใช้เวลาไม่นานพอให้สาหร่ายและเนื้อวัวเข้ากันได้ดี จากนั้นก็เติมน้ำร้อนที่ก่อนหน้านี้นางบอกท่านแม่ต้มไว้ให้ลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ ซอสถั่วเหลือง ต้มต่ออีกครึ่งก้านธูปหรือสามสิบนาที
พอคนงานนั่งล้อมวงกินข้าวนางก็ตักซุปสาหร่ายและเรียกคนงานสตรีมายกไปวางตามโต๊ะ กลิ่นหอมที่ไม่คุ้นเคยลอยมาทำให้รู้สึกอบอุ่น พวกเขาหยิบช้อนขึ้นและซดซุปสาหร่ายอย่างอร่อยมันมีความกรุบกรอบหอมงารสกลมกล่อมแถมยังมีเนื้อวัวในนั้นอีกไม่น้อย คนงานที่รับงานในวันนี้ถือว่าทำงานไม่เสียเที่ยวถึงจะเหนื่อยล้าปวดแขนมากแต่ได้อาหารดีๆและซุปที่คลายหนาวได้แบบนี้ช่างดียิ่งนัก มื้ออาหารจบลงหลี่หลิวก็จ่ายค่าจ้างวานของวันนี้แยกออกมาจากค่าจ้างรายเดือนคนงานสตรีและกลุ่มชายที่มายิ้มน้อยยิ้มใหญ่กล่าวขอบคุณหวังลู่หลี่หงและแม่นางน้อยด้วยความจริงใจก่อนจะช่วยกันเก็บกวาดล้างถ้วยชามค่อยขอตัวลากันกลับไป