การเดินทางมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังแคว้นหยางเป็สิ่งที่หลินหว่านตัดสินใจได้ถูกต้อง หากยังเลือกที่จะอยู่แคว้นเว่ยป่านนี้ชีวิตคงไม่มีความสุขเป็ของตนเองแน่ เพราะมู่จือหย่าไม่มีทางให้หลินหว่านอยู่เป็หนามตำใจ ด้วยเกรงว่าคู่หมั้นที่อุตส่าห์แย่งไปเป็ของตนเองได้จะกลับมาวุ่นวายกับนาง และเช้าวันนี้ก็เป็วันที่หลินหว่านต้องทำตามคำพูดของนาง นั่นก็คือการทำขนมครกแจกชาวบ้านเพื่อเป็การขอบคุณสำหรับเื่ที่ถูกใส่ร้ายเมื่อวานนี้ บรรยากาศการแจกขนมช่างคึกคักยิ่งกว่าทุกวันใครบ้างไม่อยากทานของอร่อย แม้จะพอเจียดเงินไปซื้อทานเองได้ถึงอย่างไรการได้รับของแจกเป็ครั้งคราว ก็ช่วยประหยัดเงินในครอบครัวไปได้ไม่มากก็น้อยและยังเก็บเงินนี้ไว้ซื้อสิ่งอื่นที่ราคาใกล้เคียงกันได้
หวังซินหยางผู้เป็ห่วงหลินหว่านเกรงว่านางจะเหนื่อยจนเกินไป จึงได้ให้ซั่วเหยียนมาช่วยแจกขนมกับนางด้วยอีกคน เนื่องจากยามนี้อาการาเ็ของเขาใกล้จะหายดีแล้วสามารถทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ ถือเป็การออกกำลังให้ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว
ขณะที่หวังซินหยางกำลังนั่งนึกถึงภาพรอยยิ้มอันอ่อนหวาน ที่หลินหว่านมอบให้กับเขาไปเมื่อวานนี้อยู่ภายในห้องพักของตน เพียงกระพริบตาก็ปรากฏบุรุษผู้หนึ่งเข้ามาพร้อมทำความเคารพ โดยที่หวังซินหยางมิได้มีท่าทีใกับเื่นี้แต่อย่างใด เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมเพื่อให้ผู้มาเยือนได้เอ่ยถึงสิ่งที่้าบอกออกมาเอง
“พรึ่บ!! คารวะคุณชายใหญ่ขอรับข้าน้อยจิ้นโจวคนที่รับคำสั่งจากนายท่าน เดินทางไปยังแคว้นเว่ยเพื่อสืบประวัติของคุณหนูโจวขอรับ”
“ว่ามาอย่าให้ข้าต้องถามซ้ำ”
“เรียนคุณชายใหญ่เดิมทีนั้นคุณหนูโจวคือบุตรสาวฮูหยินเอกของเสนาบดีมู่อวี่เฉิน นามว่าโจวเชี่ยนเหยาเป็บุตรสาวคหบดีมีชื่อเสียงและร่ำรวยผู้หนึ่งในเมืองหลวง ก่อนที่เสนาบดีมู่จะสอบจอหงวนได้นั้นเขาวางแผนกับมารดาของตน ทำท่าทีผูกสมัครรักใคร่จริงใจกับโจวฮูหยินแม้จะถูกคำครหาว่าไม่คู่ควรก็อดทนจนได้แต่งงาน เมื่อสอบหน้าพระที่นั่งได้คะแนนอันดับหนึ่งรั้งตำแหน่งจอหงวนของแคว้นแล้ว จากนั้นค่อย ๆ ทำงานด้วยความสุจริตไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย ๆ
แต่ขณะที่ชีวิตครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกกำลังดำเนินไปด้วยดี ฮูหยินผู้เฒ่ามู่ได้สั่งให้บุตรชายรับสตรีอีกคนเป็ฮูหยินรอง ซึ่งแท้จริงแล้วสตรีนางนี้เป็คนรักของเสนาบดีมู่มาตั้งนานแล้ว และเื่ราวเลวร้ายก็เริ่มหลังจากนั้นด้วยทรัพย์สมบัติที่โจวฮูหยินได้รับจากบ้านเดิม มีมากมายเสนาบดีมู่ที่ยามนั้นรั้งตำแหน่งรองเ้ากรมขุนนาง หมายตาตำแหน่งเสนาบดีกรมการมหาดไทยที่ว่างเว้นผู้รับตำแหน่งอยู่ หวังจะนำเงินจำนวนที่มากพอสมควรเพื่อติดสินบนขุนนางคนอื่น ช่วยพูดสนับสนุนตนเองต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ แต่โจวฮูหยินไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินแลกกับตำแหน่งขุนนางของสามี คนชั่วทั้งสามจึงเริ่มวางแผนกำจัดโจวฮูหยินร่วมกัน ด้วยการวางยาพิษจนเริ่มมีอาการป่วยบ่าวรับใช้สองคนก็ถูกไล่ออกจากจวนส่วนคุณหนูโจวก็ เอ่อ..” จิ้นโจวพูดมาถึงตรงนี้ก็หยุดเสียงพูดของตนเองเอาไว้
“พูดต่อไปข้า้าฟังทั้งหมดที่สืบได้จากจวนตระกูลมู่”
“ขอรับหลังจากบ่าวทั้งสองคนของโจวฮูหยินถูกไล่ออกจากจวนมู่ คุณหนูก็ถูกพาไปอยู่ยังกระท่อมท้ายจวนที่เริ่มทรุดโทรม มีสาวใช้คอยดูแลเื่อาหารการกินและเสื้อผ้าหนึ่งคน แต่มิได้รับใช้ดูแลอย่างที่ควรจะเป็คนเ่าั้ปล่อยปละละเลย มิหนำซ้ำยังบังคับให้ทำทุกอย่างด้วยตนเองั้แ่อายุสามสี่หนาว แม้ในวันที่โจวฮูหยินตายคุณหนูก็ไม่ทราบไม่เคยได้จุดธูปกราบไหว้ป้ายิญญามารดา เมื่อเติบโตมาก็กลายเป็สาวใช้รองมือรองเท้าให้กับบุตรสาวฮูหยินรอง ที่ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปแทนที่โจวฮูหยินคุณหนูโจวถูกกลั่นแกล้งรังแกสารพัด
จนกระทั่งครั้งสุดท้ายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็คนขโมยปิ่นปักผมของคุณหนูใหญ่มู่จือหย่า จึงถูกเสนาบดีมู่ผู้เป็บิดาสั่งโบยนับสิบไม้จนาเ็ลุกไม่ขึ้นไปหลายวัน ภายหลังที่หายจากอาการาเ็คุณหนูโจวก็เปลี่ยนไปเป็คนละคน กล้าที่เผชิญหน้ากับคนที่ทำร้ายตนเองก่อนหน้านี้ทุกคน ไม่ว่าใครคิดจะลงมือมักจะได้รับการตอบโต้กลับที่รุนแรงเช่นกัน และสุดท้ายก็เกิดเื่ที่คุณหนูโจวถูกบิดาแท้ ๆ ตัดขาดความสัมพันธ์ไล่ออกจากตระกูล เป็เพราะบุกเข้าไปที่ห้องครัวแล้วเกิดการทะเลาะวิวาทกับแม่ครัว คุณหนูโจวใช้ไม้ทุบบนมือของหัวหน้าแม่ครัวที่สั่งให้สาวใช้สองคนเข้าไปรุมทำร้ายคุณหนู เมื่อเื่ไปถึงหูของเสนาบดีมู่ผู้เกลียดชังบุตรสาวคนนี้ จึงเป็สาเหตุที่ทำให้คุณหนโจวไม่้าอาศัยอยู่ในแคว้นเว่ยอีกต่อไปขอรับ” เื่ทั้งหมดนี้จิ้นโจวต้องแอบปลอมตัวเป็บ่าวในเรือนอยู่หลายวัน กว่าจะตีสนิทกับคนอื่น ๆ จนคนพวกนั้นยอมเปิดปากเล่าทุกอย่างให้ฟัง
“กรอดดด ปัง!!! สารเลวช่างเป็บุรุษที่จิตใจต่ำช้าสามานย์ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก อุตส่าห์สอบได้ตำแหน่งจอหงวนหากทำผลงานดีอย่างต่อเนื่อง มีหรือที่จะไม่ได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งที่ตน้าเช่นนั้น” หวังซินหยางฟังจบแล้วยิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียนคนอย่างมู่อวี่เฉินมากขึ้นไปอีกหลายเท่า
“อาจจะเป็เื่ของเวลาด้วยหรือไม่ขอรับคุณชายใหญ่ มู่อวี่เฉินผู้นี้อยากขึ้นนั่งตำแหน่งเสนาบดีั้แ่อายุยังไม่มาก เพื่อสั่งสมอำนาจของตนในราชสำนักเมื่อมีอำนาจใครบ้างจะไม่เกรงใจ ทรัพย์สินเงินทองของมีค่ามากมายย่อมมีมามอบให้ไม่ขาด เพราะ้าความช่วยเหลือในตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี ช่างเป็คนที่ใช้ความฉลาดได้ผิดที่ผิดทางจริง ๆ นะขอรับ” จิ้นโจวคาดเดาเื่ของมู่อวี่เฉินได้ตรงประเด็นที่สุด
“พวกมันกล้าดียังไงแม้แต่บ่าวไพร่ก็ไม่เว้นที่จะกลั่นแกล้งรังแกหว่านเออร์ เมื่อนางต้องผ่านความเป็ความตายมาด้วยตนเองถึงเพียงนั้น จะลุกขึ้นมาสู้สักตั้งเพื่ออิสระในชีวิตของนางย่อมไม่ใช่เื่ผิด ยามนี้หว่านเออร์นางได้มาปักหลักอยู่ที่แคว้นหยางแล้ว ย่อมไม่มีใครกล้ามารังแกนางได้อีกถ้าหากมีใครกล้ายื่นมือมายุ่งกับนาง คนพวกนั้นจะไม่มีวันได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกต่อไป เมื่อกี้เ้าบอกว่าฮูหยินคนปัจจุบันของมู่อวี่เฉินมีบุตรสาวด้วยใช่หรือไม่” หวังซินหยางนึกเื่ของมู่จือหย่าขึ้นมาได้
“ใช่ขอรับ อ้อ ข้าน้อยเกือบเื่สำคัญไปคุณหนูมู่จือหย่าผู้นี้ยังให้มารดาของนาง สลับชื่อในหนังสือหมั้นหมายกับคุณชายตระกูลเฉินจากเดิมเป็ชื่อของคุณหนูโจวแต่แก้ไขเป็ชื่อของนางแทน และอีกไม่ถึงสองเดือนงานแต่งงานระหว่างสองตระกูลก็จะเกิดขึ้นแล้วขอรับ” จิ้นโจวเกือบลืมเื่นี้ไปแล้วยังดีที่นึกขึ้นมาได้เสียก่อน
“หึ ดีมากครั้งนี้ข้าจะจัดการเอาคืนแทนหว่านเออร์แค่เบา ๆ ไปก่อนบางส่วน สำหรับเสนาบดีมู่บิดาสารเลวนั่นรอให้ข้าถามความเห็นของหว่านเออร์เสียก่อนแล้วค่อยลงมือก็ยังไม่สาย ในเมื่อกำลังจะมีงานมงคลระหว่างสองตระกูลเช่นนั้นข้าควรมีของขวัญ มอบให้กับพี่สาวว่าที่ภรรยาคนงามถูกต้องหรือไม่จิ้นโจว”
“ห้ะ!! อะ อะ เอ่อ ชะ ชะ ใช่ขอรับคุณชายใหญ่ควรมอบของขวัญดี ๆ ให้กับคุณหนูมู่จือหย่าสักชิ้น”
“ดี เ้าเดินทางกลับไปยังแคว้นเว่ยอีกครั้งหาบุรุษร่างกายกำยำ เพื่อเข้าหอกับคุณหนูมู่ผู้นั้นตัดหน้าสามีของนางซะหรือเ้าจะเข้าหอกับนางก็ย่อมได้ ข้าจะรอฟังข่าวสนุก ๆ เกี่ยวกับเสนาบดีมู่อยู่ที่นี่ก็แล้วกัน เมื่อเ้ากลับมายังเมืองหยางหลิวพวกเราจะเดินทางเข้าเมืองหลวงทันที” ระยะเวลาที่หวังซินหยางพูดคุยกับจิ้นโจวเป็่เวลาที่เขาจะหายดี
จากอาการาเ็ภายใน สามารถเดินทางไกลกลับจวนที่เมืองหลวงได้
“รับทราบขอรับคุณชายใหญ่ข้าน้อยจะออกเดินทางให้เร็วที่สุด” จิ้นโจวแอบยิ้มเหี้ยมเขามิใช่บุรุษที่ดีนักแต่เขาแค่เป็บ่าวที่ซื่อสัตย์ของเ้านายเท่านั้นเอง
“อืม กลับไปพักผ่อนให้หายเหนื่อยเสียก่อนแล้วค่อยออกเดินทาง ข้าไม่้าให้แผนการครั้งนี้พังเพราะเ้าไปถึงไม่ทันเวลาเข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจแล้วขอรับคุณชายใหญ่”
“ไปเถอะข้าเองก็จะพักผ่อนตามที่หว่านเออร์สั่งไว้เช่นกัน”
“ขอรับ”
จิ้นโจวกลับไปยังโรงเตี๊ยมที่ตนได้จองห้องพักเอาไว้เพื่อพักผ่อน ก่อนจะออกเดินทางกลับไปยังแคว้นเว่ยตามคำสั่งของหวังซินหยางอีกครั้ง ตัวของจิ้นโจวก็รู้สึกเหมือนกับเหวินเสียนและซั่วเหยียนเคยรู้สึก ไม่มีใครคาดคิดว่าคุณชายใหญ่หวังซินหยางที่ไม่เข้าใกล้สตรี ไม่แตะเนื้อต้องตัวแม้แต่นางโลมก็ยังไม่มีใครเคยได้ััชายผ้าของเขา แล้วเหตุใดถึงได้ตกหลุมรักสตรีที่อายุน้อยกว่าเกือบสิบปีเช่นนี้ ถึงอย่างไรยามนี้เ้านายของตนก็ไม่อาจพาคุณหนูโจวไปคารวะนายท่านได้อยู่ดี รอให้จัดการสตรีแพศยาที่คิดจะเอาญาติพี่น้องตนเองเข้ามาเป็หนึ่งในสมาชิกของตระกูลหวังเสียก่อน หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเป็ไปตามที่ใจของคุณชายใหญ่้าอย่างแท้จริง จิ้นโจวพักผ่อนที่เมืองหยางหลิวเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น ก่อนจะออกจากเมืองไปในเช้ามืดของวันถัดมาทันที
เนื่องจากเมืองหยางหลิวอยู่ถัดจากเมืองติดชายแดนเข้ามาเล็กน้อย ระยะเวลาเดินทางกลับไปยังแคว้นเว่ยของจิ้นโจว อาจจะรวดเร็วกว่ายามที่หลินหว่านเดินทางมาพอสมควร เพราะจิ้นโจวมิได้นั่งรถม้าแต่เขาขี่ม้าที่แข็งแรงสามารถวิ่งได้ไกล ในระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนเขาก็เดินทางมาถึงเมืองหลวงแคว้นเว่ย ก่อนจะนำม้าไปฝากเลี้ยงไว้ที่โรงรับฝากนอกเมือง และตัวเขาเองอาศัยเกวียนวัวของชาวบ้านเข้าเมืองหลวงแทน หลังจากเข้าเมืองมาได้จิ้นโจวทำตัวเป็ญาติของบ่าวไพร่ในจวนตระกูลเฉิน ขออนุญาตมาทำงานแทนญาติที่ล้มป่วยและต้องรักษาตัวอีกหลายวัน ซึ่งพ่อบ้านเฉินก็มิได้คัดค้านอันใดด้วยงานมงคลใกล้จะมาถึงในอีกไม่กี่วัน จะขาดคนทำงานไปไม่ได้เด็ดขาดหากมีเหตุบกพร่องเกิดขึ้นในพิธี ตัวพ่อบ้านเฉินใช่ว่าจะรอดพ้นจากความผิดที่เกิดขึ้นได้
และแล้วอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมางานมงคลระหว่างตระกูลมู่กับตระกูลเฉิน ซึ่งเป็ตระกูลใหญ่ทั้งสองตระกูลกำลังจะเกี่ยวดองกันอย่างเป็ทางการ มู่จือหย่าใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงในเกี้ยวเ้าสาว นางคิดอย่างมีความสุขว่าในที่สุดตนก็ได้แต่งงานเป็ฮูหยินเอกได้บุรุษที่ฉลาดอย่างเฉินเยี่ยนิ บรรยากาศงานมงคลสมรสเป็ไปอย่างครึกครื้นผู้คนมาร่วมงานมากมาย เพื่อหวังผูกสัมพันธ์อันดีกับเสนาบดีหนุ่มอย่างมู่อวี่เฉิน บางครอบครัวคิดจะส่งบุตรสาวแต่งเข้าไปเป็อนุจะได้อาศัยบารมีคุ้มกะลาหัวบ้าง พิธีทางการผ่านไปด้วยความราบรื่นไร้อุปสรรคใด ๆ มาขัดขวาง แต่มู่จือหย่าไม่รู้ตัวว่ายามนี้ตนเองตกอยู่ในแผนการของสองบุรุษ หวังซินหยาง้าเอาคืนให้กับสตรีในดวงใจเช่นหลินหว่าน ส่วนเฉินเยี่ยนิก็มีแผนส่งบุรุษอื่นเข้าหอกับนางแทน เพราะเฉินเยี่ยนิไม่้าทำให้สตรีอันเป็ที่รักต้องเสียใจ อย่างน้อยเมื่อเกิดเหตุการณ์มู่จือหย่าหลับนอนกับบุรุษอื่น ตัวเขาสามารถใช้เป็ข้ออ้างในการมอบหนังสือหย่าได้อย่างไร้ข้อกังขา จากนั้นค่อยตบแต่งคนรักเข้าจวนเป็ฮูหยินเอกอย่างที่ได้ตั้งใจเอาไว้
“เฉินจิ้งสิ่งที่ข้าให้เ้าไปจัดการเตรียมพร้อมแล้วใช่หรือไม่ อย่าลืมกำชับให้ดีแล้วจะได้ภรรยาเป็ถึงบุตรสาวเสนาบดี หึ” เฉินเยี่ยนิเรียกบ่าวคนสนิทเข้ามาถามขณะที่ขอตัวออกมาสูดอากาศด้านนอก
“เรียนคุณชายทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมแล้วขอรับทั้งคนและยา บ่าวกล้าเอาหัวเป็ประกันว่ามู่จือหย่านางจะกระเด็นไปจากที่นี่แน่นอนขอรับ”
“หากมิใช่เพราะหนังสือหมั้นหมายบ้าบอนั่นของท่านแม่ละก็ ข้าคงล้มเลิกงานแต่งนี้ไปตั้งนานแล้วแต่มู่จือหย่าดันเกาะติดข้าไม่ยอมปล่อย คอยทำตัวเป็ปลิงเกาะแข้งเกาะขาบางครั้งข้ารำคาญนางเข้าไส้ แต่ก็ต้องทำหน้าปั้นยิ้มว่าชื่นชอบสิ่งที่นางทำช่างน่าขำสิ้นดี” เขาทำใจเข้าห้องหอกับมู่จือหย่าไม่ได้จริง ๆ เพราะเขารู้มานานแล้วว่านิสัยที่แท้จริงของนางเป็อย่างไร
“คุณชายโปรดวางใจแผนการนี้ต้องสำเร็จตามที่ท่าน้าแน่ สตรีที่เหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินเอกของคุณชายอย่างไรก็ต้องเป็คุณหนูหลินเท่านั้นขอรับ” เฉินจิ้งติดตามเฉินเยี่ยนิมาั้แ่เด็กย่อมรู้ใจเ้านายเป็อย่างดี
“ใช่ฮูหยินเอกของข้าต้องเป็เซียนเออร์เท่านั้นจะเป็คนอื่นไปมิได้ เ้าไปจัดการนางตามแผนได้แล้วข้าจะกลับเข้าไปรับแขกด้านในก่อน อย่าลืมส่งสาวใช้เข้ามาแจ้งข่าวเมื่อเริ่มแผนเข้าใจหรือไม่”
“ขอรับคุณชาย”
ด้านในห้องหอมู่จือหย่าที่นั่งรอเ้าบ่าวอยู่นั้นรู้สึกกระหายน้ำเล็กน้อย จึงให้สาวใช้ของตนบอกกับสาวใช้ด้านนอกให้นำน้ำชาเข้ามา และเป็ไปตามแผนของเฉินเยี่ยนิ แต่มือที่สามอย่างจิ้นโจวนั้นรอ่เวลานี้อยู่แล้วเพราะเขาคือบ่าวชาย ที่เฉินจิ้งเป็คนเตรียมเอาไว้เพื่อเข้าหอกับมู่จือหย่านั่นเอง
“ฮุ่ยเหมยเ้าบอกสาวใช้ด้านนอกให้เอาน้ำชากับของว่างมาให้ข้าหน่อย ยังอีกนานกว่าท่านพี่จะกลับมาที่เรือนข้าหิ้วท้องรอไม่ไหวแล้ว บอกพวกนางจัดการเร็ว ๆ ด้วยล่ะอย่าให้ข้าต้องรอนาน”
“เ้าค่ะคุณหนูบ่าวจะออกไปจัดการให้เดี๋ยวนี้”
“แอ๊ด...นี่พวกเ้าสองคนใครก็ได้ไปนำของว่างกับน้ำชาเข้ามาหน่อย คุณหนูของข้า้าทานอะไรรองท้องระหว่างรอคุณชายเฉิน เร่งมือเข้าล่ะอย่ามัวทำอะไรชักช้ายืดยาดไม่เช่นนั้นพวกจ้าจะถูกลงโทษ”
“ได้สิรบกวนเ้าบอกคุณหนูมู่รอประเดี๋ยวพวกเราจะยกของว่างมาให้ คุณชายใหญ่สั่งเอาไว้แล้วเ้าไม่ต้องห่วงกลับเข้าไปดูแลคุณหนูมู่ด้านในเถิด”
“หึ ก็ดีอย่าทำอะไรให้คุณหนูของข้ารู้สึกไม่พอใจก็แล้วกัน เพราะคุณชายใหญ่เฉินรักเ้านายของข้ามาก ถ้ายังอยากอยู่อย่างสงบทำตัวให้ดีเข้าไว้แล้วจะมีกินมีใช้มากกว่าคนอื่น” ฮุ่ยเหมยฉวยโอกาสข่มขู่สาวใช้ที่ถูกส่งมาให้กับมู่จือหย่าไว้ก่อน
“ขอบคุณคุณหนูมู่ล่วงหน้า”
เพียงแค่หนึ่งจิบชาสิ่งที่มู่จือหย่า้าถูกยกเข้ามา ฮุ่ยเหมยรีบเข้ามาจัดการดูแลด้วยตนเอง ส่วนสาวใช้สองคนที่กลับออกไปได้ส่งสัญญาณให้กับเฉินจิ้ง ว่าทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้านี้
มู่จือหย่าทานของว่างและดื่มน้ำชาไปพอสมควร หากนางดื่มน้ำชาพอให้หายจากอาการกระหายน้ำ ยาปลุกกำหนัดก็คงไม่ออกฤทธิ์เร็วถึงเพียงนี้ หลังจากผ่านไปสองจิบชามู่จือหย่าเริ่มมีเหงื่อไหลซึมออกมา ภายในร่างกายรู้สึกร้อนรุ่มคล้ายกับ้าบางสิ่งบ่างอย่างมาเติมเต็ม แต่นางกลับคิดว่าเป็เพราะชุดแต่งงานที่สวมไว้หลายชั้นมากกว่า
เนื่องจากเฉินจิ้งใช้ยาที่มีฤทธิ์แรงทำให้ความอดทนของมู่จือหย่าไม่เป็ผล นางสั่งฮุ่ยเหมยไปตามเฉินเยี่ยนิมาโดยเร็ว ด้วยเกรงว่าจะป่วยไข้ในวันแต่งงานไปเสียก่อน แต่ฮุ่ยเหมยไปไม่ถึงห้องรับรองแขกด้านหน้าของจวน เพราะเฉินจิ้งดีดก้อนหินทำให้นางสะดุดล้มหัวฟาดพื้นสลบไปทันที จากนั้นจึงหันไปส่งสัญญาณให้จิ้นโจวลงมือตามแผนที่วางไว้
“อื้อ ฮุ่ยเหมยข้ารู้สึกร้อนยิ่งนักเ้าไปตามท่านพี่มาเร็วเข้ายังต้องทำพิธีแต่งงานให้เสร็จหาไม่แล้วถ้ามีคนรู้เข้าข้าจะถูกนินทาเอาได้”
“เ้าค่ะ ๆ คุณหนูอดทนรอเอาไว้ก่อนนะเ้าคะบ่าวจะรีบไปตามคุณชายใหญ่เฉินเดี๋ยวนี้”
“แอ๊ด กึก”
“นี่พวกเ้าสองคนช่วยดูแลคุณหนูแทนข้าไปก่อนนะ มีเื่ที่สำคัญมากข้าต้องไปทำสักประเดี๋ยวไม่นานก็จะกลับมา”
“อ้อ เ้ารีบไปเถิดไม่ต้องห่วงที่นี่พวกข้าจะช่วยดูแลแทนให้เอง”
“อืม ขอบใจมาก”
“ตึก ตึก ตึก ฟิ้วว ฟุบ อ๊ะ!! ตุบ”
“อาจิ้นถึงเวลาทำหน้าที่ของเ้าแล้วจะทำอย่างไรก็ตามแต่ใจเ้า้า รอเวลาที่คุณชายของข้ามาถึงเ้าค่อยฉวยโอกาสหลบหนีไปซะ”
“หึ ๆ ๆ แผล่บ ขอบคุณพี่ชายเฉินที่มอบเนื้อหงส์ให้กันเช่นนี้ เพื่อเป็การตอบแทนท่านกับคุณชายใหญ่เฉินที่ยินดีให้บุรุษเช่นข้า ที่จะเป็คนพรากพรหมจรรย์ของนางเป็คนแรก ข้ายินดีน้อมรับหน้าที่ไว้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง ฮ่า ๆ ๆ พี่ชายเฉินท่านแค่รอทำตามแผนของคุณชายใหญ่เฉินในขั้นต่อไปก็พอ” จิ้นโจวที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสตรีมานานเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาหลังจากพูดคุยกับเฉินจิ้งจบ
“เื่เล็กน้อยพวกเราต่างทำงานรับใช้คุณชายใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น ส่วนนี่เป็เงินที่เตรียมไว้ให้เ้าใช้เดินทางหลบหนีไปจากที่นี่ชั่วคราว หวังว่าเ้าจะพอใจทั้งเื่เงินและเื่สตรีล่ะอาจิ้น” เฉินจิ้งยื่นถุงเงินที่หนักพอสมควรเป็ค่าตอบแทนให้กับจิ้นโจว
“ไอหยา ฝากท่านขอบคุณคุณชายใหญ่เฉินแทนข้าด้วยนะ”
“อืม”
เมื่อจิ้นโจวเดินมาถึงหน้าประตูเรือนหออันโอ่อ่าสาวใช้ทั้งสองก็เปิดทางให้กับเขาอย่างง่ายดาย โดยไม่ลืมแสร้งทำเป็ถูกทำร้ายจนสลบอย่างแเี และด้านในห้องยามนี้มู่จือหย่าที่ทนกับความร้อนรุ่มไม่ไหว ก็เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงซับในตัวบางที่นางสั่งทำไว้เพื่อวันนี้ แต่คนที่ได้เห็นกลับไม่ใช่เฉินเยี่ยนิอย่างที่นางหวังไว้ ในเมื่อมีสตรีนอนแก้ผ้ายั่วยวนอยู่ตรงหน้าจิ้นโจวจะไม่ทำอะไรสักหน่อยได้อย่างไรกัน
“พรึ่บ!! โอ้ สมกับเป็คุณหนูในห้องหอมากจริง ๆ ผิวพรรณช่างนวลเนียนน่าััยิ่งนัก คงจะดูแลเป็อย่างดีเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะเป็แน่ ยามนี้ท่านน่าจะร้อนรุ่มไปทั่วแล้วสินะพวกเราอย่าเสียเวลาอีกเลย สามีคนนี้จะมอบความสุขฮูหยินคนงามอย่างถึงอกถึงใจทีเดียว ฮ่า ๆ ๆ”
“อ๊ะ! ท่านพี่เ้าคะหย่าเออร์ร้อนไปทั้งตัวเลยเ้าค่ะท่านพี่ช่วยหย่าเออร์ด้วย อื้อ” มู่จือหย่าที่ดวงตาพร่ามัวด้วยความ้าตอบสนองััของจิ้นโจวทันที
“ได้สิเมียรักพี่จะช่วยพาเ้าขึ้น์จนกว่าเ้าจะพอใจดีหรือไม่ แต่หากพี่รุนแรงกับเ้าไปบ้างอย่าได้ถือโทษกันเพราะมันจะยิ่งทำให้พวกเราสองคนมีความสุขได้ไหม” จิ้นโจวสวมรอยเป็เฉินเยี่ยนิพูดขึ้นระหว่างกำลังเล้าโลมร่างกายของมู่จือหย่า สิ่งที่ทำนี้ยิ่งเพิ่มความกระสันแก่นางมากขึ้นเรื่อย ๆ
“หย่าเออร์แต่งเป็ฮูหยินของท่านพี่แล้วไม่ว่าท่านจะทำอะไรกับร่างกายนี้ หย่าเออร์ยินดีทำให้ท่านพี่มีความสุขเ้าค่ะ อ่าส์”
“หึ ดีมากหย่าเออร์ของพี่ต่อจากนี้พี่จะมอบความสุขให้กับเ้า เราสองคนจะสอดประสานเป็หนึ่งเดียวกัน รับรองว่าหากเ้าได้เจอบทรักของพี่จะต้องติดใจและ้าความรุนแรงนี้ตลอดไป”
“หย่าเออร์รอให้ท่านพี่ทำเช่นนั้นมานานมากเ้าค่ะ ท่านพี่ช่วยทำให้หย่าเออร์เป็ภรรยาของท่านทีเถิดเ้าค่ะ” มู่จือหย่าเริ่มทนไม่ไหว
“ได้ตามที่หย่าเออร์้าเ้าจะมีความสุขสุด ๆ และหลังจากนี้ถึงจะเป็เวลาแห่งความอัปยศของเ้า”
จิ้นโจวหยุดเล้าโลมมู่จือหย่าที่เปลือยกายล่อนจ้อนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะชำแรกแก่นกายเข้าไปยังช่องทางรักของนางอย่างแรงในครั้งเดียว เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บดังขึ้นแต่นั่นไม่ได้ช่วยให้จิ้นโจวหยุดกระทำ เขายังคงกระแทกกระทั้นแก่นกายเข้าออกช่องทางรักนั้นอย่างต่อเนื่อง จนเสียงร้องด้วยความเจ็บกลับกลายเป็เสียงครวญครางที่ฟังอย่างไร
ก็คือคนที่กำลังมีความสุข ไม่ว่าจิ้นโจวจะกระแทกด้วยความรุนแรงแค่ไหนหรือจะขบกัดไปตามร่างกายจนกลายเป็รอยแดงช้ำ มู่จือหย่าตอบรับมันกลับไปอย่างเต็มใจและร้องขอให้จิ้นโจวทำเช่นนั้นซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัวเองเลยว่า์ที่นางใฝ่ฝันกำลังจะล่มในไม่ช้า
“กรี๊ดดด!! หย่าเออร์!! ฟุบ”