┏━━━━━❂❂━━━━━┓
บทที่ ๕
┗━━━━━❂❂━━━━━┛
จะโดนพาไปฆ่าที่ไหนไม่รู้ แต่ไอ้ที่น่ากังวลกว่า
“นั่น ท่านแม่ทัพเทียนนี่”
“ใช่ ท่านแม่ทัพเทียนจะไปไหน่แดดเปรี้ยงเช่นนี้”
พวกทหารมากมาย นอกจากจะเพ่งความสนใจ บางส่วนเดินเข้ามาใกล้ๆด้วยสิ
อย่าเดินเข้ามาใกล้ เดี๋ยวความลับที่งูกูผงกหัวมันจะฉกเอา
“ทหาร!” จู่ๆเทียนชุนก็ตวาดลั่น
“ขอรับ! / ขอรับ!” เหล่าทหารยืนตรงขานรับ
“นี่ ปล่อยก่อน” พูดเสียงเบา แต่เขาไม่สนใจสักนิด
“ห้ามตาม ห้ามเข้าใกล้ ถ้าข้ารู้ว่าใครเข้าใกล้ลำธารแม้แต่น้อย ตัดหูตัดนิ้ว!”
หา!
ตอนนี้ไม่รู้ว่าต้องสนใจทางไหนก่อน ผมกำลังอึ้งพอๆกับพวกทหารที่ชะงักงันจนไม่เป็อันขานรับคำสั่ง หางตาก็เหลือบเห็นใครคนหนึ่งออกมาจากกระโจม
“ชิงหลาง” เอ่ยเบาๆ
นั่นไม่ใช่สายตารังเกียจหรอก สายตาพี่น้องก็แบบนี้แหละ…มั้ง
ขวับ!
คนที่พุ่งเป้าความสนใจไปมองเต็มๆตาสะบัดหน้าหนีกันเฉยเลย
≪•◦ ❈ ◦•≫
ซ่า!
เออ เอาเข้าไป ยังไม่ทันตั้งสติได้ก็ถูกสาดน้ำเย็นโครมใหญ่
“ท่านลากข้ามาลำธารแล้วสาดน้ำใส่ข้าเช่นนี้ทำไม”
“เอามือออก”
เสื้อผ้าที่เนื้อบางเป็ทุน พอถูกของเหลวก็เปียกลู่แนบอะไรต่อมิอะไร แถมคนตัวใหญ่ก็ยังมางัดแงะแกะมือที่ปิดแน่นของผมด้วย
“จะทำ อ้ะ อย่านะ”
“ว่าแล้ว แข็งจริงๆด้วย”
ใครก็ได้เอามีดมาแทงผมที
กูอยากตาย
อารมณ์อย่างว่ามันก็เป็ธรรมชาติของมนุษย์ มนุษย์…มนุษย์ โอเคั้แ่นี้ไป
กูเป็แค่ปลวก แค่ปลวกตัวหนึ่ง
ผียางอายโจมตีเข้าอย่างจัง จนต้องยกสองมือขึ้นมาปิดหน้า
“เอ้า อยากล้อก็ล้อเลย คงรังเกียจล่ะสิ”
“ท่านจะทำอะไร”
“...”
เขากดตัวผมลงไปนั่งจุ้มปุ๊กจุดที่น้ำไม่ลึกเท่าไหร่ ส่วนตัวเองก็ยืนอ้าขาเล็กน้อย ดึงมือผมออกแล้วควักน้ำมาล้างหน้าให้
โอ้โห มุมดีมาก เป้าแทบทิ่มตา
พอเจอมุมที่โดนใจ ตาก็มองค้างตัวโตๆ กระทั่งอีกฝ่ายเอาตอปิโดั์มาเรียกสติกันนั่นแหละ
สายน้ำเย็นๆที่เคยล้างพรมผิวหน้าอย่างอ่อนโยน ตอนนี้สาละวนอยู่ที่แถวๆกลางหลัง แล้วนึกสภาพนะว่าผมนั่งอยู่ กับอีกฝ่ายที่ยืนด้านหน้า
แล้วตอนนี้มันจะเป็ยังไง ถ้าไม่ใช่อีกฝ่ายเอาแต่ก้มตัวสนใจด้านหลัง จนด้านหน้ามันมาถูไถกับหน้าอกผมแบบไม่คาดคิดน่ะสิ
เสี้ยนไม่ไหวแล้วโว๊ย
ถูอีกนิด อย่างนั้นแหละอีกนิด เสียดสีมากขึ้นอีก
“อ้าว”
“หึ”
จังหวะที่กัดฟันจนเจ็บปาก คนที่ทำให้ผมดีใจจนถึงเมื่อครู่ก็ถอยออก เปลี่ยนมาควักน้ำรดด้านหน้า
ความเย็นสาดร่างก็ควรจะหนาวแหละ
แต่มือที่ปัดผ่านหัวนมซ้ายทีขวาทีเป็พักๆนั่น บอกเลยว่า…กูเสียว
เสียวโว้ย
“อื้อ” แย่แล้ว เ้าพ่อศาลเสียวเข้าสิงจนเผลอส่งเสียงน่าอายซะได้
จนคนกระตุ้นต้องหยุดมือถามเสียงเข้มผิดกับนิสัยที่ดูเ็าว่า “หนาวไหม”
“มะ ไม่ขอรับ”
บอกตรงๆว่าการกระทำของคุณท่านนั่นแหละที่ทำให้กระผมร้อนสุดๆเลย
นี่ถ้าไม่เกรงใจ กลัวจะโดนเขาเอากระบี่มาแทงตาย แม่งจะถูไถเองให้เสร็จไปเลย
แต่แล้วดูเหมือนพระเ้าจะเป็ใจ ประทานคำขอให้สมหวัง
“อ้ะ อย่าจับสิ”
มือหนาไม่สนใจเสียงห้ามปราม จับที่ส่วนพยศไว้เต็มมือ นิ้วโป้งตวัดเกลี่ยส่วนหัว ไม่นานก็เริ่มสาวขึ้นสาวลงจนผมเห็น์อยู่รอมร่อ
ซีส์ เสียวโว้ย
“อื้อ อ้ะ อย่า”
“ชอบไหม”
ถึงจะเป็คำถามที่ดูเอาใจใส่ แต่คนที่ถามคำถามนั้นกลับเร่งจังหวะตามใจตัวเอง เร่งไปเร่งมาจนผมอึดอัด
จะได้ปลดปล่อยแล้ว อย่างนั้นแหละเร็วอีก
“อื้อ อย่า จะ อ้ะ จะเสร็จ”
“เด็กดื้อ”
พรวด!
“อื๊อ!!!!”
แค่เขากระซิบเสียงหวาน ใจผมมันก็ะเิ แถมะเิเป็น้ำสีขาวขุ่นเสียด้วย
เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าผมชอบเสียงเขาขนาดนี้ โดยเฉพาะเสียงแหบพร่าที่กระซิบว่า…เด็กดื้อ
สายตาระยิบระยับเหมือนมีละอองน้ำกลิ้งอยู่ภายในมองลงมา ใบหน้าเคลื่อนเข้ามาใกล้
“เฟิงิ”
กึก! ผลัก
ผมเสหน้าหนีใช้สองมือผลักร่างสูงออกไป
“ข้าก่อฟืนไว้ที่ครัวยังไม่ได้ดับเลย พ่อครัวใหญ่ต้องตำหนิข้าแน่ ข้าไปก่อนนะ”
“เฟิง…”
ไม่เฟิงล่ะจ่ะ ฟ้าวๆๆ
“ไอ้ปีศาจ”
“เตี๋ยว…เดี๋ยวก่อน ปีศาจรึ?”
≪•◦ ❈ ◦•≫
อากาศบริสุทธิ์ยามเช้า…ไม่มีอยู่จริง!
ในเมื่อผมต้องหอบตะกร้าผลไม้ใบใหญ่ถูลู่ถูกกังมาที่ลานฝึก
“นั่น ท่านแม่ทัพไปทำอะไรอยู่คนเดียวน่ะ”
“ชู่ว เบาๆสิวะเดี๋ยวก็ปากฉีกหรอก ยังไม่ชินอีกรึไง”
เพื่อนทหารเอามืออุดปากล็อกคอลากคนปากมากไปฝึกดาบไกลๆคนที่ยืนทำท่าทางรำไทเก๊กอยู่หน้าหุ่นกองฟางลำพัง
โชคดี ที่ร่างสูงมัวแต่ตั้งสมาธิอยู่ตรงนั้น เลยไม่ได้หันมามองหรือวอแวกับผม
แต่ว่าท่าทางเขามันจะดูเก้กังแปลกๆเหมือนงิ้วมือสมัครเล่นมากกว่า
“นึกเื่เมื่อวานทีไร…” หน้าแดงแปร๊ด
“เอ้าๆ เฟิงิ ยอดกตัญญูมาโน่นแล้ว ฮ่าๆ เอาอะไรมาด้วยน่ะ” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็ไม่มีใครมีกะใจจะช่วยสักนิด
ปึก!
“พ่อครัวใหญ่ให้ยกสับปะรดมาให้น่ะ เอาไปแบ่งกันปอกกิน”
“โหๆ ให้ยกทั้งเข่งมาคนเดียว ใจร้ายจังนะ”
ผมไม่สนพวกทหาร ลอบบ่นด้วยความสงสัย
“ว่าแต่หมอนั่นไปยืนเต้นระบำทำบ้าอะไรอยู่ตรงนั้น”
“โอ๊ว นี่ๆ เ้ากล้าด่าท่านแม่ทัพเลยรึ”
กึก!
ลืมไปเลยว่าเ้าพวกทหารในค่ายนี่หูดีแค่ไหน
“ได้ยินด้วยเหรอ ไม่ใช่นะ ข้า ข้าหลุดปากน่ะ”
“แหมๆ ถึงจะอ้างแบบนั้น แต่โทษถึงตัดลิ้นเลยนะ”
“ใช่ๆ ตัดลิ้นๆ”
ทหารสองสามนายเล่าเสริมคำพูดกันไปมา เหมือนกับว่ามันเป็เื่โจ๊กวงในฆ่าเวลา
แต่หวังว่าจะฆ่าแค่เวลาจริงๆนะ ถ้าไม่ถึงหูแม่ทัพคงไม่เป็ไรหรอกใช่ไหม
“อย่าพูดแบบนั้นสิขอรับ ข้าก็แค่สงสัยเพียงเท่านั้น”
“ย๊า!”
จู่ๆคนที่ส่งเสียงร้องเรียกความมั่นใจเหมือนกับกำลังควบม้าก็ฟาดแขนลงด้านหน้าทำอย่างกับผ่าหรือทุบอะไรบางอย่าง
“อ่อ ท่านแม่ทัพก็เป็แบบนั้นประจำนั่นแหละ ท่านกำลังฝึกกระบี่น่ะ”
“ฝึกกระบี่?”
แม่ทัพเทียนมักจะไปไหนมาไหนพร้อมกระบี่คู่กายอยู่เป็ประจำ แม้ว่าในโลกใบนี้จะมีผู้ร่ำเรียนวิชาดาบอยู่มากมาย แต่ก็มีบ้างที่จะใช้ศาสตร์ที่ใหญ่และสูงกว่าอย่างเช่นกระบี่
อันที่จริงผมรู้มาว่ากระบี่มีจิติญญา ไม่ใช่ใครอยากจะใช้หรืออยากจะก็ได้ (เรียนมาจากโดจิน)
เลยไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ที่ในค่ายนี้จะไม่เห็นใครใช้เพลงกระบี่เลยนอกจาก…
ผมมองข้ามคนที่ยังยืนฝึกไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปมองที่พื้นข้างกระโจมกระโจมหนึ่ง ตรงนั้นมีกระบี่ที่สะท้อนกับแสงสีทองยามเช้าหลับใหลอย่างสงบข้างในฝักพิงอยู่
“แต่ว่ากระบี่…”
เหมือนพวกทหารจะมองออกว่าผม้าจะสื่ออะไรเลยช่วยตอบให้
“ย๊า!” คนตั้งใจส่งเสียงอีกครั้ง
“อื้อ ั้แ่เื่ในตอนนั้น พวกข้าก็ไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพชักกระบี่จากฝักอีกเลย อย่างที่เ้าเห็นนั่นแหละ”
ถึงได้ทำท่ามือเปล่าแบบนั้นสินะ
“เื่ในตอนนั้น…งั้นเหรอ”
ถึงจะไม่รู้ว่าเื่อะไร แต่สายตามันก็หันไปมองแผ่นหลังนั่นโดยไม่อาจละสายตาได้ ที่หน้าอกข้างซ้ายพลางเกิดความรู้สึกหนึ่งจนต้องยกมือขึ้นมากุมไว้
“เจ็บจัง”
อะไร ผมเปล่าละอายใจนะ ก็เขาช่วยผมเอาไว้ตอนนั้นแต่ผมดันไปด่าเขาว่าเป็ปีศาจ เมื่อกี้ก็ยังว่าเขาโดยไม่ทันรู้สาเหตุ ตอนนี้ก็แค่…รู้สึกผิดนิดหน่อยเท่านั้นเอง
แค่นิดเดียวเองจริงๆ
“ไปขอโทษหน่อยดีไหมนะ”
กึก!
ระหว่างที่สองเท้ากำลังขยับไปหาเป้าหมายที่ปลายสายตา เหล่าบรรดาทหารที่หันไปจับกลุ่มโยนสับปะรดเล่นกัน ก็ทักจนต้องหันมอง
“เฮ้ย เฟิงิ มาเล่นด้วยกันไหม”
“อ้ะ อาป๋าย ไม่เอานะ อย่าโยนมา”
ไม่รู้ว่าอาป๋ายโผล่มาจากไหน แต่เขาเป็คนถือลูกบอลจำลองมีหนามนั่นอยู่ในมือ ดูจากการตั้งท่าเหมือนจะขว้างมาทางนี้
แย่แล้ว
สับปะรดลอยมาแล้ว โดนแน่ๆ โดนหนามทิ่มแน่
ให้ตาย อุตส่าห์อาสายกของหนักขนาดนี้มาแจกเพื่อหลบมีดในครัว แต่์ดันมอบบททะเลาะกับหนามทุเรียนมาแทน ไม่สิถ้าเป็ทุเรียนอาจจะไม่รู้สึกอนาถขนาดนี้นะ
ไม่ไหวแล้ว
ผมหลับตาปี๋ ลืมตาจะได้ไปโผล่โลกใหม่ได้เลย
“ขอให้ไปเกิดใหม่ในโลกโดจินสักเื่ ไม่ใช่หนังการเมืองจีนแบบนี้”
ขยับตัวไม่ได้เลย
ปีก!
“นี่ไม่ใช่ของเล่น”
ใบหน้าคมและน้ำเสียงดุดันกระชากใจของคนที่เอาตัวเข้ามาขวางอุกกาบาตสีเหลืองนั่น แถมปัดตกด้วยมือเปล่า ทำเอาพวกทหารที่ถูกดุเหงื่อตก พากันไปยืนออซ่อนหลังกันเป็กระจุก
“ขออภัยขอรับท่านแม่ทัพ / ขออภัยขอรับ!”
“ส่วนเ้า เฟิง? เฟิงิ นี่เ้าจะวิ่งไปที่ใด”
ใบหน้าคมหันหลังกลับมามองเตรียมจะถามไถ่อาการ ทว่าก็เห็นเพียงฝุ่นตลบและแผ่นหลังไวๆ
ไปไหนก็ได้ ไม่อยู่แล้วโว้ย!