การสนทนาบนโต๊ะอาหารเป็ไปด้วยความเป็กันเองและครึกครื้น เป็การสนทนาที่มากกว่าคําพูด มันคือรอยยิ้มเสียงหัวเราะอันอ่อนโยนและแสงประกายวาบในแววตาแห่งความสุข ทันใดนั้นพนักงานเสิร์ฟก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับอาหารหลากหลายเมนู แน่นอนว่าอาหารปรุงสุกเร็วมาก เฟรย่าจับจ้องไปที่ลาซานญ่าที่เสริ์ฟร้อนๆ ควันฉุยซึ่งถูกเสริ์ฟโดยพนักงานสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม เฟรย่าสูดดมอาหารของเธอเบาๆ เมื่อมันถูกวางลงตรงหน้าเธอ กลิ่นหอมกรุ่นที่เต็มไปด้วยกลิ่นของซอสเนื้อสีส้มผสมผสานกับครีมเข้มข้นที่เติมหัวหอมและกระเทียมสดลงไปทีละชั้น อีกทั้งซอสขาวพาเมซานครีมบวกกับมอสซาเรลล่าชีสยืดๆ นำเข้าคุณภาพระดับพรีเมียมยิ่งทำให้น้ำลายสอมากยิ่งขึ้น
“เอาล่ะทุกคน ได้รับอาหารของตนกันครบถ้วนแล้วเนอะ ทานให้อร่อยนะ” จอร์จได้กล่าวขึ้นด้วยพร้อมยิ้มน้อยๆ
“แล้วนี่ทั้งสองคนคบกันนานแค่ไหนแล้วล่ะ?” ผู้เป็พ่อเอ่ยถามพลางหมุนเส้นสปาเกตตีคาโบนาราไปรอบๆ ส้อม
“7 เดือนครับ!”
“5 เดือนค่ะ!”
สองหนุ่มสาวเอ่ยตอบพร้อมกันแต่ทว่าต่างมีสีหน้าชะงักและหันหน้ามาสบตากันด้วยนัยต์ตาเลิ่กลั่กเมื่อทั้งคู่ตอบไม่ตรงกัน จอร์จและลิต้าต่างมองมายังใบหน้าของเขาและเธอสลับกันไปมา
“เอ่อ…ที่จริงแล้วเราคบกันได้ราวๆ6-7 เดือนค่ะ อาจจะจำได้ไม่เป๊ะๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
ริมฝีปากแดงสดแค่นยิ้ม พลางใช้มือลูบไล้ต้นขาของชายหนุ่มเบาๆ เพื่อเป็การแสดงอาการว่าควรเห็นด้วยกับเธอ ท่อนแขนแข็งแกร่งขนลุกซุ่เมื่อถูกััอย่างบางเบา มุมปากเขายกยิ้มขึ้นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เป็อย่างที่เธอพูดครับ ่เวลา 7 เดือน ความสัมพันธ์ระหว่างเราเป็ไปอย่างราบรื่นมากครับ”
มือหนาเอื้อมลงโอบแผ่นหลังของเธอและกระซิบอย่างแ่เบาชวนจักจี้ที่ข้างหู
“นี่คุณ อย่าเล่นลูบไล้ขาผมแบบนี้สิ เดี๋ยวก็ได้รีบกลับบ้านกันพอดี มันอาจจะทำให้บางอย่างตื่นตัวเอาได้นะ หึหึ”
เมื่อได้ยินดังนั้นคิ้วเล็กของเธอก็กระตุกเล็กน้อยพลางหันมาถลึงตาใส่ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังส่งยิ้มเ้าเล่ห์
“ฟังดูดีมากเลยทีเดียว ดีใจกับหนูทั้งสองด้วยนะจ๊ะ” ลิต้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนในขณะที่ใช้มีดตัดเนื้อวัวขนาดพอดีคำในจานออสโซบูโกของเธอ
“เอ้อ พ่อมีอะไรจะลูกทั้งสองน่ะ ลิต้ามันอยู่ในกระเป๋าคุณใช่ไหม รบกวนหยิบออกมาให้ผมหน่อย”
“อ๋อ ใช่ค่ะ สักครู่นะ” ลิต้าล้วงมือลงไปค้นหาบางอย่างในกระเป๋าสะพายข้างของเธอที่วางข้างลำตัว
“นี่เลยจ่ะ โรแมนติกทริปสุดสวีทที่โรงแรมสุดหรู 5 ดาวติดหาดเปอร์โตวัลลาร์ตาประเทศเม็กซิโกล่ะ” ลิต้าเอ่ยออกมาอย่างกระตือรือร้น พร้อมรอยยิ้มเริงรื่นปานวสันตฤดู มือขาวเนียนของเธอชูสองบัตรคูปองทริปที่ดูน่าสนใจต่อสองหนุ่มสาว
“ว้าว ฟังดูเยี่ยมมากเลยค่ะ ดีจังเลยที่พวกคุณทั้งสองจะได้ใช้เวลาร่วมกันใน่ฤดูร้อนที่นั่น” เฟรย่าเอ่ยขึ้นอย่างดีอกดีใจ พร้อมคลี่รอยยิ้มสดใส
“จอร์จกับฉันไม่ได้ไปพักเองหรอกจ่ะ แต่เราจะให้พวกคุณทั้งสองคนไปกันน่ะ”
“ว่าไงนะคะ?”
ขณะที่ลิต้าเอ่ยเสียงชัดถ้อยชัดคำด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก็ทำเอาสองหนุ่มสาวดวงตาเบิกค้าง อีริคและเฟรย่าต่างหันหน้ามามองกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
“ทำไมกันละครับพ่อ ทริปดีๆ แบบนี้พ่อกับคุณลิต้าน่าจะไปด้วยกันนะครับ” อีริคยกแก้วขึ้นจิบไวน์ที่พนักงานเพิ่งจะรินไว้ให้หลังจากเอ่ยถามด้วยผู้เป็พ่อด้วยสีหน้าสงสัย
“พวกเรามีความจำเป็น่ะ เรามีโครงการก่อสร้างโรงแรมขนาดใหญ่ที่จะต้องบินไปดูแลด้วยตนเองที่สเปนเป็เวลา 1 เดือน ซึ่งเราจะเดินทางไปพรุ่งนี้ ลิต้าจะเดินทางไปกับพ่อด้วย มันตรงกันกับทริปสวีทที่เราจองไว้ที่เม็กซิโกเป็ระยะเวลา 4 วัน เราไม่สามารถได้รับเงินคืนได้ซึ่งมันค่อนข้างแพงถึง 30,000 ยูโร ทางเว็บไซต์บุ๊คกิ้งแจ้งว่าพ่อจะให้ใครไปพักแทนก็ได้”
“หนูเฟรย่าว่าไงจ๊ะ สะดวกไหมเอ่ย?” ลิต้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เอ่อคือ…หนู”
“เฟรย่าเขาสะดวกอยู่แล้วล่ะครับ เื่งานไม่ต้องเป็ห่วงเลย เธอเป็ดีไซเนอร์เลยไม่จำเป็ต้องเข้าอ๊อฟฟิศทุกวันน่ะครับ ค่อนข้างเป็การทำงานที่ยืดหยุ่น”
อีริคเอ่ยขึ้นดักคอ นัยต์ตาคมกริบชำเลืองมองดวงหน้าสวยที่นั่งข้างๆ เขาขบเม้มปากกลั้นรอยยิ้มเมื่อเห็นเธอมีท่าทีตกกระไดพลอยโจน เขาดูมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ต้องปิดบังท่าทีเอาไว้ เฟรย่าตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างตกลงปลงใจ
“โอเคค่ะ หนูจะไปทริป ขอบคุณมากนะคะ”
“ขอบใจลูกทั้งสองมากนะ นั่นคือคูปองทริป รับไปสิ” จอร์จเอ่ยพลางแย้มรอยยิ้มอ่อนโยน
เฟรย่ายื่นมือมารับคูปองจากมือลิต้าและยื่นให้อีริค 1 บัตร เขาและเธออ่านรายละเอียดคร่าวๆ
“เดี๋ยววันจริงทางผู้จัดทริปจะแจ้งรายละเอียดว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างน่ะจ่ะ รับรองว่าสวีทหวาน ฮิฮิ” ลิต้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจ เธอเอนศีรษะเข้าซบไหล่จอร์จและแย้มรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า
“หา มะรืนนี้เลยเหรอคะ?”
“ใช่จ้ะ”
*******************************************************
ณ ย่านถนนคนเดินกลางเมืองพอทสดัม
ท่ามกลางเมืองอันแสนวุ่นวายที่ผู้คนยังเดินกันขวักไขว่ ไฟนีออนและป้ายโฆษณาที่สว่างราวกับไทม์สแควร์แห่งนครนิวยอร์กซึ่งเปิดแสดงมาทั้งวันก็พลันปรากฏชัดเด่นขึ้น มีการจราจรน้อย รถส่วนใหญ่เลยทำความเร็วเกินขีดจำกัดขึ้นเล็กน้อย ควันของบุหรี่จากผู้คนที่เดินไปมาฟุ้งกระจายในอากาศเพื่อให้กลมกลืนกับควันของยานพาหนะ เหม่อมองขึ้นตามตึกระฟ้าหรือตึกรามบ้านช่องมีหน้าต่างเพียงไม่กี่บานที่ส่องแสงสว่างจากภายใน ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดต่างก็ส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วทั้งถนนหรือแม้กระทั่งตรอกซอยเล็กๆ ซึ่งยิ่งดึกเท่าไหร่ต่างก็ขายดีมากขึ้นเท่านั้น ไฟประดับประดาหน้าร้านอาหารหรือแม้แต่ผับบาร์ต่างทำให้บรรยากาศในเมืองมีชีวิตชีวาขึ้น
หลังจากอิ่มมื้อค่ำสำราญกัน อีริคและเฟรย่าต่างแยกตัวกลับกับจอร์จและลิต้า สองร่างเห็นพ้องกันว่าควรจะเดินเล่นในย่านถนนคนเดินที่ห่างจากร้านอาหารพิโน่แค่ไม่กี่ก้าวสักหน่อย เพื่อเป็การย่อยอาหารจากมื้อหนัก
“นี่ฉันต้องติดแหงกอยู่กับคุณ 24 ชั่วโมงเป็เวลา 4-5 วันเลยรึนี่” หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดแต่ทว่าเธอมีสีหน้าฉายแววขำขัน
“นี่คุณ ไม่มันน้อยหน่อยนะ ใครๆ ก็ต้องดีใจทั้งนั้นถ้าได้อยู่กับผมสองต่อสองน่ะ หึหึ” ชายหนุ่มพูดพลางกอดอก
ในระหว่างที่เขาและเธอพูดคุยหยอกล้อกัน มีหญิงสาวสวยสองคนเดินทอดน่องมายังสองหนุ่มสาวซึ่งพวกเธอมองมายังอีริคและเฟรย่าราวกับมีบางอย่าง ดวงตาสองคู่นั้นฉายแววขุ่นเคือง หญิงสาวผมบลอนด์ใช้มือป้องริมฝีปากของเธอและพลางพูดกระซิบชิดใบหูหญิงสาวผมสีบรูเน็ตรูปร่างเพรียวบาง
“สองคนนี้มีทีท่าแปลกๆ…คงจะเคยเป็ผู้หญิงของนายอีริคนี่สิน่ะ ได้!” เฟรย่าเอ่ยปากมุบมิบ
“มีอะไรรึคุ…”
จ๊วบ