เสียงของนางไม่เบาและไม่ดังจนเกินไป แต่ก็เรียกความสนใจจากสตรีหลายคนบนศาลาได้ไม่ยากนัก และนางก็พบว่าแววตาของคนเ่าั้ส่วนใหญ่ก็จะรู้สึกเห็นใจเถียนอี่ถง แต่ก็มีไม่น้อยที่เพิกเฉยกับการกระทำของนาง
เถียนอี่ถงไม่ใช่บุตรสาวจากอนุภรรยา แต่บิดาของนางก็เป็ผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของหลี่หยวนตง การที่ได้เห็นเถียนอี่ถงเข้ามารินน้ำชาให้หลี่จื่ออิงทุกคนจึงเห็นว่าไม่ได้เป็เื่แปลกแต่อย่างใด
หญิงสาวแม้จะได้รับความอับอายแต่นางก็รีบเดินถอยหลังกลับไปที่นั่งของตนเองด้วยความโล่งใจ อย่างน้อยนางก็จะได้เข้าร่วมชมเทศกาลโดยที่ไม่ต้องคอยระวังว่าหลี่จื่ออิงจะเรียกใช้ตนอีก
“ถึงเวลาออกไปโยนบ๊ะจ่างลงน้ำกันแล้ว พวกเราออกไปกันเถิด” ฮูหยินขุนนางใหญ่นางหนึ่งส่งสัญญาณให้คนบนศาลาได้รับรู้
“ไม่ไหวล่ะ พวกเราชรากันมากแล้วหากฝืนเดินลงบันไดนั่นไปมีหวังได้ตกน้ำกันแน่ ปล่อยให้พวกสาวๆ เขาไปทำหน้าที่แทนพวกเราก็แล้วกัน” สตรีสูงวัยอีกนางกล่าวแทรกขึ้นมาและทำให้อีกหลายคนพยักหน้าตามกัน
“เช่นนั้นพวกเ้าก็ลงไปกันเถิด ช่วยเอาตะกร้าบ๊ะจ่างของพวกเราไปด้วย” สตรีคนเดิมหันมาบอกกลุ่มคุณหนูด้านหลัง
แม้จะกล่าวว่ามีการสร้างศาลาหลายแห่งแบ่งให้คนจำนวนมากกระจายตัวกันออกไป แต่บนศาลาที่หลี่จื่ออิงนั่งอยู่ก็มีจำนวนคนไม่น้อยกว่าร้อยคน เมื่อผู้ด้อยาุโพากันลุกออกจากที่นั่งและเดินลงบันไดไปที่แพกลางน้ำ ก็ทำให้บนแพมีผู้คนจำนวนมากลงไปยืนเบียดเสียดกันเต็มไปหมด
“คุณหนูหลี่เ้าไม่ลงไปโยนบ๊ะจ่างกับพวกเขาด้วยหรือ?” ฮูหยินสูงวัยที่ส่งสัญญาณเป็คนแรกหันมาถามหญิงสาวเมื่อเห็นว่านางยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
“คนมากเหลือเกินเ้าค่ะ ข้าเกรงว่าแพจะรับน้ำหนักไม่ไหว ข้าว่ายน้ำไม่เก่งเสียด้วยสิเ้าคะ”
“โอย..เทศกาลแห่เรือัจัดขึ้นทุกปี พวกเราก็เคยลงไปยืนบนแพนั่นไม่รู้กี่ครั้งกี่หนกันแล้วไม่เห็นจะเป็อะไรเลย บนแพก็มีทหารคอยดูแลความปลอดภัยยังต้องกลัวอะไรกันเล่า? เอ้าข้าฝากตะกร้าบ๊ะจ่างของข้าไปด้วย โยนไปให้ถึงกลางแม่น้ำเลยนะ”
สตรีที่กล่าวกับนางเป็ภรรยาสหายของบิดา หลี่จื่ออิงจึงไม่อาจปฏิเสธ นางลุกเดินลงไปที่แพพร้อมกับตะกร้าบ๊ะจ่างสองตะกร้าในมือ สายตาของนางพยายามมองหาหลินสวินและฟู่หนานซีที่น่าจะปะปนอยู่ในกลุ่มทหารที่คุ้มกันอยู่บนศาลาและที่ริมฝั่งแม่น้ำ
“อิงเอ๋อร์ ข้าอยู่นี่” เสียงเรียกชื่อของนางทำให้หญิงสาวคลายความวิตกกังวลไปได้ไม่น้อย นางเห็นหลินสวินแล้ว!
ชายหนุ่มโบกมือเบาๆ และส่งยิ้มให้น้องสาว แต่ด้วยเพราะบนแพมีสตรีจำนวนมากยืนอยู่ เขาไม่อาจแทรกตัวเดินไปหาหลี่จื่ออิงได้โดยสะดวก จึงได้แต่ยืนรวมกลุ่มอยู่บริเวณขอบแพด้านข้างร่วมกับทหารที่มาคอยดูแลความปลอดภัยมองนางอยู่ห่างๆ
หลี่จื่ออิงพยายามขยับตัวไปทางหลินสวินช้าๆ พร้อมกับโยนบ๊ะจ่างลงแม่น้ำไปทีละลูก ั้แ่เมื่อใดไม่รู้ในที่สุดนางก็ถูกฝูงชนเบียดร่างนางจนนางเดินมาถึงหัวแพด้านหน้า ที่มีเพียงราวไม้ไผ่เล็กๆ แผงหนึ่งคั่นกลางระหว่างตัวนางกับผืนน้ำอันกว้างใหญ่
“อย่าเบียดกันเข้ามา!! ถอยออกไปหน่อยสิข้าจะตกน้ำอยู่แล้วนะ!” เสียงกรีดร้องดังขึ้นข้างหูหลี่จื่ออิง
มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ! เหตุการณ์เหมือนชาติก่อนไม่มีผิดเพี้ยน หรือนางไม่อาจเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์นี้ได้?
“กรี๊ด!! มีคนตกน้ำแล้ว อย่าดันกันเข้ามา!”
เสียงกรีดร้องจากทางด้านขวามือของแพดังขึ้นมาก่อน เพียงครู่เดียวคนที่ยืนอยู่ทางขวาก็เบียดตัวหนีออกมาทางซ้ายแทน ซึ่งบริเวณนั้นเป็จุดที่นางยืนอยู่!!
ไม้ไผ่ที่กั้นริมขอบแพแตกหักไล่จากทางขวามาถึงทางซ้าย จนในที่สุดหญิงสาวก็ไม่เหลือเสาหลักค้ำยันใดๆ ร่างเล็กพยายามทรุดตัวลงนั่งใช้สองมือจับพื้นไม้ด้านล่างเอาไว้แน่น
“พี่สวิน! ช่วยข้าด้วย!!” หญิงสาวไม่เหลือทางรอด นางะโออกมาดังๆ ฝากความหวังสุดท้ายไว้กับหลินสวิน
ตูม!! ตูม!!
กรี๊ด!!
“อิงเอ๋อร์!! ไม่ต้องกลัว ข้าได้ตัวเ้าไว้แล้ว”
จากที่คิดว่าตนเองจะตกลงไปในแม่น้ำเหมือนอย่างชาติก่อน แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งนางก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของหลินสวินที่ใช้ร่างกายของเขาปกป้องนางเอาไว้ราวกับต้นสนที่แข็งแกร่งมั่นคง
“ถอยออกไปให้หมด!!" ชายหนุ่มตวาดเสียงดังลั่น ทำให้สตรีหลายคนที่ตื่นตระหนกเรียกสติกลับคืนมาได้และรีบวิ่งถอยกลับเข้าไปด้านใน
“รีบลงไปช่วยคนขึ้นมา!!” เขาะโอีกครั้ง ทหารคุ้มกันที่ไม่กล้าแทรกตัวเข้ามาในกลุ่มสตรีในคราวแรกก็พากันะโลงน้ำลงไปช่วยหญิงสาวห้าคนที่ตกลงไปในแม่น้ำ
“จะไปไหน! อันตรายอิงเอ๋อร์” หลินสวินใจหายวูบเมื่อร่างเล็กในอ้อมกอดดันตัวเขาออกและเดินกลับไปทางหัวแพ
“ข้าอยากรู้ว่าใครตกลงไปในน้ำบ้างเ้าค่ะพี่สวิน ข้าจะระวังให้ดีท่านไม่ต้องเป็ห่วง”
ภายในแม่น้ำ ร่างของสตรีห้าคนกำลังถูกทหารช่วยเหลือขึ้นมาอย่างทุลักทุเล และแน่นอนคนที่นาง้ามองหาย่อมไม่ใช่สตรีเ่าั้!
“เขาอยู่ที่นั่นจริงๆ..”
นางเห็นฟู่หนานซีลอยคออยู่ในน้ำแต่ไม่ได้ให้การช่วยเหลือสตรีคนใดเลยสักคน!!
หญิงสาวหันกลับไปมองสตรีห้าคนที่ตกจากแพอีกครั้ง ทหารที่ลงไปช่วยยื่นท่อนไม้ให้พวกนางเกาะและลากปลายไม้อีกด้านพาหญิงสาวเ่าั้ขึ้นมาบนฝั่งได้โดยไม่ต้องแตะเนื้อต้องตัวกันอย่างใด
ชาติที่แล้วเป็เพราะนางหมดสติ ฟู่หนานซีเป็คนอุ้มนางขึ้นมาจากน้ำต่อหน้าผู้คนมากมายจนเป็เหตุให้คนสกุลฟู่รีบมาสู่ขอนางให้พ้นจากคำครหาที่แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
สุดท้ายแล้วพิธีแต่งงานของนางกับฟู่หนานซีก็ถูกกำหนดขึ้นอย่างเร่งด่วนและตรงกับวันที่ท่านราชทูตต่างแคว้นมาเยือนเข้าพอดิบพอดี
นางมั่นใจว่าในกลุ่มทหารบนแพที่ะโน้ำลงไปตามคำสั่งหลินสวินเมื่อครู่ไม่มีฟู่หนานซีอยู่ในนั้น!! และเขาลงไปอยู่ในน้ำั้แ่เมื่อใด?
หลินสวินมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเช่นเดียวกับที่หลี่จื่ออิงเห็น ดวงตาสีนิลมองประเมินฟู่หนานซีอย่างน่ากลัวก่อนจะหันกลับมาที่หญิงสาว
“พี่สวิน ข้าอยากกลับไปที่จวน..” นางออกแรงขยับริมฝีปากเปล่งเสียงแหบแห้งออกมาด้วยใบหน้าซีดขาวไร้สีเื
“ทางนี้กำลังเกิดเื่..ข้าต้อง” ชายหนุ่มกวาดตามองหาคนรู้จักเพื่อจะฝากฝังน้องสาว แต่กลับเห็นหรั่นเซียงหยูและเถียนอี่ถงกำลังเดินลงมาจากบันไดตรงมาทางพวกเขาสองคน
“ไม่เป็ไร ข้าไปส่งเ้าที่รถม้าก่อนแล้วค่อยรีบกลับมาจะดีกว่า” เขาหันไปสั่งความกับทหารผู้น้อยอยู่สองสามประโยค ฝ่ามือใหญ่กำมือหญิงสาวเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้นางคลาดสายตา
“อิงเอ๋อร์!! ข้ากลัวแทบตายเ้าเป็อะไรหรือไม่” หรั่นเซียงหยูวิ่งมาถึงตัวหลี่จื่ออิงเป็คนแรก ใบหน้างามเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแสดงความห่วงใยสหายรัก
“ข้าไม่เป็ไร" หญิงสาวตอบรับก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางเถียนอี่ถงที่ก้มหน้างุดอย่างมีพิรุธ
นางมั่นใจว่าหลังจากที่มีคนตกน้ำไปแล้วหลายคน คนที่ยืนอยู่ริมขอบแพต่างพากันถอยหลังกลับเข้าไปด้านใน เสียดายที่นางนั่งลงกับพื้นและพยายามใช้มือยึดแผ่นไม้ใต้ฝ่าเท้าเอาไว้มั่น จึงไม่เห็นว่ามีใครบ้างที่ยืนอยู่ข้างกายนางและพยายามดันนางให้ตกลงไปในน้ำ!!
“ไม่เป็ไรได้อย่างไรเล่า หน้าเ้าซีดถึงเพียงนั้นคงใแทบแย่ล่ะสิ ข้าจะไปส่งเ้ากลับจวนเอง” หรั่นเซียงหยูตรงเข้ามาจับแขนสหายรักเอาไว้
“ไม่จำเป็!" หลินสวินสวนกลับทันทีพร้อมดึงตัวหญิงสาวให้มาอยู่ใกล้ตัว
“คุณชายหลิน! ทางนี้กำลังวุ่นวายท่านก็ควรอยู่ที่นี่มิใช่หรือ ข้ากับอี่ถงจะกลับไปพร้อมกับนางเอง”
“เวลานี้เ้าเพิ่งคิดห่วงนางเช่นนั้นหรือ เมื่อครู่พวกเ้าสองคนยืนอยู่ที่ใดกันเล่า?” หลินสวินจ้องหน้าหญิงสาวทั้งสองคนสลับกันไปมาเค้นหาคำตอบ
“คนมากมายขนาดนั้นข้าจะหานางเจอได้อย่างไรกัน! เราสองคนก็ใไม่น้อยไปกว่าคนอื่นหรอกนะ!”
“พอแล้วเซียงเอ๋อร์..ข้าอยากกลับแล้ว หากไม่รบกวนเกินไปเ้าช่วยไปส่งข่าวบอกท่านพ่อข้าทีว่าข้าปลอดภัยดี..พี่ชาย ท่านไปส่งข้าที่รถม้าเถิดเ้าค่ะ”
หลินสวินจงใจเดินแทรกไปตรงกลางระหว่างสตรีทั้งสองคน จนทั้งคู่ต้องรีบขยับตัวถอยหลังหลีกทางให้
เถียนอี่ถงเงยหน้าขึ้นมองหลินสวิน พลันนางก็ต้องพบกับประกายตาแข็งกร้าวจากดวงตาของอีกฝ่าย หญิงสาวสะดุ้งเฮือกหนึ่งด้วยความตกตะลึง รีบหลุบตาลงต่ำอย่างควบคุมไม่ได้