ลั่วเหวินเหย่เดินไปหาหยินจินซีที่กำลังยืนถือโน๊ตเพลงอยู่
“จินซีเธอคงไม่โกรธใช่มั๊ยถ้าฉันจะขอร้องเพลงนี้แทนเธอ”
หยินจินซีแสยะยิ้มเบาๆอย่างไม่ค่อยพอใจแต่ก็ยื่นโน้ตนั่นให้กับเธอ
ลั่วเหวินเหย่หยิบโน้ตนั่นมาพร้อมกับยิ้มออกมาเบาๆอย่างใสซื่อ
“ขอบคุณนะจินซี”เธอพูดขึ้นเบาๆก่อนเดินไปยืนอยู่ข้างๆหวงเต๋อจง
“ฉันพร้อมแล้วค่ะ”
หวงเต๋อจงพยักหน้าก่อนจะเริ่มเล่นเปียโน
ครั้นเมื่อเสียงของลั่วเหวินเหย่ถูกเปล่งออกมาใบหน้าที่เคยดูผิดหวังของหวงเต๋อจงก็ค่อยๆเผยยิ้มกว้างออกมาอย่างถูกใจ ดวงตาทั้งสองคู่ต่างประสานกันหวานหยดราวกับเพลงรักนี้แต่งมาเพื่อเขาและเธอ
ความรู้สึกของลั่วเหวินเหย่ที่มีต่อหวงเต๋อจงถูกถ่ายทอดออกมาตามตัวโน๊ตได้อย่างลึกซึ้ง
เมื่อเธอร้องเพลงนั้นจนจบลงเสียงปรบมือของหวงเต๋อจงก็ดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่มีความสุข
“เป็ยังไงบ้างค่ะฉันร้องแย่ไปหรือเปล่า”
“ไม่เลยครับ น้ำเสียงที่คุณร้องออกมาเข้าถึงตัวโน๊ตที่ผมเขียนได้ดีมากๆ”เขาพูดก่อนจะหันไปหาหยินจินซี
“จินซีเธอจะว่าอะไรมั๊ยถ้าฉันเอ่อ”
“คุณจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะค่ะไม่ต้องอ้ำอึ้ง ฉันพร้อมจะฟัง”
“ฉัน ฉันจะขอยกเพลงนี้ให้คุณลั่วเหวินเหย่ร้องแทนเธอ เธอไม่โกรธใช่มั๊ย”
เธอยิ้มเบาๆอย่างน้อยใจ
“ฉันมีสิทธิ์ว่าอะไรด้วยงั้นเหรอคะในเมื่อเพลงนี้เป็เพลงของคุณ”
“จินซีเธอโกรธฉันเหรอ”
“ฉันจะโกรธคุณทำไมคะ ในเมื่อคุณได้คนที่เหมาะสมกับเพลงนี้แล้วฉันคงหมดความหมายงั้นฉันขอตัวก่อน”เธอพูดพร้อมกับเดินจากไป
“เดี๋ยว จินซี จินซี”เสียงของหวงเต๋อจงรีบเรียกตามเธออกไป
“จินซีคงโกรธฉันแน่เลยค่ะที่มาแย่งเพลงที่ควรเป็ของเธอ”ลั่วเหวินเหย่แสร้งตีหน้าเศร้าอย่างหน้าสงสาร
เขาหันไปมองหน้าเธอก่อนจะเผยยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“คุณไม่ได้ผิดอะไรซักหน่อย ในเมื่อเพลงนี้เหมาะกับคุณมากกว่าเธอมันก็สมควรเป็ของคุณไม่ใช่เหรอครับ”
เธอเผยยิ้มหวานให้กับเขาอย่างพอใจ
“แล้วคุณไม่รีบไปง้อจินซีเหรอคะ”
“ไม่ล่ะ ผมรู้จักเธอดีอีกเดี๋ยวเธอก็คงหายเอง เรามาสนใจเนื้อหากับทำนองเพลงกันดีกว่าครับ”
เธอแสยะยิ้มด้วยความสะใจ ก่อนจะหันมาฟังเขาอธิบายทำนองและตัวโน๊ตแต่ละตัวอย่างตั้งใจ
ใบหน้าหล่อจ้องมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะยิ้มให้เธอ
“คุณลั่วเหวินเหย่พอจะเข้าใจมั๊ยครับ
เธอยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้เขา
“ค่ะฉันพอเข้าใจ”
“งั้นดีเลยครับ โน้ตแผ่นนี้ผมยกให้คุณลั่วเหวินเหย่ไปฝึกร้องแต่ต้องฝึกร้องบ่อยๆนะครับถ้าเป็ไปได้ผมอยากให้คุณแวะไปหาผมที่บ้านผมจะได้ช่วยเกลาเนื้อเพลงและทำนองเพราะที่นั่นค่อนข้างจะมีอุปกรณ์ต่างๆรวมทั้งที่อัดเสียงเพลงด้วยเผื่อว่าคุณร้องดีเข้าถึงเนื้อเพลงได้อย่างครบถ้วนผมจะได้อัดเสียงคุณลงแผ่นไปด้วยเลยจะได้ไม่เสียเวลา”
“เอ่อจะดีเหรอคะ ฉันกลัวจินซีจะตำหนิ”เธอแสร้งทำเป็เกรงใจ
“เธอไม่มีสิทธิ์ตำหนิคุณในเมื่อผมเป็คนอนุญาต อีกอย่างผมกับเธอเป็เพียงคู่หมั้นยังไม่ใช่สามีภรรยาซักหน่อย”
“ได้ค่ะงั้นฉันจะเริ่มไปฝึกร้องเพลงที่บ้านของคุณพรุ่งนี้เลยนะคะ”
“ดีเลยครับ”
ทั้งสองต่างโปรยยิ้มหวานให้แก่กันอย่างลืมตัว
ด้านหยินจินซีที่รู้สึกน้อยใจเป็อย่างมากที่หวงเต๋อจงกล้านำโน้ตเพลงที่อุตส่าห์แต่งให้เธอยกให้คนอื่น แต่เธอจะทำอะไรได้กันถ้าเป็เธอในตอนนั้นคงจะร้องไห้ฟูมฟายขอเขาร้องเพลงนั้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนเขาลำคาญไปแล้ว แต่เธอในตอนนี้้าปล่อยวางและให้ทุกอย่างเป็ไปตามโชคชะตาเพราะเธอไม่ได้อยากกลับมาเพื่อรักกับหวงเต๋อจงแต่เธอเพียงอยากกลับมาเพื่อเป็ผู้หญิงของใครอีกคน เธอแค่อยากมีบั้นปรายชีวิตที่ไม่ต้องโดดเดี่ยวเพราะความตรอมใจแต่เพียงอยากปล่อยหัวใจไปตามความ้าที่มันควรจะเป็ และอยากเห็นความรักที่เ็ปของคนที่หักหลังเธอเพียงเท่านั้น”
ร่างเล็กค่อยๆเดินมานั่งที่ริมสระน้ำก่อนปรายสายตาจะเหลือบมองดอกบัวที่กำลังเบ่งบานอยู่ไม่ไกล
จ๋อม! เสียงก้อนหินก้อนเล็กที่ถูกโยนลงไปในน้ำ คลื่นวงกลมบนผิวน้ำค่อยๆเคลื่อนตัวเป็วงกว้างขึ้น ใบหน้าเล็กค่อยๆเอียงหน้าซบลงบนตักอย่างเบื่อหน่าย
“อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆจัง วันที่ฉันจะได้เห็นความเ็ปของพวกเธอทั้งสองแต่มันก็คงจะอีกไม่นานเกินรอนักหรอก”เธอพูดขึ้นเบาๆด้วยความคับแค้นใจ
“นั่งทำอะไรอยู่คนเดียวงั้นเหรอครับ”เสียงทุ้มอันอบอุ่นที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธอ เธอรีบหันควับไปมองคนที่เอ่ยถามเธอในทันที