รุ่งเช้าวันที่ 2 ณ หุบเขาเสียดฟ้า
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมากระทบยอดไม้ ไล่หมอกควันแห่งการฆ่าฟันให้จางลงเล็กน้อย แต่กลิ่นคาวเืยังคงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ หยางเฉินนั่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ ขัดทำความสะอาดรางหน้าไม้ Mk-3 'ัคำราม' อย่างใจเย็น ข้างล่างมีเ้า 'เถี่ยปี้' แรดเหล็กไหลที่กำลังแทะโล่ทองแดงของศิษย์สำนักอื่นที่ตกหล่นอยู่เป็อาหารเช้า
"แผลที่สีข้างเริ่มสมานแล้ว... ยาฟื้นฟูของพวกคนรวยนี่ดีจริงๆ" หยางเฉินสำรวจตัวเอง
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังะเืพื้นดินพร้อมเสียงะโกึกก้องที่ฟังดูเหมือนบทสวด "พยัคฆ์คำราม! ภูผาไม่เคลื่อน! กายาเหล็กไหล!"
หยางเฉินยก 'สโคปเนตรสัจธรรม' ขึ้นส่องดูต้นเสียง ห่างออกไป 1 กิโลเมตร... ภาพที่เห็นทำให้เขาต้องผิวปาก "โอ้โห... รถบดถนนมนุษย์"
กลุ่มศิษย์ 'สำนักพยัคฆ์คำราม' กว่า 30 คน กำลังเคลื่อนขบวนมาทางนี้ พวกเขาไม่ได้เดินสะเปะสะปะ แต่จัดขบวนทัพแบบ 'ค่ายกลเต่าคะนอง' (Testudo Formation) ศิษย์ร่างั์แถวหน้าถือโล่เหล็กดำขนาดมหึมาที่สูงท่วมหัว เรียงต่อกันจนไร้ช่องว่าง ศิษย์แถวหลังส่งถ่ายพลังปราณธาตุดินไปเสริมความแข็งแกร่งให้แถวหน้า เกิดเป็กำแพงแสงสีเหลืองทองที่ดูหนาแน่นจนแมลงวันก็บินผ่านไม่ได้
ผู้นำขบวนคือ 'หวังกัง' (วัวเหล็ก) ศิษย์เอกอันดับสองของสำนักพยัคฆ์คำราม ผู้มีร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า "เดินหน้า! กวาดล้างศัตรูให้ราบ! ใครขวางทาง... บดขยี้มัน!"
ต้นไม้ใหญ่ที่ขวางทางถูกชนจนหักโค่นราวกับเป็แค่ก้านไม้ขีด พวกเขากำลังมุ่งหน้ามายังทำเลที่หยางเฉินอยู่ เพื่อยึดครองพื้นที่สูง
"พวกมันกะจะใช้จำนวนและพลังป้องกันบีบให้ทุกคนจนมุมสินะ" หยางเฉินวิเคราะห์ "โล่เหล็กดำหนา 3 นิ้ว บวกกับปราณคุ้มกัน 30 คนรวมกัน... หน้าไม้กลคู่ 'แฝดอสูร' เจาะไม่เข้าแน่"
หยางเฉินะโลงจากต้นไม้ ขึ้นขี่หลังเถี่ยปี้ "เถี่ยปี้... วันนี้เราจะเล่นโบว์ลิ่งกัน"
...
5 นาทีต่อมา
ขบวนทัพพยัคฆ์คำรามหยุดชะงัก เมื่อเห็นชายหนุ่มขี่แรดเหล็กยืนขวางทางอยู่กลางทุ่งหญ้าโล่ง "นั่นมันหยางเฉิน! เ้าคนใช้หน้าไม้จากสำนักัฟ้า!" ศิษย์คนหนึ่งะโ
หวังกังหัวเราะเสียงดัง "ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้โง่! คิดจะใช้หน้าไม้ไม้จิ้มฟันนั่นยิงใส่ค่ายกล 'กำแพงพยัคฆ์' ของข้ารึ? ต่อให้เ้ามีลูกศรเป็ร้อยดอก ก็ทำอะไรโล่ของข้าไม่ได้!"
"ตั้งค่ายกล! เตรียมรับแรงกระแทก!" ปัง! ศิษย์แถวหน้ากระแทกโล่ลงกับพื้นพร้อมกัน แสงสีเหลืองทองสว่างวาบขึ้นเป็กำแพงโปร่งแสง ผสานพลังป้องกันของทุกคนเข้าด้วยกันเป็หนึ่งเดียว นี่คือการป้องกันที่สมบูรณ์แบบที่แม้แต่การโจมตีระดับหลอมรวมลมปราณขั้นปลายยังสะท้อนกลับไปได้
หยางเฉินมองกำแพงนั้นด้วยสายตาเ็า เขาหยิบซองหนังสีดำออกมาจากข้างเอว ภายในบรรจุลูกดอกที่มีลักษณะแปลกประหลาด มันยาวกว่าลูกดอกปกติถึง 2 เท่า (ยาวเกือบ 2 เมตร) แต่ลำตัวเรียวเล็ก ทำจาก 'ทังสเตนความหนาแน่นสูง' ทั้งแท่ง ไม่มีหัวะเิ ไม่มีใบมีด มีเพียงปลายแหลมเปี๊ยบที่แหลมคมระดับเข็มฉีดยา
'ลูกดอกเจาะเกราะพลังงานจลน์สูง' (Kinetic Energy Penetrator - KEP) หรือที่เขาเรียกเล่นๆ ว่า "เข็มร้อยมาลัย"
"หลักฟิสิกส์วันนี้เสนอเื่... Sectional Density (ความหนาแน่นหน้าตัด)" หยางเฉินพึมพำขณะบรรจุลูกดอกยาวลงในราง Mk-3 "ยิ่งวัตถุมีน้ำหนักมาก และหน้าตัดเล็ก... อำนาจการทะลุทะลวงก็จะยิ่งสูง"
"หวังกัง... โล่ของเ้าอาจจะกันลูกดอกหัวโตๆ ได้... แต่ถ้าเป็ 'เข็ม' หนัก 50 กิโลที่วิ่งด้วยความเร็ว Mach 10 ล่ะ?"
หยางเฉินหมุนแท่นยิง เล็งไปที่ 'จุดกึ่งกลาง' ของโล่ใบแรกที่หวังกังถืออยู่ "เถี่ยปี้ ยันขาหลังไว้แน่นๆ นะ แรงถีบมันจะเยอะหน่อย"
[โหมดการยิง: Maximum Penetration (ทะลวงสูงสุด)] [ความเร็ว: 150,000 เมตร/วินาที]
"ร้อยพวงมาลัย... ดอกที่หนึ่ง"
เปรี้ยงงงงงงงงง!!!
เสียงะเิโซนิคบูมดังสนั่นจนป่าะเื นกนับพันตัวบินหนีแตกตื่น ลูกดอกทังสเตนยาวพุ่งออกจากราง ด้วยความยาวและรูปทรงเพรียวลม มันแหวกอากาศได้ดียิ่งกว่าลูกดอกรุ่นอื่น รักษาสภาพพลังงานจลน์ไว้ได้เกือบ 100% จนถึงเป้าหมาย
วูบ!
พริบตาเดียว ลูกดอกก็ปะทะเข้ากับโล่ของหวังกัง ไม่มีเสียง เคร้ง มีแต่เสียง ฉึก! ที่ดังทึบและหนักหน่วง
โล่เหล็กดำหนา 3 นิ้ว... ทะลุเหมือนกระดาษ! เกราะปราณแสงสีเหลือง... แตกกระจายเหมือนกระจกเงา!
ลูกดอกทังสเตนที่มีพลังเจาะทะลวงระดับพระกาฬ พุ่งผ่านโล่ เจาะทะลุหน้าอกของหวังกัง แรงอัดกระแทกมหาศาลไม่ได้หยุดแค่นั้น มันพุ่งต่อไปทะลุศิษย์คนที่ 2 ที่ยืนดันหลังหวังกังอยู่ ทะลุศิษย์คนที่ 3... ทะลุศิษย์คนที่ 4...
ตูมมมม!
ในที่สุดลูกดอกก็พุ่งลงดินไถลไปไกลอีก 10 เมตร ขุดพื้นเป็ร่องลึก ทิ้งไว้เพียงภาพสยดสยองเื้ั
ร่างของศิษย์สำนักพยัคฆ์คำราม 4 คน... ยืนตัวแข็งทื่อ ก่อนที่รูโหว่ขนาดเท่ากำปั้นจะปรากฏขึ้นที่กลางหน้าอกของทุกคน เรียงกันเป็เส้นตรงเป๊ะ! เืพุ่งกระฉูดออกมาพร้อมกันราวกับน้ำพุ
"อ๊ากกกกกก!!" "ลูกพี่หวัง!"
ขบวนทัพกำแพงพยัคฆ์แตกฮือทันที โล่ที่เคยแข็งแกร่งพังทลาย ความมั่นใจของพวกมันถูกทำลายย่อยยับด้วยลูกดอกเพียงดอกเดียว
หวังกังก้มมองรูโหว่ที่อกตัวเองด้วยสายตาว่างเปล่า "เป็... เป็ไป... ไม่ได้..." ก่อนจะล้มตึงลงสิ้นใจ
หยางเฉินดึงคันโยกขึ้นลำใหม่อย่างใจเย็น กริ๊ก! "อ้าว... แถวแตกซะแล้ว" เขาพูดผ่านลำโพงขยายเสียง "ไหนใครบอกว่าภูผาไม่เคลื่อน? ข้าเห็นรูกลวงโบ๋เลยนะนั่น"
ศิษย์ที่เหลืออีกกว่า 20 คน ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว "หนี! หนีเร็ว! มันไม่ใช่หน้าไม้! มันคือปีศาจ!"
"จะหนีไปไหน?" หยางเฉินตบสะโพกเถี่ยปี้ "เถี่ยปี้... ชาร์จ!" "ส่วนข้า... จะเก็บกวาดคนที่เหลือเอง"
หยางเฉินสลับมาใช้ 'หน้าไม้กลคู่แฝดอสูร' ในมือ ในขณะที่เถี่ยปี้วิ่งไล่ขวิดศิษย์ที่แตกทัพ เขาก็กระหน่ำยิงลูกดอกสั้นใส่พวกที่คิดจะวิ่งหนีเข้าป่า
ปรุๆๆๆๆๆๆ!
เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วทุ่งหญ้า นี่ไม่ใช่การประลอง... แต่มันคือการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว
...
10 นาทีต่อมา
หยางเฉินเดินเก็บป้ายหยกจากศพของศิษย์สำนักพยัคฆ์คำรามกองโต "35 ป้าย... คะแนนพุ่งกระฉูดเลยแฮะ" เขาโยนป้ายลงถุงอย่างอารมณ์ดี
แต่ทว่า... มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะหยิบถุงน้ำขึ้นมาดื่ม "แขนล้าชะมัด..." หยางเฉินบ่นพึมพำ นวดไหล่ขวาตัวเอง "แรงถีบของ Mk-3 ตอนยิงโหมดทะลวงสูงสุด มันหนักเกินไปสำหรับร่างกายคนธรรมดา... แม้จะมีระบบซับแรงแล้วก็ตาม" "ถ้าต้องยิงต่อเนื่อง หรือโดนประชิดตัวในสภาพแขนล้าแบบนี้... ข้าเสร็จแน่"
หยางเฉินมองไปที่ซากศพของหวังกัง "ขนาดพวกบ้าพลังยังตาย... ข้าที่ร่างกายอ่อนแอ ยิ่งต้องระวัง"
ติ๊ง! [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบตำราวิชา 'ทุ่มขุนเขา' (Mountain Throw) จากศพของหวังกัง] [วิเคราะห์: เป็วิชาสายจับทุ่มและหักกระดูก โดยใช้แรงของคู่ต่อสู้ย้อนกลับ]
หยางเฉินหยิบตำราเปื้อนเืขึ้นมาดู "ใช้แรงคู่ต่อสู้... ยืมแรง... เปลี่ยนทิศทางแรง..." ดวงตาของเขาเป็ประกาย "นี่มันหลักการเดียวกับ 'ยูโด' (Judo) นี่นา!"
"ถ้าข้าเอามาดัดแปลง... ผสานกับความรู้เื่ฟิสิกส์ จุดศูนย์ถ่วง และคานงัด..." "ข้าอาจจะมีวิธีจัดการกับพวกยอดฝีมือที่เข้ามาประชิดตัว โดยไม่ต้องใช้แรงเยอะ!"
หยางเฉินเก็บตำราเข้าอกเสื้อ "คืนนี้... ต้องลองฝึกดูหน่อยแล้ว"