สิ้นเสียงเปรี้ยงอีกครั้งเสียงของระบบก็ดังขึ้นอย่างไร้อารมณ์ครั้งที่หนึ่งร้อยสามสิบแปด
“ผู้เล่นวิฬาร์ถูกผู้พิทักษ์เกราะทอง์สังหาร”
หลังจากฆ่ามันได้หนึ่งร้อยครั้งคราวนี้ฝีมือของมันกลับพัฒนาเกินขอบเขตที่เขาจะต่อต้านได้อีกแล้ว
ครั้งที่หนึ่งร้อยหนึ่งวิฬาร์รับมือมันอย่างตึงมือ ก่อนจะใช้เวลาเกือบสามชั่วโมง ถึงถูกมันฆ่าจนตาย ทว่าหลังจากนั้นเขากลับฟื้นขึ้นมาในห้องนี้โดยที่เลเวลไม่ลดและถูกท้าสู้เหมือนเช่นเดิมราวกับตัวเองติดอยู่ในวังวนมรณะที่ไม่อาจหาทางกลับออกไปได้
จากนั้นครั้งถัดๆไป เขาก็เริ่มตายเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเริ่มเกาะกุมจิตใจที่หนักอึ้งดวงตาสีน้ำตาลทอประกายระโหยโรยแรง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงยืนหยัดต่อไป
หกเจ็ดครั้งแรกที่ตายวิฬาร์ทั้งสับสนและอ่อนเพลีย ความไม่เข้าใจต่อภารกิจทำเอาเขาอยากยอมแพ้ทว่าหลังจากยืนหยัดอีกหลายครั้งเขากลับเริ่มสังเกตวิธีการใช้พลังของมันได้และพยายามสวนกลับ แม้ว่าผลสุดท้ายก็จะยังลงเอยเป็ความพ่ายแพ้เช่นเดิมก็ตาม
ถึงเขาเป็ผู้เล่นระดับสูงใน่เบต้าเทสต์ก็ใช่ว่าจะไร้พ่าย
วิฬาร์เองก็มีเื่บางเื่ที่มิอาจทำได้เช่นกันทำให้เขากล้ำกลืนความพ่ายแพ้ครั้งต่างๆ ซึมซับความผิดพลาด และปรับเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ก้าวเข้าสู่ความสมบูรณ์แบบทีละน้อย เพื่อที่สักวันหนึ่งเขาจะได้ไม่ต้องพ่ายแพ้อีกต่อไป
เพื่อที่สักวันหนึ่งเขาจะสามารถใช้พลังทั้งหมด เหนี่ยวรั้งสิ่งที่เขาควรรักษาเอาไว้ได้
ดังเช่นครั้งนี้
การใช้เวทมนตร์ของผู้พิทักษ์เกราะทอง์มีความเฉียบขาดมากขึ้นทุกครั้งที่มันฟื้นตัว
จากครั้งแรกที่มันเข้าต่อสู้อย่างดิบเถื่อนราวผู้เล่นฝึกหัด กลับค่อยๆ พัฒนาทักษะเวทมนตร์ขึ้นจนทัดเทียมกับเขาและหลังจากนั้น ก็เริ่มเอาชนะวิฬาร์ได้ง่ายขึ้นทีละน้อย
วิฬาร์เองก็ไม่ใช่ชนชั้นขลาดเขลาหรือถือดีว่าตนเองเหนือกว่าหลังจากเสียศูนย์อยู่พักหนึ่ง เขาก็เริ่มพยายามซึมซับรูปแบบการใช้เวทมนตร์ของมันประยุกต์ ตัดทอน แต่งเสริม เพื่อให้เข้ากับการใช้งานของตัวเองทำให้ยังพอยันมันได้อีกเรื่อยๆ แม้ว่าสุดท้ายจะล้มเหลวก็ตาม
และทุกครั้งที่ฟื้นขึ้นมาใหม่เขาก็จะเข้าไปฉะกับมันราวคนบ้า รอยยิ้มบนใบหน้าฉีกกว้างอย่างน่าสะพรึงสายตาคมกริบจับจ้องทุกการกระทำของมันเพื่อเตรียมรับมือจากนั้นปรับเปลี่ยนเวทมนตร์ให้เข้ากับสถานการณ์เดินหน้าสู่ความพ่ายแพ้อย่างเต็มกำลัง
“ผู้เล่นวิฬาร์ถูกผู้พิทักษ์เกราะทอง์สังหาร”
ครั้งแล้ว
“ผู้เล่นวิฬาร์ถูกผู้พิทักษ์เกราะทอง์สังหาร”
ครั้งเล่า
ความพ่ายแพ้น่ะหรือ
เขาคุ้นเคยประดุจเพื่อนสนิท
ความตายน่ะหรือ
ก็เป็เช่นมิตรพี่น้อง
ความเศร้าโศกานั้นเล่า
เสมือนเหล่าญาติอันชิดใกล้
แต่การเริ่มต้นใหม่
นี่แหละคือหัวใจสำคัญ
ความพ่ายแพ้เนื่องจากความอ่อนแออาจจะเป็หนึ่งในความปวดร้าวที่เกมมอบให้เขานับครั้งไม่ถ้วนแต่สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คนทั่วไปไม่เคยสนใจก็คือการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
สำหรับโลกแห่งความจริงความตายอาจจะเป็จุดจบของทุกสิ่งที่ไขว่คว้ามาทั้งชีวิต ทั้งบุญคุณ ความแค้นทรัพย์สิน เงินทอง มิอาจนำติดตัวไปด้วยได้
แตกต่างจากในเกมโดยสิ้นเชิง
ถ้าหากถูกปล้นแต่ตอบโต้ไม่ได้งั้นก็ไปอัปเลเวล แล้วตามไปล้างแค้นมัน
หากถูกเหยียดหยามแต่สู้ไม่ได้ งั้นก็ไปอัปเลเวล แล้วตามไปฆ่ามัน
หากไม่พอใจแต่สู้ไม่ได้ ก็จงแข็งแกร่งขึ้น จนสักวัน เหนือล้ำกว่ามัน
โอกาสในการเริ่มต้นใหม่นับครั้งไม่ถ้วนต่างหากคือสิ่งที่หอมหวานที่สุดที่วิฬาร์ตอบรับมันเสมอมา
ยิ่งเป็ตอนนี้ที่เขาสามารถตายและต่อสู้ใหม่ได้อย่างไม่จำกัดครั้ง
เลเวลไม่ลด
ทักษะไม่หาย
ของก็ไม่ดรอป
นี่มัน์ของการต่อสู้ชัดๆ
แม้ไม่รู้ว่าการทดสอบจะเป็ยังไงต่อแต่เขาไม่ไปสนใจแม่งอีกแล้ว
วิฬาร์ปล่อยสติและความคิดที่จะผ่านบททดสอบไปจนหมดสิ้นเทแทบทุกอย่างที่มีลงไปในการต่อสู้ปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างไม่ลดละราวกับเด็กน้อยได้ของเล่นชิ้นใหม่
ครั้งแล้วครั้งเล่า
จนกระทั่งเขาตายเป็ครั้งที่หนึ่งร้อยผู้พิทักษ์นั่นก็เอ่ยประโยคใหม่ที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ฝีมือเ้าช่างอ่อนด้อยนัก”น้ำเสียงดูถูกพร้อมแววตาเหมือนกับมองบางสิ่งที่ต่ำกว่าดวงเองเผยออกมาภายใต้ดวงตาเหี้ยมคู่นั้น
“มาเถิดนักเดินทางโจมตีข้าอย่างเต็มกำลังดูสักครั้ง”
วิฬาร์เองเมื่อได้ยินคำพูดนั้นก็ชะงักไปด้วยความงุนงง แต่ก็กลับยกมุมปากขึ้นด้วยรอยยิ้มปริศนาเขาหยุดการดิ้นรนอันไร้ค่าลง ยืนห่างฝ่ายตรงข้ามในระยะห้าสิบก้าว ค่อยๆรวบรวมพลังเวทมนตร์อย่างเชื่องช้า เตรียมโจมตีอย่างสุดกำลังตามคำเชื้อเชิญนั้นด้วยเวทมนตร์ผสานบทใหญ่ที่เขาเคยใช้งานมาแล้วในครั้งอดีตโดยมีเทพพิทักษ์เกราะทอง์ยืนนิ่งอยู่ตรงข้าม รอรับการโจมตีของเขาอย่างอหังการ
กระบวนท่าเวทมนตร์นี้เป็หนึ่งในความภูมิใจที่สุดของวิฬาร์ตลอดมา
มันคือการรวบรวมสรรพความรู้ทั้งมวลของเขาเอาไว้ในมนตราบทนี้เสกสรร และปั้นแต่ง ควบรวมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ทั้งหมดเวทมนตร์ที่เปรียบเสมือนโลกทั้งใบของวิฬาร์ ที่ประกอบขึ้นด้วยสิ่งมีชีวิตนับล้านเกื้อหนุน ส่งเสริม ข่มทำลาย และเติบโตไปด้วยกัน ั้แ่อดีต จวบจนปัจจุบัน
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ทราบเขาก่อพลังเวทมนตร์จนเสร็จสิ้น และวินาทีถัดมา ก็เอ่ยวจีสั้นๆ ที่เปรียบประดุจคำสั่งพิพากษาปะาชีวิตของผู้พิทักษ์เกราะทอง์ออกมา
ปัจเจกวิชาของวิฬาร์ขั้นสุดยอด
“ศักราชสิ้นสูญ”
………………..
แม้จำนวนการตายของเขาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ภาพบนหน้าจอั์กลับเผยสีหน้าอิ่มเอมของวิฬาร์อย่างชัดเจน
วิฬาร์ยังไม่ได้ยอมแพ้
เขาถึงกับยืดเวลารอดของตัวเองได้มากขึ้นในบางครั้งด้วยซ้ำ
การต่อสู้อันสะท้านฟ้าะเืดินทำให้พวกจีเอ็มอ้าปากครั้งนับครั้งไม่ถ้วนยิ่งบวกกับความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าของวิฬาร์ถึงกับทำให้จีเอ็มบางคนแทบจะอยากโทรเข้าไปให้กำลังใจเขาด้วยปากของตัวเองด้วยซ้ำ
‘สู้ต่อไปนะไอ้หนุ่ม อีกไม่กี่รอบก็จะจบแล้ว’
ตัวเลขรายงานผลความเสียหายจากการต่อสู้วิ่งรายงานเป็แถวจนท่วมหน้าจอจีเอ็มทุกคนทำงานกันราวไม่เหน็ดเหนื่อย พร้อมกับหันหัวมาดูภาพบนจอเป็พักๆ
พวกเขารู้ดีว่าการทดสอบครั้งนี้มีขึ้นเพื่อวัดอะไร
มันวัด‘การยอมรับชัยชนะและความพ่ายแพ้’
สำหรับผู้เล่นทั่วไปที่เคยเข้ามาทดสอบนั้นมักจะผ่าน่ครึ่งแรกของการทดสอบไปได้ไม่ยาก เพราะตัวผู้พิทักษ์เกราะทอง์เองถูกระบบเซตให้ปรับตัวจนตามทันความสามารถทั้งหมดของผู้เล่นได้หลังจากตายครบหนึ่งร้อยครั้ง
ทว่าหลังจากนั้นความสามารถของมันจะเพิ่มสูงขึ้นจนผู้เล่นไม่อาจเอาชนะมันได้อีก
และผู้เล่นจะถูกมันฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ความพ่ายแพ้นับครั้งไม่ถ้วนจะทำให้ผู้เล่นแต่ละคนเกิดความรู้สึกอ่อนแอและย่อท้อจนท่วมท้นจิตใจแม้จะยืนหยัดได้ แต่ด้วยกำลังใจที่เหือดแห้งในที่สุดก็จะสูญสลายความคิดต่อสู้โดยสิ้นเชิง กลายเป็ยอมแพ้ไปในที่สุดทำให้หลายครั้งที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครผ่านการทดสอบนี้ได้เลยแม้แต่คนเดียว
จนกระทั่งวันนี้
วันที่พวกเขาคิดว่าไอ้หนุ่มนี่จะต้องผ่านมันไปได้ แม้ว่าจะยากเย็นสักเท่าไหร่ก็ตาม
ภายในห้องควบคุมของเหล่าจีเอ็มตอนนี้นั้นเพิ่มอีกทีมเข้ามาแล้วั้แ่สามชั่วโมงก่อน แต่เสียงดังระงมของระบบยังดังขึ้นเรื่อยๆตลอดเวลา
จีเอ็มทุกคนวิ่งวุ่นราววันมหาโลกาวินาศทุกคนอุดรูรั่วรูแตกของระบบอย่างวุ่นวาย พอตรงนั้นหยุดร้อง ตรงนี้ก็ร้องใหม่พอกราฟอีกด้านลด กราฟอีกมุมก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมา พาเอาพวกเขาหัวหมุนไปตามๆ กัน
หัวหน้าจีเอ็มสาวC120สั่งการอย่างบ้าคลั่ง แต่ด้วยความช่ำชองของจีเอ็มคนอื่นๆก็ทำให้พวกเธอยังพอรับมือเหตุการณ์วุ่นวายทั้งหมดได้
“เตรียมระบบฉุกเฉินพร้อมหรือยัง?”จีเอ็มสาวหันไปะโถามหัวหน้าทีมเสริมชายอีกชุดที่ตอนนี้หัวยุ่งเป็รังนกกระจอก
“เรียบร้อยครับโรงไฟฟ้าหมายเลขสิบสองเดินเครื่องเต็มกำลังเราสามารถย้ายมิติพิเศษนี้เข้าไปที่เซิร์ฟเวอร์พิเศษหมายเลขเก้าได้ทันที”
“ย้ายเลย”
เธอยืนยันคำสั่งพลางหันไปมองการต่อสู้บนจอั์
‘พวกเขาหยุดสู้กันแล้ว นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายขอให้ระบบเตรียมการทันทีเถอะ’ ความกังวลแผ่ขยายไปจนทั่วใบหน้า
“ระบบกำลังเคลื่อนย้ายจะสำเร็จใน สิบ…เก้า…แปด…”
ระบบเริ่มนับถอยหลังอย่างรวดเร็วแต่มันยังช้ากว่าใจที่รุ่มร้อนของเธอนับพันเท่าดวงตากลมที่บัดนี้ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของความงามจดจ้องไปที่หน้าจออย่างลุ้นระทึกหวังเพียงว่าจะทันต่อเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่อย่างนั้น อาจจะเกิดเหตุการณ์เซิร์ฟเวอร์ล่มที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเกมนี้ขึ้นมาก็ได้
“…สาม…สอง…หนึ่ง”
พริบตาเดียวสรรพเสียงเตือนที่ดังลั่นทั่วห้องตลอดเวลาหลายชั่วโมงก็เงียบกริบดับสนิทลงแสงสีแดงฉานที่กะพริบครั้งแล้วครั้งเล่าพลันเปลี่ยนเป็สีเขียวนวลตาเ้าหน้าที่ทั้งหมดถอนหายใจออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายพวกเขาพลันรู้สึกเหมือนกันเลยว่าสีเขียวช่างเป็สิ่งที่งดงามที่สุดในชีวิต
พวกเขาไม่นึกฝันว่าแค่การต่อสู้ของผู้เล่นหนึ่งคนกับ NPC ของภารกิจจะก่อความวินาศสันตะโรได้ขนาดนี้
หมอนี่แม่งยังเป็คนอยู่หรือเปล่า?
นี่พวกเขาถึงกับต้องเปิดเซิร์ฟเวอร์พิเศษเพื่อรองรับการทำลายล้างจากการต่อสู้ของเขาทั้งสองแยกออกมาจากระบบหลักเนื่องจากไม่อยากให้ผลกระทบของการต่อสู้ไปรบกวนการเล่นเกมของผู้เล่นคนอื่นไม่อย่างนั้นละก็ ถ้าเกิดระบบล่มขึ้นมา พวกเขาคงไม่ได้หลับได้นอนกันเป็เดือนๆ เพื่อปั่นโอทีชดใช้กรรม
แต่พวกเขายังหายใจไม่ทันทั่วท้องเสียงกระซิบแ่เบาของวิฬาร์ก็ดังขึ้นจากจอั์ผืนนั้นท่ามกลางวงล้อมการต่อสู้ที่พังทลายครั้งที่ร้อยของวิฬาร์
“ศักราชสิ้นสูญ”
จีเอ็มหนุ่มD029ที่เงยหน้ามองจออยู่ พลันหน้าซีดราวเห็นพญามัจจุราชกวักมือเรียกร่างกายที่เพิ่งผ่อนคลายเขม็งตึงขึ้นมาอีกคำรบ สองตาเบิกกว้างถึงขีดสุด
‘ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!’