อสูรเทพฟ้า หลงเซียน

    บุกตระกูลโจว ศัตรูทางคับแคบ และเมียคนที่ 5

    ขุนนางมนตรา ฮาคุเร รับเ๱ื่๵๹ร้องทุกข์ของหลงเซียน และเอาใส่ลิ้นชักไว้ ราวกับมันไม่ใช่เ๱ื่๵๹สำคัญอะไรเลย ที่ตระกูลใหญ่ในเมืองเรน่า สองตระกูลชิงอำนาจกัน เหตุนองเ๣ื๵๪เช่นนี้เป็๲เพียงเ๱ื่๵๹ปกติธรรมดาของ ฮาคุเร และอีกอย่างคือ เขาไม่ชอบขี้หน้าหลงเซียน


    " เจ้าตัวบัดซบ ฮาคุเร ทำไมยังไม่รีบ ส่งทหารอัศวินไประงับเหตุอีก " หลงเซียน ชี้หน้าด่า ฮาคุเร อย่างตั้งใจ จนฮาคุเร คิดจะลงไม้ลงมือกับหลงเซียน เพียงแต่ว่ามันยังไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าลูกน้อง เพราะหลงเซียนเก่ง จึงพูดปัดสวะให้พ้นตัว
    " ตระกูลโจวเป็นตระกูลใหญ่ ถ้าหากไปล่วงเกิน ตำแหน่งของข้า หรือแม้กระทั่งหัวของข้าคงจะหลุดจากบ่า ภายในเวลาไม่นานหลังจากนี้ เจ้าไปหาคนอื่นไปช่วยเองเถอะ "
    " ไอ้บัดซบ " หลงเซียน สบถ ตอนนี้เขาโกรธ จนไม่ฟังคำเสวี่ยอู่อีกแล้ว เขาให้เสวี่ยอู่ไปรอที่โรงเตี๊ยม ส่วนเขาเพียงลำพังจะไปบุก จวนตระกูลโจว ซึ่งเสวี่ยอู่ก็ทำได้เพียง อธิฐานให้หลงเซียนปลอดภัย และรอคอยเขาที่โรงเตี๊ยมเท่านั้น
    .
    .
    ดึกสงัด
    ตูมมมม! เสียงการระเบิดเกิดขึ้นจากพลังยุทธ ของหลงเซียน เขาบุกเดี่ยวเข้ามาในตระกูลโจว โดยไม่ยั้งคิด จนหัวหน้าตระกูลโจวอย่าง โจวหย่าจือ ต้องออกมาดูผุ้บุกรุกด้วยตัวเอง พร้อมกับ โจวจื่อโม่ ลูกสาวสุดที่รักที่ตอนนี้อายุเพิ่งครบ 18 ปี
    " เจ้าเป็นตัวอะไรกัน ถึงได้กล้าบุกจวนตระกูลข้า " โจวหย่าจือ กล่าว แล้วใช้ ดรรชนีสุริยัน ยิงใส่ หลงเซียนในทันที หลงเซียน จึงพลิ้วตัวหลบไปอีกด้าน และได้เผลอไปสบตา ดรุณีน้อยที่หน้าตาราวกับนางฟ้า อย่างโจวจื่อโม่ เธอเองถึงกับไม่กล้าสบตาหลงเซียนด้วยความอาย เพราะเธอก็แอบชื่นชมหนุ่มคนนี้ที่ไม่กลัวตายกล้ามาบุกตระกูลของเธอ
    ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ
    เสียง ดรรชนีสุริยัน พุ่งผ่านเสื้อผ้าของหลงเซียน เป็นระยะ โจวหย่าจือ ผุ้นำตระกูลโจว ถึงกับต้องเอาจริงกับเด็กบ้านนอก อย่างหลงเซียน ทั้งๆที่เขาก็อายุปาเข้าไป 70แล้ว สุขภาพไม่ค่อยจะดี สู้ไปไอไป
    หลงเซียน พลิกฝ่ามือ แล้วใช้ท่า 18 ฝ่ามือนพยุทธที่ได้ขโมยจดจำมาจากต๊กโกวหงส์ สู้สุดใจกับ โจวหย่าจือ เขาสุ้ไป ด่าโจวหย่าจือ ไป ทำให้โจวหย่าจือโกรธมาก จนเขาคิดจะสับหลงเซียนให้เป็นหมื่นๆชิ้น แล้วเอาเนื้อไปให้สุนัขกิน ดังนั้นโจวหย่าจื่อ จึงเร่งพลังลมปราณถึงขั้นสุดยอด และเตรียมยิงดรรชสุริยันขั้นไม้ตายใส่หลงเซียน ให้เขาตายอย่างไม่ทันรู้ตัว หลงเซียน จะได้ไปเมืองผี แล้วบอกกับทุกคนว่า เขาไม่รุ้ว่าใครฆ่าเขา
    แต่ทว่า เหมือนฟ้าแกล้ง โจวหย่าจือ จู่ๆโรคเก่า ของเขาก็กำเริบในขณะที่กำลังจะชนะ หลงเซียน เขาลงไปนั่งไอเป็นเลือด สร้างความสงสารให้กับหลงเซียนเป็นอย่างมาก แต่หลงเซียนก็ไม่อาจพลาดโอกาสนี้ไปได้ เขาเตรียมลงมือสังหารโจวหย่าจื่อ ในฝ่ามือเดียว
    เมื่อเหตุการณ์ พลิกผัน โจวจื่อโม่ ก็เอาตัวเข้าไปขวาง หลงเซียน แล้วร้องขอชีวิตให้กับผุ้เป็นพ่อ โดยเธอจะยอมปล่อย ต๊กโกวหงส์ ถังไป่หลิน และเยว่อิ๋งอิ๋ง ไป แต่หลงเซียนกลับไม่ยอม เขาจะต้องสังหารโจวหย่าจื่อเพื่อแก้แค้นให้กับดาเซียส และอีกอย่างคือ ถ้าปล่อยโจวหย่าจื่อไป เขาจะต้องมาคิดร้าย หลงเซียน และตระกูลต๊กโกว ต่อไป ซึ่งหลงเซียน ก็บอกเหตุผลนั้นให้ โจวจื่อโม่ เข้าใจ โจวจื่อโม่ จึงเอื้อนเอ่ยวาจาที่ หลงเซียนไม่คิดว่า คนที่สวยราวนางฟ้าอย่างเธอ จะพูดคำนี้ออกมาได้
    " ถ้าหากท่านเป็นเขยของตระกูลเรา มีหรือท่านพ่อจะไม่เอ็นดู ข้าน้อยยินดีสละตนเป้นเมียท่าน เพื่อแลกกับชีวิต ของพ่อ ท่าน จะตกลงมั๊ย " โจวจื่อโม่ยื่นข้อเสนอ
    " ข้าขอเตือนไว้ก่อนข้าไม่ได้มีเมียแค่ 1คน แต่มีถึง 4 เจ้ายังจะมาเป็นเมียของข้าอยู่มั๊ย " หลงเซียน กล่าวย้ำอีกครั้ง ให้โจวจื่อโม่เข้าใจ
    "ข้าน้อยยินดี ถ้าหากมันช่วยให้พ่อของข้าให้รอดชีวิต " โจวจื่อโม่กล่าวและหันไปจับมือพ่อ ซึ่งโจวหย่าจือ ก็ทำหน้าเจ็บใจอยู่ไม่น้อย แต่สถานการณ์ตอนนี้ เขากำลังป่วยอยู่ ถ้ายังรั้นต่อไป เขาอาจตายได้ เขาจึงจำใจยกลูกสาวให้ หลงเซียน และปล่อยตัวเชลยไป
    เช้าวันต่อมา...
    งานมงคลสมรสระหว่าง โจวจื่อโม่ กับ หลงเซียนก็ได้ถูกจัดขึ้น ท่ามกลางสักขีพยาน คือ ถังไป่หลิน เยว่อิ๋งอิ๋ง และต๊กโกวหงส์ ซึ่งพวกเธอต้องยินยอมให้ หลงเซียน ใช้วิธีการนี้ เพราะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ของทั้งสองฝ่าย เพื่อระงับความบาดหมาง ของทั้งสองตระกูลที่ดำเนินมานาน
    ทว่า... ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่ทุกคนคิด ในขณะที่ พ่อสื่อ แม่ชักกำลังกล่าวว่า
    " เจ้าบ่าวเจ้าสาวคารวะกันและกัน " นั้นเอง อวิ๋นซีเหอ จาก แคว้นเหอตง คู่หมั้นของโจวจื่อโม่ตั้งแต่เด็กก็ได้ถือ อีดาบ มาพังงาน เขาสะบัดดาบวงพระจันทน์ และร้องท้าทาย หลงเซียน ให้ออกไปสู้กันข้างนอก เพื่อพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชาย ใครแพ้ ต้องยอมให้ฝ่ายชนะ พาตัวโจวจื่อโม่ไป
    ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะพิสูจน์ฝีมือกัน ระหว่าง หลงเซียน และอวิ๋นซีเหอ โจวหย่าจือ ก็ได้ลุกขึ้นห้ามปรามทั้งสอง เพราะเขาเพิ่งได้ทราบข่าวร้ายว่า นกไฟ ชูซาคุ ได้ออกอาละวาดฆ่าผู้คนแถบแดนตะวันออก ที่เป็นเขตปกครองที่เขารับผิดชอบ เขาจึงได้ออกคำสั่งให้ทั้งสอง พิสูจน์ฝีมือกัน ด้วยการฆ่า นกไฟ ชูซาคุ และด้วยเหตุนั้นเอง ทำให้งานแต่งของ หลงเซียน และโจวจื่อโม่ เลื่อนออกไป
    หลงเซียน จึงได้กล่าวอำลาโจวจื่อโม่ และไปแจ้งข่าวให้ เสวี่ยอู่ที่รออยู่ที่โรงเตี๊ยมได้ทราบเรื่อง
    เสวี่ยอู่ เมื่อเห็นหลงเซียน กลับมาอย่างปลอดภัย เธอก็เข้ามาโอบกอด หลงเซียน และบอกกับหลงเซียนว่า เธอนึกถึงเคล็ดวิชาบางอย่างออก และจะมอบให้หลงเซียน นำไปใช้ในการปราบ นกไฟ ชูซาคุ ในครั้งนี้
    ชื่อของเคล็ดวิชานี้คือ [วงกตเหมันต์]
    ซึ่งวิชานี้ผู้ฝึกจำเป็นต้องเปลื้องผ้าฝึกวิชา และจะต้องมีสองคนขึ้นไป ฝึกกันจนกว่าจะสำเร็จหรือตายไปข้างหนึ่ง เสวี่ยอู่กล่าวอย่างอายๆว่า เธอไม่ควรนึกถึงเคล็ดวิชานี้ขึ้นมาเลย เพราะต้องทำตัวบัดสีบัดเถลิง ไม่คุ่ควรเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อม และเป็นศรีภรรยาของ หลงเซียน แต่หลงเซียนกลับไม่ว่ากล่าวอะไร เขายังจำได้ว่า ตอนที่เดินทางกลับมาที่เมืองเรน่า ได้ผ่านป่าแห่งหนึ่งที่มีดอกไม้ขึ้นตลอดเวลา สมควรเป็นที่ฝึกยุทธของเขากับเสวี่ยอู่ ดังนั้นทั้งคู่จึงนัดแนะกัน โดยไม่บอกคนอื่น ว่าจะไปฝึกวิชาด้วยกัน
    3 วันถัดมา...
    หลงเซียน ประกบมือกับ เสวี่ยอู่ ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีขาว เขาเหลือบไปเห็นเรือนร่างของเสวี่ยอู่อันเปลือยเปล่า แล้วแทบห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดลึกไม่ได้
    ...อย่าคิดอะไรหื่นกามนะหลงเซียน คนที่อยู่ต่อหน้าเจ้าเป็นเมียของเจ้านะ ถ้าหากเจ้าไปทำอะไรนาง นางจะจดจำเรื่องนี้จนวันตาย หลงเซียนคิด และตำหนิตนเองที่บังเกิดความคิดสกปรก เพราะเสวี่ยอู่สวยมาก ตอนนี้ยิ่งต้องแสงจันทรา ยิ่งสวยงามยิ่งกว่า บรรดาเมียคนอื่นๆ ที่จัดว่าเป็นขั้นนางฟ้าอยู่แล้ว
    ตูมมมม! เสียงลมปราณ ของทั้งสองตอดรัดกัน ตอนนี้ทั้งคู่ได้เข้าสู่ขั้นสุดท้ายของวิชาบงกชเหมันต์แล้ว และเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นตาย ทำให้หลงเซียน ไม่กล้าแม้แต่มองหน้าเสวี่ยอู่ เพราะยิ่งมองนาง ยิ่งคิดลึก และทำให้เสียสมาธิ
    เวลาค่อยๆดำเนินต่อไป จากช่วงกลางคืน กลายเป็นดึกสงัด ไอความเย็นแผ่พุ่งออกมาทุกด้าน และ หลงเซียนก็ได้บรรลุ ขั้นที่ 1 ของวิชา บงกชเหมันต์
    " จงเบ่งบาน บงกชเหมันต์ " หลงเซียนคำราม แล้วปล่อยพลังวัตรออกมา ในขระที่เสวี่ยอู่ ถ่ายพลังของนางเท่าที่มี เพื่อขับดันให้ หลงเซียน สำเร็จวิชา
    ตูมมมม!  ตูมมมม!! ตูมมมม!!! เสียงของพลังภายใน วงกชเหมันต์สะท้านไปทั่ว ทุ่งดอกไม้ และระเบิดออก จนทุ่งดอกไม้ หายไปกลายเป็นรูโหว่ สองหนุ่มสาวยังคงต้องประสานมือกันเพื่อ ปรับพลังลมปราณไม่ให้ปั่นป่วน และในช่วงวิกฤตินี้เองที่ โจวจื่อโม่ ที่แอบสะกดรอยตาม หลงเซียน มาและได้เห็นภาพที่ไม่น่าเห็น
    ภาพที่โจวจื่อโม่เห็น คือ ภาพสองหนุ่มสาว ประสานมือกัน ทั้งๆที่ใส่แต่ชุดวันเกิด เหงื่อไคลไหลระริก และมีกลิ่นหอมๆของดอกไม้ โจวจื่อโม่เธอรุ้สึกอายจนหน้าแดง ไม่คิดเลยว่า เสวี่ยอู่ จะสอนอวิชา นี้ให้กับหลงเซียน อย่างไม่มียางอาย
    ...นางมารเสวี่ยอู่ วันหนึ่งข้าต้องสังหารเจ้าให้ได้ และช่วยท่านพี่ ให้พ้นมือมาร อย่างเจ้า โจวจื่อโม่ คิด และเธอ กำลังคิดร้ายว่านี่คือ โอกาส ที่จะได้ฆ่าเสวี่ยอู่ ตอนที่เธอ ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้
    " เจ้าจะฆ่านางทั้งๆที่ยังไม่ใส่เสื้อผ้ารึ โจวจื่อโม่ " เสียงอันคุ้นเคยดังมาจากข้างหลังโจวจื่อโม่ ตอนที่เธอชักกระบี่ หมายสังหาร เสวี่ยอู่ เธอจึงหันกลับไป และต้องตกใจ ที่ ต๊กโกวหงส์ ยืนอยู่ข้างหลังเธอ ใช่แล้ว โจวจื่อโม่ไม่ใช่คนเดียวที่สะกดรอย ตามหลงเซียน มาหยั่งป่าแห่งนี้
    โจวจื่อโม่ และต๊กโกวหงส์ ยืนจ้องหน้ากันอยู่สักพัก และต่างคนต่างก็ชักกระบี่ออกมา และปะทะกัน
    เคร้ง เคร้ง เคร้ง
    ผ่านไป 30 กว่ากระบวนท่า ทั้งสองจึงได้หยุดมือ เมื่อ เสวี่ยอู่ และหลงเซียน ลืมตาขึ้นมา ตอนนั้นทั้งสองจึงได้เลิกรากันและต่างคนต่างกลับไปที่บ้านของตน และเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ 
    *****************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป