"พี่เฉิง ช่วยข้าพยุงน้องภรรยาหน่อย"
"ได้เลย!"
หลินอวี่ส่งเฉินกวงเอ๋อร์ให้หลินเฉิง จากนั้นคว้ามีดฟันฟืนขึ้นมา รวบรวมแรงทั้งหมดฟันลงไปที่สะพาน โบราณว่าไว้ การทำลายสะพานตัดเส้นทางเป็การทำลายบุญบารมี ทว่ายามนี้แม้แต่คนมีชีวิตเขายังแทบจะดูแลไม่ไหว จึงไม่จำเป็ต้องกังวลเื่เ่าั้ ฟันให้ขาดก็สิ้นเื่
สะพานซุงกว้างฉื่อนั้นค่อนข้างหนา ทว่าพลังทำลายของหลินอวี่นั้นรุนแรงยิ่งกว่า ประกอบกับจุดรองรับของสะพานซุงมีน้อย เพียงไม่กี่ครั้งหลังจากเสียงดังเปรี๊ยะ ๆ ดังขึ้น
"โครม!" สะพานส่วนใหญ่พังครืนลงไปในน้ำ
"ลากรถเข็นออกมา!" หลินอวี่ออกคำสั่งอีกครั้ง ชาวบ้านสือหลินคนอื่น ๆ ต่างรีบเข้ามาช่วยกัน ทั้งลากทั้งยก จนรถเข็นที่เกือบจะตกลงไปกลับขึ้นมาบนฝั่งได้อย่างหวุดหวิด
เมื่อลุงใหญ่เฉินและพวกเดินมาถึงฝั่งตรงข้ามและก้าวขึ้นบนสะพานซุง แม้จะยังมีส่วนที่ยังไม่ถูกทำลาย แต่สะพานกลับส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดและสั่นคลอน ทำให้ลุงใหญ่เฉินและบุตรชายทั้งสามใจนรีบถอยหลังกลับไป ทำได้เพียงะโด่าทอจากระยะไกล
"เฉินเจียวเหนียง! วันนี้เ้ากล้าพาน้องชายออกจากอ่าวตงหู ต่อไปก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมาอีก!"
"พูดเหมือนภรรยาข้าอยากจะกลับมาที่นี่มากอย่างนั้นแหละ"
หลินอวี่แกว่งมีดฟันฟืนในมือไปมา แสร้งทำท่าทางดุร้ายเพื่อข่มขู่
"หากกล้าตามมาอีก ครั้งหน้าสิ่งที่ข้าจะฟันไม่ใช่สะพาน แต่เป็หัวของพวกเ้า! เจียวเหนียง พวกเราไปกันเถอะ"
เสียเวลาคุยกับคนพรรค์นั้นเปล่า ๆ น้องภรรยายังรอให้เขาช่วยรักษาอาการป่วยและาแอยู่ รถเข็นพังเสียหาย ไม่สามารถใช้ลาหรือแรงคนเข็นได้อีก
หลินเฉิงมองดูอ้อยป่าเต็มรถที่ไหลไปตามน้ำด้วยความเสียดาย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ในสายตาของเขา สถานการณ์เมื่อครู่ การรักษาผลประโยชน์ของคนในหมู่บ้านเดียวกันสำคัญกว่าการสูญเสียอ้อยป่าหนึ่งรถ พวกคนอ่าวตงหูคิดจะรีดไถเ้าอวี่ให้หมดตัวจริง ๆ
"เ้าอวี่ สะพานนี้เศรษฐีเฉินเป็คนสร้าง ข้าจะรออยู่ที่นี่เพื่อชี้แจงกับเศรษฐีเฉินจะได้ไม่ต้องถึงขั้นแจ้งทางการ เ้าพาน้องสะใภ้และน้องภรรยาออกไปก่อนเถอะ"
"ขอบคุณพี่เฉิง เื่อ้อยป่าข้าจะชดใช้ให้ ไว้คราวหน้าข้าจะคืนเป็รถวัวให้คันหนึ่ง"
โดยไม่รอให้หลินเฉิงปฏิเสธ หลินอวี่แบกเฉินกวงเอ๋อร์ขึ้นหลังอีกครั้ง แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังทางแยกที่ไปสู่ตัวเมือง จากอ่าวตงหูไปยังตัวอำเภอต้องใช้เวลาเดินอีกประมาณหนึ่งชั่วยามครึ่ง ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านสามแห่ง เมื่อหลินอวี่เดินมาถึงหมู่บ้านจางเจีย ดวงอาทิตย์ก็คล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตกแล้ว
บังเอิญได้พบกับคนบ้านเดียวกันที่มารับซื้ออ้อยป่าที่นี่ นั่นคือสือเอ้อร์เหอ อาของป้าสะใภ้
"เ้าอวี่ เ้ามาทำอะไรที่หมู่บ้านจางเจียหรือ?"
ภรรยาของสือเอ้อร์เหอเป็คนหมู่บ้านจางเจีย จึงมีความรู้เกี่ยวกับที่นี่เป็อย่างดี เมื่อได้ยินว่าเขาจะเข้าเมืองไปหาหมอ จึงพากันเดินนำเข้าไปในหมู่บ้าน
"เ้าอวี่ พวกเ้าไม่รู้หรอก ที่หมู่บ้านจางเจียมีหมอเก่ง ๆ อยู่ท่านหนึ่ง ใครในหมู่บ้านที่มีอาการปวดหัวตัวร้อนต่างก็ไปหาเขา รักษาได้สารพัดโรค"
ว่ากันว่า หมอหลี่ท่านนี้มีบรรพบุรุษเป็หมอหลวงในราชวงศ์ก่อน ยามเกิดาจึงหนีมาปลีกวิเวกอยู่ในป่าเพื่อเลี่ยงภัย
ต่อมาเมื่อราชวงศ์ต้าฉางก่อตั้งขึ้น มีผู้มีอำนาจมาเยี่ยมเยียนและเชิญให้เขาออกจากป่า แต่ท่านหมอคำนึงถึงการดูแลของชาวหมู่บ้านจางเจียตลอดหลายปี และรอบ ๆ นี้ก็ไม่มีหมอคนอื่น จึงยอมอยู่ต่อตามคำขอของชาวบ้าน
หมอเช่นนี้ไม่ว่าวิชาแพทย์จะเป็อย่างไร แต่อย่างน้อยจรรยาบรรณแพทย์ย่อมไม่ผิดพลาด
เฉินกวงเอ๋อร์ที่อยู่บนหลังของหลินอวี่ ลมหายใจที่พ่นออกมานั้นร้อนจนลวกหน้า เขาเกรงว่าจะทนไปไม่ถึงตัวเมือง ไม่ว่ารักษาหายหรือไม่ อย่างน้อยต้องได้รับการรักษาเบื้องต้นจากหมอหลี่
เมื่อเห็นอาสือเอ้อร์คอยช่วยพยุงเฉินกวงเอ๋อร์ไม่หยุด หลินอวี่อดไม่ได้ที่จะรำพึงในใจว่า ออกนอกบ้านต้องพึ่งพามิตรสหายจริง ๆ ตอนแรกที่เขาใช้เื่การรับซื้ออ้อยป่าให้เป็ประโยชน์ต่อหมู่บ้านสือหลิน เขาคิดเพียงจะใช้คนทั้งหมู่บ้านเป็เครื่องมือเพื่อรับมือกับครอบครัวของผู้นำหมู่บ้านที่รับมือยาก
แต่เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำอย่างไรย่อมได้ผลอย่างนั้น วันหน้าในการปฏิบัติต่อทุกคน เขาต้องมีความจริงใจให้มากขึ้นอีกสักนิด
"ท่านหมอหลี่ อยู่บ้านหรือไม่? มีคนป่วยรีบมาหาท่าน!"
สือเอ้อร์เหอเดินเข้าไปในลานบ้านที่ล้อมรอบด้วยป่าไผ่ของหมอหลี่แล้วะโเรียก หมอหลี่ซึ่งกำลังดื่มสุราและหยอกล้อสุนัขอยู่ในป่าไผ่หลังบ้านอย่างไม่รีบร้อน เดินออกมาอย่างช้า ๆ
หมอหลี่อายุล่วงเลยครึ่งศตวรรษ ผมเริ่มขาวแต่ผิวพรรณเรียบเนียน ดูเหมือนคนอายุเพียงสี่สิบปี สวมเสื้อสีเทาและโพกผ้าสีดำ ในป่าไผ่มีลมพัดเบา ๆ ชายเสื้อพลิ้วไหว ให้ความรู้สึกราวกับผู้วิเศษ
หลินอวี่ที่แบกคนอยู่ก้มตัวคำนับเล็กน้อยแล้วรีบกล่าวว่า "หมอหลี่ รบกวนท่านช่วยดูอาการาเ็ของน้องภรรยาข้าด้วย"
"แบกผู้ป่วยไปวางราบลงบนเตียงไม้ไผ่ในห้อง"
เมื่อเผชิญกับผู้ที่มาขอความช่วยเหลือ หมอหลี่กลับมีท่าทีสงบนิ่ง ท่ามกลางสายตาเปี่ยมหวังของสองสามีภรรยา หลังจากตรวจดูอาการของเฉินกวงเอ๋อร์แล้ว เขาก็ส่ายหน้าเบา ๆ
"เขาาเ็ไม่หนัก แต่ร่างกายอ่อนแอและมีโรคไอเรื้อรัง อาการพร่องภายในเป็โรคดื้อรั้นที่ข้ารักษาได้ แต่ไข้สูงที่ไม่ยอมลดนี้ต้องใช้ยาแรงถึงจะเห็นผล ข้าเกรงว่าร่างกายของเขาจะรับไม่ไหว"
"ข้าจะทำความสะอาดแผลให้เขาก่อน และให้ดื่มยาลดไข้สูตรอ่อน ๆ ส่วนจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับวาสนาของเขาแล้ว"
หมอหลี่เกรงว่าพวกเขาจะร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก จึงเสริมอีกประโยค "หากพวกเ้าส่งเขาเข้าเมืองตอนนี้ เขาอาจจะสิ้นใจระหว่างทาง ร่างกายของเด็กคนนี้ทนต่อการเดินทางไม่ไหวหรอก"
ความเป็ความตายขึ้นอยู่กับโชคชะตา ต้องโทษที่คนตระกูลเฉินไม่ยอมส่งตัวมาหาหมอให้เร็วกว่านี้ ปล่อยให้อาการาเ็และป่วยเล็กน้อยลากยาวจนกลายเป็ปัญหาที่อันตรายถึงชีวิต
เมื่อเฉินเจียวเหนียงได้ยินคำพูดของหมอหลี่ นางก็กอดแขนหลินอวี่และหลั่งน้ำตาอย่างไร้เสียง หลินอวี่เหลือบมองเฉินเจียวเหนียงที่เสียขวัญไปโดยสิ้นเชิง เขารู้ว่าชีวิตของน้องภรรยาในตอนนี้ตกอยู่ในกำมือของเขาแล้ว
"ท่านผู้าุโ ขออภัยที่ล่วงเกิน"
เขาคว้ากาเหล้าในมือหมอหลี่มาอย่างไม่ลังเล เปิดจุกออก แล้วเทสุราใสลงบนฝ่ามือ หมอหลี่เห็นดังนั้นก็ใจนแทบะโ
"เ้าเด็กโง่ เ้าทำอะไรน่ะ สงสัยว่าข้าดื่มมากจนหลอกเ้าหรือ?"
"ไม่ใช่เช่นนั้น"
ไม่มีเวลาอธิบาย หลินอวี่ััถึงความแรงของแอลกอฮอล์ ในยุคที่ไม่มีเหล้ากลั่นดีกรีสูง สุราใสที่ดีที่สุดน่าจะแรงประมาณยี่สิบดีกรี สุราใสที่เขาเพิ่งเทออกมานั้นมีความขุ่นเล็กน้อยแต่ไม่มัว ััเย็นเยียบ เป็สุราชั้นเลิศ ไม่แปลกที่หมอหลี่มองเขาเทเหล้าด้วยสายตาเสียดายราวกับถูกเฉือนเนื้อตนเอง
"ท่านผุ้าุโ ข้ารู้จักวิธีลดไข้ที่ดีวิธีหนึ่ง จำเป็ต้องขอยืมสุราใสของท่านมาใช้"
"ข้า..."
"ท่านผู้าุโโปรดวางใจ หลังจากนี้ข้าจะคืนเหล้าที่ดีกว่านี้ให้ท่านแน่นอน"
แม้หลินอวี่จะอายุยังน้อย แต่คำพูดมีเหตุผล แววตามุ่งมั่นไม่เหมือนการเสแสร้ง แต่หมอหลี่แอบบ่นในใจว่า ข้าดื่มสุราใสที่ดีที่สุดในโลกนะ กาหนึ่งราคาห้าร้อยตำลึงเงินยังซื้อไม่ได้เลย...
ขณะที่เขากำลังบ่น หลินอวี่เลิกเสื้อของเฉินกวงเอ๋อร์ขึ้น เทสุราใสประมาณสองสามเหลี่ยงลงบนหน้าผาก รักแร้ และกลางหลังของเฉินกวงเอ๋อร์ การกระทำนี้ทำให้หมอหลี่ถึงกับตกตะลึง
"เ้าเด็กโง่ เ้าเอาสุราใสมาพรมเหมือนเป็น้ำได้อย่างไรกัน!"
หมอหลี่คิดว่าเขาจะใช้เป็ตัวนำยา โดยหยดเพียงไม่กี่หยดก็พอ ใครจะคิดว่าจะเป็วิธีการลดไข้ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเช่นนี้ หากช่วยคนได้ก็แล้วไป แต่ถ้าช่วยไม่ได้ นี่มันเป็การสิ้นเปลืองของล้ำค่าชัด ๆ
"ท่านผู้าุโ สุราแรงสามารถลดไข้ได้ ในเมื่อน้องภรรยาไม่สามารถดื่มยาลดไข้ได้ จึงต้องลดไข้จากภายนอก"
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจของหลินอวี่ก็ไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย หากผ่านไปครึ่งชั่วยาม แล้วเฉินกวงเอ๋อร์ยังคงมีไข้สูงไม่ลดลง และไม่มีอาการดีขึ้นเลย เมื่อนั้นจึงค่อยปล่อยให้เป็ไปตามยถากรรมอย่างแท้จริง
"ทาสุราใสบนตัวแล้วลดไข้ได้? ตำราแพทย์หรือสูตรลับเล่มไหนบันทึกไว้ ทำไมข้าถึงไม่รู้?"
หลังจากหลินอวี่ใช้สุราใสเสร็จ หมอหลี่ก็รีบคว้ากาเหล้าคืนมา แล้วเทลงบนหลังมือสองสามหยดด้วยความเสียดาย
หากเด็กต่างหมู่บ้านคนนี้กำลังทำตัวลึกลับหลอกลวง เขาจะไล่หลินอวี่ออกไปทันที เพื่อไม่ให้รบกวนการรักษา แค่ไล่ออกไปคงไม่พอ ต้องให้หลินอวี่ชดใช้สุราเลิศรสของเขาเดี๋ยวนี้!
หากชดใช้ไม่ไหว ก็ต้องทิ้งภรรยาและน้องภรรยาไว้ที่นี่ ให้มาซักผ้า หุงข้าว และเก็บสมุนไพรให้เขาแทน!