บทที่ 2 เฉิงซิน
"ท่านหมอว่าอย่างไรบ้าง? " หญิงสาวชุดเขียวสอบถามอาการ นางรีบมาหาบุตรชายทันทีที่บุตรสาวไปตาม รูปลักษณ์ของหญิงสาวนางนี้มีลักษณะคล้ายเฉิงซิน แต่บุคลิกท่าทางดูเป็ผู้ใหญ่มากกว่าเด็กสาว
เฉิงม่อตอบ "ลูกมู่ปลอดภัยแล้ว"
ได้ฟัง... หญิงสาวไป่ฉิงรู้สึกโล่งอก จากนั้นสายตานางหันไปมองเฉิงมู่ที่นอนบนเตียง
"ลูกมู่ เ้าทำให้แม่เป็ห่วงแทบแย่ ดีนะที่เฉิงซินไปเจอเ้าหมดสติตรงชายป่า ถ้านางไม่มาตามพ่อแบกเ้ากลับมา ป่านนี้เ้าอาจกลายเป็อาหารสัตว์ไปเรียบร้อยแล้ว" มารดาว่ากล่าวและตักเตือนอย่างไม่พอใจ
แม้ว่านางจะเคยห้ามปรามเื่เข้าป่าตามลำพังของบุตรชายก่อนหน้านี้ แต่บุตรชายนางกลับไม่ยอมเชื่อฟัง
"ข้ารู้ว่าเ้าร้อนใจมากแค่ไหน แต่เ้าไม่ควรทำเื่เสี่ยงอันตรายอย่างนี้ เ้าต้องรู้จักดูแลรักษาตัวเองและเป็ห่วงชีวิตให้มากกว่านี้" ไป่ฉิงย้ำเตือน
"ข้าขอโทษท่านแม่" เฉิงมู่ก้มหน้าและยอมรับความผิดแต่โดยดี
ั้แ่เฉิงมู่จำความได้ มันรู้ทันทีว่าสาเหตุที่ครอบครัวต้องมาอยู่สถานที่รกร้างและอันตรายอย่างในป่าเขาแห่งนี้ ต้นเหตุเกิดจากตัวมัน
ตระกูลเฉิงนับว่าเป็หนึ่งในตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียง มีหน้ามีตา ทุกคนในตระกูลล้วนแต่เป็ชาวยุทธที่ใช้พลังปราณได้ แต่มันกลับไม่สามารถเปิดชีพจรปราณได้ จนต้องถูกขับไล่ออกมา
เฉิงมู่จำได้แม่นและไม่มีวันลืมในสิ่งที่ผู้นำตระกูลสาขาเคยทำเอาไว้
มันจำฝังใจ!
เฉิงมู่จึงต้องเสาะแสวงหาสมุนไพรที่จะมาช่วยเปิดเส้นชีพจรปราณที่พิกลพิการในร่างกายของมันให้จงได้
ตราบใดที่จุดชีพจรปราณเปิด โอกาสของมันจะเปิดกว้างขึ้นมาทันที เส้นทางชีวิตของมันจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"เดียวแม่เตรียมข้าวต้มให้ อย่าลืมลงมาทานข้าวด้วย" ไป่ฉิงเห็นสีหน้าสลดของเฉิงมู่ นางไม่คิดว่ากล่าวอีก
เฉิงม่อหันมามองบุตรสาวคราหนึ่ง "ลูกซิน เ้าช่วยพี่ชายทายาด้วย"
"ได้คะท่านพ่อ" เฉิงซินรับปากทันที
ก่อนออกจากห้อง เฉิงม่อมองบุตรชายชั่วขณะหนึ่ง มันครุ่นคิดและปากเกือบขยับ มันเหมือนอยากกล่าวอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายมันต้องกลืนลงคอ
เฉิงม่อเดินออกมานอกห้องเคียงข้างภรรยาคนสวย มันหันมองภรรยาชั่วครู่และตัดสินใจเปิดปาก "เ้าคิดว่าข้าสมควรบอกเื่นั้นกับลูกดีหรือไม่?"
"เื่นั้น? " ไป่ฉิงมองสามีข้างกายและครุ่นคิด "ท่านพี่หมายถึงเื่ของตระกูลท่าน?"
"ใช่ เฉิงมู่จะได้ตัดใจเสียที" เฉิงม่อตอบ
ไป่ฉิงส่ายหน้า "ข้าว่าไม่มีทางที่ลูกจะยอมเลิกลาหรอก" นางมองสามีอย่างจริงจัง "ท่านแน่ใจหรือว่าจะสามารถตัดขาดสายสัมพันธ์ของตระกูลได้"
ได้ฟังเฉิงม่อคิดสักพัก มันพยักหน้าว่าเป็เื่จริง ภรรยามันพูดถูกต้อง
เฉิงซินที่ช่วยพี่ชายทายา เมื่อนางมองเห็นรอยแผลตามร่างกายพี่ชาย
"ท่านพี่อย่าเข้าป่าอีกเลย ในป่ามีแต่พวกสัตว์อสูรดุร้ายและน่ากลัวทั้งนั้น" ปากของนางขยับอย่างต่อเนื่อง นางไม่้าเห็นพี่ชายนางเป็อะไรไป
เฉิงมู่นิ่งและไม่ตอบ เห็นเช่นนี้เฉิงซินไม่คิดคาดคั้นเอาคำตอบ ได้แต่ถอนหายใจในใจ เด็กสาวรู้ดีว่าพี่ชายคงไม่มีทางยอมฟังนางแน่นอน
...
ห้องไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัส เครื่องดื่มและอาหารจัดวางอยู่บนโต้ะกลม เก้าอี้ทั้งสี่ตัวล้อมวงหันหน้าเข้าหาโต๊ะกลม
เฉิงม่อ ไป่ฉิง เฉิงมู่ เฉิงซิน ทั้งสี่ต่างรวมตัวกันร่วมรับประทานอาหารในห้อง
ในขณะที่ทุกคนทานเสร็จ เฉิงมู่กลับทานข้าวช้ากว่าปกติ ในที่สุดข้าวเม็ดสุดท้ายบนช้อนก็ถูกป้อนเข้าปาก
ทันใดนั้นเสียงของเฉิงม่อก็ดังขึ้น "อีกไม่นานทางตระกูลสาขาจะเปิดการแข่งประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ ลูกซินเ้าอยากลงแข่งใช่ไหม?" เฉิงม่อนึกขึ้นได้และถามย้ำความ้าของบุตรสาว
เฉิงซินตื่นเต้นขึ้นมาทันที แต่จู่ๆ นางฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และรีบเปิดปากถาม "ท่านพ่อแล้วท่านพี่ละ? ท่านพี่้าลงแข่งด้วยเช่นกัน"
เฉิงซินจำได้ว่าพี่ชายนางสนใจและอยากลงแข่งประลองของตระกูลมาก
เฉิงม่อมองบุตรสาวคราหนึ่งและหันมามองเฉิงมู่ชั่วขณะแล้วถอนหายใจ "เฮ้อ เ้าก็รู้สถานการณ์ของพี่ชายเ้าดี" เฉิงม่อตอบอย่างเรียบง่าย แต่สื่อความหมายได้อย่างชัดเจน
เฉิงมู่เปิดจุดชีพจรปราณไม่ได้!
พูดกันตรงๆว่า เฉิงมู่ไม่สามารถใช้พลังปราณในการต่อสู้ได้!!!
บุคคลที่ไม่สามารถใช้พลังปราณออกมาได้ ไม่ต่างอะไรกับคนทั่วไป การส่งเฉิงมู่ลงแข่งขัน ผลลัพธ์ของมันเป็ที่ชัดเจน!!!
เฉิงม่อไม่ใช่ไม่อยากส่งบุตรชายลงแข่ง แต่ความปลอดภัยและอนาคตของบุตรชายเป็สิ่งสำคัญ ถ้ามันส่งบุตรชายไปแข่งเท่ากับผลักไสบุตรชายให้ไปตาย
แม้อาจไม่ถึงฆาต อย่างน้อยต้องได้รับาเ็สาหัส หรือร้ายแรงถึงขั้นพิการ ไม่ว่าจะเป็ผลลัพธ์แบบไหน มันไม่้าให้เหตุการณ์เ่าั้เกิดขึ้น
ส่วนเฉิงซินเป็เด็กที่มีความสามารถสูงส่งและศักยภาพโดดเด่น
สถานการณ์ทั้งสองแตกต่างกันสิ้นเชิง
เฉิงมู่เห็นสายตาที่บิดามองมา มันเข้าใจเจตนาของบิดามันดี "ข้าเข้าใจ ข้าไม่เป็ไรท่านพ่อ"
เฉิงมู่หันไปมองเฉิงซิน มันยิ้มและกล่าว "น้องซิน พี่ขอบใจเ้ามากที่เ้าสนใจเื่ของพี่ แต่สภาพร่างกายของพี่ไม่เหมาะกับการแข่งขันจริงๆ ท่านพ่อพูดถูก"
"ท่านพี่ ท่านพ่อพูดอะไรอย่างนั้น ข้าเชื่อว่าท่านพี่ต้องเปิดจุดชีพจรได้ทันก่อนการแข่งแน่" เฉิงซินกล่าวขัดอย่างฉุนเฉียว ถ้าเป็เพียงบิดาพูดแค่คนเดียว นางยังเข้าใจ แต่นางไม่นึกเลยว่าแม้แต่พี่ชายจะตัดใจและเอ๋อออกับบิดา
"ท่านพี่ ท่านกลายเป็คนถอดใจอะไรง่ายๆ แบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่!? " เฉิงซินจ้องหน้าพี่ชายอย่างไม่พอใจ
ดวงตาคู่สวยของนางสบตาเฉิงมู่
"เฉิงซิน..." มองเห็นแววตาของน้องสาว เฉิงมู่รู้สึกจุกและแน่นในอก แม้แต่เฉิงซินยังเชื่อมั่นในตัวมัน มันจะตัดใจและถอดใจง่ายๆแบบนี้ได้ยังไง
มันเป็พี่ชายที่ไม่ได้เื่เลยจริงๆ!