ทั้งสองรับสินบนจึงแนะนำผู้ค้าสมุนไพรจากต่างถิ่นให้แก่ร้านขายยาสมุนไพรหลายแห่งส่งผลให้สมุนไพรที่ร้านขายยารับซื้อมีของปลอมปะปนมา บ้างก็เป็นสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน
เรื่องนี้เดิมทีไม่มีคนล่วงรู้ แม้แต่ร้านขายยาเองก็ยังไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ
กระทั่งวันหนึ่งมีเจ้าหน้าที่จากศาลาว่าการมาที่หมิงอีถัง บอกว่ามีพ่อค้าสมุนไพรนามว่าหลี่ว์เฉิงถูกจับกุมในข้อหาแอบเปลี่ยนสมุนไพรและยังตรวจสอบพบความผิดอื่นๆ อีกด้วย
ทุกคนถึงเข้าใจกระจ่าง รีบติดต่อร้านขายยาต่างๆ เพื่อเปลี่ยนสมุนไพรที่มีปัญหา
หลี่ว์เฉิงถูกจองจำ ไม่สามารถทนต่อการลงทัณฑ์อันหนักหน่วงได้ จึงสารภาพความจริงทั้งหมดแม้แต่ประธานและสมาชิกอีกคนก็ถูกเปิดโปง ทั้งสองถูกจับกุมตัวไปพร้อมกัน และถูกขับออกจากหมิงอีถัง
ตอนนี้ตำแหน่งทั้งสองว่างลงพอดี หมิงอีถังวางแผนที่จะจัดการแข่งขันคัดเลือกประธานและสมาชิกใหม่ในอีกครึ่งเดือน
กฎแห่งกรรมนั้นยุติธรรมเสมอ สวี่ปิงไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนที่นางพยายามแนะนำอย่างเต็มที่
ส่วนหมิงเป่าจูก็ไม่รู้ว่าการกระทำของตนเองได้ช่วยหมิงอีถังกำจัดภัยร้ายทางอ้อม
“ข้อเสนอของท่าน ข้าจะพิจารณาอย่างรอบคอบ ขอบคุณท่านสวี่ฮูหยินมากเจ้าค่ะ”หมิงเป่าจูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบกลับอย่างสุภาพ
ปัจจุบันหมิงเฉ่าถังมีงานล้นมือ ทั้งต้องปรุงเครื่องประทินผิว ต้องตรวจรักษาคนไข้แล้วยังมีคนในครอบครัวที่ต้องดูแล หมิงเป่าจูแทบจะแยกร่างไม่ไหว
นางแค่อยากค่อยเป็นค่อยไป บริหารโรงหมอเล็กๆ ของตนเองให้ดี ไม่อยากคิดถึงเรื่องอื่นชั่วคราว
สวี่ปิงพยายามเกลี้ยกล่อมหลายครั้งแต่ก็ไร้ผล แต่อีกฝ่ายรับปากว่าจะพิจารณาก็ถือว่านางทำดีที่สุดแล้ว
นับแต่โบราณมามีแต่บุรุษที่เป็นหมอ หากหมิงอีถังมีหมอหญิงเพิ่มขึ้นมาสักคนเรื่องราวต่างๆ คงจะเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย
กระทั่งสวี่ปิงจากไป หมิงเป่าจูก็โยนเรื่องนี้ทิ้งไปจากสมอง ไม่นึกถึงอีก
จงต้าเหนียงมือไม้คล่องแคล่ว สามารถทำอวี้หรงเกาได้ถึงสามสิบกระปุกภายในวันเดียว
หมิงเป่าจูตั้งป้ายไม้คล้ายๆ กับหอหมื่นสมบัติไว้หน้าร้าน บนป้ายเขียนถึงสรรพคุณและราคาของอวี้หรงเการวมถึงกำหนดวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันรุ่งขึ้น
พอข่าวนี้แพร่ออกมา ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าสตรีที่รอคอยมานาน
พวกนางแค่ทดลองใช้ที่หมิงเฉ่าถังครั้งเดียว ผิวที่หลังมือก็นุ่มเนียนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนซ้ำยังชุ่มชื้นยาวนานตลอดทั้งวัน
เมื่อรู้ว่าใกล้จะวางจำหน่ายแล้ว จะไม่มีความสุขได้อย่างไร แต่ละคนต่างก็มาต่อแถวที่หน้าหมิงเฉ่าถังแต่เช้าตรู่
หลิวเถี่ยหนิวขยับแผงประตูด้านใน ดึงสลักออก เมื่อผลักประตูเปิดออกไปก็ต้องตกตะลึง
คนเยอะปานนี้เชียว!
“น้องหญิงเป่าจู!” หลิวเถี่ยหนิวรีบวิ่งไปที่เรือนหลัง “รีบไปดูที่หน้าร้านเร็วเข้า!”
ทุกคนกำลังนั่งกินข้าวเช้ากันอยู่ ยังไม่ทันอิ่มท้องดี หลิวเถี่ยหนิวกินเสร็จเป็นคนแรกเขาเป็นคนอยู่เฉยไม่ได้ บอกว่าจะไปเปิดร้าน
เพิ่งไปได้ไม่นาน ไยถึงรีบร้อนวิ่งกลับมา สีหน้ายังตื่นตระหนกเช่นนี้
หมิงเป่าจูตกใจ รีบวางตะเกียบในมือแล้ววิ่งไปที่หน้าร้าน
มีผู้ป่วยหนัก หรือว่ามีคนมาหาเรื่องกันแน่?
พอไปถึงหน้าร้านก็เห็นคนกลุ่มใหญ่ยืนออกันอยู่ที่ประตู ทุกคนต่างยืนต่อแถวเป็นระเบียบยาวเหยียดไปจนถึงฝั่งตรงข้าม
นี่เป็นกฎที่หมิงเฉ่าถังตั้งขึ้นตั้งแต่เปิดร้าน คือต้องเข้าแถว
ไม่ว่าจะมาหาหมอหรือมาซื้อยา ก็ห้ามเบียดเสียดแย่งชิงกัน ต้องต่อแถวเข้ามาทีละคน
เฉพาะกรณีฉุกเฉิน ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายถึงจะได้รับสิทธิพิเศษในการรักษาก่อนส่วนคนอื่นๆ ต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด
ตอนแรกผู้คนก็มิได้นำพา อำเภอติ้งเหลียงไม่ได้มีหมิงเฉ่าถังเพียงร้านเดียวหากไม่ให้ข้าพบหมอก่อน ไปร้านอื่นก็ได้มิใช่หรือ
แต่ไม่นานการเปลี่ยนแปลงก็ค่อยๆ เกิดขึ้น ผู้คนเริ่มปฏิบัติตามกฎของหมิงเฉ่าถัง
เพราะโรคบางอย่างต้องมารักษาที่นี่เท่านั้น ร้านอื่นไม่เพียงแต่เก็บค่ารักษาแพงยากินไปหลายวันแล้วก็ยังไม่ได้ผล ไม่หายสักที!
คนอื่นๆ ที่กำลังกินข้าวเห็นทั้งสองรีบร้อนเช่นนี้ ก็ตามออกมาด้วยความสงสัยใคร่รู้
พอเห็นภาพนี้ก็ต่างพากันตะลึงพรึงเพริด
“แม่หนู แบบนี้สามสิบกระปุกไม่น่าจะพอกระมัง...” จงต้าเหนียงเบิกตาโตอ้าปากค้าง
หมิงเป่าจูพยักหน้าเห็นด้วย เมื่อวานทั้งสองยังคิดว่าเหลือเฟือด้วยซ้ำไป...
ทุกคนต่างไม่มีแก่ใจจะกินข้าวต่อ หมิงเป่าอวี้รีบเข้าไปจัดระเบียบ แบ่งเป็นสองแถวแถวหนึ่งสำหรับคนไข้ แถวหนึ่งสำหรับซื้ออวี้หรงเกา
จงต้าเหนียงกับลุงกู้ก็รีบเข้าครัวเพื่อทำสินค้าเพิ่มเติม แม้แต่หลิวเถี่ยหนิวก็ยังไปช่วยอีกแรง
หมิงเป่าจูตรวจคนไข้อยู่ด้านใน ส่วนหลี่ไหวฺอวี้ก็ไปที่โต๊ะบัญชีคอยจดบันทึกรายการ
ในแถวที่ซื้ออวี้หรงเกา ไม่ได้มีเพียงสตรีเท่านั้น ยังมีบุรุษอีกด้วย แต่ล้วนแต่งกายเป็นบ่าวรับใช้
ดูเหมือนว่าอวี้หรงเกาของหมิงเป่าจูจะไปเตะตาตระกูลใหญ่โตหลายแห่งเข้าแล้ว
“ท่านหมอหมิง กิจการของท่านนี่ดีจริงๆ ข้ารีบร้อนมาแทบตาย ก็ยังไม่ทันเลย!”
จางอวี้เหลียนเดินมาข้างกายหมิงเป่าจู ทุบอกชกตัวด้วยความเสียดาย นางต่อแถวมานานแต่ใครจะรู้ว่าของกลับหมดก่อน ทั้งที่อีกไม่กี่คนก็จะเวียนมาถึงนางอยู่แล้ว
“ที่ให้ไปก่อนหน้านี้ใช้หมดแล้วหรือ”
เพิ่งซื้อไปได้ไม่ถึงสิบวัน ไม่น่าจะใช้หมดเร็วปานนี้กระมัง
“ยังไม่หมด ยังไม่หมด ก็มันใช้ดีนี่นา ข้าอยากซื้อเพิ่มอีกสองกระปุก!” จางอวี้เหลียนยิ้มจนตาหยี
ว่าแล้วก็พับแขนเสื้อขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้หมิงเป่าจูดูผิวต้นแขนด้านใน
ตุ่มแดงที่เคยขึ้นยุ่บยั่บหนาแน่นไปหมด ตอนนี้จางลงไปมาก เม็ดผื่นยุบลงไปไม่น้อยผิวก็ขาวขึ้นหนึ่งระดับ
เดิมทีนางก็แค่ลองซื้อมาใช้ดู ไม่นึกว่าจะได้ผลดีขนาดนี้ แม้แต่สามียังสังเกตเห็น!
“พี่อวี้เหลียน พรุ่งนี้ก็ยังมีอีก ข้าจะเก็บไว้ให้หนึ่งกระปุกแล้วกัน” หมิงเป่าจูพูดกลั้วยิ้ม
“ตายจริง! ขอบคุณท่านหมอหมิงมาก !”
ได้ยินแบบนี้ จางอวี้เหลียนก็พอใจเป็นอย่างยิ่ง
หากมาต่อแถวใหม่ในวันพรุ่งนี้ ก็ไม่แน่ว่าจะซื้อได้อีกหรือไม่
หลังจากออกจากหมิงเฉ่าถัง จางอวี้เหลียนก็ตรงไปที่แผงเต้าหู้ของหม่ากุ้ยฮวา
นางต้องซื้อเต้าหู้กลับไปเพิ่มอีกสองชิ้น กลับไปจะได้ช่วยท่านหมอหมิงป่าวประกาศอีกแรง
นางรู้ดีว่าที่หมิงเป่าจูยอมเก็บไว้ให้ เป็นเพราะเห็นแก่หน้าหม่ากุ้ยฮวา ไม่อย่างนั้นด้วยจำนวนคนไข้มากมายเช่นนั้นท่านหมอหมิงจะดูแลนางเป็นพิเศษได้อย่างไร
ทุกคนต่างวุ่นวายกันตลอดช่วงเช้า จนอาหารที่กินเข้าไปย่อยหมดแล้วก็ยังไม่มีใครเอ่ยว่าจะไปหาอะไรกินต่างตั้งใจทำงานให้กับหมิงเฉ่าถังอย่างขยันขันแข็ง
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าของขวดเล็กๆ ราคาสามร้อยอีแปะจะขายหมดเร็วขนาดนี้
ราคานี้ไม่ถือว่าถูก สำหรับชาวบ้านทั่วไปก็นับว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงทีเดียว
แต่เพื่อความงามแล้ว สตรีย่อมยินดีจ่าย
“นี่ เจ้าได้ยินเรื่องนั้นหรือยัง หมิงเฉ่าถังเปิดตัวอวี้หรงเกา ซึ่งสามารถบำรุงผิวพรรณให้ผุดผ่องหลายคนที่ใช้ต่างก็บอกว่าดี!” หญิงชาวบ้านสองคนเดินเคียงไหล่กันมา หญิงที่อยู่ด้านซ้ายเอ่ยขึ้น
“จะไม่รู้ได้อย่างไร วันแรกที่วางขาย สามสิบกระปุกถูกกวาดเกลี้ยง ยังไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา[1]ด้วยซ้ำ!” หญิงที่อยู่ทางขวาพูด
“อุ๊ย พวกเจ้าก็รู้เรื่องนี้เหมือนกันหรือ นี่ข้าพึ่งจะตั้งร้านขายผักได้ไม่นานไปช้าเพียงก้าวเดียวก็อดซื้อเสียแล้ว!” เถ้าแก่เนี้ยแผงขายผักที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเอ่ยปาก
“ไม่ได้ พรุ่งนี้ข้าจะไปต่อแถวบ้าง ต้องไปดูสักหน่อยว่าของสิ่งนี้ใช้ดีจริงหรือไม่!”หญิงที่อยู่ด้านซ้ายพูด
“ข้าไปด้วย! ข้าไปด้วย!” หญิงที่อยู่ทางขวาพูดอย่างรวดเร็ว
ไม่ถึงสองวัน อวี้หรงเกาที่หมิงเฉ่าถังวางจำหน่ายก็กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในอำเภอติ้งเหลียงเรียกได้ว่ามีเท่าไรก็ไม่พอขาย ถ้วนทั่วหัวถนนทุกตรอกซอกซอยต่างวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้
ที่สำคัญคือทุกคนที่เคยใช้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดี เหล่าสตรีล้วนปลาบปลื้มทำให้ร้านขายยามากมายริษยาตาร้อนไปตามๆ กัน
เชิงอรรถ
[1] หนึ่งถ้วยชา(一盏茶) ใช้เปรียบกับระยะเวลาที่สั้นมากประมาณ 10-15 นาที