กลางดึกของคืนเดียวกัน หญิงสาวนอนดิ้นกระสับกระส่ายบนเตียงกว้าง เธอรู้สึกเหมือนมดลูกมีอาการบีบรัดตัว แม้ไม่ถึงขั้นเ็ป แต่เธอก็รู้สึกแน่นๆ อึดอัดจนไม่สามารถนอนหลับได้ มันเกิดถี่ขึ้นเป็ทุกๆ หนึ่งชั่วโมง
หญิงสาวคิดว่าเกิดจากการที่เธอเดินมากกว่าปกติในวันนี้ เพราะกว่าจะถึงกำหนดผ่าคลอดก็อีกราวสัปดาห์เศษ หญิงสาวพยายามข่มตาให้หลับ แต่ความถี่ของมันก็ขยับขึ้นมาทุกขณะ ศกุนตลาเริ่มวิตกกังวลเมื่อมีมูกเืไหลผสมออกมาและมีอาการเจ็บหนักขึ้น
หญิงสาวรีบเปิดคู่มือเตรียมตัวคลอด อาการบางอย่างเข้าข่ายอาการเตือนเหมือนเจ็บท้อง แต่เธอก็ยังวิเคราะห์ไม่ออกว่านั่นเป็เจ็บเตือนหรือเจ็บจริง
อาการของเธอไม่ใช่น้ำเดินอย่างที่นายแพทย์หนุ่มบอกเอาไว้ แต่เืและอาการเจ็บที่เกิดขึ้นทุกขณะก็ทำให้หญิงสาวกังวลมากขึ้น เธอเหลือบมองนาฬิกาบนหัวเตียงก็พบว่าเหลืออีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้า หากจะโทรศัพท์ไปปรึกษานายแพทย์หนุ่มในเวลานี้ก็เกรงว่าจะเป็การรบกวนเวลานอนของเขา แม้ว่าเขาจะสั่งกำชับเอาไว้ว่าให้เธอสามารถโทรติดต่อเขาได้ตลอดเวลาก็ตาม
หญิงสาวอดทนนอนนิ่งๆ ดูอาการของตัวเองอีกสักพัก มือของเธอก็ลูบไล้บนหน้าท้องอย่างปลอบโยนและพูดคุยทักทายกับลูกน้อยในท้อง
“วันนี้แม่พาพวกหนูเดินมากเหรอลูก นอนกันเถอะนะ อย่าดิ้นมากเลย แม่เจ็บ” หญิงสาวบอกเบาๆ พยายามนอนในท่าที่สบายที่สุด
แต่เวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงความเจ็บของเธอยิ่งเพิ่มทวีขึ้น จนเธอไม่สามารถข่มตาให้นอนหลับและอดทนอยู่บนเตียงได้อีกต่อไป หญิงสาวกดโทรศัพท์หานายแพทย์หนุ่มเพื่อปรึกษาเขาเป็คนแรก
เสียงตอบรับจากปลายสายเป็เสียงของผู้หญิง “สวัสดีค่ะ”
หญิงสาวลังเลนิดหน่อยเมื่อเทียบเวลาที่เธอโทรศัพท์เข้าไป เวลาในขณะนี้กับความเป็ส่วนตัวของเขาทำให้หญิงสาวเผลอคิดไปว่าเขาอาจจะมีใครสักคนอยู่ในบ้าน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ได้อภิสิทธิ์รับโทรศัพท์
“เอ่อ…” หญิงสาวอึกอัก
“สวัสดีค่ะคุณ ได้ยินไหมคะ” ปลายสายกรอกเสียงถามขึ้นมาอีกรอบ ศกุนตลาจึงกล้าถามออกไป เพราะเธอไม่เคยโทรศัพท์หาเขาสักครั้งั้แ่เขาให้เบอร์ส่วนตัวมา
“อันนี้ใช่เบอร์โทรศัพท์ของคุณหมอธนานนท์ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ” ปลายสายตอบรับเสียงหวาน ทำให้คนถามเข้าใจผิดไปกันใหญ่
“ขอเรียนสายคุณหมอหน่อยค่ะ ขอโทษที่โทรเข้ามาในเวลานี้นะคะ ฉันเป็คนไข้ของคุณหมอ อยากจะปรึกษาเื่อาการของฉัน” หญิงสาวบอกออกไป เธอพยายามอธิบายเพื่อให้เป็การไม่เข้าใจผิดหากว่าคนรับโทรศัพท์เป็คนพิเศษของเขา
“คุณมีอาการอย่างไรบ้างคะ พอจะเล่าอาการให้ดิฉันฟังได้หรือเปล่า คุณหมอติดเคสผ่าตัดด่วน ตอนนี้กำลังเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดจึงฝากโทรศัพท์ไว้ที่ดิฉันที่เป็พยาบาลประจำวอร์ดค่ะ” พยาบาลสาวอธิบายเสียงนุ่ม
คำตอบจากปลายสายทำให้หญิงสาวเผลอถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ดิฉันมีอาการปวดเกร็งบริเวณช่องท้องและมีมูกเืไหลออกมา ไม่แน่ใจว่าอาการแบบนี้เกิดจากที่ฉันเดินมากไปหรือเปล่าคะ”
“ขอโทษนะคะ ดิฉันขอสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อายุครรภ์ของคุณเท่าไหร่แล้วคะ แล้วความถี่ในการปวดเกร็งอยู่ที่ประมาณกี่นาที”
“ตอนแรกก็นานๆ ครั้ง ห่างเป็ชั่วโมงค่ะ แต่ตอนนี้เริ่มถี่ขึ้นและมีมูกเืไหลออกมา ดิฉันเป็กังวลมาก กำหนดคลอดที่คุณหมอแจ้งเอาไว้เหลืออีกสิบกว่าวันค่ะ” หญิงสาวตอบกลับในขณะที่เธอก็ซูดปากด้วยความเจ็บไปด้วย
ในจังหวะที่หญิงสาวกำลังคุยโทรศัพท์ จู่ๆ ก็มีน้ำไหลออกมาเจิ่งนองเต็มที่นอน หญิงสาวร้องกรี๊ดออกมาด้วยความใ เพราะเธอไม่เคยผ่านการตั้งท้องและคลอดมาก่อน
“ว้าย! มีน้ำไหลออกมาเยอะเลยค่ะ”
“ใจเย็นๆ นะคะคุณแม่ อาการที่คุณกำลังเป็อยู่คืออาการเจ็บท้องคลอด คุณต้องรีบมาที่โรงพยาบาลอย่างเร็วที่สุด คุณ้าให้รถของทางโรงพยาบาลไปรับไหมคะ” พยาบาลสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม
“ฉันคิดว่ามันเป็ทางเลือกที่ดีกว่า เพราะฉันคงไม่สะดวกขับรถ คนที่บ้านก็มีแค่คนแก่กับฉันเท่านั้น”
“ดิฉันจะประสานให้เ้าหน้าที่ไปรับคุณที่บ้านอย่างเร็วที่สุดนะคะ รบกวนแจ้งที่อยู่ด้วยค่ะ”
ศกุนตลาแจ้งที่อยู่ของตัวเองพร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ให้พยาบาลสาวปลายสาย ก่อนที่เธอจะกัดฟันลุกขึ้นไปเตรียมตัวสำหรับเดินทาง ยังดีที่เธอเตรียมเอกสารไว้ในกระเป๋าเรียบร้อย อีกทั้งยังมีชุดเสื้อผ้าเด็กอ่อนที่นางวรากุลจัดเซตเตรียมพร้อมไว้ในตะกร้า
หญิงสาวเดินไปเคาะห้องมารดาและบอกเล่ารายละเอียดให้นางฟัง หลังจากนั้นทุกอย่างก็วุ่นวาย และนางก็บ่นลูกสาวว่าไม่ยอมบอกั้แ่ต้นจะได้ช่วยกันดูแล ไม่น่าทนเจ็บอยู่คนเดียว
“ทำไมลูกไม่มาปลุกแม่ั้แ่ตอนเจ็บครั้งแรก เกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง”
“ตลาทนได้ค่ะแม่ นี่ก็เรียกรถพยาบาลแล้วด้วย” หญิงสาวบอกเสียงอ่อย เพราะเธอเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่านี่คือการเจ็บท้องคลอด เธอเข้าใจมาตลอดว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็เพราะเธอเดินมากเมื่อวาน
“นี่ตลาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ ของใช้ทุกอย่างก็เตรียมเรียบร้อยแล้ว”
“ตลาลงไปรอด้านล่าง แม่จะกลับขึ้นมายกของพวกนี้ไปอีกครั้ง ตลาทนไหวนะลูก” นางทิพย์สกุลจูงมือลูกสาวเดินลงไปด้านล่าง
“ยังทนไหวค่ะแม่” หญิงสาวตอบกลับมารดา ทั้งที่ใบหน้าของเธอไม่ได้แสดงออกว่าไหวอย่างที่เธอตอบออกมา
นางทิพย์สกุลลังเล นางรู้ว่าลูกสาวกำลังจะไม่ไหว แต่เพราะความที่ศกุนตลาเป็คนที่มีความอดทนสูงและเก็บความรู้สึกเก่ง แต่นางก็เห็นเธอกัดฟันก้าวลงบันไดมาด้านล่างได้สำเร็จ
นางทิพย์สกุลรีบกลับเข้าไปเตรียมของและจัดการตัวเอง ผ่านไปครึ่งชั่วโมงรถพยาบาลก็มาถึง พร้อมเ้าหน้าที่พยาบาลมาด้วยทำให้อุ่นใจ
จะได้เห็นหน้าสองแฝดแล้วนะ พ่อเค้าจะว่ายังงไงน้อ
ปล.นิยายเสียงบทที่ 3 มาแล้วนะคะ
อ่านฉบับเต็มๆ แบบไม่ค้างคา
มีรูปเล่มนะคะ
อีบุ๊กจิ้มที่ลิงค์ได้เลยค่ะ
สำหรับนักอ่านที่ไม่มีเวลาอ่าน ฝากติดตามเสียงอ่านในช่องนิยายเสียงด้วยนะคะ
บันทึกเสียงจบเล่มแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการตัดต่อ กด Sub รอได้เลยค่ะ
ประเดิมเื่แรก คุณแม่ฝากรัก คุณพ่อรับฝากและเชตสลัดคานค่ะ
ช่อง BaanRarisa Story คลิกที่รูปภาพได้เลยค่ะ