แสงไฟระยิบระยับในงานเลี้ยงรุ่นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยชื่อดังไม่ได้ทำให้นนทพัทธ์ รู้สึกเพลิดเพลินเท่าใดนักชายหนุ่มในชุดสูทสากลสีน้ำเงินเข้มนั่งอยู่มุมหนึ่งของบาร์สายตาเหม่อลอยพลางคิดถึงแฟ้มคดีความเก่าของบริษัทอัครเดชโภคินที่เขาแอบใช้สิทธิ์ทนายความสัญญาจ้างเข้าไปค้นหาเมื่อวันก่อนยิ่งขุดลึกเขายิ่งพบพิรุธในเอกสารการโอนเงินเมื่อสิบปีก่อนแต่หลักฐานสำคัญชิ้นสุดท้ายยังคงถูกล็อกไว้อย่างหนาแน่นในห้องมั่นคงของอคิน
"นั่งทำหน้าเครียดเป็ทนายหน้าหอเชียวนะคะพี่นนท์"
เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังขึ้นชวนให้ตื่นจากภวังค์นนท์พัทธ์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวในชุดเดรสยาวสีครีมดูสง่างามและอ่อนหวาน รินรดาหรือ ริน น้องสาวลูกพี่ลูกน้องที่อคินรักและไว้ใจที่สุดเธอเป็เพื่อนร่วมรุ่นปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจที่เดียวกับนนท์พัทธ์และแอบปลื้มรุ่นพี่ทนายความคนนี้มานานแล้ว
"อ้าว ริน... พี่กำลังคิดเื่งานนิดหน่อยครับ" นนท์พัทธ์ส่งยิ้มอบอุ่นอันเป็เอกลักษณ์ให้
"งานที่บริษัทของพี่คินน่ะเหรอคะ?" รินรดาทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้าง ๆตาโตด้วยความสนใจเมื่อรู้ว่านนท์พัทธ์เพิ่งเซ็นสัญญาเป็ทนายประจำโปรเจกต์ใหม่ของพี่ชายเธอ
"พี่คินดุมากเลยใช่ไหมคะ่นี้รินเห็นพี่คินดูเครียด ๆ แถมยังชอบทำตัวลึกลับบ่อย ๆ ด้วยพี่นนท์ทำงานด้วยแล้วอึดอัดไหมคะ?"
"ประธานอคินเป็คนเฉียบขาดครับ แต่ก็ตรงไปตรงมา... ว่าแต่รินเถอะ่นี้ได้เข้าไปหาพี่ชายที่ออฟฟิศบ้างหรือเปล่า ?" นนท์พัทธ์แสร้งถามหยั่งเชิงเพื่อหาข้อมูล
"ไม่ค่อยเลยค่ะ พี่คินหวงพื้นที่ส่วนตัวจะตายรินยังไม่กล้ากวนเลย" รินรดาหัวเราะเบา ๆ
ความจริงข้อนี้ทำให้นนท์พัทธ์รีบเก็บข้อมูลในใจรินรดาดูไม่มีส่วนรู้เห็นกับความแค้นอันมืดดำของพี่ชายเลยสักนิดและนี่อาจเป็โอกาสดีที่เขาจะใช้ความสนิทสนมนี้สืบหาความจริง
วันต่อมา ณห้องทำงานประธานบริหารอคินกำลังนั่งกอดอกฟังรินรดาที่วิดีโอคอลมาเจื้อยแจ้วเื่งานเลี้ยงรุ่นเมื่อคืนทว่าประโยคหนึ่งจากน้องสาวกลับทำให้สายตาของเขาเปลี่ยนเป็ดุดัน
‘เมื่อคืนรินเจอพี่นนท์ด้วยค่ะเห็นบ่นว่า่นี้งานหนัก รินเลยกะว่าจะแวะไปเยี่ยมพี่คินที่ออฟฟิศแอบไปดูด้วยว่าพี่นนท์ทำงานเหนื่อยขนาดไหน’
"แกสนใจหมอนั่นงั้นเหรอ ริน?" อคินถามเสียงเรียบแต่แฝงแววหงุดหงิด
‘แหมพี่คินก็... พี่นนท์เขาเป็คนดีนี่คะ เอ้อ...แล้วพี่นนท์เขาเข้ากับคนในออฟฟิศได้ดีไหมคะพี่คิน?’
อคินแค่นยิ้มหยันนึกถึงภาพที่นนทพัทธ์กุมมือพริมาในห้องทำงานของเขาเมื่อวันก่อนความหึงหวงที่ยังกรุ่นอยู่ในอกทำให้เขาเผลอพูดจาประชดประชันออกมา
"เข้ากันได้ดีเกินไปน่ะสิ... โดยเฉพาะกับ พริมา เลขาส่วนตัวของฉันเห็นสนิทสนมกันจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว!"
คำพูดประชดประชันของพี่ชายทำให้รินรดาทางปลายสายสะดุดใจชื่อ 'พริมา' ทำให้นึกถึงเด็กผู้หญิงข้างบ้านในวัยเยาว์ที่เธอเคยวิ่งเล่นด้วยก่อนที่ตระกูลนั้นจะหายสาบสูญไปพร้อมข่าวฉาว
‘พรีมกลับมาแล้วงั้นเหรอ? แถมยังสนิทกับพี่นนท์ด้วย?’ ความสงสัยและสัญชาตญาณผู้หญิงทำให้รินรดาตัดสินใจแต่งตัวขี่รถออกจากบ้านทันที
บ่ายวันนั้นประตูห้องทำงานของอคินถูกเปิดออกพร้อมร่างระหงของรินรดาที่หิ้วตะกร้าขนมเค้กแบรนด์ดังเข้ามาหญิงสาวส่งยิ้มหวานให้พี่ชายที่นั่งหน้าบึ้งอยู่หลังโต๊ะทำงานก่อนที่สายตาของเธอจะตวัดไปมองที่โต๊ะมุมห้อง
พริมาลุกขึ้นยืนต้อนรับแขกตามหน้าที่ ทันทีที่สองสายตาประสานกันรินรดาก็ลอบประเมินหญิงสาวตรงหน้าทันที
พริมาดูสวยสง่า ทว่าดวงตากลับหม่นเศร้าและมีรอยบอบช้ำทางอารมณ์อย่างเห็นได้ชัดแตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง ขณะเดียวกัน พริมาก็จำได้ว่านี่คือน้องสาวของอคินเธอจึงขยับตัวอย่างอึดอัด
"ยินดีต้อนรับค่ะคุณรินรดา ฉันพริมา เลขาของประธานอคินค่ะ"พริมาแนะนำตัวเสียงเรียบสุภาพ
รินรดาเดินเข้าไปหายิ้มให้อย่างเป็มิตรแต่แฝงแววสำรวจ
"สวัสดีค่ะคุณพรีม...ไม่คิดเลยนะคะว่าจะได้เจอเพื่อนเก่าที่นี่ รินเอานมสดกับเค้กมาฝากค่ะ ได้ยินพี่คิน
บอกว่าคุณพรีมเพิ่งหายป่วย"
คำพูดนั้นทำให้พริมาเหลือบตาไปมองอคินด้วยความแปลกใจ'เขาบอกน้องสาวเื่ที่เธอป่วยด้วยงั้นเหรอ?' ส่วนอคินที่นั่งอยู่หลังโต๊ะก็รีบกระแอมไอหน้าแดงทำเป็หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านกลบเกลื่อนความนัย
รินรดาลอบมองปฏิกิริยาของทั้งคู่สลับกับคิดถึงพี่นนท์ที่เธอแอบชอบความสัมพันธ์สามเส้าที่ดูตึงเครียดและซับซ้อนในออฟฟิศนี้ทำให้เธอรู้ทันทีว่าการมาเยือนครั้งนี้...จะเป็จุดเริ่มต้นของการรื้อฟื้นอดีตที่ทุกคนพยายามซ่อนไว้แน่นอน !