ตอนที่ 2 พลังที่ตื่นขึ้น (2)
นีร่ามีความรู้สึกคล้ายกับว่ามีความทรงจำบางอย่างที่ลืมเลือนปรากฏขึ้นมาในหัว เธอจึงรีบขอตัวออกมา หยิบจักรยานที่จอดอยู่ข้างบ้านแล้วรีบปั่นออกมาทันที
เนื่องจากบ้านของนีร่าเริ่มทานอาหารเช้าเร็วกว่าบ้านอื่น ดังนั้นตอนนี้จึงยังคงเป็ยามเช้าตรู่
ในยามเช้าตรู่ของหมู่บ้านกรีนฮอลโลว์ยังคงเงียบสงบ แสงอาทิตย์เพิ่งเริ่มโผล่พ้นแนวูเา ทอดเงาลงบนผืนดินที่ยังชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างยามค่ำคืน
หมอกบางลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือทุ่งหญ้าและลำธารที่ไหลผ่านกลางหมู่บ้าน น้ำในลำธารสะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็ประกายระยิบระยับ เสียงน้ำไหลเบา ๆ ผสมกับเสียงนกร้องจากแนวป่าด้านหลัง กลายเป็เสียงที่คุ้นเคยของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่
บ้านเรือนยังคงปิดเงียบเสียเป็ส่วนใหญ่ แต่ก็เริ่มมีบางหลังที่เปิดประตูออกมาต้อนรับวันใหม่ ควันสีขาวบาง ๆ ลอยขึ้นมาจากปล่องไฟ กลิ่นอาหารเช้าอุ่น ๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศ
ตามถนนดินที่ทอดยาวผ่านหมู่บ้าน เริ่มมีผู้คนออกมาเคลื่อนไหว ชาวบ้านบางคนกำลังขนเครื่องมือไปยังแปลงเพาะปลูก เสียงบทสนทนาเบา ๆ ดังให้ได้ยินเป็ระยะ สลับกับเสียงฝีเท้าบนพื้นดินที่ยังคงชื้นจากน้ำค้าง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเรียบง่าย แต่ก็แฝงไปด้วยความมีชีวิตชีวา
สายลมยามเช้าพัดผ่านเบา ๆ พาเอากลิ่นดิน กลิ่นหญ้า และกลิ่นไม้จากป่ามาด้วย เป็กลิ่นของธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์
นีร่าปั่นจักรยานตรงไปที่ศาลากลางหมู่บ้านที่ยามนี้ยังไม่มีคน เธอจอดจักรยานแล้วมานั่งพักบนม้านั่งเงียบ ๆ คนเดียว ในหัวเต้นตุบ ๆ จนรู้สึกปวดแปลบ
ตอนนั้นเธอยังเด็กมาก ท่านพ่อยังอยู่ ท่านแม่ยังไม่ได้ล้มป่วย ท่านพ่อเป็นักล่าออกล่าบ่อย ย่อมเสี่ยงอันตราย ดังนั้นโนเอลคือความหวังที่ท่านพ่อจะฝากให้ดูแลครอบครัวแทนในยามที่ท่านไม่อยู่ ตอนนั้นโนเอลอายุเพียงแค่เจ็ดขวบ และเธออายุเพียงห้าขวบ
นีร่าแอบฟังในสิ่งที่ท่านพ่อเล่าให้กับโนเอลฟังอยู่ไม่ไกลนัก
อาการป่วยของเอลีน่า ไม่ใช่เื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นใน่ไม่กี่ปีนี้ แต่มันเริ่มต้นมานานกว่านั้นมาก เพียงแต่ถูกปกปิดเอาไว้
ในความทรงจำของนีร่า ภาพที่ท่านพ่อเล่าให้ฟังค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
เอลีน่า…คือบุตรสาวของตระกูลสูงศักดิ์จากเมืองหลวง เป็หญิงสาวที่ถูกวางเส้นทางชีวิตเอาไว้แล้วั้แ่ยังไม่ทันโต ทั้งการใช้ชีวิต การศึกษา การแต่งงาน และสถานะในสังคม แต่เธอกลับเลือกที่จะเดินออกนอกเส้นทางนั้นเพื่อชายคนหนึ่ง
ไคล์ เวอร์เดล ในสายตาของตระกูลคลีโอเวนน่า เขาเป็เพียงนักล่าระดับ C ที่ไร้อนาคต ไม่มีทั้งชื่อเสียง ฐานะ หรือคุณสมบัติใดคู่ควรกับบุตรสาวของตระกูล ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงไม่มีวันได้รับการยอมรับ และยิ่งปล่อยให้ยืดเยื้อ ก็ยิ่งถูกกดดันและต่อต้านมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายทั้งคู่จึงตัดสินใจหนีออกไปอยู่ด้วยกัน
แต่ก่อนที่เอลีน่าจะจากเมืองหลวงมาได้ เธอกลับถูกวางยาโดยไม่รู้ตัว ยาที่ไม่ได้ฆ่าในทันที แต่จะค่อย ๆ กัดกิน ‘แก่นเวท’ อย่างช้า ๆ
ใน่แรก ไม่มีใครรู้แม้แต่ตัวของเอลีน่าเอง เธอยังคงใช้พลังเวทได้ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ และตอนนั้นเธอก็กำลังตั้งครรภ์
จนกระทั่ง ไคล์เริ่มสังเกตเห็นบางอย่าง พลังเวทของเอลีน่าไม่มั่นคง ร่างกายฟื้นตัวช้าผิดปกติ ซึ่งไม่น่าจะเป็ผลมาจากการตั้งครรภ์ และหลังจากที่เขาตรวจสอบอย่างจริงจัง เขาก็รู้ความจริง พิษนั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยวิธีธรรมดา มีเพียงโอสถหายากเท่านั้นที่สามารถกดอาการเอาไว้ได้
ั้แ่นั้นมา ไคล์จึงเริ่มออกล่าอย่างหนัก ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง ไม่ใช่เพื่อเลื่อนแรงก์ แต่เพื่อหาเงินมาซื้อโอสถเพื่อรักษาชีวิตของเอลีน่า ทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเอลีน่าจึงสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ
เื่นี้โนเอลรู้ั้แ่ตอนอายุเจ็ดขวบ รู้ว่าทำไมพ่อถึงต้องออกล่าบ่อย รู้ว่าทำไมโอสถของท่านแม่ถึงมีราคาแพง และรู้ว่าถ้าโอสถนั้นขาดเมื่อไร ท่านแม่จะแย่ลงทันที
แต่เขาเลือกที่จะไม่บอกน้อง ๆ ไม่ใช่เพราะว่าไม่ไว้ใจ แต่เพราะไม่อยากให้น้อง ๆ ต้องแบกรับความจริงที่หนักเกินไป เขาจึงเก็บมันเอาไว้เพียงลำพัง
ในวันที่ไคล์หายตัวไป การออกล่าครั้งนี้ของเขา ไม่ใช่แค่ภารกิจเลื่อนแรงก์ธรรมดา แต่เป็ภารกิจที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบระดับสูง วัตถุดิบที่อาจจะรักษาเอลีน่าได้ และหลังจากวันนั้นเขาก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
โอสถที่ท่านพ่อกักตุนเอาไว้ให้ก่อนออกเดินทางถูกใช้จนเริ่มหมดลง เงินเก็บหลายร้อยเหรียญทองจึงถูกนำออกมาใช้เพื่อซื้อโอสถ แต่มันใช้ได้แค่ไม่กี่ครั้งก็หมดลง โนเอลจึงพยายามจะหาเงินมาทดแทน ถึงแม้ว่าจะหาได้เดือนละนับสิบเหรียญทอง ซึ่งก็ถือว่าไม่น้อยเลย อาจได้เท่ากับใครหลายคนที่หาได้ทั้งปี แต่มันก็ไม่พอใช้อยู่ดี
พิษที่ของเอลีน่าที่ถูกกดเอาไว้จึงเริ่มแสดงอาการมากขึ้น ทั้งอ่อนเพลีย หายใจลำบาก พลังเวทก็ค่อย ๆ หายไป
ทั้งหมดคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้
นีร่านั่งนิ่งอยู่ที่ม้านั่งกำมือแน่น สายตาค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็สงบนิ่งและจริงจังขึ้น ถ้าโอสถที่ใช้กดอาการมีราคาแพง ถ้าวัตถุดิบระดับสูงสามารถรักษาได้ ถ้าท่านพ่อของเธอกำลังเสี่ยงชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง ถ้าอย่างนั้นเธอเองก็ไม่มีเวลามานั่งรอ
สิ่งที่เธอต้องทำในตอนนี้ไม่ใช่แค่ช่วยหาเงิน แต่ต้องทำให้สถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้เปลี่ยนไป
นีร่าค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้า ๆ พยายามกดความเจ็บแปลบในหัวให้สงบลง ความทรงจำเมื่อครู่หนักกว่าที่คิด ไม่ใช่เพียงเพราะรู้ว่าท่านแม่ถูกวางยา แต่เพราะได้รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา คนในครอบครัวของเธอต่างพยายามปกป้องซึ่งกันและกันอย่างเงียบ ๆ
ท่านพ่อออกล่าเสี่ยงชีวิตเพื่อหาโอสถมารักษาท่านแม่
พี่โนเอลเก็บความจริงเอาไว้เพียงลำพังเพื่อไม่ให้น้อง ๆ ต้องทุกข์ใจ
ท่านแม่เองก็คงฝืนทำตัวเหมือนปกติ เพื่อไม่ให้ลูก ๆ เป็ห่วง
ส่วนเธอกับเนล…ไม่เคยรู้อะไรเลย
นีร่าหลุบตามองมือตัวเอง มือเล็ก ๆ ค่อย ๆ กำแน่นขึ้นอีกครั้ง
ตอนนี้เธอรู้แล้ว ดังนั้นเธอจะทำเป็ไม่รู้ไม่ได้อีก
“ต้องเริ่มจากตรวจพลังเวทของตัวเองก่อน” เธอกล่าวกับตัวเอง
หากพลังที่เธอปลุกขึ้นมาได้นั้นสามารถช่วยให้ที่ดินของบ้านสร้างรายได้มากขึ้นจริง ๆ นั่นก็จะเป็ทางออกแรกของครอบครัวเวอร์เดล
อย่างน้อย ๆ ก็ต้องหาเงินให้ได้มากพอสำหรับค่าโอสถของท่านแม่ และหลังจากนั้นเธอจะหาทางรักษาท่านแม่ให้ได้ ไม่ใช่แค่กดอาการเอาไว้อย่างเช่นที่ทำอยู่ ต้องรักษาให้หายจริง ๆ
ในระหว่างที่นีร่ากำลังนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองเงียบ ๆ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“นีร่า มานั่งทำอะไรตรงนี้ั้แ่เช้า”
เสียงนั้นทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์ที่กำลังจมอยู่ นีร่าเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาใกล้ เขาสวมใส่เสื้อคลุมสีเรียบ ไม่มีลวดลาย บนอกเสื้อมีตราสัญลักษณ์ของหมู่บ้านกรีนฮอลโลว์อย่างชัดเจน
ที่แท้ก็เป็ผู้ดูแลศาลาหมู่บ้านนั่นเอง
“ลุงคาโล” นีร่าเอ่ยเรียกอีกฝ่าย พลางลุกขึ้นยืนอย่างสุภาพ
คาโลมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเลื่อนสายตาไปยังจักรยานที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก
“มาแต่เช้าเชียว” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“ข้าเพิ่งปลุกพลังเมื่อวานค่ะ เลยอยากมาตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวเองมีธาตุอะไร”
คาโลพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ สีหน้าของเขาไม่ได้แปลกใจนักราวกับพบเห็นเื่เช่นนี้เป็เื่ปกติ เขาประจำอยู่ที่ศาลาหมู่บ้าน มักมีเด็กมาตรวจสอบเวทธาตุอยู่บ่อย ๆ ทั้งจากในหมู่บ้านตัวเองแล้วหมู่บ้านรอบ ๆ
เนื่องจากหินปลุกพลังเวทนั้นมีราคาสิบเหรียญเงิน มันไม่ได้ราคาแพงจนถึงกับเอื้อมไม่ถึง คนที่อยากให้ลูกหลานของตัวเองมีพลังเวทจึงซื้อมาให้ใช้ เพราะถ้าสามารถปลุกพลังเวทขึ้นมาได้ก็ย่อมคุ้มค่ากว่าสิบเหรียญเงินที่เสียไป
“ถ้าเช่นนั้นก็ตามข้ามาเถอะ”
++++++++++++++++++++++++++++++++