ตกลงเกริกเกียรติก็พ่ายแพ้ต่อแรงยั่วยวนของแม่สาวเ้าเสน่ห์ หมดโอกาสได้ออกจากห้อง ผิดนัดกับมารดาจนได้ในวันนั้น...
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เกริกเกียรติขยับตัวลุกขึ้นจากที่นอน เหลือบดูนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบสามโมงเช้า ศึกรักหนักหน่วงเมื่อคืนทำเอาเขาตื่นสายขนาดนี้เลยเหรอ ต้องรีบอาบน้ำแล้วสิ แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวลงจากเตียง นีน่าก็วาดแขนมาโอบตัวเขาไว้
“จะรีบไปไหนคะ ที่รัก ”
หล่อนถามเสียงอู้อี้
“ผมจะไปทำงาน”
เขาตอบแล้วแกะมือของหล่อนออกจากตัว ก้าวลงจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไปจนได้
นีน่าปรือตาขึ้นดูเล็กน้อยแล้วก็หลับต่อด้วยความอ่อนเพลีย
เมื่อชายหนุ่มอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเตียง แล้วจับไหล่ของหญิงสาวเขย่าเบาๆ
“นีน่า นีน่า ”
ไม่ทันจะรู้สึกตัวดีแม่สาวไวไฟก็วาดแขนขึ้นโอบรอบคอเขาแล้วรั้งเข้าไปหาเพื่อจะจูบทั้งๆที่ยังไม่ลืมตา
ชายหนุ่มต้องรีบดึงมือนั้นออกเพราะกลัวว่าเหตุการณ์จะลุกลามใหญ่โตจนไม่ได้ไปทำงานอีก
“ไม่เอาน่า ผมจะรีบไปทำงานนะ ”
“แล้วคุณมาปลุกนีน่าทำไมละคะ นีน่าก็นึกว่าคุณยังไม่อิ่มนะสิ ”
หล่อนถามพร้อมกับทำตาเชิญชวน ชายหนุ่มรีบส่ายหัว
“ผมเพียงแต่จะบอกว่า ถ้าคุณจะกลับ ช่วยล๊อกประตูห้องให้ผมด้วย ”
“โอเคค่ะ ”
หล่อนรับคำแล้วยื่นหน้ามาจุ๊บปลายคางเขาทีหนึ่งเพื่อเป็การล่ำลา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหลับต่อไปตามเดิม...
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
กว่าห้าโมงเช้าที่เกริกเกียรติย่างเท้าเข้ามาที่บริษัทของผู้เป็บิดา และพบว่าบิดาไม่ได้มาทำงาน ชายหนุ่มจึงเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง ซึ่งถูกจัดขึ้นใหม่ได้ไม่นานตามอายุการมาทำงานที่นี่ของเขา
ทำงานได้ไม่นาน ก็ถึงเวลาพักเที่ยง คร้านจะออกไปหาอะไรทานข้างนอกจึงให้เลขาสั่งขึ้นมาทานข้างบน พร้อมกันนั้นชายหนุ่มก็ได้ร้องขอหนังสือพิมพ์อีกหนึ่งฉบับด้วย เพราะวันนี้ยังไม่ได้ติดตามข่าวสารอะไรเลย
เมื่อเลขาเข้ามาส่งอาหารและออกไปแล้ว ชายหนุ่มก็ลงมือทานอาหารทันทีเพราะรู้สึกหิวมาก ก็เขายังไม่ได้ทานอะไรเลยั้แ่เมื่อวานตอนเย็น
หลังทานเสร็จเรียบร้อยชายหนุ่มหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน วันนี้ไม่มีข่าวอะไรที่น่าสนใจเป็พิเศษ จึงเปิดผ่านไปเรื่อยๆ มาสดุดลงที่หน้าสังคม ต้องอ่านซะหน่อยเพราะเห็นเป็ข่าวเกี่ยวกับบริษัทของตัวเอง
แต่แล้วเขาก็ต้องร้อง “เฮ้ย” ออกมาดังๆด้วยความใ ก็ในเนื้อข่าวกล่าวถึงงานเลี้ยงต้อนรับและขอบคุณพนักงานที่ไปประสพความสำเร็จจากที่สิงคโปร์กลับมา แล้วก็มีภาพบรรยากาศต่างๆภายในงานอีกสองสามภาพ แต่ที่สะดุดใจเขามากที่สุดก็คือสุภาพสตรีสาวในชุดราตรีสีขาวคนนั้น เขาจำได้แน่นอนว่าหล่อนคือยายเชยที่เขาเคยค่อนว่านั้นเอง
แต่ในภาพนี้ หล่อนแสนสวยและดูสง่างามเหลือเกิน และที่น่าหมั่นไส้ก็คือเกือบทุกภาพหล่อนจะต้องยืนคู่กับไอ้ผู้จัดการฝ่ายการตลาดหน้าจืดคนนั้นพร้อมกับยิ้มหน้าบาน ราวกับว่าเป็งานวิวาห์ของทั้งคู่ก็ไม่ปาน ซึ่งเห็นแล้วก็สร้างความหงุดหงิดใจให้กับชายหนุ่มได้เป็ทวีคูณ