ดาบซามูไรที่กระหายหิว นำมาซึ่งหายนะและกลิ่นคาวเืในสมรภูมิแห่งนี้ สีแดงฉานและกลิ่นคาวราวกับสนิมเหล็กกระตุ้นปีศาจร้ายในตัวนักรบให้ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาต่อสู้กันมานานกว่า 7 วัน 7 คืนโดยไม่ได้พักท่ามกลางหิมะในเหมันตฤดู หยดเืสีแดงทับทิมไหลอาบชุ่ม ภาพตรงหน้าช่างยากที่จะแข็งใจดู กองศพมากมายนอนพาดกันไปมา หิมะสีขาวบัดนี้ย้อมไปด้วยโลหิตจนไม่เหลือความบริสุทธิ์
ในที่สุดาระหว่างแคว้นก็จบลงเสียที ชัยชนะจึงตกเป็ของเอโดะดังคาด เพราะทัพของพวกเขานำโดยโคคิจิซามูไรองครักษ์คนโปรดของโชกุน หากเขานำทัพแล้ว ไม่เคยมีคำว่าพ่ายแพ้กลับมาให้แก่ประชาชน าครั้งนี้เป็าที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาตร์ เหล่าทหารซามูไรเมื่อไรดื่มด่ำกับการฆ่าฟันจนอิ่มหนำแล้วก็กลับมาพบกับความจริงว่าร่างกายของพวกเขาซูบผอมลงไปมากเหลือเกิน โคคิจินำบุตรชายทั้ง 3 ของเขาติดตามทัพมาด้วยเพื่อให้ได้เรียนรู้การต่อสู้ของจริง คาเนทาโร่(23 ปี) เก็นสุเกะ(18 ปี) และคะเฮ(15 ปี) พวกเขาจึงตั้งค่ายสำหรับค้างแรมกันคืนหนึ่งก่อนกลับเข้าตัวเมืองเพื่อรายงานท่านโชกุน
ในคืนนั้นเหล่าทหารต่างเฉลิมฉลองและดื่มสุรากันอย่างสำราญ ในกระโจมผ้าใบลายดอกบ๊วยประจำตระกูลนั้นต่างออกไป พวกเขานั่งประชุมกันอย่างเงียบๆ เกี่ยวกับข่าวลือเื่ไส้สึกในพระราชวัง ก่อนที่คาเนทาโร่บุตรชายคนโตจะสังหารตัดคอแม่ทัพของฝ่ายเก็มบุนั้น เขาหลุดปากพูดเื่ความลับแห่งเอโดะที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์และคนสนิทเท่านั้นที่จะรู้ออกมา คาเนทาโร่นำเื่นี้ไปถามบิดาทันที โคคิจิถึงกับตะลึงที่เมืองอื่นรู้ความลับของพวกเขา
"เราควรทำเช่นไรดีท่านพ่อ เื่นี้จะทำให้บ้านเมืองระส่ำระสายหรือไม่?" คาเนทาโร่เอ่ยถามผู้เป็พ่อ
"ข้าต้องรายงานท่านโชกุนก่อน แล้วเราค่อยหารือกันอีกที เ้าทำเป็ไม่รู้เสีย ข้าไม่อยากให้เ้าเข้ามาพัวพัน"
ในกระโจมนี้มีเพียงโคคิจิ บุตรชายทั้งสาม ซามูไรคนสนิทประจำตระกูลอีก 5 นายที่โพกผ้าดำสนิทปิดใบหน้าจนเหมือนนินจาซึ่งเป็สายลับมากกว่า และผู้ร่วมวางแผนการเดินทัพอีก 2 นาย
"ไหนๆเราก็ชนะแล้ว ชนแก้วกันหน่อยสิท่าน" ผู้ร่วมวางแผนคนหนึ่งเอ่ย จากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันสัพเพเหระจนมาเข้าเื่การแต่งงานของเก็นสุเกะซึ่งอยู่ในวัยเลือกคู่พอดี
"มีข่าวลือหนาหูว่าท่าโคคิจิกำลังจะสู่ขอคายะนางฟ้าอันดับ 1 ให้เก็นสุเกะนั่นเป็ความจริงหรือท่าน?" ผู้ร่วมวางแผนอีกคนถาม เก็นสุเกะใจนถลึงตามอง ใครๆต่างก็รู้ดีว่าโคคิจิเกลียดสถานบันเทิงอย่างหอนางโลมเป็ที่สุด เก็นสุเกะเองก็เช่นกัน ไม่มีทางที่บิดาเขาจะทำเช่นนั้นแน่
"ท่านผู้วางแผน ท่านรู้ใช่ไหมว่าข้าเกลียดอะไรมากที่สุด.." เสียงทุ้มของโคคิจิกร้าวขึ้นทันที
"ข..ข้าแค่ถามน่าท่าน อย่าได้ถือสาข้าเลย ข้าแค่อยากรู้ว่าจริงหรือไม่เท่านั้น" ผู้ร่วมวางแผนกลัวจนจอกสุราในมือสั่น
"บุตรชายข้า ข้าบงการเขาได้ทุกสิ่งยกเว้นเื่หัวใจ ข้าจะให้เขาตัดสินใจเอง ข้าไม่ห่วงเก็นสุเกะหรอก ห่วงคาเนทาโร่เสียมากกว่า อายุจน 23 หนาวแล้วยังมิยอมเลือกคู่ครองเสียที" พูดแล้วก็ปรายตามองไปยังบุตรชายคนโต
"โถ่ท่านพ่อ... ข้ายังมิเจอนางในฝันนี่นา ท่านเอาแต่ให้ข้าไปรบราฆ่าฟันนี่ ข้าจะเอาเวลาที่ไหนไปเจอหญิงได้เล่า?" คาเนทาโร่เป็บุรุษขี้เล่น ผิดกับเวลาที่จับดาบ เขาไม่เคยเกรงกลัวบิดาอย่างที่ผู้อื่นเป็ ในบรรดา 3 พี่น้องนี้เขาช่างพูดและคารมดีที่สุด น้องชายคนรองเก็นสุเกะนั้นเป็คนเงียบขรึม บุคลิกแตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง น้องเล็กคะเฮนั้นยิ่งแล้วใหญ่ รายนั้นไม่ปริปากพูดกับใครเลยสักคน
เช้าวันถัดมากองทัพซามูไรของโคคิจิควบม้ากลับเข้าตัวเมือง และเดินทางถึงในอีก 2 วันถัดไปเนื่องจากหิมะที่กระหน่ำจนไม่อาจควบม้าเร็วได้เหมือนปกติ ลมหนาวบาดลึกถึงรูขุมขนจนผิวที่โผล่พ้นเนื้อผ้าแทบจะถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ
เนื่องจากอยู่ใน่สิ้นปี ในเมืองจึงคึกคักมากเป็พิเศษ โคมไฟถูกนำออกมาประดับตกแต่งไว้ตามจุดต่างๆของเมือง คืนนี้พวกโคคิจิเลือกพักที่โรงเตี๊ยมฮิคาริเพื่อรอเข้าเฝ้ารายงานศึกหลังวันปีใหม่ พวกเขาจึงมีเวลาเตร็ดเตร่ในตัวเมืองกว่า 2 วัน โคคิจิจึงปล่อยให้ลูกน้องของเขาได้พักผ่อนเต็มที่หลังจากที่รำศึกมาอย่างยาวนานโดยไม่ได้พัก