ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 188 ดินไร้ความหมาย.

    ด้านในป่ายักษ์ตาเดียวที่มีต้นไม้ใหญ่จำนวนมากปกคลุมทั่วทิศทาง มีร่างคนหนึ่งกำลังเดินเข้าไปในป่าส่วนลึกของป่ายักษ์ตาเดียวอย่างทรมาน

    สีหน้าขาวซีดร่างกายเริ่มส่งสัญญาณพังทลายลงอย่างช้า ๆ การก้าวเท้าแต่ละเท้าต้องใช้พลังงานจำนวนมากในแต่ละก้าว

    คนนั้นคือแจ๊คเอง ยิ่งแจ๊คเดินมากเท่าไรแสงสีขาวในร่างกายก็เริ่มกัดกินร่างกายของเขามากขึ้นเท่านั้น จนทำให้หู่เสวียกำหมัดแน่นก่อนจะบินออกมาจากมิติ

    ทว่า แจ๊คได้ปิดมิติจากออกเอาไว้ทำให้หู่เสวียชนกับกำแพงมิติ

    “ปล่อยฉันออกไป ถ้านายยังเป็นแบบนี้มีแต่ความตายเท่านั้น ปล่อยฉันออกไป”

    ตูม ตูม

    หู่เสวียโมโหถึงขีดสุดจนปล่อยพลังของเธอออกมา ทำให้สิ่งของภายในมิติชุดแห่งความว่างเปล่าจนแตกสลาย เฟรยารู้สึกว่าเธอไม่สามารถทำอะไรกับที่นี้ได้

    เพราะเจ้าของที่แท้จริงคือแจ๊ค ถ้าแจ๊คไม่ต้องการให้ใครเข้าหรือออกก็ไม่มีใครสามารถเข้าออกได้

    ส่วนเฟรยาเป็นผู้ดูแลเท่านั้น เฟรยารู้สึกกังวลเหมือนกับหู่เสวีย เธอพยายามส่งพลังออกไปช่วยเหลือแจ๊คแต่เมื่อเห็นหู่เสวียส่งพลังเข้าไปช่วยเหลือแจ๊ค

    ปรากฏส่งผลเสียมากกว่าทำให้เธอต้องหยุดมือลงและดวงตาเริ่มน้ำตาหยดลงมา

    หู่เสวียยกมือขึ้นพร้อมกับมีก้อนผลึกน้ำแข็งสีฟ้าครามมันสวยงามปรากฏขึ้นด้านบนเหนือหัวของเธอ

    “ถ้านายไม่ปล่อยให้ฉันออกไป ฉันจะทำลายมิติชุดแห่งความว่างเปล่าของนาย”

    เมื่อได้ยินดังนั้นแจ๊คหัวเราะขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมา

    “เธอไม่กล้าหรอก”

    “นาย................”

    สีหน้าของหู่เสวียกังวล ตกใจเธอรู้ว่าถ้าทำลายมิติชุดแห่งความว่างเปล่าก็ไม่เกิดประโยชน์ขึ้นมา ซ้ำยังส่งผลเสียกับแจ๊คและเฟรยาเพราะคนแรกที่ตายจากการทำลายคือเฟรยา

    ต่อมาแจ๊คก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกจากการที่สมบัติของตนถูกทำลายลง หู่เสวียกำหมัดแน่นก่อนจะปล่อยก้อนน้ำแข็งผลึกสีครามนี้

    เมื่อไม่มีพลังควบคุมก้อนน้ำแข็งสีครามได้พังทลายลงสู่ความดำมืดด้านล่างของมิติชุดแห่งความว่างเปล่า

    “นายท่าน..........”

    ในตอนแรกเฟรยารู้สึกตกตะลึงเมื่อได้ยินหู่เสวียพูดว่าจะทำลาย จิตใจของเธอว้าวุ่นก่อนจะสงบลง นายท่านมอบชีวิตที่สองให้ถ้าตายเพื่อนายท่านเธอคงยอม

    แต่หู่เสวียไม่ได้ทำลายมิติชุดแห่งความว่างเปล่าลง หู่เสวียหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อทำให้จิตใจของตนเองเย็นลงก่อนจะพูดว่า

    “นายรู้ได้ยังไงว่าตนเองไม่ได้จะตายลงวันนี้”

    เท้าของแจ๊คได้หยุดลงเมื่อได้ยินเสียงพูดของหู่เสวียก่อนจะหัวเราะขึ้น เฟรยารู้สึกตกใจกับคำพูดของหู่เสวียและการกระทำของแจ๊ค

    “เกิดอะไรขึ้น”

    เฟรยาถามขึ้น หู่เสวียหันไปมองเฟรยาก่อนจะพูดขึ้นมา

    “เธอไม่คิดว่าไอบ้านี้มันจะใจเย็นได้หรือยังไง เมื่อรับรู้ว่าตนเองกำลังจะตายฉันอยู่กับไอบ้านี้มาหลายปีถ้ามันรู้ว่าจะตายลงพยายามจะหลบหนีไปแล้วหรือไม่ก็เปิดระบบผู้ร่วงหล่นหาสิ่งของเพื่อช่วยชีวิตของมัน ตอนนี้มันยังนั่งหัวเราะใจเย็นอยู่ได้ในตอนนี้ คิดแล้วโมโห อย่าให้ฉันออกไปได้”

    เฟรยานึกขึ้นมาจึงมองแจ๊คด้วยสีหน้าโกรธเคียงเล็กน้อย แก้มของเธอป่องขึ้นมาจนน่ารัก

    หู่เสวียตอนนี้จิตใจของเธอรู้สึกเขินอายเป็นอย่างมากเพื่อคิดถึงการกระทำของเธอเมื่อสักครู่นี้ เธออยากจะออกไปทรมานไอบ้านี้จนกว่าเธอจะหายโกรธ

    “โอ๋ ๆ หายโกรธนะเขาแค่ล้อเล่นเอง”

    “ไม่ต้องพูดมาก รีบอธิบายมา”

    หู่เสวียพูดขึ้นมาอารมณ์ที่โมโหที่ถูกไอบ้านี้ล้อเล่นกับตน แจ๊ครีบอธิบายให้กับหู่เสวียฟังว่า

    “เธอไม่คิดว่ามันแปลกหรือไงที่ฉันเจอตัวตนระดับนั้นแต่ยังมีชีวิตรอดกลับมา”

    เมื่อหู่เสวียได้ฟังดังนั้นจึงรู้สึกว่าแปลกมากเพราะ ตัวตนระดับนั้นต่อให้ไม่สนใจไอบ้านี้แต่มันไม่ได้โชคดีถึงขนาดที่มองเห็นตัวตนนั้นหลายตัวตนแต่รอดชีวิตกลับมาได้

    เฟรยาพูดขึ้นมา

    “นายท่านได้พูดว่าตัวตนขยับไม่ได้”

    “ใช่ฉันขยับไม่ได้ แต่มันมีพลังบางอย่างที่สุดยอดปิดบังร่างกายของฉันเอาไว้ต่อตัวตนเหล่านั้น แต่ฉันบาดเจ็บส่วนใหญ่คือการมองไปที่ตัวตนนั้น ส่วนตัวตนนั้นในมิติไม่เห็นฉันราวกับเป็นอากาศ มันน่าแปลกใจมาก”

    “เป็นไปไม่ได้ ตัวตนระดับนั้นต่อให้อากาศ ฝุ่นหรือเชื้อโรคยังสัมผัสหรือมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่กลับมองไม่เห็นนาย”

    สีหน้าของแจ๊คเปลี่ยนแปลงไปเมื่อคิดถึงตอนนี้ เขากัดฟันจนส่งเสียงกระทบกันก่อนจะพูดว่า

    “เพราะไอเว......”

    ปัง

    แค่ก

    “ไอเชี......”

    ปัง

    แค่ก

    เมื่อแจ๊คกำลังพูดเกี่ยวกับคนหนึ่งร่างกายของเขาเหมือนกับมีพลังบางอย่างโจมตีเข้ากับร่างกายของแจ๊ค จนกระดูกทั่วร่างหักอวัยวะภายในเสียหาย

    พร้อมกับไอออกมาเป็นเลือด แจ๊คไม่สามารถขยับร่างกายของตนเองได้ หู่เสวียและเฟรยาตกใจ

    “เกิดอะไรขึ้น”

    “นายท่านเป็นอะไร”

    แจ๊คมองไปยังท้องฟ้ากว้างใหญ่ไม่ได้ตอบหู่เสวียกับเฟรยาทันที สักพักหนึ่งแจ๊คได้ตอบกลับมา

    “ฉันไม่เป็นอะไรมากแค่กระดูกทั่วร่างแหลกจนกลายเป็นผงเท่านั้นเองเข้าเรื่องตอนที่ฉันหลุดเข้าไปในมิติ ฉันขยับไม่ได้ก่อนจะมีพลังบางอย่างมาดึงร่างกายของฉันให้ไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ตอนแรกฉันตกใจและหวาดกลัวมาเพราะในมิติเต็มไปด้วยสิ่งแปลกประหลาด ผีที่มีแต่แขนตวัดไปมา พายุสีน้ำตาลดำ เสียงกรีดร้องที่ทำลายจิตใจและอื่น ๆ มากมาย ฉันนึกว่าจะตายไปเสียแล้วแต่เหมือนกับมีโล่พลังบางอย่างมาปิดบังการมองเห็นของสิ่งมีชีวิตภายในมิตินั้น พวกมันไม่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสฉันได้พลังนั้นพาฉันไปหาตัวตนที่ยิ่งใหญ่ภายในมิตินั้นเมื่อฉันเห็นตอนแรกก็ตกใจ หวาดกลัวและสิ้นหวังว่าจะไม่ได้พบพวกเธอ ระหว่างที่ฉันสิ้นหวังฉันได้ยินเสียงหัวเราะสนุกสนานจากที่ไหนไม่รู้ ทำให้ฉันคิดได้ทันทีว่า พลังที่ป้องกันฉันเป็นของคนที่หัวเราะ ฉันทั้งโกรธและอับอายที่รู้ตัวเองถูกใครที่ไหนไม่รู้เฝ้ามองราวกับสัตว์ในสวน เมื่อฉันพยายามพูดถึงมันจะมีพลังบางอย่างมาโจมตี ยิ่งฉันโกรธเคียงพูดขึ้นคนนั้นมากเท่าไร คนนั้นยิ่งหัวเราะมากขึ้นเท่านั้นจนทำให้ฉันปิดปากเงียบและรู้ว่ามันไม่ได้มีเจตนาร้าย ส่วนแสงสีขาวที่คนนั้นนำมาโจมตีฉันคือสะเก็ดความรู้แจ้งเกี่ยวกับมิติ”

    เรื่องแบบนี้หู่เสวียเคยฟังเป็นครั้งแรกจึงเงียบเพราะแค่พูดชื่อก็ถูกทำร้ายแม้แต่มหาเทพยังไม่สามารถถึงระดับนั้นได้ แต่เมื่อแจ๊คพูดว่าสะเก็ดความรู้แจ้งเกี่ยวกับมิติทำให้หู่เสวียตกใจ

    เพราะมิติเหมือนกับอากาศ ชีวิต ลมปราณ โชคชะตาและอื่น ๆ มากมายเป็นสิ่งที่สัมผัสได้แต่จับต้องไม่ได้ ของเหล่านี้ถ้าต้องการให้จับต้องได้

    ต้องใช้เวลารวบรวมหรือเก็บเกี่ยวมากมายขนาดใหญ่อัดมารวมกันเป็นก้อนขนาดเล็ก ยิ่งคิดหู่เสวียยิ่งหวาดกลัวส่วนเฟรยาไม่รู้อะไรจึงพยักหน้าเมื่อเห็นว่านายท่านไมได้มีอันตรายอะไร

    แจ๊คเห็นหู่เสวียไม่ได้พูดอะไรจึงถอนหายใจเพราะสะเก็ดนี้รวบรวมจากมิติไม่รู้ผ่านมายาวนานกี่ล้านล้านล้านล้านปีหรือตั้งแต่ก่อตั้งจักรวาลขึ้นมาไม่มีใครรู้

    แต่ความรู้เกี่ยวกับมิติแจ๊คเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไร ความรู้เกี่ยวกับมิติยิ่งสูงขึ้นเท่านั้นแต่แจ๊คต้องหาวิธีผนึกสะเก็ดความรู้แจ้งเกี่ยวกับมิตินี้ก่อน

    เพราะมันเหมือนดาบสองคมที่ทำลายเขาไปด้วย แจ๊คอัดอากาศสร้างเปลคนไข้และสิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ 2 คน สิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ยกแจ๊คขึ้นมาไว้ตรงเปลก่อนจะเดินหน้าไป 3 ก้าว ถอยหลัง 2 ก้าว ซ้าย 10 ก้าว ขวา 15 ก้าว เดินหน้าอีก 10 ก้าว ขวาอีก 12 ก้าวทำแบบนี้อยู่ 50 รอบ

    หลังจากที่เดินครบรอบทั้งสิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ทั้ง 2 และแจ๊คได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

    แจ๊คปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในมิติปิดตายรอบด้านไม่มีอะไรราวกับเป็นดินแดนแห่งความตายมีแต่ดินสีแดงเข็มผสมแดง

    ทว่าในดินแดนรกร้างได้มีภูเขาขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นยอดภูเขาอยู่ตรงหน้าแจ๊ค แจ๊คยิ้มและหัวเราะขึ้นมาหู่เสวียเห็นดินแดนแห่งนี้ได้พูดขึ้นมาว่า

    “ดินไร้ความหมาย.........”

    ปัง

    แจ๊คตกลงจากเปลสิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ที่เขาสร้างได้พังทลายลงไป ทำให้แจ๊คตกใจเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกว่าสะเก็ดความรู้แจ้งเกี่ยวกับมิติหยุดทำร้ายร่างกายของเขาแล้ว

    “หู่เสวีย ดินไร้ความหมายคืออะไร”

    แจ๊คถามหู่เสวีย ทว่าไม่ได้ยินเสียงหู่เสวียตอบกลับแจ๊คจึงดูมิติภายในชุดแห่งความว่างเปล่าดู

    เมื่อได้ดูแจ๊คมีสีหน้าตกใจเพราะเขาไม่สามารถเชื่อมต่อมิติภายในชุดแห่งความว่างเปล่าได้ แจ๊คพยายามจะใช้พลังชีวิตของตนเองดู

    ปรากฏว่าเขาไม่สามารถใช้พลังอะไรได้แม้แต่นิดเดียวภายในนี้ เปิดมิติยังไม่ได้

    ทำให้แจ๊คตกตะลึงและหวาดกลัวไปพร้อมกับก่อนเห็นว่าบาดแผลสีขาวหยุดลงทำให้แจ๊คอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อยเพราะสัญชาตญาณของตนได้บอกตนเข้ามาในที่แห่งนี้

    แจ๊คจึงเข้ามาอย่างไม่ลังเลและปรากฏว่าเขาติดอยู่ในดินแดงรกร้างแห่งนี้

    “มีใครอยู่ไหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม”

    “มีใครอยู่ไหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม”

    “มีใครอยู่ไหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม”

    แจ๊คตะโกนเสียงดังจนสะเทือนไปทั่วดินแดน แต่เขาไม่ได้เสียงตอบรับกลับมาจึงเกาหัวตนเองเล็กน้อย

    “วันนี้เป็นวันอะไรก่อนหน้านี้ติดอยู่ในมิติ ตอนนี้ติดอยู่ในดินแดนไร้ชื่อ”

    ...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................


    คล้ายกับเรื่องผู้ร่วงหล่น ที่คุณอ่าน