หลังจากที่หนิงอี้หาวไปรับผู้เป็บุตรสาวกลับมาด้วยตนเองแล้วจึงได้ให้คนเตรียมอาหารของโปรดทุกอย่างไว้ให้หนิงฟางหรงระหว่างทางมานี้เขาค้นพบว่านางเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงท่าทางของบุตรสาวคนโตนิ่งเงียบผิดปกติทำเพียงก้มหน้ามองมือที่วางบนตักตลอดการเดินทาง จึงเข้าใจว่าเป็เพราะความผิดหวังเสียใจกับเื่ราวที่เกิดขึ้นกะทันหัน
หนิงฟางหรงรู้สึกจุกในอกอย่างบอกไม่ถูกแรกเริ่มที่ได้พบบิดาของตน คิดเอาไว้ว่าจะกอดเขาให้สมกับการกลับมาทว่าเมื่อมองใบหน้าที่คิดถึงกลับรู้สึกผิดจนไม่อาจให้อภัยตนเองได้ ทุกความผิดพลาดเป็นางเองที่โง่เขลาเชื่อคนง่าย นางมีส่วนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมเ่าั้ขึ้น
ยิ่งคิดมือที่วางบนตักยิ่งบีบเข้าหากันแน่นในอกพลันบีบรัดจนเ็ป น้ำตาที่กลั้นเอาไว้พังลงมาอาบแก้มเนียนทั้งสองข้างจนผู้เป็บิดารู้สึกสงสารจับใจ
“หรงเอ๋อร์”หนิงอี้หาวคว้าตัวบุตรสาวเข้ามากอดทันทีที่จับสังเกตได้แต่ไหนแต่ไรการเห็นนางร้องไห้นับเป็เื่ยากดวงหน้านั้นมักเปื้อนรอยยิ้มร่าอยู่เสมอ เมื่อเห็นว่าบุตรสาวทุกข์ใจเช่นนี้คนเป็พ่อเช่นเขามีหรือจะทนมองได้เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าองค์ชายสี่จะมีอิทธิพลต่อจิตใจของบุตรสาวถึงเพียงนี้
หารู้ไม่ว่า...ที่นางร้องปานใจจะขาดเพราะความรู้สึกผิดที่มีต่อตนเอง หาใช่ความรักที่มีต่อคนผู้นั้น...
มือหนาของผู้เป็บิดาลูบไปมาบนหลังของหนิงฟางหรงอย่างอ่อนโยนส่วนนางเมื่อััถึงบุคคลที่คะนึงหามาตลอดถึงกลับปล่อยโฮออกมาอย่างมิอาจกลั้นอีกต่อไปแขนสองข้างกอดผู้เป็บิดาแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปเป็เพียงภาพลวงตาอย่างไรอย่างนั้น
“ท่านพ่อ...ฮือ...ข้าขอโทษ ข้าขอโทษนะเ้าคะข้าขอโทษที่ปกป้องท่านไม่ได้ ข้ามันโง่เขลา ข้าขอโทษ...”น้ำเสียงอู้อี้ละล่ำละลักเอ่ยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาซุกลงบนอกแกร่งของผู้เป็บิดา
หนิงอี้หาวยิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจแต่ความสงสารที่มีต่อบุตรสาวมีมากเสียจนไม่สนใจน้ำเสียงฟังไม่ได้ศัพท์นั้นเขาได้ยินนางพร่ำขอโทษตนเองเช่นนั้นมาเรื่อย เสียงสะอื้นเกิดขึ้นบนรถม้าอยู่นานกระทั่งจอดลงที่หน้าจวนแล้วก็ยังไม่สามารถหยุดลงได้
สารถีมีท่าทีเลิ่กลั่กทว่าสองแฝดที่ยืนดักทางขึ้นส่ายหน้าเป็เชิงบอกให้ปล่อยเอาไว้เช่นนี้ก่อน
คนของจวนแม่ทัพค่อนข้างรู้ความเพียงได้ยินเสียงจากด้านในก็กันชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นบริเวณโดยรอบออกไปจากบริเวณจวนจนหมดเพียงเท่านั้นชื่อเสียงของหนิงฟางหรงก็ย่ำแย่พออยู่แล้วหากได้รู้ว่านางมีอาการเช่นไรคงนำไปพูดสนุกปาก
ฮูหยินหนิงพาบุตรทั้งสองออกมาทันทีเมื่อมีคนไปแจ้งแก่นางว่าบุตรสาวคนโตที่ผู้เป็หัวหน้าตระกูลไปรับมาถึงแล้วทว่าเสียงสะอึกสะอื้นภายในรถม้าที่ยังไม่ถูกเปิดผ้าม่านยิ่งทำให้นางใจเสียจนรีบเร่งเข้าไปใกล้
เมื่อสองแฝดเห็นว่าผู้ที่มาถึงคือมารดาของคุณหนูตนก็หลีกทางให้ทันที
ทว่าฝีเท้าของผู้เป็มารดากลับชะงักอยู่ที่ทางขึ้นอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนเอ่ย“หรงเอ๋อร์ เ้า้าให้แม่เข้าไปหรือไม่”
เสียงภายนอกรถม้าดังขึ้น ทำให้คนที่อยู่ภายในชะงักงันหนิงฟางหรงผละออกจากบิดาของตน ก่อนจะเปิดผ้าม่านออกผู้ที่รอนางอยู่ยังมีผู้เป็มารดาและน้องสาวอย่างหนิงเยี่ยนฟางที่จูงมือชุนชุนน้อยอยู่ข้างกัน
“ท่านแม่...”หนิงฟางหรงก้าวลงมาจากรถม้าโดยการประคองของเสี่ยวเถาเมื่อฮูหยินหนิงเห็นสภาพของบุตรสาวในใจกลับรู้สึกเ็ปขึ้นแทนก่อนที่ทั้งคู่จะโผเข้ากอดกันทันทีหนิงเยี่ยนฟางและหนิงชุนเองก็เข้ามาสวมกอดนางด้วยเช่นกัน
“หรงเอ๋อร์ ลูกคงปวดใจมากเลยใช่หรือไม่ จึงร้องไห้หนักเช่นนี้”ฮูหยินหนิงผละออกพร้อมทั้งปาดน้ำตาบนแก้มนวลของบุตรสาว
“เ้าค่ะ ข้าเ็ปมากจริงๆ และข้าคิดถึงพวกท่านและน้องๆมากที่สุด” หนิงฟางหรงตอบกลับ ทว่าเื่ที่ทำให้นางเ็ปเป็คนละเื่กับที่ทุกคนคิดโดยสิ้นเชิง
“เ้ากลับมาแล้ว ก็เข้าไปพักผ่อนเถิด เื่อื่นไว้ค่อยคิดเ้ามีพ่อกับแม่และน้องๆ อยู่ด้วย อย่าได้กังวลเื่ใดอีกเลยพวกเราจะอยู่เป็กำลังใจให้เ้าเสมอ” ทว่าประโยคนี้ยิ่งทำให้หนิงฟางหรงน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้
“อยู่ตลอดไปเลยนะเ้าคะ” ฮูหยินเห็นดังนั้นก็กำชับมือบุตรสาวแน่นโดยไม่รู้ว่าความหมายของคำว่าอยู่ตลอดไปของบุตรสาวเลยว่าไม่ใช่เพียงอยู่ให้กำลังใจเฉพาะเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้แต่หมายถึงความ้าที่จะช่วยเหลือทุกคนให้พ้นจากภัยร้ายที่ใกล้เข้ามาด้วย
“แน่นอนอยู่แล้ว” ฮูหยินหนิงตอบกลับก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะผู้เป็บุตรสาวอย่างเบามือ
หนิงชุนเมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่อยากน้อยหน้า มือป้อมๆเอื้อมมาจับมือของพี่สาวพลางเอ่ยเสียงดัง “ข้าก็จะอยู่กับท่านพี่ข้าขอถอนคำพูดที่ว่าท่านพี่ซุกซนด้วย”ทว่าเพียงชั่วอึดใจเด็กชายตัวกลมก็ส่ายหัวไปมา “ไม่สิเอาเป็ว่าท่านพี่ซุกซนนิดหน่อยก็ได้”
หนิงฟางหรงเห็นดังนั้นก็หยิกแก้มของชุนชุนไปทีหนึ่ง
“ท่านพี่ไม่ต้องร้องแล้วนะเพราะว่าท่านแม่เตรียมของโปรดไว้ให้ท่านเยอะแยะเลย” ชุนชุนน้อยเอ่ยพลางวาดแขนออกกว้างๆเมื่อมองดูแล้วเห็นว่าไม่กว้างพอจึงเอื้อมไปจัดแจงมือของพี่สาวอย่างหนิงเยี่ยนฟางมาต่อกันจากมือของตนเรียกรอยยิ้มของหนิงฟางหรงได้ในที่สุด
หนิงฟางหรงกลับมายังเรือนอันคุ้นเคยของตนซึ่งตั้งอยู่ทางปีกตะวันตกของจวนแม่ทัพทางเดินที่ทอดยาวปูด้วยหินสวยงามรอบข้างยังมีไม้ดอกไม้ประดับมากมายเพื่อสร้างความสดชื่นแก่ผู้พบเห็น ยิ่งใกล้ตัวเรือนขึ้นมากเท่าใด นางยิ่งมีความรู้สึกโหยหา
เมื่อมาถึงจึงพบว่าข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่ได้นำไปด้วยกลับยังคงอยู่สภาพเดิมไร้การเปลี่ยนแปลงหรือขนย้าย ส่วนสิ่งของอื่นๆที่ติดกายไปก็ถูกนำมาจัดเรียงอย่างเรียบร้อยตามเดิมเื่ความสะอาดก็ถูกขัดเกลาจนเอี่ยมอ่อง บ่งบอกถึงความเอาใจใส่อย่างถึงที่สุด
แท้จริงแล้วที่ที่นางควรอยู่คือที่นี่มิใช่ตำหนักใหญ่ในวังอันหรูหรา ทว่าเป็เรือนขนาดกลางหลังหนึ่งในจวนของครอบครัวที่แห่งนี้ไร้ซึ่งการแข่งขัน ไร้ซึ่งความหลอกลวง มีแต่ความจริงใจรักใคร่ปรองดอง
หนิงเยี่ยนฟางผู้อ่อนโยนเดินมาส่งผู้เป็พี่สาวอย่างเงียบๆนางสังเกตว่าพี่สาวของนางกำลังใช้สายตามองบริเวณโดยรอบราวกับคะนึงหามือเล็กจึงยื่นออกไปััมือของพี่สาวอย่างแ่เบาก่อนจะจับเอาไว้
หนิงฟางหรงละสายตาจากสิ่งรอบกายมายังน้องสาวของนางในสายตานั้นเจือความอ่อนโยน ทั้งยังมีความรู้สึกอื่นจนสับสนปนเปในชาติก่อนฟางเอ๋อร์คือเหตุผลสุดท้ายของการมีชีวิตอยู่ของนาง
เมื่อนึกไปถึงสิ่งที่คนชั่วพวกนั้นกระทำไว้ยิ่งพาให้รู้สึกโกรธแค้น
กลับมาครานี้นอกจากจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าอีกครั้งนางจะต้องปกป้องครอบครัว และหาทางทำลายคนพวกนั้นให้จงได้
********************
น้องกลับมาแล้ววววว
เจอกันอีกที 7โมงเช้านะคะ
ฝากกดใจ กดติดตาม หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้น้าาาา
…เพิ่มเติม…
ไรต์บุหลันรังรอง มีเพจ Facebook และ Tiktok แล้วน้า สามารถไปติดตามพูดคุยกันได้นะคะ☺❤
https://www.facebook.com/profile.php? id=100088829591788&mibextid=ZbWKwL
Tiktok
https://www.tiktok.com/@pom_wps.3001? _t=8cmBVnjG2Es&_r=1