เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 95 ศาลาแลกสมบัติ

    ภายในเก้าศาลาแลกสมบัติของตระกูลหลิงอู่  แต่ละแห่งตั้งอยู่ในเหล่าคนนอกตระกูลทั้งเก้าเหล่า  สำหรับศาลาแลกสมบัติของเหล่ามรกตนั้นอยู่ไม่ไกลจากสำนักสุริยันมรกตเท่าไรนัก


    แม้จะมีสมาชิกตระกูลหลิงอู่อยู่เป็นจำนวนมาก  แต่ตอนนี้ยังเป็นเวลาเช้าตรู่ หลงเฉินจึงไม่ได้พบเจอคนมากมายนัก


    ยอดฝีมือมีอยู่ทั่วทุกที่ในตระกูลหลิงอู่  และเพียงแค่ภายในหอพักต้นหลิวมรกต  หลงเฉินก็ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่โหดเหี้ยม มิต้องเอ่ยถึงข้างนอกว่าจะเป็นเช่นไร


    เวลานี้ หลงเฉินพยายามทำตัวไม่โดดเด่นในฐานะผู้บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขณะที่เขามุ่งหน้าไปยังศาลาแลกสมบัติ


    ยิ่งเขาเข้าใกล้ศาลาแลกสมบัติมากเพียงใด  เขาก็ยิ่งพบเจอผู้คนมากขึ้น  ที่นี่มียอดฝีมือรุ่นเยาว์อยู่มากมายท่ามกลางยอดฝีมือทั้งหลาย


    ภายในเหล่ามรกต  ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นมนุษย์นั้นมีอยู่นับไม่ถ้วน ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นปฐพีนั้นไม่ค่อยได้พบเห็นมากนัก  และสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นสวรรค์ หลงเฉินยังไม่เคยพบแม้แต่คนเดียว  ซึ่งก็แปลว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่หลงเฉินได้พบเจอก็คือหลิวหลานแห่งเหล่ามรกต


    ศาลาแลกสมบัติของเหล่ามรกตนั้นใหญ่โตโอ่อ่ากว่าร้านของสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งที่ตั้งอยู่ในเขตตะวันออกมากนัก  มันสูงสามชั้นและมีขนาดกว้างขวาง


    หลงเฉินรู้ดีว่าสองชั้นบนนั้นไม่ใช่ที่ที่คนอย่างเขาจะสามารถเข้าไปได้ด้วยความแข็งแกร่งหรือสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน


    แต่แม้เพียงชั้นแรก หลงเฉินก็สามารถหาทุกอย่างที่เขาต้องการได้ในเวลานี้


    ในสถานที่อันตระการตาที่ซึ่งทุกอย่างถูกฝังด้วยไข่มุกล้ำค่า  ในที่สุดเฉินหลงก็ค้นพบพื้นที่สำหรับสมุนไพรบำรุงวิญญาณ


    แม้ว่าสมุนไพรวิญญาณจะถูกจัดหมวดหมู่เอาไว้แล้ว แต่ก็ไม่มีส่วนที่ระบุว่าเป็นสมุนไพรระดับเทพ  หลงเฉินจึงสามารถค้นหาได้ในหมวด ‘อื่น ๆ’  และหลังจากที่ได้สอบถามกับคนคนหนึ่ง  เขาก็สามารถหาซื้อผลฟื้นฟูวิญญาณได้เพียงหนึ่งผล


    เมื่อมองดูที่ป้ายราคาหลงเฉินก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก  ราคาของผลฟื้นฟูวิญญาณคือคะแนนผลงานเพียงเก้าคะแนนเท่านั้น


    หลังจากแลกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว เขาก็เก็บผลฟื้นฟูวิญญาณเข้าไปในถุงมิติและถามเสมียน


    “ขอถามหน่อย พอจะมีสมุนไพรวิญญาณอื่นที่มีสรรพคุณเหมือนกับผลฟื้นฟูวิญญาณอยู่อีกหรือไม่?”


    “ศาลาแลกสมบัติเตรียมสมุนไพรวิญญาณเช่นนี้ไว้เพียงชนิดเดียว  ในเมื่อท่านซื้อผลของวันนี้ไปแล้ว ท่านก็ต้องรออีกราวสองถึงสามวันก่อนที่ผลฟื้นฟูวิญญาณผลใหม่จะมาถึง”


    หลงเฉินพยักหน้า  ไม่มีสิ่งใดที่เขาทำได้นอกจากรอไปอีกสองถึงสามวันก่อนจะกลับมาที่นี่และแลกคะแนนผลงานอีกครั้ง


    ‘ข้างนอก... ผลฟื้นฟูวิญญาณมีราคาตั้งหนึ่งร้อยหยกศักดิ์สิทธิ์ แต่ที่นี่ใช้เก้าคะแนนผลงานแลกมาได้  ภารกิจครั้งนี้ทำให้ข้าได้เงินมาถึงสามร้อยหยกศักดิ์สิทธิ์  หากแต่ข้าเป็นเพียงสมาชิกใหม่และเพิ่งจะทำภารกิจระดับสามได้สำเร็จ  ข้าไม่น่าจะได้คะแนนมาเยอะขนาดนี้  น่าจะเป็นเพราะหลิวหลานที่ให้คะแนนพิเศษกับข้า...’


    หลงเฉินครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้   ส่วนหลิงซีนั้นกำลังดื่มด่ำกับความสุขที่ได้จะรับผลฟื้นฟูวิญญาณผลใหม่ เมื่อได้ยินคำถามของหลงเฉิน นางก็รู้ว่าหลงเฉินต้องการจะใช้คะแนนผลงานทั้งสามสิบคะแนนเพื่อแลกเป็นผลฟื้นฟูวิญญาณทั้งหมด  นางรู้สึกตื้นตันใจอย่างมากแต่ก็รู้สึกไม่ดีนักนางจึงตะโกนออกไป


    “นี่  แค่ผลเดียวก็พอแล้วล่ะ  เก็บคะแนนไว้แลกอย่างอื่นให้ตัวเองบ้างเถอะ ข้าจะช่วยเจ้าหาเอง  ลองดูสิว่ามีอะไรดี ๆ อยู่แถวนี้หรือไม่!”


    “ไม่เป็นไรหรอก  ข้าไม่ต้องการอะไร  สมุนไพรวิญญาณนี่ช่วยชีวิตเจ้าได้ดังนั้นข้าจึงอยากมีเก็บไว้...”


    หลิงซีประท้วง


    “ไม่! ต่อให้เจ้ามอบให้ข้า ข้าก็จะไม่รับเด็ดขาด! ไหนดูสิว่าข้าจะหาอะไรดีๆ ให้เจ้าได้หรือเปล่า  สายตาของท่านหญิงผู้นี้ไม่ธรรมดาหรอกนะจะบอกให้!”


    หลงเฉินไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมายภายในศาลาแลกสมบัติ ส่วนผู้ที่มองหาสิ่งของต่าง ๆ คือหลิงซี


    “รู้สึกราวกับปล่อยหมาล่าเนื้อเข้าป่าเลย ฮ่าฮ่าฮ่า...”


    “เจ้าบ้า! ไม่สำนึกบุญคุณเอาเสียเลย ข้ากำลังทำเพื่อเจ้าอยู่แท้ ๆ ...”


    ทันใดนั้นเอง หลิงซีก็ผงะไปก่อนจะกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้น


    “นี่! เจ้าเห็นผลหวนคืนตรงนั้นไหม?”


    ‘ดูเหมือนนางจะเจออะไรดี ๆ เข้าแล้วสินะ’


    หลงเฉินที่ไม่ทันตั้งตัวมองไปตามทิศทางที่หลิงซีบอก มีผลไม้สีดำขนาดเท่ากำปั้นผลหนึ่งวางอยู่  มันได้รับการบรรจุอย่างแน่นหนาและไม่ได้ดูพิเศษเลยสักนิด


    “ผลหวนคืน  สมุนไพรระดับลึกล้ำขั้นกลาง มีสรรพคุณในการเยียวยาสำหรับยอดฝีมือที่อยู่ในระดับต่ำกว่าแก่นปฐพี  สามารถใช้รักษาบาดแผลได้  ราคายี่สิบคะแนนผลงาน...”


    เมื่อเห็นคำอธิบายที่อยู่ถัดจากผลหวนคืน  หลงเฉินก็สำรวจดูและอ่านส่วนที่สำคัญ ๆ จากนั้นเขาก็ถามด้วยความสงสัย


    “หลิงซี  นี่เป็นสมุนไพรระดับลึกล้ำขั้นกลางที่มีสรรพคุณในการเยียวยา  ของแบบนี้ก็มีอยู่ทั่วไปในศาลาแลกสมบัติ เห็นได้ชัดว่าการเยียวยาของมันคงไม่ค่อยได้เรื่องนักหรอก  สมุนไพรระดับลึกล้ำขั้นกลางชนิดอื่นราคาตั้งห้าสิบคะแนนผลงาน...”


    “นั่นก็เพราะพวกเจ้าอ่อนประสบการณ์และไม่รู้ถึงความอัศจรรย์ของผลหวนคืนอย่างไรล่ะ  ฟังข้านะ รีบซื้อมันมา  มิเช่นนั้นเจ้าจะพลาดโอกาสดี ๆ ไป!”


    “แต่ข้าเหลืออยู่แค่ยี่สิบเอ็ดคะแนนผลงานเองนะ...”


    “น่ารำคาญจริงเชียว ถ้าเจ้าไม่ซื้อมันละก็ ข้าจะไม่สนใจเจ้าแล้วนะ!”


    หลงเฉินจนปัญญา  เขาจำใจใช้ยี่สิบคะแนนผลงานเพื่อแลกกับผลหวนคืนธรรมดา ๆ ผลนี้


    เมื่อเห็นว่าผู้ที่ไม่ใช่จอมยุทธ์ระดับแก่นปฐพีซื้อของอย่างผลหวนคืนไป  เสมียนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย


    “หากจะเอาไปใช้เป็นการส่วนตัว  ข้าแนะนำสมุนไพรวิญญาณระดับลึกล้ำขั้นต้นให้ท่านได้นะ อย่างหญ้าดอกผักกาด  ด้วยคะแนนผลงานเพียงหนึ่งคะแนนท่านสามารถซื้อได้สองต้นเลย”


    หลงเฉินปฏิเสธด้วยความสุภาพทันที


    เสมียนผู้นั้นมองเขาราวกับคนปัญญาอ่อน  จากนั้นก็ไม่สนใจเขาอีก


    หลงเฉินเองก็รู้สึกหดหู่อยู่ในใจ


    “หลิงซี หากเจ้าทำให้ข้าต้องใช้คะแนนผลงานอย่างเสียเปล่าละก็  คอยดูเถอะ ข้าจะฟาดเจ้าให้หนักเลยเมื่อเรากลับไป!”


    “เอาเถอะน่า! เจ้าโง่ หากไม่มีข้าอยู่เจ้าคงไม่รู้ถึงความอัศจรรย์ของผลหวนคืนนี่หรอก  ที่จริงแล้วผลหวนคืนไม่ใช่สมุนไพรที่เอาไว้เยียวยาหรอกนะ แต่มันกลับถูกใช้เป็นสมุนไพรเยียวยาเสียนี่  น่าขันจริง ๆ !”


    หลิงซีมีท่าทีขุ่นเคืองและรีบอวดภูมิปัญญาของตนเองทันทีและบอกให้หลงเฉินรีบกลับ


    ‘ยัยนี่มีลับลมคมในเยอะจริง  แต่ก็ดูเหมือนว่านางจะทำให้ข้าได้เปรียบอยู่ทุกครั้งไป  หากข้าเชื่อนางคงไม่มีอะไรผิดพลาดหรอก!’


    แม้ว่าคำพูดของหลงเฉินจะรุนแรง แต่จริง ๆ แล้วเขาให้ความไว้วางใจกับหลิงซีมาก ตอนนี้เขาใช้คะแนนผลงานของเขาไปจนหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสรรพคุณของผลหวนคืน หลงเฉินจึงเตรียมตัวกลับ


    รุ่งอรุณผ่านไปและผู้คนมากมายก็หลั่งไหลมารวมตัวกันที่ศาลาแลกสมบัติ  หลงเฉินเป็นเพียงคนหนึ่งในบรรดาผู้คนมากมายที่มาที่นี่


    ‘ตระกูลหลิงอู่มีกฎข้อบังคับที่เคร่งครัดเกี่ยวกับสถานะมาก  แม้แต่ในศาลาแลกสมบัติยังมีระดับที่แตกต่างกันในแต่ละชั้น  สำหรับตัวข้าที่มีสถานะต่ำสุด  ข้าจึงเข้าได้แค่ชั้นแรกของศาลาแลกสมบัติซึ่งมีเพียงสิ่งของในระดับลึกล้ำขั้นต้นและขั้นกลางเท่านั้น  ข้าเดาว่าข้าคงแลกของได้ดีกว่านี้ที่ชั้นสองและชั้นสาม  แต่เมื่อใดกันที่ข้าจะแข็งแกร่งพอจนสามารถขึ้นไปบนนั้น...’


    ขณะที่หลงเฉินกำลังจะออกจากศาลาแลกสมบัติ  เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมา  เขารีบหันกลับไปมองอย่างรวดเร็วและจะเป็นใครไปได้อีกนอกจากเฟิงอู่เทียนที่เคยนำตราประจำตัวมาให้พวกเขา?


    เมื่อเห็นชายหนุ่มที่น่าเกรงขามผู้นี้  หลงเฉินก็นึกย้อนกลับไปถึงสิ่งที่หลิวหลานบอกกับเขาเมื่อคืนก่อนหน้า  และก็เป็นไปตามคาด  หลังจากที่ได้เห็นหลงเฉิน  สายตาเย็นชาที่แฝงไปด้วยความกระหายเลือดก็ปะทุออกมาจากดวงตาของเฟิงอู่เทียนทันที


    เฟิงอู่เทียนสวมชุดคลุมสีส้มอ่อนดูสง่างามยิ่งนัก ดวงตานั้นเป็นประกายสีส้ม นอกจากหน้าตาหล่อเหลาของหลงเฉินแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรอื่นที่สามารถเทียบเฟิงอู่เทียนได้เลยสักนิด


    “พี่อู่เทียน เฟิงหลิงเย่อยู่ตรงนั้น ข้าจะพาท่านไปเอง...”


    ข้าง ๆ เฟิงอู่เทียนมีเด็กสาวในชุดกระโปรงสีแดง นางมีรูปลักษณ์งดงามด้วยริมฝีปากสีแดงอวบอิ่ม  ทรวดทรงองค์เอวบอบบางและสูงเพรียว ชายนับไม่ถ้วนมองนางด้วยสายตาเต็มไปด้วยตัณหา แม้แต่น้ำเสียงอ่อนหวานของนางก็ยากที่จะต้านทานได้ 


    หากนางโตกว่านี้อีกสักหน่อย หลงเฉินคิดว่านางจะต้องกลายเป็นอัญมณีล้ำค่าเช่นเดียวกับหลิวหลาน  ยิ่งหลงเฉินมองเด็กสาวมากเพียงใด  นางก็ดูคล้ายคลึงกับหลิวหลานมากเท่านั้น


    ‘พี่อู่เทียนรึ?’


    เมื่อเห็นว่าเฟิงอู่เทียนหยุดระหว่างทาง  นางก็ผงะไปและหันมองมาที่หลงเฉิน เมื่อเห็นว่าเขาเป็นเพียงคนนอกธรรมดา ๆ คนหนึ่ง นางจึงมองเฟิงอู่เทียนด้วยความสับสน


    “พี่อู่เทียน ท่านมองเขาทำไมกัน?”


    เฟิงอู่เทียนไม่สนใจนางและยังคงจ้องมองหลงเฉินด้วยสายตาเย็นชา


    เมื่อเห็นว่าหลงเฉินขโมยความสนใจจากเฟิงอู่เทียนไป   นางจึงรู้สึกโกรธและมองหลงเฉินด้วยสายตาเยือกเย็นเช่นกัน


    ในตอนนี้ เฟิงอู่เทียนเดินมาเบื้องหน้าหลงเฉินในระยะหกเชียะก่อนจะหยุด ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็ประหลาดใจไปตาม ๆ กันเมื่อสัมผัสได้ถึงความอาฆาตระหว่างคนทั้งคู่ พวกเขาเข้ามารวมตัวกันมากขึ้นและเริ่มถกเถียงเกี่ยวกับพวกเขาทันที


    “นั่นเฟิงอู่เทียนแห่งสำนักสุริยันมรกตมิใช่รึ?  เขาไปวุ่นวายอะไรกับเด็กธรรมดา ๆ คนนั้นน่ะ?”


    “พวกเราจะไปรู้ได้อย่างไร?”


    เมื่อเห็นว่าหลงเฉินไม่ได้มีทีท่ายอมจำนนหรือหยิ่งยโส  เฟิงอู่เทียนจึงมองเขาด้วยสายตาเฉยเมย


    หลงเฉินสัมผัสถึงความกระหายเลือดจากตัวเขา  ยอดฝีมือที่อยู่ในจุดสูงสุดของระดับแก่นมนุษย์นั้นย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แม้ว่าหลงเฉินจะสามารถสังหารหวงเฟยหยางที่มีความแข็งแกร่งระดับนั้นได้  แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีทางชนะเฟิงอู่เทียนได้เลยสักนิด


    “เจ้าคือหลงเฉินสินะ?”


    น้ำเสียงเรียบเฉยนั้นออกมาจากปากของเฟิงอู่เทียน


    เด็กสาวที่อยู่ข้าง ๆ ไม่เคยได้ยินชื่อหลงเฉินมาก่อน  อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าเฟิงอู่เทียนมีความเป็นปฏิปักษ์ต่อหลงเฉิน  นางจึงรู้สึกไม่พอใจและเอ่ยขึ้น


    “เจ้าน่ะ พี่อู่เทียนกำลังพูดกับเจ้าอยู่นะ รีบตอบเขาเร็วเข้าสิ หรือเจ้าอยากทำให้ชีวิตของตัวเองต้องลำบากมากไปกว่านี้!”


    เมื่อพูดจบ นางก็มองเฟิงอู่เทียนราวกับต้องการเอาชนะใจจากเขา  แต่เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของเฟิงอู่เทียน  นางจึงรู้สึกราวกับการรดน้ำลงบนหิน  นางจึงหันไปไประบายอารมณ์ใส่หลงเฉินโดยจ้องเขม็งไปที่เขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร


    เมื่อได้ยินชื่อหลงเฉิน ผู้ฝึกยุทธ์ในสำนักสุริยันมรกตต่างนึกขึ้นได้และเริ่มกระซิบกระซาบกัน


    “หลงเฉินผู้นี้เก่งกาจที่สุดในหมู่สมาชิกใหม่ของสำนักสุริยันมรกตเลยทีเดียว  เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาออกไปกับหวงเฟยหยางและเหวินหยาเพื่อทำภารกิจ  แต่ว่ากันว่าหวงเฟยหยางหายตัวไป  ดูจากที่เฟิงอู่เทียนมองหลงเฉินเช่นนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าการหายตัวไปของหวงเฟยหยางนั้นเกี่ยวข้องกับหลงเฉิน?”


    “ก็เป็นไปได้นะ!  ข้าได้ยินว่าในการคัดเลือกคนเข้าตระกูล  หลงเฉินทำให้น้องชายของหวงเฟยหยางได้รับบาดเจ็บสาหัส!”


    เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ในสำนักสุริยันมรกตยังคงพูดต่อไปและถ้อยคำพวกนั้นก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว  ไม่นานนัก ทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็ได้รู้เรื่องราวของสมาชิกใหม่ล่าสุด...หลงเฉิน!


    “เขาผ่านการคัดเลือกเข้าตระกูลมาได้อย่างไรกัน  เขาบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรเพียงขั้นแปด  จะไปเทียบกับผู้ที่อยู่ในระดับแก่นมนุษย์ได้อย่างไร?  ข่าวลือนี้ช่างไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย!”


    “แล้วเจ้าจะอธิบายเรื่องที่เฟิงอู่เทียนมองหน้าหาเรื่องหลงเฉินเช่นนี้ว่าอย่างไรล่ะ?”


    “รอดูไปก่อนเถอะ เดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ”


    *******************



    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน