ภายในเก้าศาลาแลกสมบัติของตระกูลหลิงอู่ แต่ละแห่งตั้งอยู่ในเหล่าคนนอกตระกูลทั้งเก้าเหล่า สำหรับศาลาแลกสมบัติของเหล่ามรกตนั้นอยู่ไม่ไกลจากสำนักสุริยันมรกตเท่าไรนัก
แม้จะมีสมาชิกตระกูลหลิงอู่อยู่เป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้ยังเป็นเวลาเช้าตรู่ หลงเฉินจึงไม่ได้พบเจอคนมากมายนัก
ยอดฝีมือมีอยู่ทั่วทุกที่ในตระกูลหลิงอู่ และเพียงแค่ภายในหอพักต้นหลิวมรกต หลงเฉินก็ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่โหดเหี้ยม มิต้องเอ่ยถึงข้างนอกว่าจะเป็นเช่นไร
เวลานี้ หลงเฉินพยายามทำตัวไม่โดดเด่นในฐานะผู้บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขณะที่เขามุ่งหน้าไปยังศาลาแลกสมบัติ
ยิ่งเขาเข้าใกล้ศาลาแลกสมบัติมากเพียงใด เขาก็ยิ่งพบเจอผู้คนมากขึ้น ที่นี่มียอดฝีมือรุ่นเยาว์อยู่มากมายท่ามกลางยอดฝีมือทั้งหลาย
ภายในเหล่ามรกต ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นมนุษย์นั้นมีอยู่นับไม่ถ้วน ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นปฐพีนั้นไม่ค่อยได้พบเห็นมากนัก และสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นสวรรค์ หลงเฉินยังไม่เคยพบแม้แต่คนเดียว ซึ่งก็แปลว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่หลงเฉินได้พบเจอก็คือหลิวหลานแห่งเหล่ามรกต
ศาลาแลกสมบัติของเหล่ามรกตนั้นใหญ่โตโอ่อ่ากว่าร้านของสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งที่ตั้งอยู่ในเขตตะวันออกมากนัก มันสูงสามชั้นและมีขนาดกว้างขวาง
หลงเฉินรู้ดีว่าสองชั้นบนนั้นไม่ใช่ที่ที่คนอย่างเขาจะสามารถเข้าไปได้ด้วยความแข็งแกร่งหรือสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
แต่แม้เพียงชั้นแรก หลงเฉินก็สามารถหาทุกอย่างที่เขาต้องการได้ในเวลานี้
ในสถานที่อันตระการตาที่ซึ่งทุกอย่างถูกฝังด้วยไข่มุกล้ำค่า ในที่สุดเฉินหลงก็ค้นพบพื้นที่สำหรับสมุนไพรบำรุงวิญญาณ
แม้ว่าสมุนไพรวิญญาณจะถูกจัดหมวดหมู่เอาไว้แล้ว แต่ก็ไม่มีส่วนที่ระบุว่าเป็นสมุนไพรระดับเทพ หลงเฉินจึงสามารถค้นหาได้ในหมวด ‘อื่น ๆ’ และหลังจากที่ได้สอบถามกับคนคนหนึ่ง เขาก็สามารถหาซื้อผลฟื้นฟูวิญญาณได้เพียงหนึ่งผล
เมื่อมองดูที่ป้ายราคาหลงเฉินก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ราคาของผลฟื้นฟูวิญญาณคือคะแนนผลงานเพียงเก้าคะแนนเท่านั้น
หลังจากแลกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว เขาก็เก็บผลฟื้นฟูวิญญาณเข้าไปในถุงมิติและถามเสมียน
“ขอถามหน่อย พอจะมีสมุนไพรวิญญาณอื่นที่มีสรรพคุณเหมือนกับผลฟื้นฟูวิญญาณอยู่อีกหรือไม่?”
“ศาลาแลกสมบัติเตรียมสมุนไพรวิญญาณเช่นนี้ไว้เพียงชนิดเดียว ในเมื่อท่านซื้อผลของวันนี้ไปแล้ว ท่านก็ต้องรออีกราวสองถึงสามวันก่อนที่ผลฟื้นฟูวิญญาณผลใหม่จะมาถึง”
หลงเฉินพยักหน้า ไม่มีสิ่งใดที่เขาทำได้นอกจากรอไปอีกสองถึงสามวันก่อนจะกลับมาที่นี่และแลกคะแนนผลงานอีกครั้ง
‘ข้างนอก... ผลฟื้นฟูวิญญาณมีราคาตั้งหนึ่งร้อยหยกศักดิ์สิทธิ์ แต่ที่นี่ใช้เก้าคะแนนผลงานแลกมาได้ ภารกิจครั้งนี้ทำให้ข้าได้เงินมาถึงสามร้อยหยกศักดิ์สิทธิ์ หากแต่ข้าเป็นเพียงสมาชิกใหม่และเพิ่งจะทำภารกิจระดับสามได้สำเร็จ ข้าไม่น่าจะได้คะแนนมาเยอะขนาดนี้ น่าจะเป็นเพราะหลิวหลานที่ให้คะแนนพิเศษกับข้า...’
หลงเฉินครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนหลิงซีนั้นกำลังดื่มด่ำกับความสุขที่ได้จะรับผลฟื้นฟูวิญญาณผลใหม่ เมื่อได้ยินคำถามของหลงเฉิน นางก็รู้ว่าหลงเฉินต้องการจะใช้คะแนนผลงานทั้งสามสิบคะแนนเพื่อแลกเป็นผลฟื้นฟูวิญญาณทั้งหมด นางรู้สึกตื้นตันใจอย่างมากแต่ก็รู้สึกไม่ดีนักนางจึงตะโกนออกไป
“นี่ แค่ผลเดียวก็พอแล้วล่ะ เก็บคะแนนไว้แลกอย่างอื่นให้ตัวเองบ้างเถอะ ข้าจะช่วยเจ้าหาเอง ลองดูสิว่ามีอะไรดี ๆ อยู่แถวนี้หรือไม่!”
“ไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่ต้องการอะไร สมุนไพรวิญญาณนี่ช่วยชีวิตเจ้าได้ดังนั้นข้าจึงอยากมีเก็บไว้...”
หลิงซีประท้วง
“ไม่! ต่อให้เจ้ามอบให้ข้า ข้าก็จะไม่รับเด็ดขาด! ไหนดูสิว่าข้าจะหาอะไรดีๆ ให้เจ้าได้หรือเปล่า สายตาของท่านหญิงผู้นี้ไม่ธรรมดาหรอกนะจะบอกให้!”
หลงเฉินไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมายภายในศาลาแลกสมบัติ ส่วนผู้ที่มองหาสิ่งของต่าง ๆ คือหลิงซี
“รู้สึกราวกับปล่อยหมาล่าเนื้อเข้าป่าเลย ฮ่าฮ่าฮ่า...”
“เจ้าบ้า! ไม่สำนึกบุญคุณเอาเสียเลย ข้ากำลังทำเพื่อเจ้าอยู่แท้ ๆ ...”
ทันใดนั้นเอง หลิงซีก็ผงะไปก่อนจะกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้น
“นี่! เจ้าเห็นผลหวนคืนตรงนั้นไหม?”
‘ดูเหมือนนางจะเจออะไรดี ๆ เข้าแล้วสินะ’
หลงเฉินที่ไม่ทันตั้งตัวมองไปตามทิศทางที่หลิงซีบอก มีผลไม้สีดำขนาดเท่ากำปั้นผลหนึ่งวางอยู่ มันได้รับการบรรจุอย่างแน่นหนาและไม่ได้ดูพิเศษเลยสักนิด
“ผลหวนคืน สมุนไพรระดับลึกล้ำขั้นกลาง มีสรรพคุณในการเยียวยาสำหรับยอดฝีมือที่อยู่ในระดับต่ำกว่าแก่นปฐพี สามารถใช้รักษาบาดแผลได้ ราคายี่สิบคะแนนผลงาน...”
เมื่อเห็นคำอธิบายที่อยู่ถัดจากผลหวนคืน หลงเฉินก็สำรวจดูและอ่านส่วนที่สำคัญ ๆ จากนั้นเขาก็ถามด้วยความสงสัย
“หลิงซี นี่เป็นสมุนไพรระดับลึกล้ำขั้นกลางที่มีสรรพคุณในการเยียวยา ของแบบนี้ก็มีอยู่ทั่วไปในศาลาแลกสมบัติ เห็นได้ชัดว่าการเยียวยาของมันคงไม่ค่อยได้เรื่องนักหรอก สมุนไพรระดับลึกล้ำขั้นกลางชนิดอื่นราคาตั้งห้าสิบคะแนนผลงาน...”
“นั่นก็เพราะพวกเจ้าอ่อนประสบการณ์และไม่รู้ถึงความอัศจรรย์ของผลหวนคืนอย่างไรล่ะ ฟังข้านะ รีบซื้อมันมา มิเช่นนั้นเจ้าจะพลาดโอกาสดี ๆ ไป!”
“แต่ข้าเหลืออยู่แค่ยี่สิบเอ็ดคะแนนผลงานเองนะ...”
“น่ารำคาญจริงเชียว ถ้าเจ้าไม่ซื้อมันละก็ ข้าจะไม่สนใจเจ้าแล้วนะ!”
หลงเฉินจนปัญญา เขาจำใจใช้ยี่สิบคะแนนผลงานเพื่อแลกกับผลหวนคืนธรรมดา ๆ ผลนี้
เมื่อเห็นว่าผู้ที่ไม่ใช่จอมยุทธ์ระดับแก่นปฐพีซื้อของอย่างผลหวนคืนไป เสมียนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย
“หากจะเอาไปใช้เป็นการส่วนตัว ข้าแนะนำสมุนไพรวิญญาณระดับลึกล้ำขั้นต้นให้ท่านได้นะ อย่างหญ้าดอกผักกาด ด้วยคะแนนผลงานเพียงหนึ่งคะแนนท่านสามารถซื้อได้สองต้นเลย”
หลงเฉินปฏิเสธด้วยความสุภาพทันที
เสมียนผู้นั้นมองเขาราวกับคนปัญญาอ่อน จากนั้นก็ไม่สนใจเขาอีก
หลงเฉินเองก็รู้สึกหดหู่อยู่ในใจ
“หลิงซี หากเจ้าทำให้ข้าต้องใช้คะแนนผลงานอย่างเสียเปล่าละก็ คอยดูเถอะ ข้าจะฟาดเจ้าให้หนักเลยเมื่อเรากลับไป!”
“เอาเถอะน่า! เจ้าโง่ หากไม่มีข้าอยู่เจ้าคงไม่รู้ถึงความอัศจรรย์ของผลหวนคืนนี่หรอก ที่จริงแล้วผลหวนคืนไม่ใช่สมุนไพรที่เอาไว้เยียวยาหรอกนะ แต่มันกลับถูกใช้เป็นสมุนไพรเยียวยาเสียนี่ น่าขันจริง ๆ !”
หลิงซีมีท่าทีขุ่นเคืองและรีบอวดภูมิปัญญาของตนเองทันทีและบอกให้หลงเฉินรีบกลับ
‘ยัยนี่มีลับลมคมในเยอะจริง แต่ก็ดูเหมือนว่านางจะทำให้ข้าได้เปรียบอยู่ทุกครั้งไป หากข้าเชื่อนางคงไม่มีอะไรผิดพลาดหรอก!’
แม้ว่าคำพูดของหลงเฉินจะรุนแรง แต่จริง ๆ แล้วเขาให้ความไว้วางใจกับหลิงซีมาก ตอนนี้เขาใช้คะแนนผลงานของเขาไปจนหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสรรพคุณของผลหวนคืน หลงเฉินจึงเตรียมตัวกลับ
รุ่งอรุณผ่านไปและผู้คนมากมายก็หลั่งไหลมารวมตัวกันที่ศาลาแลกสมบัติ หลงเฉินเป็นเพียงคนหนึ่งในบรรดาผู้คนมากมายที่มาที่นี่
‘ตระกูลหลิงอู่มีกฎข้อบังคับที่เคร่งครัดเกี่ยวกับสถานะมาก แม้แต่ในศาลาแลกสมบัติยังมีระดับที่แตกต่างกันในแต่ละชั้น สำหรับตัวข้าที่มีสถานะต่ำสุด ข้าจึงเข้าได้แค่ชั้นแรกของศาลาแลกสมบัติซึ่งมีเพียงสิ่งของในระดับลึกล้ำขั้นต้นและขั้นกลางเท่านั้น ข้าเดาว่าข้าคงแลกของได้ดีกว่านี้ที่ชั้นสองและชั้นสาม แต่เมื่อใดกันที่ข้าจะแข็งแกร่งพอจนสามารถขึ้นไปบนนั้น...’
ขณะที่หลงเฉินกำลังจะออกจากศาลาแลกสมบัติ เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมา เขารีบหันกลับไปมองอย่างรวดเร็วและจะเป็นใครไปได้อีกนอกจากเฟิงอู่เทียนที่เคยนำตราประจำตัวมาให้พวกเขา?
เมื่อเห็นชายหนุ่มที่น่าเกรงขามผู้นี้ หลงเฉินก็นึกย้อนกลับไปถึงสิ่งที่หลิวหลานบอกกับเขาเมื่อคืนก่อนหน้า และก็เป็นไปตามคาด หลังจากที่ได้เห็นหลงเฉิน สายตาเย็นชาที่แฝงไปด้วยความกระหายเลือดก็ปะทุออกมาจากดวงตาของเฟิงอู่เทียนทันที
เฟิงอู่เทียนสวมชุดคลุมสีส้มอ่อนดูสง่างามยิ่งนัก ดวงตานั้นเป็นประกายสีส้ม นอกจากหน้าตาหล่อเหลาของหลงเฉินแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรอื่นที่สามารถเทียบเฟิงอู่เทียนได้เลยสักนิด
“พี่อู่เทียน เฟิงหลิงเย่อยู่ตรงนั้น ข้าจะพาท่านไปเอง...”
ข้าง ๆ เฟิงอู่เทียนมีเด็กสาวในชุดกระโปรงสีแดง นางมีรูปลักษณ์งดงามด้วยริมฝีปากสีแดงอวบอิ่ม ทรวดทรงองค์เอวบอบบางและสูงเพรียว ชายนับไม่ถ้วนมองนางด้วยสายตาเต็มไปด้วยตัณหา แม้แต่น้ำเสียงอ่อนหวานของนางก็ยากที่จะต้านทานได้
หากนางโตกว่านี้อีกสักหน่อย หลงเฉินคิดว่านางจะต้องกลายเป็นอัญมณีล้ำค่าเช่นเดียวกับหลิวหลาน ยิ่งหลงเฉินมองเด็กสาวมากเพียงใด นางก็ดูคล้ายคลึงกับหลิวหลานมากเท่านั้น
‘พี่อู่เทียนรึ?’
เมื่อเห็นว่าเฟิงอู่เทียนหยุดระหว่างทาง นางก็ผงะไปและหันมองมาที่หลงเฉิน เมื่อเห็นว่าเขาเป็นเพียงคนนอกธรรมดา ๆ คนหนึ่ง นางจึงมองเฟิงอู่เทียนด้วยความสับสน
“พี่อู่เทียน ท่านมองเขาทำไมกัน?”
เฟิงอู่เทียนไม่สนใจนางและยังคงจ้องมองหลงเฉินด้วยสายตาเย็นชา
เมื่อเห็นว่าหลงเฉินขโมยความสนใจจากเฟิงอู่เทียนไป นางจึงรู้สึกโกรธและมองหลงเฉินด้วยสายตาเยือกเย็นเช่นกัน
ในตอนนี้ เฟิงอู่เทียนเดินมาเบื้องหน้าหลงเฉินในระยะหกเชียะก่อนจะหยุด ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็ประหลาดใจไปตาม ๆ กันเมื่อสัมผัสได้ถึงความอาฆาตระหว่างคนทั้งคู่ พวกเขาเข้ามารวมตัวกันมากขึ้นและเริ่มถกเถียงเกี่ยวกับพวกเขาทันที
“นั่นเฟิงอู่เทียนแห่งสำนักสุริยันมรกตมิใช่รึ? เขาไปวุ่นวายอะไรกับเด็กธรรมดา ๆ คนนั้นน่ะ?”
“พวกเราจะไปรู้ได้อย่างไร?”
เมื่อเห็นว่าหลงเฉินไม่ได้มีทีท่ายอมจำนนหรือหยิ่งยโส เฟิงอู่เทียนจึงมองเขาด้วยสายตาเฉยเมย
หลงเฉินสัมผัสถึงความกระหายเลือดจากตัวเขา ยอดฝีมือที่อยู่ในจุดสูงสุดของระดับแก่นมนุษย์นั้นย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แม้ว่าหลงเฉินจะสามารถสังหารหวงเฟยหยางที่มีความแข็งแกร่งระดับนั้นได้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีทางชนะเฟิงอู่เทียนได้เลยสักนิด
“เจ้าคือหลงเฉินสินะ?”
น้ำเสียงเรียบเฉยนั้นออกมาจากปากของเฟิงอู่เทียน
เด็กสาวที่อยู่ข้าง ๆ ไม่เคยได้ยินชื่อหลงเฉินมาก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าเฟิงอู่เทียนมีความเป็นปฏิปักษ์ต่อหลงเฉิน นางจึงรู้สึกไม่พอใจและเอ่ยขึ้น
“เจ้าน่ะ พี่อู่เทียนกำลังพูดกับเจ้าอยู่นะ รีบตอบเขาเร็วเข้าสิ หรือเจ้าอยากทำให้ชีวิตของตัวเองต้องลำบากมากไปกว่านี้!”
เมื่อพูดจบ นางก็มองเฟิงอู่เทียนราวกับต้องการเอาชนะใจจากเขา แต่เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของเฟิงอู่เทียน นางจึงรู้สึกราวกับการรดน้ำลงบนหิน นางจึงหันไปไประบายอารมณ์ใส่หลงเฉินโดยจ้องเขม็งไปที่เขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
เมื่อได้ยินชื่อหลงเฉิน ผู้ฝึกยุทธ์ในสำนักสุริยันมรกตต่างนึกขึ้นได้และเริ่มกระซิบกระซาบกัน
“หลงเฉินผู้นี้เก่งกาจที่สุดในหมู่สมาชิกใหม่ของสำนักสุริยันมรกตเลยทีเดียว เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาออกไปกับหวงเฟยหยางและเหวินหยาเพื่อทำภารกิจ แต่ว่ากันว่าหวงเฟยหยางหายตัวไป ดูจากที่เฟิงอู่เทียนมองหลงเฉินเช่นนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าการหายตัวไปของหวงเฟยหยางนั้นเกี่ยวข้องกับหลงเฉิน?”
“ก็เป็นไปได้นะ! ข้าได้ยินว่าในการคัดเลือกคนเข้าตระกูล หลงเฉินทำให้น้องชายของหวงเฟยหยางได้รับบาดเจ็บสาหัส!”
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ในสำนักสุริยันมรกตยังคงพูดต่อไปและถ้อยคำพวกนั้นก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก ทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็ได้รู้เรื่องราวของสมาชิกใหม่ล่าสุด...หลงเฉิน!
“เขาผ่านการคัดเลือกเข้าตระกูลมาได้อย่างไรกัน เขาบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรเพียงขั้นแปด จะไปเทียบกับผู้ที่อยู่ในระดับแก่นมนุษย์ได้อย่างไร? ข่าวลือนี้ช่างไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย!”
“แล้วเจ้าจะอธิบายเรื่องที่เฟิงอู่เทียนมองหน้าหาเรื่องหลงเฉินเช่นนี้ว่าอย่างไรล่ะ?”
“รอดูไปก่อนเถอะ เดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ”
*******************