ฉึก!!
กระบี่เล่มสั้นปักไม่โดนตัวของเด็กหญิงที่ควรจะตายไปแล้ว หรือไม่ก็สมควรจะตายหลังจากนี้อย่างที่คาดไว้ ร่างของคนที่ไม่เคยแม้แต่จะเปล่งเสียงตอบโต้ กลับเบี่ยงตัวหลบระยะกระบี่สั้นที่โจมตีได้อย่างปาฏิหาริย์ แววตาของเด็กหญิงที่ดวงหน้ายังซีดเผือดไร้สีเือยู่ต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจน การเคลื่อนไหวของนางสร้างความเคลือบแคลงให้กับคนที่เห็นเหตุการณ์ไม่น้อย…
“เ้า!!!” ชายหน้าเสี้ยมคนนั้นแยกเขี้ยววับก่อนจะคำรามในลำคอ
มิสเฉินที่ยังเรียบเรียงความคิดและสถานการณ์ไม่ได้เท่าที่ควรนั้นได้แต่หลบการโจมตีโดยสัญชาตญาณเท่านั้น เธอจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเธอเพิ่งจะตายไป เพราะโดนส่วนประกอบเครื่องบินเชือดตัวขาดกลางไปแล้วนี่ แล้วนี่มันอะไรกัน?
อาการมึนหัวที่เกิดขึ้นก็เช่นกันมันเป็อาการที่ถ่วงหัวเธอให้หนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าร่างกายของเธอยังไม่ฟื้นจากการดมยาสลบอย่างไรอย่างนั้น
ภาพความทรงจำบางอย่างที่เธอแน่ใจว่าเธอไม่เคยเจอมาก่อนสลับกันเรียงรายเข้ามาในหัว ภาพของชายหน้าเสี้ยมคนนี้ที่เป็คนแทงเธอด้วยเข็มพิษซ้ำเมื่อเห็นว่าพิษจากหนามดอกไม้ทำอะไรเธอไม่ได้ฉายกลับมาอีกครั้งในหัว แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาหาข้อเท็จจริงกัน เพราะเขากำลังชักกระบี่สั้นที่แทงพลาดออกมาจากที่นอนแล้ว ไม่ว่าเื่จะเป็อย่างไรก็ช่างมันก่อนเถอะเพราะเธอคงไม่ยอมให้เขาเอาเ้าของมีคมนั่นมาจิ้มเธอง่าย ๆ แน่
ร่างเล็กบอบบางพุ่งตัวไปคว้าถ้วยของเหลวสีแดงข้นปนดำกลิ่นไม่น่าพิสมัยที่อยู่ใกล้กับปลายเท้าขึ้นทันที ในจังหวะที่ชายคนนั้นพุ่งตัวตรงมาที่เธอ ถ้วยกระเบื้องอย่างหนาก็ฟาดเข้าที่จุดเปราะของกะโหลกเขาเต็มแรงจนร่างสูงร่วงไปกับพื้นทันที เืที่ออกมาจากปากแผลบวกกับความรุนแรงที่กระทบจนทำให้ถ้วยกระเบื้องแตกคามือของเด็กหญิงนั้นทำให้คนที่คิดจะปองร้ายเธอหมดสติทันที
ชายอีกสองคนที่อยู่ไม่ห่างไปนักเบิกตากว้างด้วยความใ ในขณะที่คนที่เพิ่งจะฟาดคนอื่นไปด้วยของแข็งนั้นสะบัดหัวไปมาราวกับกำลังสับสนมึนงงกับอะไรบางอย่างอยู่ ชายในชุดดำสองคนมองหน้ากันเพียงครู่ก่อนจะตัดสินใจสานต่องานของผู้เป็นายตัวเองให้สำเร็จ
เงาของอีกสองคนที่พุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับอาวุธนั้นทำให้คนที่ยังคงมึนงงกับเื่ทั้งหมดอยู่เอนตัวหลบด้วยสัญชาตญาณเก่า ต้องขอบคุณพี่ชายและบิดาที่ฝึกให้เธอรับมือกับสถานการณ์อย่างนี้มาั้แ่เด็ก จึงทำให้การตอบสนองของเธอยังเฉียบคมแม้ว่าร่างกายจะยังปวดหนึบอยู่ก็ตาม
ฉึบ!!!
“อ๊ากกกก!!!”
เศษถ้วยแตกที่เหลืออยู่ในมือพุ่งเข้าเสียบที่ปลายคางทะลุถึงเพดานปากของชายคนแรกทันที ก่อนที่เธอจะบิดเศษถ้วยนั้นเพื่อเปิดปากแผลให้กว้าง เด็กหญิงหน้าตาใสซื่อกระชากข้อมือสุดแรงลากเปิดแผลยาวมาถึงลำคอ ก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่กระแทกเข้าที่ข้อมือที่ใช้จับกระบี่ของชายคนแรกเพื่อฉกกระบี่นั้นมาเป็ของตัวเอง
เด็กหญิงในชุดสีขาวไว้ทุกข์ที่บัดนี้เต็มไปด้วยเืแดงฉานใช้สองมือจับกระบี่มั่น สายตาของเธอที่มองชายอีกคนที่กำลังถือกระบี่เล่มยาวเผชิญหน้ากับเธอนั้นเต็มไปด้วยรังสีสังหาร โดยไม่รอให้อีกฝ่ายเปิดเกมเพลงกระบี่ที่ดูประหลาดกว่าใครในแผ่นดินนี้ก็จัดการปลิดชีพคนที่คิดจะเอาชีวิตเธอทันที รอยกระบี่ที่ตวัดปาดรอบข้อมือของชายโชคร้ายจนขาดออกจากแขนก่อนจะปาดแผลยาวที่ลำคอเพื่อสังหารคนที่คิดปองร้ายเธอเสีย การกระทำนั้นเร็วจนไม่มีใครกล้าขยับตัวด้วยซ้ำ
เด็กหญิงยืนหอบอยู่ท่ามกลางสามร่างที่สิ้นฤทธิ์นอนอยู่บนพื้นหน้าตั่งเตี้ย เืแดงฉานไหลรินเต็มพื้นดูน่าสยดสยองไม่ต่างจากฉากา ทั้งที่เป็เื่ที่เกิดขึ้นในห้องดูพระอาการของพระราชวังหลวง
ข้อมือน้อยที่เคยไร้เรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะจับแตะดีดพิณก็ยังทำไม่ไหวทิ้งกระบี่ลงปักทะลุร่างของชายคนแรกที่คิดโจมตีเธอ จนร่างของเสนาบดีคนนั้นดีดตัวขึ้นมาร้องและหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนจะสิ้นลมไป มือน้อยปาดเืของคนอื่นที่เปรอะหน้าเธออยู่ให้พ้นสายตาและทัศนวิสัยของตัวเอง ตอนนี้ความทรงจำในหัวของเธอเริ่มจะเข้าที่ในบางส่วนแล้ว แม้ว่าเื่มันจะไร้เหตุผลสิ้นดีก็ตามเถอะ...
“ใครก็ได้ ช่วยเก็บขยะพวกนี้ออกไปที”
เสียงเปล่งวาจาครั้งแรกจากกงจู่ที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็ใบ้มาทั้งชีวิตนั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นราวกับธารน้ำแข็ง พระเนตรของคนที่เพิ่งจะสังหารชายฉกรรจ์สามคนนั้นไม่แสดงออกถึงความตื่นกลัวหรือใเลยแม้แต่น้อย เธอเดินไปล้างมือตัวเองในอ่างล้างมือก่อนจะเบนหน้ากลับมาที่เหล่าชายชุดดำที่นั่งนิ่งค้างอยู่ที่เดิม
“เร็วสิ เหม็นเืจะตายอยู่แล้ว”
เมื่อสิ้นคำพูดนั้นคนที่เหลือที่นั่งอยู่ก็พากันแหกปากร้องด้วยความใก่อนจะวิ่งหายออกไปจากห้องนั้นทันที ทิ้งให้เธอยืนอยู่กับศพทั้งสามเพียงลำพัง ร่างบางกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจแล้วนั่งลงที่ตั่งตัวเดิมด้วยความเหนื่อยล้า ร่างบางคว้ากาน้ำชาแถวนั้นก่อนจะรินน้ำชาที่เริ่มเย็นชืดแล้วลงในจอกทองเหลืองหรูหราจนเกือบเต็ม
...นี่มันบ้าไปแล้ว...
เธอเคยดูในหนัง Sci-Fi อยู่บ้างที่ถ่ายทอดข้อมูลในสมองของคนใกล้ตายคนหนึ่งเข้าไปในสมองของคนที่ยังมีชีวิตอยู่อีกคนหนึ่ง ด้วยการคัดลอกรูปแบบคลื่นไฟฟ้าของสมองอีกคนไปใส่อีกคน แต่หากมันเป็อย่างนั้นจริงเธอก็ต้องฟื้นขึ้นมาในห้องปลอดเชื้อโดนล้อมรอบด้วยคนที่ใส่ชุดปลอดเชื้อมีโลโก้โรงพยาบาลสิ ไม่ใช่ตื่นมาในยุคโบราณอย่างนี้
ร่างบางกระแทกจอกชาเปล่าลงบนโต๊ะเสียงดังปึงด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะรินชาเพิ่มอีกครั้ง ร่างกายเธอขาดน้ำอย่างมาก และน้ำเป็ส่วนสำคัญในการช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นหากอยากจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดนี้ได้โดยเร็วเธอต้องดื่มน้ำก่อน
“...บ้าบอ”
เงาของเธอที่สะท้อนในจอกชานั้นเป็เงาของเด็กผู้หญิงหน้าตาสะสวยเปรอะไปด้วยเืที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่เธอเลยสักนิด ภาพความทรงจำที่อยู่ในหัวของเด็กคนนี้ก็แปลกแสนแปลก เธอไม่ได้หมายความว่าเด็กคนนี้เจอสถานการณ์ที่พิลึกในชีวิต แต่ว่าความทรงจำของนางที่เต็มไปด้วยความหดหู่ของชีวิต และที่แปลกก็คือภาพต่าง ๆ นั้นเป็ภาพของยุคโบราณทั้งหมดต่างหาก
...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ชีวิตหลังความตายคือโลกอดีตนี่เอง...
ท่าทางเธอจะสร้างกรรมดีไว้เยอะ เธอเลยได้ทางลัดมาเกิดใหม่อย่างรวดเร็วแถมไม่ต้องทรมานใช้ชีวิตใหม่แต่ต้นด้วย เพราะพอเกิดปุ๊บก็โตปั๊บ... มันใช่หรือ? นี่มันเป็เื่ที่ไม่มีทางจะเป็ไปได้ยิ่งกว่าการยิงสลิงจับเครื่องบินที่กำลังบินอยู่กลางอากาศอีก นี่เธอกำลังอยู่ในร่างของหยางเยว่ซือกงจู่แห่งแผ่นดินต้าซี ที่มันคือที่ไหนยุคไหนก็ยังไม่รู้แน่ชัดด้วยซ้ำ
...หรือจะเป็ภาพหลอนในสมองจากอาการรับยาแก้ปวดเกินขนาด...
มันก็เป็ไปได้ที่ตอนนี้ร่างกายจริงของเธออาจจะถูกกู้ขึ้นมาจากอ่าวสิงคโปร์ และตอนนี้เธอแค่กำลังติดอยู่ในภาพหลอนในสมองของตัวเอง ว่ากันว่าสมองของคนเราซับซ้อนจนปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองทั้งหมดได้ เพราะฉะนั้นก็อาจจะเป็ไปได้ว่าตอนนี้สมองของเธออาจกำลังสร้างภาพหลอนขึ้นมา เพราะฉะนั้นหากเป็ภาพในสมองก็แสดงว่าเธอจะต้องไม่เ็ป
เพี้ยะ!!!
มือของเธอฟาดลงเต็มหน้าของตัวเอง ความเจ็บที่แล่นปราดเข้าสู่บริเวณที่โดนนั้นบ่งบอกได้ว่าเธอไม่ได้ติดอยู่ในภาพหลอน ในสมองอย่าง The Matrix แต่อย่างไร แต่เธอกำลังอยู่ในโลกความจริง ยุคจริง เก่าจริง และอยู่ในร่างคนจริง ความขนลุกเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันปนกับความรู้สึกคลื่นเหียนที่ตีขึ้นมาด้วยความเครียด ร่างเล็กพุ่งตรงไปที่โถว่างเปล่าก่อนจะขย้อนน้ำดีออกมาอย่างรวดเร็ว
เสียงอาเจียนที่ดังอยู่ในห้องพักตรวจอาการทำให้คนที่ยืนอยู่ข้างนอกหันมองกันด้วยความกังวล มันแทบเป็ไปไม่ได้เลยพวกเขามั่นใจแล้วว่าหยางเยว่ซือกงจู่จะต้องสิ้นพระชนม์ไปด้วยยาพิษที่ท่านเสนาบดีเฉินฮุ่ยชิงเคลือบไว้ที่ดอกเหมยกุ้ยในการวางพวงมาลาแด่พระศพของพระเ้าหยางจิ่นเฉ่า แต่ทำไม...
ในตอนนี้คนที่ตายข้างในนั้นกลับเป็เสนาบดีเฉินฮุ่ยชิงที่เป็คนคิดแผนการทั้งหมดนี้ กับทหารฝีมือดีสองคนที่คอยอารักขาท่านเสนาบดีเฉินแทน ด้วยฝีมือของหยางเยว่ซือกงจู่คนโง่เขลา กงจู่บ้าใบ้ที่แม้แต่จะนำตัวขึ้นถวายแก่องค์ฮ่องเต้แห่งอาณาจักรเฉียนฉินก็ยังถือว่าคุณสมบัติไม่เพียงพอด้วยซ้ำ
“เมื่อครู่ เ้าเห็นเหมือนข้าใช่หรือไม่” ชายคนหนึ่งที่เริ่มได้สติแล้วหันไปถามสหายของตนทันที
“เ้าหมายถึงเห็นกงจู่สังหารท่านเสนาบดีเฉินหรือว่าได้ยินกงจู่ออกปากรับสั่งเล่า” ชายอีกคนเอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าจะเห็นภาพอย่างนั้น มันไม่ใช่เพียงแค่การสังหารทั่วไปเท่านั้น ทั้งวิธีการปาดคอนายทหารผู้ติดตามทั้งสองที่ฝีมือไม่ธรรมดาในต้าซีพระองค์ก็ทำด้วยความเหี้ยมโหดไร้ปรานี รวมถึงการแทงซ้ำให้แน่ใจว่าท่านเสนาบดีเฉินตายแน่นอนนั้นยังคงเป็ภาพติดตาไม่น้อยไปกว่าใบหน้านิ่งเฉยไม่ยี่หระของพระองค์ ภาพการสังหารอันเหี้ยมโหดเ่าั้ทำเอาพวกเขาขนลุกจนต้องวิ่งไปอาเจียนตาม ๆ กัน
“นี่พวกเ้า” เสียงหวานกังวานที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง
ร่างบางที่ยังอยู่ในชุดสีขาวชุ่มโชกไปด้วยเืเช่นเดิมเดินออกมาด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยไม่เปลี่ยนแปลง การปรากฏตัวของพระองค์นั้นทำให้ทุกคนพร้อมใจกันทรุดตัวลงกับพื้นคำนับทันที บางคนก็ทำไปด้วยสัญชาตญาณบางคนก็ทำไปด้วยความหวาดกลัวไม่กล้าสู้หน้า แต่ทั้งหมดนั้นก็ทำให้คนที่เพิ่งออกมามองด้วยสายตาที่ดีขึ้นมาอีกนิด
“ให้คนไปเก็บขยะในห้องนั้นหน่อยสิ ข้าจะกลับตำหนักแล้ว”
กงจู่รับสั่งโดยไม่ฟังคำตอบรับ พระองค์เสด็จผ่านเหล่าคนที่กำลังก้มคำนับไปด้วยท่าทีราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่พระองค์เพิ่งจะสังหารบุรุษไปถึงสามคนด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง
...หยางเยว่ซือกงจู่...
ร่างบางมองเงาสะท้อนในกระจกราวกับกำลังมองคนที่ไม่ใช่ตัวเองอยู่อย่างไรอย่างนั้น ก็เพราะเงาที่สะท้อนมามันไม่ใช่เธอน่ะสิ! มือบางกุมขมับตัวเองด้วยความหนักใจเธอไม่ได้เมายาหรือบ้าเสียสติไปแล้วแน่หรือ นี่เธอมาอาศัยร่างคนอื่นอยู่ทั้งที่ตัวเองควรจะตายไปแล้วจริงน่ะหรือ
...เื่นี้มัน...
เธออยากจะอาเจียนอีกรอบเพื่อระบายความเครียด ถ้าไม่ติดว่าเธออาเจียนจนแทบไม่มีอะไรจะออกมาแล้ว ทั้งชีวิตของเฉินมี่จวนเธอเป็พวกอเทวนิยมมาโดยตลอด เธอไม่เชื่อในสิ่งใดที่ไม่ใช่ผลจากการกระทำของตัวเอง และเชื่อแต่สิ่งที่มีตัวเลขกำกับควบคุมชัดเจนเท่านั้น แต่ดูเหมือนตอนนี้จะไม่ใช่แล้ว... เธออาจจะเป็ิญญาเร่ร่อนที่มาสิงร่างของคนใกล้ตายอย่างหยางเยว่ซือกงจู่เพื่อ replace (แทนที่) กงจู่คนนี้
แต่ก็ไม่น่าใช่ เพราะจากชีวิตที่รันทดโดนทรยศซ้ำซาก อยู่ในเขตประเทศอาภัพอับโชคขนาดนี้ เธอเชื่อว่าต่อให้เธอตอนที่เป็ิญญาก็ไม่น่าจะเลือกเข้าสิงร่างนี้อย่างแน่นอน หยางเยว่ซือเป็ทรัพยากรที่ไร้ค่าและไร้ประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งในแง่คุณค่าและมูลค่าทางสังคม หากเทียบเป็การลงทุนแล้วก็ถือว่าไม่น่าลงทุนเป็อย่างยิ่ง สู้ไปเกิดใหม่ยังน่าจะมีโอกาสมีชีวิตที่ดีกว่านี้
กงจู่เพียงคนเดียวที่เหลือในเชื้อสายผู้ครองแผ่นดินต้าซี แผ่นดินที่เล็กเสียจนน่าจะทำสนามกอล์ฟสิบแปดหลุมได้ไม่เกินสี่แห่งด้วยซ้ำ กงจู่ทายาทเพียงหนึ่งเดียวที่ยังรอดตายมาจนถึงอายุสิบสี่ปีเพราะแกล้งเป็ใบ้มาตลอด จึงทำให้ไม่โดนลอบปลงพระชนม์หรือปองร้ายอย่างรัชทายาทคนอื่นของราชวงศ์ที่บัดนี้ไปนอนเฝ้าฮวงซุ้ยรวมกันหมดแล้ว
หากคิดว่าชีวิตตรงนี้โหดร้ายแล้ว ให้ย้อนกลับไปในความทรงจำล่าสุดก่อนที่กงจู่ผู้อาภัพองค์นี้จะตาย พระเ้าหยางจิ่นเฉ่าเสด็จป้าปาของพระองค์สิ้นพระชนม์ลงด้วยโรคชรา
พอพ่อตาย...เอ่อหมายถึงเสด็จพ่อของพระองค์สิ้นพระชนม์ลง กงจู่ก็กำลังจะต้องถูกส่งตัวไปเป็เมีย... หมายถึงพระสนมในลุงเพื่อนพ่อ เอ่อ... I mean ฮ่องเต้ของอาณาจักรใหญ่เพื่อแสดงความภักดี แต่โชคยังดีที่กงจู่คนนี้แกล้งเป็ใบ้มาตลอดชีวิต เลยทำให้เหล่าเสนาบดีชั่วตัดสินใจไม่ส่งไปเพราะว่ามันอาจจะเป็การิ่เกียรติตาลุง... หมายถึงองค์ฮ่องเต้คนนั้นนั่นแหละ
...คิดตื้น ๆ อะไรจะดีไปกว่าเมียเป็ใบ้กัน...
ไม่มีอะไรจะดีไปกว่ามีเมียเป็ใบ้แล้ว ภรรยาที่ไม่พร่ำบ่นไม่มีปากเสียง ไม่ซ้ำแซะแถมยังสาวเอ๊าะขบเผาะถูกใจวัยดึกอย่างนี้นี่แหละเครื่องบรรณาการชั้นดีชัด ๆ ถ้ามิสเฉินเป็เสนาบดีพวกนั้นเธอส่งกงจู่องค์นี้ไปแน่นอน แต่ก็นับเป็โชคของกงจู่ที่เสนาบดีพวกนั้นฉลาดน้อยไม่สมดุลกับเบี้ยหวัดที่ได้รับ จึงทำให้เสนาบดีพวกนั้นตัดสินใจเก็บพระองค์ไว้ในต้าซีต่อไป
แต่ก็น่าเสียดายที่คนพวกนั้นไม่ได้เป็คนมีสัจจะนัก การเก็บไว้ในอาณาจักรนั้นไม่ได้หมายถึงในสภาพเป็แต่หมายถึงการเอาศพพระองค์ฝังรวมกับบิดาและพี่น้องที่ตายไปก่อนหน้านี้ จึงทำให้เกิดการลอบสังหารหยางเยว่ซือกงจู่ขึ้น
“ไม่ตาย...”
ใช่ หยางเยว่ซือกงจู่ไม่ตายด้วยยาพิษในหนามดอกไม้ที่ถูกทาไว้ในครั้งแรกแต่ก็ตายด้วยเข็มพิษของเสนาบดีเฉินคนนั้นอยู่ดี คนที่เธอเพิ่งจะฆ่าทิ้งไปเมื่อไม่นานคนนั้นนั่นแหละ คนที่หน้าตาดูโหงวเฮ้งขี้โกงสุด ๆ แบบมองจากยอดหลังคาวังหลวงลงมายังรู้ว่าโกง แต่ก็ยังมีคนเดินตามเลียรอยเท้าอยู่ดี หยางเยว่ซือกงจู่ในกระจกกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย
...ฉันต้องบ้าแน่ถ้าเลือกมาสิงร่างเด็กนี่...
กงจู่ในแผ่นดินที่ไม่เหลือใครสักคนที่วางใจได้ที่ต้องยืนอยู่บนกองคนทรยศนับร้อย ถือเป็ตัวเลือกท้าย ๆ ของชีวิตเลยนะ ใครจะอยากได้ชีวิตอย่างนี้ ให้ตายเธอยอมกลับไปเป็ผู้พิการครึ่งซีกนอนเป็ผักตลอดชีวิตในร่างเดิมยังดีกว่า
...ตายไปแล้วสินะ...
ความหน่วงในจิตใจตีตื้นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงชีวิตของเฉินมี่จวนที่สิ้นไป ป่านนี้ร่างของเธอคงจมทะเลไปพร้อมชิ้นส่วนซากเครื่องบินเป็อาหารให้ปลาเล็กปลาใหญ่แล้ว ความหนาวเหน็บเกิดขึ้นในจิตใจของเธออีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าตัวเองไม่อาจจะกลับไปที่เดิมได้อีกแล้ว น้ำตาพลันไหลออกมาทันทีโดยไม่อาจจะห้ามเอาไว้ได้อีกต่อไป
ภาพของบุคคลที่เธอรักไม่ว่าจะเป็คุณป๊าหรือคุณนายแม่ของเธอ พี่ชายที่อุตส่าห์มาเตือนเธอถึงบริษัท เหล่าเด็กน้อยที่ไม่รู้ป่านนี้จะเป็อย่างไรบ้าง จะมีเรือช่วยชีวิตเจอพวกเขาหรือไม่ ใครจะดูแลพวกนั้นต่อ... บริษัทของเธอที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะมีแผนระยะยาวให้ดำเนินการต่อก็ตามเถอะ แต่ถ้าหมดแผนนั้นแล้วจะเป็อย่างไร ใครจะมารับผิดชอบต่อได้
ไหล่ของร่างเล็กสั่นไหวในขณะที่ร้องไห้ภาพความทรงจำที่ ดี ๆ ในชีวิตที่ล่วงเลยมามันช่างหลอกหลอนเธอจนเธอไม่อาจจะสงบสติอารมณ์ได้ ความอาวรณ์ถึงสิ่งที่เธออยากจะกลับไปหา แต่ดูจากตอนนี้แล้ววี่แววที่จะกลับไปมันช่างเลือนรางเหลือเกิน เธอจะกลับไปอย่างไรดี...
...ต้องมีวิธีสิ...
“กงจู่เพคะ...” เสียงเรียกแ่เบาดังจากข้างนอกทำให้เธอหันไปมองทันที
ภาพของหญิงสาวสองคนในชุดโบราณที่ดูคุ้นตากำลังนั่งอยู่กับพื้นด้านนอกห้องนอน... หมายถึงห้องบรรทมนั่นแหละ ทั้งสองคนสวมชุดสีขาวไว้ทุกข์เหมือนฝ่ายในคนอื่น ๆ จากความทรงจำที่กระท่อนกระแท่นของเธอนั้นสองคนนี้คือนางกำนัลที่ติดตามหยางเยว่ซือคนนี้มาโดยตลอดั้แ่เด็ก เป็หนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ว่าหยางเยว่ซือไม่ได้เป็ใบ้...
“เข้ามาเถอะ” น้ำเสียงของหยางเยว่ซือแ่เบาคล้ายจะหมดแรง
“เพคะ...” นางกำนัลทั้งสองรีบเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้เห็นใบหน้าพวกนางชัด ๆ ก็รู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้น่าจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ดวงตาของทั้งคู่แดงก่ำรอบตาช้ำเป็จุด ๆ จมูกก็ยังแดงคั่งเื น่ากลัวว่าพวกนางจะร้องไห้มาไม่ต่ำกว่าหนึ่งวันแล้ว กงจู่ที่เคยเป็คนอ่อนโยนบัดนี้ทำเพียงแค่มองด้วยสายตาที่อ่อนล้าเท่านั้น ไม่มีคำปลอบโยนเช่นที่พระองค์ชอบทำ
“...” เฉินมี่จวนมองนางกำนัลทั้งสองคนด้วยสายตาที่อ่อนลง
เธอไม่ได้สนิทกับสองคนนี้มากนักบวกกับเธอยังคิดถึงชีวิตของตัวเองอยู่ไม่หายจึงทำให้เธอทำได้แค่นั้น หากจะให้เธอหาคำปลอบโยนตอนนี้ก็น่าจะยากไปสำหรับเธอเสียล่ะมั้ง... แค่กลั้นใจไม่ให้ตัวเองฟูมฟายก็ยากเต็มทีแล้ว เด็กหญิงถอนหายใจอีกครั้งเมื่อเห็นว่าทั้งคู่คร่ำครวญหนักกว่าเดิม
“ไม่ต้องร้อง” เธอไม่มีคำปลอบที่ดีกว่านี้ “น้ำตาไม่เปลี่ยนอะไรหรอก”
...ใช่ น้ำตาไม่เปลี่ยนอะไร...
เด็กหญิงสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้ง คราวนี้เธอตั้งสติได้มากกว่าเดิม เมื่อเห็นคนที่กำลังเศร้าหนักกว่าครวญครางอยู่ตรงหน้า บางครั้งก็มีเหมือนกันที่เห็นคนร้องไห้หนักกว่าแล้วก็พาลจะร้องไห้เองไม่ออกขึ้นมา แล้วก็เป็อย่างที่เธอว่าน้ำตาไม่ช่วยอะไร ต่อให้เธอร้องไห้จนน้ำตาท่วมต้าซีก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าเธอจะกลับไปฮ่องกงได้ เพราะฉะนั้นร้องไปก็ปวดหัวตาบวมเสียเปล่า สู้เก็บแรงไว้ใช้เอาตัวรอดในสถานการณ์ตรงหน้าดีกว่า
“กงจู่เพคะ... หม่อมฉันกลัวเหลือเกินเพคะ...” นางกำนัลคนหนึ่งเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา
“ใช่เพคะ หากกงจู่สิ้นไปด้วยแล้ว...” นางกำนัลอีกคนสะอื้นไห้หนัก “พวกหม่อมฉันคงอยู่ไม่ได้”
“หากข้าสิ้นไป...” มิสเฉินเอ่ยเสียงเย็นด้วยความรู้สึกกัดลึก
หากหยางเยว่ซือสิ้นไปอย่างมากแผ่นดินก็ตกอยู่ในมือพวกโง่ฝีมืออ่อนด้อย ไม่นานก็คงก้มหัวให้อาณาจักรใหญ่ที่คิดจะมายึดครองคงไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ แต่หากเฉินมี่จวนสิ้นไปต่างหากปัญหาใหญ่ เธอไม่รู้ว่าคนบนฟ้าเรียงลำดับความสำคัญสถานการณ์อย่างไร ให้นักธุรกิจที่เป็หนึ่งในยุคตายแล้วมาคืนชีวิตให้กับกงจู่ที่ไม่ได้มีบทบาทอะไรในหน้า ประวัติศาสตร์เนี่ยนะ
...ถึงย้ำแล้วย้ำอีกว่า priority ไง...
ลำดับความสำคัญของปัญหามันเป็เื่ใหญ่ แล้วคนก็ชอบทำผิดกันอยู่เรื่อยผิดบ่อยจนน่ารำคาญผิดเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองผิด ในสถานการณ์อย่างนี้ต่อให้เธอฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ก็ไม่ใช่จะช่วยอะไรได้นักหรอกจริงมั้ย เพราะไม่ว่าอย่างไรประวัติศาสตร์ก็ไม่เปลี่ยนอยู่ดี
“ดีใจเหลือเกินที่กงจู่ยังมีลมหายใจอยู่” นางกำนัลคนแรกเอ่ยอย่างปีติยินดี
...แต่ดิฉันโคตรจะเสียใจ…
“หม่อมฉันไม่รู้จะขอบคุณเทพเซียนอย่างไรดีที่อุตส่าห์ช่วยคุ้มครองกงจู่ให้รอดพ้นมาได้” นางกำนัลอีกคนเอ่ย “คงเป็เพราะบุญญาธิการของกงจู่แน่เพคะ”
“งั้นหรือ...” เธอเอ่ยรับเพียงเท่านั้นอย่างแห้งแล้ง
หากมันเป็บุญญาธิการของกงจู่กับความคิดของ ‘เทพเซียน’ ที่ว่าแล้วล่ะก็ เธอไม่แปลกใจเลยทำไมโลกที่เธอจากมาถึงมีคนก่นด่า์ว่าชีวิตไม่ยุติธรรมเยอะขนาดนั้น ก็การทำงานของ์มันไม่เป็ระบบแบบนี้ไง เอาชีวิตคนที่เป็ประโยชน์ทิ้งไปแล้วให้ชีวิตกลับคืนกับ ‘ตัวละครลับ’ ที่แสนจืดจางเนี่ยนะ...
“เพคะ” นางกำนัลทั้งสองปาดน้ำตา “สรงน้ำเถอะเพคะ ล้างพระวรกายเสียก่อน”
นางกำนัลคนหนึ่งเอ่ยขึ้นในขณะที่ทั้งสองช่วยกันพยุงให้เธอลุกขึ้น พวกนางแกล้งทำเป็ไม่เห็นรอยเืตามเสื้อผ้าพวกนี้ได้ดีทีเดียว นางกำนัลทั้งสองพาเธอเดินไปที่ห้องอาบน้ำพร้อมกับสะอื้นไห้ไปด้วย สิ่งหนึ่งที่เธอได้เห็นจากคนพวกนี้ก็คือความจริงใจต่อกงจู่ของพวกนาง กงจู่ที่แกล้งเป็ใบ้ทำอะไรไม่ค่อยจะได้นั่นแหละ…
จะว่าไปหยางเยว่ซือเป็เด็กที่ค่อนข้างฉลาดพอตัว นางเห็นการตายของคนในครอบครัวจนหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการแสร้งทำเป็หญิงใบ้ไร้ประโยชน์ เพื่อไม่ให้คนพวกนั้นเขามายุ่งวุ่นวายกับตัวเองมากนัก มันก็นับเป็วิธีที่ฉลาดไม่น้อยสำหรับเด็กอายุเท่านี้
ถ้าประเมินแล้วกงจู่คนนี้อาจจะเก่งสัก 80 เปอร์เซ็นต์ของไป๋ฮวาในตอนนี้เลยก็ว่าได้ แต่ด้วยสภาพร่างกายของนางที่ยังเป็เพียงเด็กหญิงที่เพิ่งจะแตะเท้าเข้าวัยสาวได้ก้าวแรก จึงทำให้นางไม่อาจจะเอาตัวรอดจากพวกคนใจร้ายได้... แต่คนใจร้ายก็กลายเป็ศพไปแล้ว
“พวกเ้าออกไปก่อนเถอะ ข้าอยากแช่น้ำสักพัก”
ร่างบางเงยหน้าขึ้นจนสุด พิงหัวตัวเองกับขอบอ่างไม้ทอดอารมณ์ไปกับความอุ่นของน้ำ สายตาก็ทอดมองชุดสีขาวที่เปรอะไปด้วยเืที่พวกนางกำนัลแช่เอาไว้ในอ่างที่อยู่ห่างไปจนเกือบสุดสายตาเพราะว่าเสื้อพวกนั้นจะให้คนอื่นเห็นไม่ได้ด้วยภาพลักษณ์ของกงจู่... เืพวกนั้นเป็ของคนที่คิดจะเอาชีวิตหยางเยว่ซือกงจู่ที่เธอใจดีช่วยกำจัดให้สินะ
...ขอบใจฉันไว้เถอะกงจู่...
‘ข้าขอบใจเ้ามาก’
เสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือหัวของเธอ เสียงที่ทำให้เธอรีบหลุบตัวลงไปใต้น้ำทันที ร่างบางมองไปรอบกายด้วยความระแวงทันที สายตาของเธอฉายแววไม่ไว้ใจอย่างกะทันหัน เธอมองไปทางซ้ายทีทางขวาทีด้วยความระแวดระวัง เธอไม่ได้หูฝาดเธอได้ยินเสียงนั้นจริง ๆ
‘ข้าขอบใจเ้ามาก เฉินมี่จวน’
ไม่ผิดแน่!!!
เด็กหญิงที่แช่ตัวอยู่หันไปมองด้านหลังทันที คนที่ไม่เชื่อเื่ิญญามาตลอดจะเริ่มขนลุกก็ตอนนี้เป็ครั้งแรก ร่างโปร่งใสมองทะลุผ่านได้ที่เห็นเพียงแค่ขากับตัว่ล่างเท่านั้นกำลังยืนอยู่ไม่ห่างจากอ่างอาบน้ำที่เธอกำลังพิงกายนัก ไม่ต้องใช้ความฉลาดหรือการคิดวิเคราะห์ให้มากมายสมองของเธอก็ประมวลผลได้ทันที
…ผีหลอก...