บทที่ 20 ลุงบุญสม
“แล้วอาจารย์คณิตฯคนเดิมของเธอล่ะ”
“เขาเลิกงานน่ะครับ พอดีแกท้องก็เลยต้องไปเลี้ยงลูกน้อย” ปลายฝนโกหกตาไม่กระพริบ แม้พิภพอยากจะจับผิดก็ไม่สามารถ เพราะทักษาการแสดงของปลายฝนนั้นดีจริงๆ
“เอ่อ แล้วต้องสอนยังไง กี่ชั่วโมงต่อวัน”
“วันล่ะ 1 ชั่วโมง สะดวกไหมครับ แต่ผมว่างประมาณ 3 ทุ่มนะครับ ตอนอื่นต้องเรียนวิชาอื่นก่อน” เขาโกหกออกไป ที่จริงเขาไม่มีอะไรทำเลยต่างหาก แต่่หัวค่ำเผื่อว่าต้องออกไปกินข้าวกับพี่ชายเลยทำให้กับดึกกว่าปกติ ยิ่ง่นี้เขาออกไปเที่ยวกับพี่ต้นหนาวบ่อยๆด้วยแล้ว
“เรียน 7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แค่นี้หรอ” พิภพไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนเต็มใจจ่ายเงินจำนวนมากกับแค่การเรียน 7 ชั่วโมงเท่านั้น เขามองปลายฝนเหมือนกับมองคนที่ถูกหลอก
“ไม่ครับ เสาร์อาทิตย์เป็วันพักผ่อน พี่ไม่ให้ผมเรียนหรอก” ปลายฝนพูดต่อ เขาอยากจะหัวเราะกับท่าทางของคนเป็อาจารย์จริงๆ
หลังจากนี้ได้แต่หวังว่าอาจารย์จะมีเวลาพักผ่อนให้ตัวเองบ้าง กินอาหารดีๆที่นอกจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ้าง ไม่อย่างนั้นก็จะผอมอยู่เช่นนี้
สำหรับเื่ความรักของอาจารย์ เขาไม่เข้าไปยุ่ง ถ้าคนที่จะคู่กันอย่างไรก็เป็คู่กัน คนมีเวรมีกรรมต่อกันมา พวกเขาควรจะได้ชดใช้กันเอง ปลายฝนรู้ว่าอาจารย์จะเสียใจ แต่เขาก็จะผ่านมันไปได้ด้วยดี อย่างไรคนก็มีพ่อมีแม่ที่ดีและรักเขา สิ่งที่ปลายฝนคิดจะช่วยเหลือก็คือเงินที่เขามีมากมายใช้ไม่หมดนี่แหละ
“แค่ 5 ชั่วโมง เอ่อ อาจารย์คิดว่าอาจารย์คิดชั่วโมงละ 200 ก็พอ ไม่จำเป็ต้อง...”
“อาจารย์อย่าเกรงใจเลยครับ บ้านผมน่ะ...รวยมาก” ปลายฝนยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เห็นสีหน้าของอาจารย์ที่ตะลึงงันก็อยากจะหัวเราะออกมาจริงๆ
เมื่อก่อนตอนที่เงินของเขาจะหมด อาจารย์ให้ยืมเงินแล้วบอกว่าจะใช้หนี้ตอนไหนก็ได้ เหตุผลก็คือ “ไม่เป็ไร อาจารย์น่ะ....รวยมาก” นั่นแหละ
ทั้งๆที่เป็หนี้สินล้นมือ แต่ก็ยังใจดีกับเด็กๆไปทั่ว เขาเชื่อว่าคนดีๆแบบนี้ควรจะได้รับผลตอบแทนที่ดี หากไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะใ เขาก็อยากจะเสนอตัวใช้หนี้ไม่กี่แสนนั่นให้คนเป็อาจารย์ไปแล้ว แต่ก็นะ...ข้อเสนอของเขากับเงิน 30,000 นี้ก็น่าจะทำให้คนเป็อาจารย์ปลดหนี้ในเวลาไม่นาน ขอเพียงอีกฝ่ายยอมตกลง
“ดะ เด็กคนนี้” พิภพพูดไม่ออก ปลายฝนหัวเราะออกมาอย่างชอบใจก่อนจะแลกช่องทางติดต่อ กลายเป็พิภพนั้นต้องยอมรับงานไปอย่างงงๆ
กลับมาถึงบ้าน คนแรกที่เขาต้องรายงานก็ยังเป็พี่ชายจอมเนี๊ยบที่ยังอยู่บริษัท การที่เขาจ่ายเงินจ้างอาจารย์สอนพิเศษสักคน ดูเหมือนว่ามันจะเป็แค่เื่เล็กๆน้อยๆ แต่สำหรับพี่ชายแล้วมันคงไม่ใช่อย่างแน่นอน ปลายฝนไม่อยากให้เื่นี้มีปัญหาทีหลัง นอกจากนี้เขาก็กลัวว่าพี่ชายจะทำอะไรไม่ดีกับหนึ่งในผู้มีพระคุณซึ่งหาได้ยากยิ่งของเขาด้วย การที่ออกตัวก่อนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจนี้นับว่าดีกว่ามาก
ปลายฝนทิ้งข้อความเอาไว้ ไม่ได้โทรไปหาโดยตรงเพราะรู้ว่า่นี้พี่ชายกำลังยุ่งวุ่นวายกับธุรกิจทั้งของตนเองและธุรกิจที่เขาเสนอ ดังนั้นคนเป็พี่จึงไม่ได้มีเวลามากเหมือนกับเมื่อก่อน กระนั้นก็ยังมีเวลามากพอที่จะตามสืบเื่ราวของเขาในทุกๆวันจนเขารู้สึกเหนื่อยแทน
หลังจากที่ได้เข้าสอบเลื่อนชั้นแล้ว เขาก็ไม่ได้มีอะไรทำอีก ผลสอบนั้นออกมาดีและมันก็ผ่านอย่างแน่นอน แต่การยื่นเื่ไปทางมหาวิทยาลัยนั้นยังมี่จังหวะของมันอยู่ อย่างน้อยๆก็ต้องรอให้นักศึกษาชั้นม.6 เรียนจบเทอมแรกก่อน เขาจึงมีเวลาว่างอีก 1-2 เดือน
แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดว่าจะกลับไปรับตำแหน่งาาจอเงินอีกครั้งแน่ๆ อาจจะเพราะเบื่อแล้วที่ต้องตกเป็ทาสทำงานให้กับบริษัทเอนเตอร์เทรน ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี แต่เขาไม่ชอบทำงานที่อยู่ภายใต้คำสั่งของคนอื่นๆ กระนั้นนี่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ชอบที่จะแสดงผลงานของตนเองให้คนอื่นรู้เสียหน่อย
ปลายฝนตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้ว หลังจากที่มีเงินสักก้อน เขาก็จะทำงานที่ตนเองรัก เขาไม่อยากเข้าสังกัดไหน และไม่ได้อยากเป็ดาราที่ต้องไปรับบทบาทนั่นนี่เหมือนเมื่อก่อน สิ่งที่เขาชอบคือการแสดงผลงานของตนเองให้ผู้อื่นรู้ ซึ่งในความหมายนี้คือการแสดงผลงานของเขาโดยไม่้าเปิดเผยใบหน้า
ชีวิตก่อน เขานั้นเป็นักแต่งที่มีชื่อเสียงค่อนข้างมาก ทว่าอาชีพนักเขียนสมัยนั้นค่อนข้างจะไม่เปิดกว้าง หากอยากแต่งนิยาย-วรรณกรรม ก็ต้องส่งสำนักพิมพ์พิจารณาเท่านั้น โดยบางสำนักพิมพ์อาจจะมองว่าดี บางสำนักพิมพ์กลับไม่สนใจ หรือแม้แต่บางเื่ที่สำนักพิมพ์มองว่าดีและต้องดังแน่ๆ ท้ายที่สุดมันก็ไม่ถูกใจนักอ่านก็มี ถึงอย่างนั้นตัวเขาเองนั้นก็อยู่ทันยุคนิยายออนไลน์ แม้จะเสียใจที่มันมาช้าไปหน่อย กว่าจะเกิดขึ้นก็ตอนที่เขาเริ่มอายุมากและอยู่ในวงการมานานแล้ว ไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะไปแต่งนิยายเหมือนกับเด็กไฟแรงคนอื่นๆ ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาไปกับการอ่านมันอย่างเพลิดเพลินเท่านั้น เพียงมีความคิดเล็กๆแทรกขึ้นมาว่าถ้าเขากลับไปเป็เด็กอีกครั้งและมีช่องทางให้เขาใช้เผยแพร่ผลงานนี้ เขาก็จะทำมันอย่างไม่ลังเลแน่นอน
ปลายฝนรู้ว่า่เวลานี้ยังไม่เกิดช่องทางนั้นขึ้นมาจริงๆ แต่เขาก็มีเงินมากพอที่จะทำให้มันเกิดขึ้นจริงไม่ใช่หรอ?
คิดถึงตรงนี้แล้วเขาก็อยากจะหัวเราะออกมา หลังจากที่นึกถึงสีหน้าของพี่ชายคนดีที่อยากจะกระอักเืเพราะต้องรับโครงการใหญ่นี้ไปอยู่ในมือ เขาก็พลันสงสารและขำขันด้วย
หลายวันที่ผ่านมา พี่ชายของเขาทำงานหนักและต้องปวดหัวกับเื่ราวมากมายเพราะบางอย่างมันก็เกี่ยวกับกลุ่มของผู้มีอำนาจเดิม การก้าวเข้าสู่ธุรกิจใหม่นั้นดูจะเป็อะไรที่ค่อนข้างยาก ตอนนี้เขาเป็ที่จับตามองอยู่ด้วย หากขยับตัวไปทางไหนมีหวังคงจะเป็ข่าวดังอย่างแน่นอน
ปลายฝนแตะคางของตนเองอย่างพิจารณาก่อนจะนึกถึงใครบางคนที่อาจจะรับภาระหนักนี้ไปแทน
“เอาปัญหานี้ไปให้ลุงบุญสมดีกว่า” แม้ว่าเขาจะพูดว่ามันคือปัญหา ทว่าจริงๆแล้วนี่ไม่ใช่ปัญหาเลย มันกลับเป็โอกาสและเม็ดเงินที่จะเปลี่ยนชีวิตคนๆหนึ่งไปตลอดกาลต่างหาก
ลุงบุญสมที่ปลายฝนคิดถึงนี้ ที่จริงแล้วคือสำนักพิมพ์มีชื่อแห่งหนึ่ง ตอนนี้กำลังมีเงินทองไหลเข้ามาไม่ขาดสาย อย่างไรก็ตามหลังจากที่นิยายออนไลน์ผ่านไปอยู่ระดับสูงในเวลาไม่กี่ปี โรงพิมพ์ของลุงบุญสมก็เกือบจะเจ๊ง ไม่สิ! มันเจ๊งจริงๆ ลุงบุญสมที่ปรับตัวไม่ทันและไม่สามารถรับงานพิมพ์จากที่ไหนได้อีกก็กลายเป็ขี้เหล้าเมายา
ปลายฝนนั้นเจอลุงตอนที่ปลอมตัวไปเที่ยวเล่นระบายความตรึงเครียดอยู่บ่อยครั้ง เขามักจะได้ยินคนแก่พูดถึงเื่ความไม่แน่นอน ลุงบอกว่าถ้าปรับตัวไม่ทันก็จะเป็แบบลุง จากคนที่กำลังร่ำรวยกลายเป็ยากจนในพริบตา ใครจะคิดว่าลุงนั้นซวยจริงๆ เขาเห็นว่าแนวโน้มของการสั่งผลิตพิมพ์นั้นเพิ่มขึ้นสูงมาก แม้ว่าเขาจะไม่ได้โครงการผลิตหนังสือเรียนของทางการ แต่กระนั้นสำนักพิมพ์ต่างๆก็มาใช้บริการที่เขาทั้งนั้น
เมื่อมองเห็นว่ามีโอกาสที่จะได้โครงการใหญ่ๆอีกหลายๆโครงการ เขาก็เอากำไรที่ได้มาไปลงทุนกับเครื่องจักรทันที ใครจะคิดว่าหลังจากที่เขาลงทุนได้ 3 เดือนเท่านั้น ยังไม่ทันจะได้รับคำสั่งใหม่ๆเลย แพลตฟอร์มของยุคสมัยใหม่ของวงการนิยายและวรรณกรรมก็เข้ามาแทนที่ ไม่มีสำนักพิมพ์ไหนสนใจที่จะสั่งพิมพ์เป็เล่มอีก ผู้คนมากมายไม่สะดวกที่จะพกหนังสือหลายๆเล่มไปที่ต่างๆ เมื่อพวกเขาอยากอ่านนิยาย 10 เื่พร้อมๆกัน ก็แค่พกมือถือไปเท่านั้น
หลังจากที่การปรับเปลี่ยนเช่นนี้ เขาก็กลายเป็ยาจกที่มีหนี้หลายสิบล้าน ต้องขายเครื่องจักรเ่าั้ให้กับคนอื่นไปเพื่อใช้หนี้และจ่ายค่าจ้างที่ค้างอยู่ของพนักงาน
ภายหลังเขาได้เป็แค่เฒ่าแก่เปิดร้านให้เช่าหนังสือ วันหนึ่งมีรายได้ไม่กี่สิบบาทเท่านั้นเอง ชีวิตที่น่าเศร้านี้ถูกถ่ายทอดมาตอนที่เขาเมามายไม่ได้สติ อย่างไรก็ตามลุงบุญสมคนนี้ก็นับว่าเป็สหายในวงสุราคนหนึ่งที่เขานับถือ ตอนนั้นเขาได้ฟังเื่ราวของลุงก็คิดว่าตนเองโชคดีแค่ไหนแล้วที่ยังทำงานมีเงินได้ ปรากฏว่าคำพูดของลุงทำให้เขากลับมาสู้งานต่อแม้ว่าจะเหนื่อยมากขนาดไหนก็ตาม
ก็นะ....ชายหนุ่มจะเจอมิตรแท้ก็ที่วงสุรานี่แหละ
แม้จะคิดว่าอยากมอบโอกาสนี้ให้ลุงบุญสม แต่ก็ไม่รู้ว่าลุงอยากจะสนใจด้วยหรือเปล่า ถ้าดูจากไทม์ไลน์แล้ว ่เวลานี้ลุงบุญสมน่าจะกำลังมีธุรกิจที่ไปได้สวยเลย คนอาจจะไม่ตระหนักถึงเื่นี้ก็ได้
“คุณชายรอง” เมื่อเห็นปลายฝนเดินหน้านิ่วลงมา นะโมที่ช่วยงานปัดกวาดอยู่ก็เอ่ยทักทายทันที
คนตัวเล็กมองคนที่ถือไม้ปัดขนไก่ สวมเสื้อที่ตัวใหญ่กว่ารูปร่างพร้อมกับสวมกางเกงขาสั้น ดูน่ารักน่าชังและเย้ายวนเป็พิเศษ สมแล้วที่อีกฝ่ายนั้นกลายเป็คนมีชื่อเสียงอยู่บ้างในวงการบันเทิง ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมีหัวในการแต่งตัวและใช้รูปลักษณ์ของตนเองพอตัวเลย
ปลายฝนพยักหน้ากลับไป ส่งรอยยิ้มเป็มิตรให้อีกฝ่าย
หลังจากที่ทางนั้นมาอยู่ที่บ้านนี้ เพราะป้านิ่มและนะโมไม่ได้เขาให้ท้ายเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้นนะโมก็เลยต้องทำงานปัดกวาดเช็ดถูหลังจากที่กลับมาจากโรงเรียนด้วย ถึงจะเป็งานเล็กๆน้อยๆ แต่ก็ไม่ใช่งานที่ชายหนุ่มชอบอยู่ดี มันจึงเหมือนเป็การลงโทษอีกฝ่ายไปเสียอย่างนั้น
สำหรับความสัมพันธ์กับเขา ปลายฝนมองอีกฝ่ายอย่างชอบใจหลายๆครั้งแต่ก็แค่มองเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปสนิทสนมอะไร ยังมีการวางตัวที่ค่อนข้างเหินห่างกันอยู่ เหมือนเป็คนมากมารยาท แต่จริงๆแล้วแค่ไม่้าให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้และวุ่นวายด้วยเท่านั้นเอง
ส่วนคนเป็พี่ แค่เขามีเวลามากพอที่จะทำงานของตนเองและคอยตามสืบเื่ของน้องชายอย่างเขาก็นับว่าดีแล้ว ไม่มีเวลามากพอที่จะปล่อยให้คนเข้ามาอ่อยได้หรอก
“คุณชายรองจะกินข้าวหรอครับ ให้ผมจัดเตรียมให้ไหมครับ” นะโมเอ่ยถามอย่างสุภาพ ปลายฝนชะงักไป ซึ่งเขาก็อยากจะลงมาหาอะไรกินก่อนจริงๆนั่นแหละ เพียงแต่ไม่คิดว่านะโมจะรอโอกาสนี้อยู่ ดูเหมือนคนๆนี้มีเื่อยากจะคุยกับเขาแล้วล่ะมั้ง หลังจากสงบเสงี่ยมให้ผู้คนตายใจได้เป็เดือนสองเดือน ตอนนี้น่าจะเป็เวลาที่เหมาะสมแล้วล่ะนะ
“ไม่เป็ไร ทำงานให้เสร็จเถอะ ได้ยินจากป้านิ่มว่าการบ้านเยอะอยู่ไม่ใช่หรอ” ปลายฝนส่ายหน้าไม่อยากรบกวน ป้าแม่บ้านคนหนึ่งที่เห็นพอดีก็รีบเข้ามา
“คุณชายรองจะให้จัดมื้อเย็นเลยไหมคะ” เธอถามออกมาอย่างนอบน้อมและมองปลายฝนด้วยสายตาเอ็นดู
่นี้ทัศนคติของทุกคนในบ้านนั้นดีกับเขามาก ถึงปลายฝนจะมีบางมุมที่อยากจะเหวี่ยงวีน แต่ผลสุดท้ายกลายเป็ว่าเขาช่วยคนอื่นๆไปเสียอย่างนั้น เวลาที่เหลือ คุณชายรองของบ้านก็จะเก็บตัวเงียบๆเหมือนเมื่อก่อน ไม่ได้แสดงอะไรที่ผิดไปจากเดิมเท่าไรเลย ราวกับว่าเขาเป็พวกชอบเก็บตัวเงียบ แต่จริงๆไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร
มีบางครั้งที่เขายิ้มออกมา แต่ก็เขินอายเกินกว่าจะปล่อยให้คนอื่นๆเห็น ดังนั้นคนจึงทำทีเป็เดินปึงปังขึ้นห้องไป ท่าทางอย่างนั้นน่ารักน่าเอ็นดูอย่างมากเลยทีเดียว
“จัดเลยครับ” ปลายฝนพูดออกมา น้ำเสียงค่อนข้างเรียบ ซึ่งเป็น้ำเสียงปกติของเ้าตัว
“ได้ค่ะ” เมื่อป้าแม่บ้านจากไป นะโมที่ยังยืนเก้ๆกังๆอยู่ก็เอ่ยออกมาอย่างไม่มั่นใจ
“คุณ คุณชายรอง” นะโมเรียกคนเสียงเบา ปลายฝนเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบรับ
“อืม”
“คือว่า....ผมมีเื่อยากจะถามคุณชายรองน่ะครับ ไม่ทราบว่า...”
“เื่อะไร” คนตัวเล็กเลิกคิ้วแทนคำถาม นะโมที่มองอยู่แสร้งเงยหน้าจ้องมองคนเป็นายแล้วก็หลบสายตา
“คือว่าผม....คือคุณชายรองคิดอย่างไรกับคุณชายใหญ่หรอครับ” เด็กนะโมกำมือแน่นเหมือนกับพูดอะไรที่เป็การฝืนตนเองขึ้นมา เขายังหลับตาปี๋เหมือนกลัวจะถูกต่อว่าเสียด้วย
ปลายฝนเลิกคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนว่าป้านิ่มกับหลานจะคิดว่าเขาไม่รู้ว่าพี่ชายคิดเกินเลยกับตนเอง ดังนั้นเมื่อเห็นว่าเื่ในบ้านนั้นสงบเกินไปก็เลยคิดจะทำให้เขาแตกแยกกันแน่ๆ
“คิดอย่างไรกับพี่หรอ ถามทำไม?” คนมองนะโมอย่างไม่เข้าใจ ท่าทางใสซื่อเป็อย่างยิ่ง นะโมมองท่าทางคนตรงหน้าเพื่อความมั่นใจในแผนการของตนเองอีกครั้งแล้วพูดออกไป
“คือว่า....ถ้าคุณชายใหญ่ชอบคุณชายรอง คุณชายรองจะคิด...คิดยังไงครับ” นะโมแสดงต่อหลังจากที่เห็นว่าปลายฝนคนนี้ไม่ได้รู้ตัวจริงๆว่าถูกพี่ชายบุญธรรมคิดไม่ซื่ออยู่
ปลายฝนเลิกคิ้วก่อนจะยกยิ้มออกมา
“กะ ก็ ก็ดีนี่” เขายังเกาแก้มของตนเองอย่างเขินอายอีกด้วย ท่าทางนั้นดูน่ารักน่ามองเป็อย่างยิ่ง
คนตัวเล็กเหลือบมองไปยังกระจกกั้นประตูซึ่งเห็นเงาร่างของใครบางคนที่หยุดฟังเหมือนกับอยากจะรู้เช่นกันว่าเขาจะตอบรับอย่างไร สีหน้าท่าทางของคนที่พิงราวบันไดอยู่นั้นดูเหมือนจะกังวลอย่างมาก กระนั้นก็อยากรู้อยากเห็นมากด้วยเช่นกันว่าน้องน้อยของตนเองจะตอบกลับว่าอย่างไร
ดูเหมือนนะโมคนนี้จะวางแผนมาเป็อย่างดีกับป้านิ่ม ให้คนหนึ่งดูต้นทาง อีกคนก็มาแสดงละครอยู่กับเขา ถ้าเขาทำท่าทางรังเกียจออกไป มีหวังบ้านแตกแน่นอน ไม่สิ! ต่อให้บ้านไม่แตก แต่คนเป็พี่จะต้องเสียใจมากแน่ๆ มันอาจจะเข้าทางอีกฝ่ายที่จะใช้แผนปีนเตียงพี่ชายของเขาได้สำเร็จ
ทว่าปลายฝนไม่ใช่คนโง่ ทั้งเขายังเป็คนช่างสังเกตอีกด้วย ตอนชีวิตก่อนนั้นต้องคอยดูว่ากล้องตัวไหนกระพริบไฟถ่ายอยู่ สายตาของเขาต้องดีมากไม่อย่างนั้นก็อาจจะทำให้ตาลอยเวลาออกกล้องเพราะมองกล้องไม่ถูกตัว การบริหารเช่นนี้ทำให้ทักษะของเขาเพิ่มขึ้นพรวดๆ จนแม้แต่รายละเอียดในกระจกที่เรือนรางเขาก็ยังเห็นได้ชัดเจน
จะวางแผนกับเขาน่ะ...รอไปอีกร้อยปีแล้วกันนะ
.............................