บทที่
| 9 |
ฆ่าล้างโคตร
มาถึงวันดวลฝีมือ
ณ คฤหาสน์หงส์ดำ
“พร้อมนะโว้ยวันนี้!! วู้วววววว ไอ้เก่งกล้ามึงพร้อมนะ!! มึงตื่นเต้นปะเนี่ยยยยย!?”
“เหอะ เฉยๆ แล้วพวกมึงเป็เหี้ยอะไรกันมากไหม สรุปแล้วใครจะขึ้นไปชก กูหรือพวกมึง”
คนงานหนุ่มที่นั่งซดน้ำเต้าหู้เลิกคิ้วถาม เขาจ้องมองไปยังกันต์กับนัททิวที่อุตส่าห์ทำพู่หลากสีมาเชียร์ ดูท่าแล้วคนที่ไม่ตื่นเต้นอะไรเลยอย่างเก่งกล้า เขาจ้องมองทั้งสองด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
“โห่ววว!! ก็ต้องตื่นเต้นดิวะ มึงน่ะเป็แค่คนงาน ไม่ใช่มือขวา แต่ถ้าวันนี้มึงสามารถเอาลูกน้องของไอ้พี่รามล้มได้ กูเชื่อว่านายท่านทวีสินอาจจะเอามึงไปเป็มือขวาก็ได้”
“ไอ้นัททิวพูดถูกเลย กูเห็นด้วย!”
“หึ.. เป้าหมายกูคือพี่ราม ไม่ใช่ลูกน้องมัน เด็กๆอย่างนั้นกูไม่สนใจหรอก กูจะเอาหัวหน้ามันเท่านั้น มึงเข้าใจที่กูพูดไหม”
แต่แล้วคนที่ประกาศกร้าวก็ยื่นมือไปหยิบปาท่องโก๋มากิน สีหน้าของเก่งกล้าในตอนนี้เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามแปลกๆ เขามีท่าทีสุขุมมากกว่าที่ผ่านมาจนเพื่อนทั้งสองรู้สึกกลัว
“หมวยก็มาเชียร์พี่เก่งกล้าด้วยค่าาาา!!! วู้วววว~ สู้ๆซ่าๆปาทังก้า ปาทังกี้ สู้ๆซี้ๆ ปาทังกี้ ปาทังก้า!! พี่เก่งกล้าสู้ซ่า วู้ๆๆ!!!”
ก่อนหญิงสาวในชุดเชียร์ลีดเดอร์น่ารักจะเดินเข้ามาภายในห้องครัว เธอก็มาพร้อมกับพู่หลากสีในมือเช่นกัน หญิงสาวสุดเซ็กซี่นามว่าหมวยฉีกยิ้มส่งไปให้กับชายทั้งสาม
“โอ้โห.. แต่งตัวขนาดนี้จะไปไหนเนี่ยหมวย”
“นี่ถ้าไม่บอกว่าแต่งตัวมาเชียร์ไอ้เก่งกล้า พี่แอบคิดว่าหมวยจะไปแก้บนศาลพระภูมินะเนี่ย”
กันต์สมทบกับนัททิวพลางอมยิ้มกริ่ม เพราะภาพที่พวกเขาเห็นในตอนนี้ก็เป็อย่างที่พูดจริงๆ ชุดเชียร์ลีดเดอร์ของหมวยค่อนข้างจะหลากสีสัน ทั้งโบใหญ่ั์บนผม ทั้งกระโปรงสั้นๆที่พลิ้วไหว สีแสบตาฉูดฉาดยิ่งกว่าผ้าพันต้นโพธิ์เสียอีก
“กรี๊ดดดดดดด ทำไมพวกพี่ถึงแซวหมวยแรงขนาดนี้ละคะ!! แรงมากเลย! ชิ..”
“ฮ่าๆๆ ขอโทษครับน้องหมวย พวกพี่ไม่ได้ตั้งใจ แหะๆ ก็เห็นว่าน้องตั้งใจมาเชียร์ไอ้เก่งกล้า พี่ก็อยากแกล้งสักหน่อย” นัททิวรีบปรามเมื่อเห็นสีหน้าบูดบึ้งของสาวน้อย
ไม่เว้นแม้แต่เก่งกล้าที่พยายามจะกลั้นขำ เขาจ้องมองสาวน้อยคนนี้ด้วยแววตาเอ็นดู ไม่มีสักครั้งเลยที่เขาคิดเกินเลย เพราะที่ผ่านมาเก่งกล้าก็มองเห็นเธอเป็แค่น้องสาวมาโดยตลอด
“หึๆ น่ารักมากเลยหมวย ขอบคุณนะครับที่ตั้งใจมาเชียร์พี่น่ะ”
เก่งกล้าว่าแบบนั้นพร้อมกับกระตุกยิ้มบาง ซึ่งรอยยิ้มนั้นก็ทำให้เด็กสาวใจลอยล่อง เธอพยักหน้าพลางยกมือขึ้นทาบหัวใจ
“งื้ออออออ!! พี่เก่งกล้าอย่ายิ้มแบบนี้สิคะ! หมวยจะตายเอานะ! หล่อมากเลยค่ะ!! หล่อเกินคน!!”
หมวยแสดงออกว่าชอบเก่งกล้าชัดเจน เธอไม่ชายตามองชายคนไหนเลยยกเว้นเขา แม้ในใจจะรู้ว่าเก่งกล้าขีดเส้นให้เธอเป็ได้แค่น้องสาว
แต่น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อนได้ นับประสาอะไรกับการอ่อยเขาทุกวัน เขาจะใจอ่อนไม่ได้..
เพล้งงงงง ! ! ! !
เฮือก!!!
ขณะเดียวกันนั้นเองเสียงอะไรบางอย่างก็ดังสนั่นขึ้นมา นั่นจึงทำให้ทุกคนในห้องครัวต่างสะดุ้งโหยง เพราะเสียงนั้นคล้ายคลึงกับเสียงกระจกแตก พวกเขาหันมามองหน้ากันพลางเบิกตาโพลง
“ส..เสียงเหี้ยอะไรวะ”
“นั่นดิมึง”
“กรี๊ดดดดดดดดด!!!! ช่วยด้วยค่ะ!!!!”
ปั้ง ! ! ! ! !
เสียงที่ดังกว่ากระจกแตกก็คือเสียงปืนใหญ่ มันได้ดังออกมาจากกลางคฤหาสน์ พร้อมทั้งเสียงกรีดร้องของแม่บ้านทั้งหลาย รวมถึงมีเสียงเอะอะโวยวายของกลุ่มผู้ชายด้านใน
สถานการณ์ตอนนี้มันเริ่มไม่ปกติแล้ว ทุกสิ่งอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วจนทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัว
ตึกๆๆๆ!!
“อ..ไอ้เก่งกล้ารอกูด้วย!!”
“เฮ้ยๆ ไอ้กล้า!”
ยังไม่ทันอยู่รอคำตอบอะไรจากเสียงปริศนา เก่งกล้าที่เคยนั่งกินปาท่องโก๋ก็รีบวิ่งออกไปด้านนอก จุดมุ่งหมายของเขาก็คือการเข้าไปดูยังที่เกิดเหตุ โดยมีนัททิวกับกันต์วิ่งตามหลังมาด้วย
“พี่ใหญ่!!!”
“เฮ้ยพี่ใหญ่!!!!”
แต่คนที่วิ่งแทรกออกมาในสภาพบอบช้ำก็คือพี่ชายสุดที่รักของพวกเขา ตามเนื้อตัวของใหญ่มีรอยเืเปรอะเปื้อน แถมไหล่ด้านซ้ายยังถูกะุเฉียดจนแผลเหวอะ
“มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยพี่!!”
“อึ่ก.. ไอ้เหี้ยพวกนั้น..”
“พวกไหนพี่ใหญ่!?”
เก่งกล้าตะคอกเสียงเพื่อถามย้ำอีกครั้ง ในตอนนี้สติของเขาแทบไม่มีหลงเหลืออยู่ ประตูทุกบานมีมือขวากับคนงานหลายคนวิ่งหนีออกมากันอลหม่าน
“ศัตรูของนายท่านทวีสิน ม..มันบุกเข้ามา แม่งหวังจะฆ่าล้างโคตรพวกเราให้ตายกันหมด”
“พี่ว่าไงนะ”
“กูพูดความจริง ถ้าเป็ไปได้มึงก็รีบหนีออกไปกันเถอะ พายัยหมวยออกไปด้วย ที่นี่แม่งไม่ปลอดภัยแล้ว อึ่ก.. พวกมันมากันเยอะมาก เยอะกว่าพวกเราเป็สิบเท่า”
คำอธิบายของใหญ่ทำให้ชายหนุ่มทั้งสามยืนหน้าซีดเซียว โดยเฉพาะเก่งกล้าที่ไม่ได้เตรียมใจมาก่อน เขาเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่ถึงปี ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเ้าพ่อทวีสินมีคู่แข่งน่ากลัวถึงขนาดนี้
“ผ..ผมรู้แค่ว่านายท่านมีคู่แข่งที่มีอำนาจเทียบเท่า พวกมันใช่แก๊งหยกแดงหรือเปล่าพี่ใหญ่”
“เฮ้อ.. เออ พวกมันเป็แก๊งหยกแดง”
สิ้นคำพูดของใหญ่มันก็ทำให้ทุกคนหน้าถอดสี เพราะแก๊งหยกแดงคือหนึ่งในแก๊งผู้มีอำนาจ หัวหน้าของแก๊งนี้เคยจงรักภักดีกับเ้าพ่อทวีสินมาก่อน แต่สุดท้ายพวกนั้นก็หักหลังเขา..
“แล้วตอนนี้นายท่านอยู่ที่ไหนพี่ใหญ่”
ปึ้งงงงงงง ! ! ! !
เพล้งงงงงงงง ! ! !
จังหวะนี้เองที่ด้านในคฤหาสน์ก็มีเสียงะเิดังขึ้น กระจกทุกบานแตกออกเป็เสี่ยงๆ ความร้อนระอุเริ่มพัดผ่านเข้ามาจนถึงพวกเขา ในตอนนี้ทุกคนยืนอยู่ด้านหลังคฤหาสน์ หากวิ่งหนีออกไปด้านหลังห้องครัวก็อาจจะรอดได้ในไม่ช้า
“เชี้ยยยยย!! ฟ..ไฟไหม้เว้ย!!!”
“ไฟไหม้จริงๆด้วย!!”
กันต์กับนัททิวที่ชะโงกหน้าเข้าไปเห็นควันโขมงะโเสียงสั่น พวกเขาเบิกตาโพลงพร้อมกับจ้องมองแสงไฟสีแดงฉาน มันกำลังแผดเผาเฟอร์นิเจอร์ด้านในคฤหาสน์จนน่ากลัว
“ผมถามว่านายท่านอยู่ที่ไหน!!!”
แต่คนที่สังเกตสีหน้าของพี่ชายตัวเองได้ดีก็ถามย้ำอีกครั้ง ใหญ่ดูเหมือนว่าจะมีอะไรปกปิดทุกคนอยู่
“ก่อนหน้านี้กูเห็นนายท่านขึ้นไปพัก้าห้อง ส่วนพวกไอ้รามกูไม่เห็น”
“พี่ใหญ่..”
“พวกเรารีบหนีกันเถอะ!!! ข้างในไฟมันไหม้หมดแล้วมึงไม่เห็นเหรอ!!!!”
ใหญ่รีบตะคอกเสียงแข็งใส่บรรดาน้องชาย เขาพยายามจะปิดบังสิ่งที่เก็บซ่อนไว้ แต่เก่งกล้ารู้จักพี่ชายคนนี้ดีไม่แพ้ใคร เขามองเห็นว่าตอนนี้ใหญ่กำลังปิดบังอะไรอยู่
“แฮ่กๆๆๆ พี่ราม!!”
“อึ่ก พี่ราม! แล้วนายท่านล่ะพี่!!! พี่จะปล่อยนายท่านไว้ข้างบนเหรอ!?”
แต่ความจริงก็เป็สิ่งที่ไม่ตายอยู่วันยังค่ำ เมื่อพวกรามกับลูกน้องได้วิ่งหน้าตั้งกันออกมา สภาพของเขาไม่ต่างจากใหญ่สักเท่าไหร่ เสียงพูดคุยที่ไม่กลัวใครได้ยินถูกเอ่ยออกมาจากปากของราม
“ก็เื่ของแม่งดิวะ!! ตอนนี้เราต้องเอาตัวรอดก่อน! ขืนมึงกลับเข้าไปในคฤหาสน์ก็ได้ตายกันพอดี! ไม่ตายเพราะไฟก็ต้องตายเพราะไอ้เหี้ยพวกนั้นแน่!!”
“พ..พี่ราม!!”
“พี่รามพี่!!!”
ความจริงนั้นก็ได้เลือนหายไปพร้อมกับร่างสูงโปร่งของราม เขาวิ่งนำหน้าลูกน้องนับสิบคนออกไป ทิ้งให้เหลือแต่เพียงเก่งกล้าที่เริ่มเข้าใจทุกอย่าง
“เดี๋ยวนะ ที่พี่ทำตัวมีพิรุธเมื่อกี๊เพราะเื่นี้เองเหรอ? พี่ไม่อยากกลับไปช่วยนายท่านใช่ไหม”
“หุบปากไอ้เก่งกล้า!! มึงรีบหนีไปกับกูเดี๋ยวนี้!!!”
“หึ.. พี่แม่ง..”
“…..”
“พี่เคยสอนไม่ให้ผมเห็นแก่ตัว แต่ตอนนี้พี่กำลังทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามอยู่นะพี่ใหญ่”
น้ำเสียงอันหนักแน่นนั้นเอื้อนเอ่ยจนทำให้ใหญ่รู้สึกเ็ป เขาแค่อยากจะปกป้องน้องชายและตัวของเขาเอง อาจจะเห็นแก่ตัวไปบ้าง แต่นั่นมันก็เป็สิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
“ถ้าพวกพี่รามออกมากันหมดแล้ว งั้นก็แปลว่านายท่านอยู่ข้างบนใช่ไหม ไม่มีทางที่นายท่านจะมีเรี่ยวแรงวิ่งลงมาได้หรอก”
“ไอ้เก่งกล้า! นี่มึงคิดจะทำอะไร”
“ออกไปกันก่อนเลย ผมจะขึ้นไปช่วยนายท่านเอง”
“ไอ้เก่งกล้า!!!!”
“ไอ้กล้า!!!”
“ไอ้เก่งกล้า!!!”
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะคว้าตัวเก่งกล้าไว้ได้ ร่างสูงล่ำก็จัดการวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว เขาพยายามจะใช้เสื้อตัวเองอุดจมูกไว้ สองขารีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนที่เป็ห้องนอนของเ้าพ่อทวีสิน
ปึก!!!
“โอ๊ยยยยยยย!!!!”
แต่โชคร้ายที่เพดาน้าได้ร่วงหล่นลงมา นั่นจึงทำให้ร่างกายกำยำถูกเปลวไฟแผดเผาเพียงชั่วครู่ เก่งกล้าร้องโอดครวญและกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เขาอดทนวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อหานายท่านของตัวเองต่อ
“แค่กๆๆ กูกำลังทำเหี้ยอะไรอยู่วะเนี่ย.. เฮ้อ!!”
เขาบ่นพึมพำก่อนจะพยายามเปิดประตูห้องนอนของเ้าพ่อใหญ่ โชคดีที่ด้านหน้าห้องไม่ได้ถูกไฟลุกลามมากนัก เพราะไฟได้แผดเผาไปรอบคฤหาสน์ก่อน มีแต่ควันที่ลอยเข้าไปด้านในห้องเท่านั้น
“ช..ช่วยด้วย!”
“นายท่าน!?”
“อึ่ก.. ช่วย..กูด้วย แค่กๆๆ!!”