เจ็ดวันหลังพิธีบูชาป่าเขาม่านหลงก็ได้รับสารฉบับหนึ่งจากถังเหมินใจความในสารแจ้งมาว่าอยากให้ม่านหลงไปที่ถังเหมินเพื่อไปตรวจสอบคลังพิษที่เก็บเอาไว้ในถังเหมินพิษที่อยู่ภายในคลังหลายชนิดมีมาั้แ่ที่ประมุขเยว่ยังเป็เด็กแล้วไม่ได้นำออกมาใช้ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังใช้การได้หรือไม่ หากใช้การไม่ได้แล้วต้องทำลายทิ้งอย่างไรถึงจะเหมาะสมเพื่อความปลอดภัยจึงส่งสารมาเชิญม่านหลงให้ไปที่พรรคเพื่อไปตรวจสอบเื่นี้
พิษที่อยู่ในคลังของถังเหมินส่วนใหญ่ก็มาจากอู่ตู๋เดิมทีคนในอู่ตู๋ก็เชี่ยวชาญเื่พิษกันทุกคนการที่เชิญม่านหลงไปด้วยตัวเองแบบนี้คาดว่าภายในคลังจะยังมีพิษที่มีอายุมานานและคงไม่มีคนรู้ว่าพิษนั้นคืออะไรจึงอยากจะเชิญม่านหลงไปตรวจสอบเื่นี้เพื่อความปลอดภัย
นานแล้วสินะที่เขาไม่ได้กลับไปที่ถังเหมิน
การกลับไปคราวนี้ก็ไม่ได้ไปฐานะคนของถังเหมินที่นั่นจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนกันนะ
แล้วคนรักของเขาจะยังอยู่ที่นั่นหรือเปล่าหากยังอยู่จะยังสุขสบายดีหรือไม่ แล้วตอนนี้จะแต่งงานมีครอบครัวแล้วหรือยังจะกำลังใช้ชีวิตไปด้วยดีหรือไม่
บอกตามตรงว่าลึกๆแล้วม่านหลงก็ยังไม่พร้อมที่จะกลับไปหากมีใครที่นั่นจดจำเขาได้จะต้องนึกเอะใจแน่ โดยเฉพาะท่านย่าของรองประมุขตอนที่เขาจากมาอายุของนางยังไม่เท่าไหร่แม้ในตอนนั้นนางจะไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยลับหรือมีหน่วยลับเป็ของตัวเองแต่ทว่านางจดจำคนที่นางเคยเห็นได้อย่างแน่นอน
หากจะไปที่ถังเหมินต้องหลีกเลี่ยงการพบเจอกับนางเท่านั้น
ม่านหลงสั่งคนสนิทว่าพรุ่งนี้จะออกเดินทางไปที่ถังเหมินตามคำเชิญของประมุขเยว่แล้วจัดเตรียมของสำหรับละลายพิษและสมุนไพรไปด้วยเพราะหนนี้ไปเื่งานม่านหลงจึงต้องพาคนสนิทและคนที่เก่งเื่การแยกแยะพิษไปด้วยเพื่อไปช่วยงานคลังพิษของถังเหมินไม่ใช่เล็กๆ การที่จะจัดการพิษทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวม่านหลงคงใช้เวลาเจ็ดวันแปดวันแน่พาคนไปด้วยอย่างน้อยก็ได้ใช้เวลาแค่สองหรือสามวันเท่านั้น
เขาไม่อยากจะพาคนไปเยอะเท่าไหร่ก็เพื่อความปลอดภัยของคนที่พาไปด้วย
ถังเหมินไม่ต่างจากิเอี้ยวเท่าไหร่หากพูดในแง่ความสนใจเพศตรงข้ามหรือลุ่มหลงในสิ่งใดสิ่งหนึ่งิเอี้ยวนั้นหลงใหลได้ปลื้มถังเหมินจนแทบจะมอบกายถวายตัวให้ในขณะเดียวกันถังเหมินเองก็มีความรู้สึกเช่นนั้นกับอู่ตู๋เป็เื่ที่แปลกประหลาดนัก ทุกครั้งที่ถังเหมินพาคนของอู่ตู๋ไปทำภารกิจพวกเขาจะดูแลเป็อย่างดีหากเป็การดูแลแบบปกติก็แล้วไป บางครั้งแค่อยากให้ไปด้วยเฉยๆก็มีทำเอาม่านหลงปวดหัวนัก
แล้วมากกว่าครึ่งในอู่ตู๋ก็แต่งออกไปอยู่ที่ถังเหมินเสียด้วย
จะได้เจอคนที่แต่งออกไปไหมนะป่านนี้คงจะมีลูกและเลี้ยงลูกจนโตแล้วกระมัง
ม่านหลงจำถึงจำนวนคนที่แต่งออกไปหรือแต่งเข้ามาได้เพราะม่านหลงเป็คนที่เลี้ยงเด็กพวกนั้นมาเองกับมือ จำได้ถึงจำนวนคนที่เขาเลี้ยงจำนวนคนที่ตายไป รวมถึงจำนวนคนที่แต่งงานแล้ว ม่านหลงล้วนจำได้ทั้งหมด
แม้ว่าอู่ตู๋จะไม่ได้ทำภารกิจเสี่ยงตายหรือแทบจะไม่ออกจากพรรคกระนั้นทุกครั้งที่พวกเขาออกไปโลกภายนอกก็มักจะถูกทำร้าย บางครั้งก็แค่ผิวเผินแต่บางครั้งก็สาหัสถึงตาย แน่นอนว่าคนที่ทำร้ายพวกเขาจนถึงตายก็ไม่ใช่คนธรรมดาบางครั้งก็มีนักฝึกยุทธ์ที่มากฝีมือบางครั้งก็เป็นักพรตที่เข้าใจว่าพวกเขานั้นเป็หมอผีนอกรีตจึง้าที่จะกำจัดและอีกความเข้าใจผิดหลายอย่างที่เกิดจากข่าวลือน่ากลัวๆพวกนั้นจึงเป็เหตุให้การออกไปโลกภายนอกมีแต่อันตรายที่รายล้อมอยู่
แต่นั่นจะโทษแค่คนภายนอกไม่ได้หากพวกเขาตั้งใจที่จะแก้ข่าวลือพวกนั้นพวกเขาคงจะออกไปข้างนอกได้อย่างปลอดภัยแต่ทว่าพวกเขาก็พอใจที่จะให้คนภายนอกลือกันไปแบบนั้น ยามที่จะออกไปข้างนอกก็แค่ระวังตัวเองให้มากแล้วกลับเข้ามาในพรรคก่อนที่จะมีใครรู้ก็พอ
การสูญเสียภายในพรรคที่มากที่สุดก็คือ่ากับอดีตโอรสเทพฟู่ิซ่านในตอนนั้นมีการเกณฑ์กำลังคนไปช่วยเหลือในาครั้งนี้จนกว่ากองทัพหลวงจะพร้อมเหตุการณ์ครั้งนั้นมากกว่าแปดในสิบของอู่ตู๋ต้องตายจากไปในากว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ก็นับว่าลำบากมากทีเดียวนึกว่าาครั้งนั้นจะเป็จุดสุดท้ายของอู่ตู๋เสียแล้ว
เดิมทีจำนวนคนของอู่ตู๋ก็น้อยที่สุดในบรรดาพรรคทั้งแปดน้อยกว่าถึงครึ่งต่อครึ่งแล้วยังน้อยมากที่การแต่งงานจะเป็การแต่งเข้าส่วนใหญ่แต่งออกไปนอกพรรคกันทั้งนั้น เพราะการใช้ชีวิตภายในอู่ตู๋นั้นไม่ง่ายเลยคนที่จะใช้ชีวิตอยู่กับพิษหรือสัตว์มีพิษได้ก็มีแค่คนที่อยู่ที่อู่ตู๋มาั้แ่กำเนิดเท่านั้น
พูดไปก็น่าเศร้าแต่น่าแปลกที่ไม่มีใครสนใจเื่นี้แล้วลูกของคนที่แต่งออกไปก็มักมีดวงตาสีม่วงที่เป็เอกลักษณ์ของอู่ตู๋ทำให้เด็กๆเ่าั้จะต้องกลับมาสังกัดพรรคอู่ตู๋อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เสียสิ่งหนึ่งก็ได้สิ่งหนึ่งเพราะมีความสมดุลนี้อยู่อู่ตู๋จึงยังอยู่รอดมาได้จนตอนนี้
หลังาฝ่าาทรงกังวลว่าจำนวนคนภายในอู่ตู๋จะน้อยเกินไปจนไม่สามารถปกป้องตัวเองได้จึงได้มีสมรสพระราชทานทีเดียวถึงสิบหกคู่ในวันเดียวม่านหลงก็พอจะเข้าใจว่าทำไมฝ่าาถึงทำเช่นนั้นแต่การให้กำเนิดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่เื่ง่าย ฝ่าาทรงเร่งรีบไปก็ไม่มีใครคลอดลูกได้ณ ตอนนั้นหรอก
กว่าจะผ่าน่วุ่นวายนั้นมาได้ม่านหลงต้องปวดหัวไม่น้อยทีเดียวแล้วตอนนั้นอวี๋เหมาฉายังร่างกายไม่ฟื้นตัวดี เขาเลยต้องดูแลพรรคคนเดียวพอประมุขกลับมาม่านหลงก็เร้นกายไปพักผ่อนถึงสามเดือนเลยทีเดียว
รู้ไว้เสียบ้างว่าการทำงานคนเดียวมันลำบากแค่ไหน
พอเลือกคนเอาไว้สามสี่คนและสั่งให้เตรียมพร้อมสำหรับการไปทำงานที่ถังเหมินที่อาจจะกินเวลาถึงสามวันม่านหลงก็ส่งสารกลับไปถึงประมุขเยว่ว่าพรุ่งนี้จะเดินทางไปที่ถังเหมินและพาคนไปด้วยประมาณสามถึงสี่คนจากนั้นก็เข้านอน แน่นอนว่าวันนี้ม่านหลงสามารถนอนหลับได้อย่างสงบไร้คนกวนใจ
บางครั้งม่านหลงก็รู้สึกหวาดผวาว่าเ้าเด็กนั่นอาจจะโผล่มากลางดึกหลังจากผ่านไปสองวันนับจากวันนั้นเ้าเด็กนั่นก็ไม่โผล่มาม่านหลงเลยทำใจให้นอนหลับเต็มตาได้
เ้าเด็กนั่นทำให้เขาหลอนไปแล้วจริงๆ
เจอเมื่อไหร่เขาจะรีดเือีกฝ่ายแล้วแล่เนื้อทาเกลือเสีย!
รุ่งเช้าประมุขเยว่ก็ให้คนมารับถึงอู่ตู๋และแน่นอนว่าคนที่มารับก็คือหน่วยลับหนุ่มน้อยที่ม่านหลงคุ้นหน้าคุ้นตาดีทำให้เขาอารมณ์ดีไม่น้อยจนแม้แต่คนสนิทยังเอ่ยทัก
“ท่านม่านหลงเป็อะไรไปหรือขอรับวันนี้อารมณ์ดีผิดปกติ”
“เปล่าแค่รู้สึกว่าไม่ได้ออกจากพรรคเสียนาน”
“ให้ข้าสาธยายถึงเื่ที่สามวันก่อนท่านเข้าไปในเมืองให้ฟังดีไหมขอรับ”คนสนิทมองมาที่ม่านหลงที่เดินอยู่ข้างๆเพราะอู่ตู๋เคยชินกับการเดินทางในป่าพวกเขาจึงเดินทางผ่านป่าเพื่อข้ามเขตไปยังถังเหมิน
“ข้าไปในเมืองั้แ่เมื่อไหร่กัน”ม่านหลงเฉไฉเขาก็แค่ไปตรวจความเรียบร้อยหลังจากที่แต่งตั้งผู้ดูแลคนใหม่เสร็จแล้วก็เท่านั้น
“ข้าจะจำความแค้นที่ท่านวางยาข้าแล้วหนีออกไปจากพรรค!”
“เ้าถูกข้าวางยาตั้งหลายหนทำไมถึงยังไม่จำอีก”
“ก็ท่านให้ข้ากินของที่ท่านทำ!”
“เอ้าเ้าไม่กินก็ได้มิใช่รึ?”
“ก็ท่านทำข้าจะไม่กินได้อย่างไรเล่า!”นานทีปีหนรองประมุขจะเข้าครัวสักครั้งแล้วอาหารที่ทำออกมาแต่ละครั้งก็ชวนให้น้ำลายสอใครเล่าจะอดใจไหว
“ข้าเคยบอกแล้วว่าอะไรที่ผ่านมือข้าอย่ากิน”และไม่ว่าใครก็ตามถ้าหากได้อยู่ใกล้คนของอู่ตู๋แล้วเขาหยิบยื่นอะไรให้กินก็อย่ากินอย่างเด็ดขาดเพราะพวกเขานั้นมือไวในเื่การวางยาเป็อย่างมาก
“เช่นนั้นก็เลิกทำอาหารอร่อยสิขอรับ”
“คงยาก”
“งั้นก็เลิกทำมาให้ข้าลอง”
“ยากเหมือนกันไม่ทำให้เ้าลองแล้วใครจะลองยาให้ข้า”
“ท่านมันอำมหิต!”คนสนิทคล้ายกับจะร่ำไห้เมื่อรองประมุขใช้ตัวเองเป็หนูลองยาหันไปโอดครวญกับเพื่อนร่วมการเดินทางอย่างน้อยใจ
การเดินทางมาที่ถังเหมินใช้เวลาประมาณสองชั่วยามว่ากันตามจริงคงไม่ใช้เวลามากถึงขนาดนี้หากนิสัยชอบแวะเก็บสมุนไพรของม่านหลงกับคนที่เหลือไม่กำเริบเห็นสมุนไพรแปลกๆเป็ไม่ได้ต้องหยุดเก็บ คนมารับจึงต้องคอยหยุดรอเป็ระยะรวมถึงถือตะกร้าสมุนไพรให้ด้วย
หรือบางครั้งพวกเขาก็มีสมุนไพรที่อยากได้แต่ไม่เก็บเองพวกเขาก็จะใช้คนของถังเหมินนั่นแหละเก็บให้แค่อยู่รอน่าเบื่อจะตาย ช่วยเก็บสมุนไพรจะได้ขยับตัวหน่อย
เมื่อมาถึงที่หน้าพรรคก็พบประมุขเยว่กับสามีที่มารอรับรองประมุขฉางนั้นย้ายไปอยู่ที่ิเอี้ยวหลังแต่งงานแต่ก็ยังคงทำหน้าที่รองประมุขอยู่เยว่หลันที่เป็รองประมุขของิเอี้ยวก็ทำหน้าที่รองประมุขเช่นเดิมอยู่ที่ถังเหมินดูเผินๆแล้วเหมือนการแลกตัวรองประมุขอย่างไรอย่างนั้น
“ท่านม่านหลง”
“ขออภัยประมุขเยว่ที่ทำให้คอยนานโรคคนแก่กำเริบจึงทำให้เดินทางล่าช้า”
“คนแก่อะไรกันท่านยังไม่แก่เสียหน่อย” ประมุขเยว่แก้คนสนิทเขาไม่ยักพูดแบบนี้
“ประมุขเยว่ไม่ต้องเกรงใจไปขอรับท่านม่านหลงแก่แล้วจริงๆ” ม่านหลงยื่นมือไปตีแขนคนสนิทดังเพียะเขารู้แล้วน่าว่าเขาแก่
“เราไปที่คลังพิษกันเถอะเดินทางมาล่าช้าเช่นนี้เริ่มงานให้เร็วหน่อยเสียดีกว่า” ประมุขเยว่พยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะเดินนำม่านหลงไปที่คลังเก็บพิษที่ทางในถังเหมินถูกปรับเปลี่ยนไปจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้เพราะเื่ที่เกิดขึ้นกับถังเหมินก่อนหน้านี้ทำให้ประมุขเยว่ตัดสินใจปรับเปลี่ยนทัศนียภาพภายในพรรคเสียใหม่จนเกือบจะเรียกว่ารื้อสร้างใหม่เสียด้วยซ้ำ
ม่านหลงพอจะจดจำได้บ้างว่าตรงไหนคืออะไรเส้นทางหลายอย่างภายในถังเหมินก็ยังมีเส้นทางเดิมหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยหากเดินไปทางนี้จะเจอกับคลังอาวุธ เดินไปทางนี้ก็จะเป็ลานฝึกหากเดินไปทางนี้ก็จะเป็ป่าไผ่แน่นอนว่าคนภายในพรรคก็ไม่ใช่คนที่ม่านหลงรู้จักอีกแล้วสหายที่ร่วมฝึกมาด้วยกันหากยังมีชีวิตอยู่ก็คงจะอยู่ที่เรือนของตัวเองไม่ได้ทำภารกิจแล้ว
“ข้าไม่รู้ว่ายังมีพิษชนิดไหนที่ยังสามารถใช้ได้หากจะคัดแยกด้วยตัวเองก็กลัวว่าจะเป็การอันตรายเกินไปจึงได้เชิญท่านม่านหลงมาช่วยดูให้” ม่านหลงเห็นคลังเก็บพิษแล้วเขาก็อยากจะถอนหายใจออกมาดังๆคลังเก็บพิษนี้ใหญ่กว่าที่เขาเคยเห็นเมื่อสมัยก่อนเสียอีกแบบนี้คงได้กินเวลาถึงห้าวันเป็แน่
“คงกินเวลาสักห้าวันเห็นจะได้”ปกติไม่ต้องใช้พิษก็ลอบสังหารได้ไม่ใช่รึไยเก็บพิษไว้มากมายเพียงนี้
“ข้าจะให้คนมาช่วยด้วยท่านม่านหลงขาดเหลืออะไรสามารถบอกเขาได้” ประมุขเยว่มองไปยังหน่วยลับสองคนที่จะถูกส่งมาช่วยดูแลม่านหลงและคนอื่นๆหลังจากนี้หนึ่งในนั้นมีหนุ่มน้อยหน่วยลับที่ม่านหลงถูกใจอยู่ด้วย
แบบนี้ก็ไม่เลว
“ประมุขเยว่รู้ว่าข้าถูกใจเขาหรืออย่างไร”ม่านหลงขยับเข้าไปกระซิบกับเยว่เฟยหลิงก่อนที่อีกฝ่ายจะหัวเราะ
“เขาต่างหากที่ถูกใจท่านท่านต้องพิจารณาดีๆแล้ว”
“ข้าไม่แต่งออกนะ”
“เช่นนั้นท่านก็ต้องแต่งเข้าแล้ว”
“ยกให้ข้าจริงๆรึ?”
“พร้อมเมื่อไหร่ก็เอาไปได้เลย”ผ่านไปสักพักทั้งสองคนก็หัวเราะ ประมุขเยว่ช่างมีอารมณ์ขันเสียจริงม่านหลงตบบ่าประมุขเยว่เบาๆ
“แล้วนี่เมื่อไหร่จะมีข่าวดีรึ?”ม่านหลงมองไปที่ท้องของประมุขเยว่ตอนนี้ไม่ใช่ว่าถึงเวลาที่จะมีทายาทแล้วหรอกรึ
“รออีกสักสองสามปีน่ะขอรับ”เยว่หลันที่ยืนอยู่ข้างๆเอ่ยตอบแต่เห็นได้ชัดว่าร่างสูงอยากมีทายาทจะแย่แล้ว
“นานเสียจริง”
“ข้ายังไม่พร้อมรอพี่ลี่อินมีทายาทก่อนข้าค่อยมีก็ได้”
“กว่ารองประมุขจะยอมมีทายาทข้ามิแก่ตายก่อนหรอกรึ” แค่นี้ก็แก่จะแย่แล้ว
“แก่อะไรกันท่านยังดูหนุ่มแน่น ไม่แน่ว่าอาจจะมีทายาทก่อนข้าเสียอีก”
“ประมุขน้อยก็พูดไป”ม่านหลงนึกภาพตอนที่ตัวเองมีทายาทไม่ออกจริงๆแม้ว่าเขาจะเลี้ยงเด็กมาแล้วทั้งพรรคก็ตาม
ยังไงลูกคนอื่นก็ต้องเลี้ยงง่ายกว่ารายละเอียดความใส่ใจก็ไม่ต้องเข้มงวดเท่าลูกของตัวเองอีกอย่างม่านหลงอายุป่านนี้จะไปมีทายาทได้อย่างไร
“ลูกท่านต้องออกมาหล่อเหลาแน่นอน”เยว่เฟยหลิงเอนตัวมากระซิบแล้วชี้ไปที่คนที่อยู่ด้านหลังทำให้ม่านหลงอดหัวเราะไม่ได้
มีประมุขที่ไหนอยากยกหน่วยลับของตัวเองให้คนอื่นกันแปลกคนจริงๆ
“ข้าไม่อยากได้คนรุ่นลูกมาเป็สามีหรอก”
“ไม่เกี่ยวกับอายุอยู่ที่ความชอบ”เยว่เฟยหลิงส่ายหน้า คนของเขาถูกใจม่านหลงจะตายไปอีกอย่างหน่วยลับคนนี้ฝีมือดีมากหากได้อยู่กับม่านหลงรับรองว่าฝีมือจะต้องพัฒนาขึ้นแน่นอน
“มีสามีเป็หน่วยลับแบบนี้ข้าต้องเป็ม่ายหลังแต่งงานแน่”
“ข้าให้เขาถอนตัวก็ได้หากท่าน้า”
“ขอข้าคิดเยอะๆก่อนเถอะ”
“ข้าจะให้เขาอยู่กับท่านบ่อยๆท่านจะได้ใจอ่อน”อันที่จริงม่านหลงก็ใจอ่อนกับหนุ่มน้อยหน่วยลับเพราะหน้าตาที่ถูกใจแต่ทว่าจะแสดงออกได้อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ของรองประมุขเอาไว้บ้าง
“ประมุขเยว่ช่างใส่ใจ”
“ยินดีที่จะได้เกี่ยวดองกับท่าน”ทั้งสองคนหัวเราะก่อนจะกลับมาจริงจังกันอีกครั้งเยว่หลันที่ฟังอยู่เหลือบมองไปยังหน่วยลับที่ยืนอยู่ไม่ไกลเด็กคนนี้เป็หน่วยลับของเยว่เฟยหลิง มาแทนคนที่เพิ่งตายไปเมื่อไม่นานมานี้จะยกเด็กคนนี้ให้รองประมุขม่านหลงอย่างนั้นรึ
ท่านม่านหลงจะรับมือไหวหรือเปล่าเด็กคนนี้ใช่ย่อยทีเดียว
ด้วยความที่เป็หน่วยลับที่ไม่ค่อยมีเวลาได้หาความสำราญใส่ตัวเมื่อเป็เช่นนั้นอารมณ์เกี่ยวกับเื่นั้นจึงค่อนข้างรุนแรงและดุเดือดเป็พิเศษไม่รู้ว่าท่านม่านหลงจะรับมือเด็กคนนี้ไหวหรือเปล่า
“ข้าจัดเตรียมที่พักไว้เรียบร้อยแล้วขาดเหลืออะไรท่านบอกกับเขาได้” ม่านหลงพยักหน้าหลังจากที่ล้อเล่นกันมาพอหอมปากหอมคอแล้วก็ถึงเวลาที่ม่านหลงจะเริ่มงานของตัวเองได้เสียที
ก่อนอื่นม่านหลงต้องตรวจดูอายุของพิษที่ปรุงขึ้นมาก่อนว่าปรุงมานานเท่าไหร่แค่สองชั้นแรกม่านหลงก็ใช้เวลาไปจนถึงหนึ่งชั่วยามแล้วการแยกจัดลำดับอายุของพิษไม่ได้ดูแค่ที่สีเท่านั้นยังต้องดมกลิ่นแล้วแยกส่วนผสมด้วยว่ามีอะไรบ้าง ต้องเก็บส่วนผสมพวกนั้นเมื่อไหร่ แล้วค่อยจะคำนวณออกมาเป็อายุของพิษขวดนั้นได้
แน่นอนว่าต้องสูดพิษนานๆถึงจะมีภูมิคุ้มกันต้านพิษยังไงก็ต้องเหนื่อยบ้างเป็ธรรมดา
“ข้าไม่คิดว่าขวดพิษจะเยอะขนาดนี้”คนสนิทของเขาโอดครวญตอนนี้พวกเขากำลังนั่งล้อมสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ส่งกลิ่นหอมเพื่อล้างพิษที่สูดดมเข้าไปม่านหลงนั่งปรับลมปราณภายในร่างเพื่อสลายพิษที่อยู่ในตัวตอนนี้เพิ่งตรวจสอบอายุของพิษไปได้แค่หนึ่งในสิบของคลังเท่านั้นปริมาณพิษที่อยู่ในคลังไม่ใช่น้อยๆเลยดังนั้นพวกเขาจึงจะตรวจสอบอายุไปด้วยและทดสอบพิษไปด้วยว่ายังใช้การได้หรือไม่แล้วค่อยนำไปทำลายทิ้งในภายหลังมิเช่นนั้นต้องกินเวลานานถึงสิบวันเป็แน่
เท่าที่ดูจากสายตามีกระทั่งขวดยาพิษที่ม่านหลงเคยใช้เมื่อครั้งที่ยังเป็หน่วยลับคิดดูสิว่าจะมีขวดยาพิษที่อายุถึงขนาดนั้นอยู่อีกกี่ขวดมันยังใช้ได้ก็จริงแต่ผลลัพธ์จะแตกต่างจากที่ปรุงคราวแรกจากผลที่จะทำให้แค่เป็อัมพาตอาจจะกลายเป็ทำให้ถึงตายเพราะพิษกลายสภาพดังนั้นพิษตัวไหนที่อายุนานเกินไปหรือกลายสภาพแล้วม่านหลงก็จะกองเอาไว้เพื่อไปทำลายทิ้งในภายหลัง
“คงเพราะไม่ค่อยได้จัดการพิษที่อยู่ในคลังมันจึงเหลืออยู่เยอะขนาดนี้” ไม่รู้กี่ปีมาแล้วที่ปล่อยให้คลังถูกเติมอยู่ตลอดเวลาโดยที่ไม่ได้นำไปใช้เลยต้องเสียเวลาคัดแยกไม่พอยังต้องเสียเวลาเอาไปทำลายทีละนิดอีกการทำลายพิษไม่สามารถทำได้โดยง่าย ใช่ว่าจะเททิ้งหรือโยนลงแม่น้ำได้เสียที่ไหนยาพิษพวกนั้นจะต้องเอาไปต้มแล้วใส่สมุนไพรที่ชะล้างพิษลงไปจนมันหมดฤทธิ์แล้วถึงจะเอาไปเททิ้งตามธรรมชาติได้มิเช่นนั้นบริเวณที่นำพิษไปทิ้งจะต้องติดพิษกันหมด
การใช้ชีวิตอยู่กับพิษนั้นไม่ง่ายไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ต้องรอบคอบเสมอ
“ข้าเมื่อยไปหมดแล้ว”
“เมื่อยก็ไปพักเสียข้าจะจัดการที่นี่ต่อเอง” ม่านหลงนั้นชอบที่จะทำงานไปเรื่อยๆทำถึงเช้ายังไหวโดยส่วนใหญ่ที่เขาต้องเข้านอนเร็วเป็เพราะคนสนิทมาลากตัวเขากลับไปนอนใช่ว่าม่านหลงจะทำงานโต้รุ่งไม่ได้เสียหน่อย
“ข้าจะให้ท่านทำคนเดียวได้อย่างไร”
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนถึงเวลานอนข้าก็จะกลับไปนอนเอง” ม่านหลงให้เหตุผลอายุยังไม่ถึงครึ่งของเขาด้วยซ้ำ จะมาทำงานแข่งกับเขายังไงไหว
“ข้าจะอยู่ช่วยท่านที่นี่เอง!”แล้วเขาจะคอยดูว่าจะทนไปได้สักแค่ไหน
ผ่านไปจนถึงกลางดึกม่านหลงก็มองคนที่บอกเขาว่าจะช่วยเขาทำงานหลับอยู่ที่พื้นเพราะวันนี้พวกเขาขลุกอยู่กับขวดพิษมาทั้งวันม่านหลงจึงห้ามหน่วยลับเอาไว้ว่าอย่าแตะตัวพวกเขาเพราะตอนนี้มีพิษลอยอบอวลอยู่รอบตัวดังนั้นคนสนิทของม่านหลงจึงนอนอยู่ที่พื้นจนเช้าโดยที่ไม่มีใครพากลับไปนอนที่เรือน
ม่านหลงบิดี้เีเล็กน้อยแสงตะวันเริ่มทอแสงยามเช้า นานแล้วที่เขาไม่ได้อยู่จนเช้าแบบนี้ ชวนให้คิดถึง่ที่ไปอยู่อู่ตู๋แรกๆแล้วแทบจะไม่ได้หลับได้นอนเพราะต้องเลี้ยงเด็ก
“เช้าแล้วหรือนี่”เขานวดแขนเพราะทำงานจนถึงเช้าตอนนี้จึงตรวจสอบพิษไปได้สี่ในสิบของคลังแล้วไม่เสียแรงที่อดนอนมาทั้งคืน อันที่จริงเช้านี้ม่านหลงยังไม่รู้สึกง่วงเลยยังสามารถทำงานต่อได้อีก
แต่ตอนนี้เขาควรจะไปอาบน้ำเอาพิษที่สะสมจากเมื่อวานออกก่อนเพื่อความปลอดภัยดังนั้นเขาจึงปลุกคนที่เหลือที่นอนอยู่บนพื้นแล้วลากตัวไปอาบน้ำด้วยกัน
พวกเขามากันที่ปลายธารน้ำม่านหลงจัดการโยนเ้าเด็กที่อวดว่าจะช่วยงานเขาลงไปในน้ำเพื่อที่จะได้เรียกสติให้เต็มตาก่อนจะถอดเสื้อผ้าแล้วลงไปแช่น้ำบ้าง
“ไม่เห็นกับตาไม่รู้เลยว่าท่านจะซ่อนรูปปานนี้”คนสนิทเอ่ยทักรองประมุขที่กำลังล้างผมของตัวเองเขาจึงโยนสมุนไพรล้างพิษใส่อีกฝ่ายก่อนหน้านี้มิใช่ว่าเ้าเป็คนเช็ดตัวให้ข้าวันที่ข้าไม่สบายหรอกรึ
“พูดเหมือนไม่เคยเห็น”
“วันนั้นข้าแค่เช็คตัวครึ่งบนให้ท่านไม่ได้เห็นทั้งตัวนี่ขอรับ” จนตอนนี้เ้าเด็กนี่ก็ยังคงพยายามตะล่อมให้ม่านหลงบอกว่าคนที่เขาร่วมหลับนอนด้วยเป็ใครแต่ม่านหลงก็บ่ายเบี่ยงไม่ตอบทุกครั้งไปเช่นกัน
ก็เขาไม่รู้เขาจะบอกได้อย่างไร
“นึกว่าจะกล้าแอบดูข้าตอนที่ข้าไม่สบาย”
“ใครจะกล้าขอรับข้าไม่อยากถูกสามีท่านตามมาเอาคืนหรอก”
“สามีรึ?” คนอื่นๆเมื่อได้ยินคนสนิทของรองประมุขเอ่ยขึ้นมาแบบนั้นก็ตาโตขึ้นมาทีเดียว
“จริงหรือขอรับใครหรือขอรับ!”
“ในที่สุดก็มีคนที่ถูกใจแล้วหรือขอรับ!”
“แต่งเมื่อไหร่ดีขอรับ”ม่านหลงกลอกตาแม้จะรู้ว่าเ้าพวกนี้แซวเล่นแต่ม่านหลงก็อดที่จะรำคาญไม่ได้
“ไม่มีใครทั้งนั้นข้าอยู่แต่ในพรรคจะไปเจอคนถูกใจจากที่ไหน” อันที่จริงก็เจอแล้วแล้วประมุขเยว่ยังยกให้แล้วเสียด้วย แต่ม่านหลงไม่รีบรอให้หนุ่มน้อยโตกว่านี้ก่อนก็ยังได้
“เหมือนท่านจะลืมไปแล้วว่าพักนี้ชอบแอบออกไปข้างนอกบ่อยๆ”
“ทำไมข้าต้องแอบ”
“เพราะท่านกลัวข้าจะไปด้วย”
“ในเมื่อรู้แล้วก็เลิกตามข้าไปเสียทีสิ”
“ไม่เลิก” สักวันม่านหลงจะเอาเ้าเด็กนี่ไปแล่เนื้อแล้วย่างเกลือโยนให้หมาป่าเสีย!
ร่างสูงที่สวมหน้ากากยืนพิงต้นไม้ในระหว่างที่รอคนจากอู่ตู๋อาบน้ำเสร็จดวงตาสีเทามองไปยังร่างที่เปลือยเปล่าที่มีผ้าขาวผืนหนึ่งวางเอาไว้บนตักใบหน้าที่เขาหลงใหลทำสีหน้ารำคาญใจเล็กน้อยมือเรียวโยนสมุนไพรที่วางอยู่ข้างๆใส่คนที่เอ่ยแซวไม่เลิกก่อนที่จะขึ้นจากน้ำมาแต่งตัวเขาจึงเร้นกายตัวเองให้ออกจากสายตาของรองประมุข
่นี้งดััอีกฝ่ายไปสักระยะก่อนมิเช่นนั้นจะต้องรู้ตัวเป็แน่
รอให้เวลาผ่านไปอีกสักพักขอให้ท่านม่านหลงไม่นึกรังเกียจเขาหลังจากที่บอกความจริงแล้ว