ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 151 ตายศพไม่สวย

            เมื่อได้ยินสิงเหล่าซื่อพูดเช่นนี้ชีเหนียงก็รู้สึกว่าเจ้ารองและภรรยามีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง

            “เมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่เคยพบเจอสตรีนางนั้นในค่ายมาก่อนเล่า?”

            สิงเหล่าซื่อลูบจมูก “ยามปกติ สตรีนางนี้ดูเย่อหยิ่งจองหอง แต่พอเจ้ารองตาย นางก็เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคนนางแต่งกายงดงามทุกวัน ท่าทางกล้าหาญดุดันมิเช่นนั้นสือเลี่ยหยางมีหรือจะสยบให้กับชายกระโปรงแดงของนาง ก่อนหน้านี้นางก็คิดยั่วยวนข้าเช่นกันแต่ข้าสิงเหล่าซื่อมิใช่คนที่ข่มเหงภรรยาของพี่น้อง

            ทว่านางก็ทำเกินเหตุนางติดตามสือเลี่ยหยางไม่พอ ครั้นเพียงเป็นชายร่างกำยำในค่ายนางก็ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว สือเลี่ยหยางคือคนประเภทใด มีหรือจะอนุญาตให้นางหักหลังได้จุดจบของนาง จึงเป็นการตายอย่างอนาถแบบหาใดเปรียบ”

            “เช่นนั้นก็เท่ากับว่า นางตายแล้วหรือ?”

            สิงเหล่าซื่อพยักหน้าตอบ “แน่นอนว่าตายแล้ว ได้ยินว่าศพของนางถูกสือเลี่ยหยางชำแหละเป็นชิ้นๆ แล้วนำไปต้มเป็นน้ำแกงดื่ม”

            ชีเหนียงขมวดคิ้ว “ได้ยิน? เช่นนั้นก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ตายโดยไม่พบศพ”

            สิงเหล่าซื่อมองชีเหนียงอย่างไม่ค่อยเข้าใจสิ่งใดคืออีกหนึ่งคน? ทว่าหลังจากฟังที่นางกล่าว จึงเพิ่งตระหนักได้ว่าสองคนที่ตายไป พวกเขาเพียงแค่ได้ยินมาหรือไม่ก็คาดเดาการตายเอง ส่วนศพจริงๆกลับไม่เคยเห็นมาก่อน

            ผู้ที่ติดตามสิงเหล่าซื่อมาเมืองหลวงคือซีเสียกับจินเป่าหลังนางกล่อมเด็กน้อยจนหลับแล้ว ก็ไปทำอาหารที่โรงครัวก่อนจะยกเข้ามาในบ้าน เมื่อนั้นจึงบังเอิญได้ยินเรื่องที่ชีเหนียงกับสิงเหล่าซื่อกำลังคุยกันพอดี

            นางวางถาดอาหารลงอย่างแผ่วเบาก่อนจะย้อนกลับไป หากแต่พอเห็นสีหน้าอันตึงเครียดของพวกเขา ก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้ “อันที่จริงข้ารู้สึกว่าบางทีพวกเขาอาจจะยังไม่ตาย”

            คำพูดของซีเสียดึงดูดความสนใจของทุกคนด้วยตัวนางยังไม่ชินกับสายตาเช่นนี้นัก จึงมีท่าทีอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย สองมือเองก็ไม่อยู่นิ่ง

            เมื่อเห็นนางประหม่าชีเหนียงจึงรู้ว่านางกลัวจะถูกตำหนิเรื่องแอบฟัง อีกอย่างแม้ว่าเรื่องของค่ายโจรเลี่ยหยางจะไม่เกี่ยวข้องกับซีเสีย แต่ตอนนี้นางคือหนึ่งในสมาชิกของเรือนพักผ่อนอันหยางหากเกิดเรื่องขึ้นตัวนางเองก็อาจพบเจอปัญหาด้วยเช่นกัน

            “เสียเหนียงจื่อไม่ต้องกังวล เจ้าคิดสิ่งใดได้ก็พูดออกมาเถอะตอนนี้พวกเราล้วนคือสมาชิกเรือนพักผ่อน ความเห็นใดก็ตามที่ช่วยให้รอดพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ก็สมควรพูดออกมา”

            เมื่อได้รับกำลังใจจากชีเหนียงซีเสียจึงพยักหน้า “อันที่จริง ตอนนั้นที่สันเขาวั่งอัน มีหุบเหวลึกที่มองไม่เห็นก้นเหวเช่นกันข้ารอดชีวิตกลับมาได้เป็นเพราะตกลงไปในบึงน้ำที่อยู่ด้านล่าง อีกอย่าง ด้านล่างหุบเหวอันที่จริงมีถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง ทั้งในนั้นก็ยังมีอาหารเก็บตุนไว้มิเช่นนั้นข้าคงไม่มีทางอยู่รอดได้นานขนาดนั้น ต่อมาจึงค้นพบบันไดที่ใช้ปีนขึ้นไปได้…”

            ขณะพูดก็เหลือบมองสิงเหล่าซื่อ “เมื่อครู่ผู้ดูแลใหญ่บอกว่าด้านหลังเรือนพักผ่อนมีหุบเหวก่อนหน้านี้ข้าเองก็เคยไปดูและรู้สึกว่ามันเหมือนกับหุบเหวที่สันเขาวั่งอันมากดังนั้นข้าจึงสงสัยว่า มันอาจจะเป็นที่เดียวกันมีความเป็นไปได้หรือไม่?” เมื่อพูดจบ นางก็โบกมือคล้ายปฏิเสธ “ไม่ใช่ไม่ใช่ ความหมายของข้าคือ…เอ่อ  คือว่า ข้าก็ไม่รู้จะพูดเช่นไรดี เพียงแต่มันมีความคล้ายกันหลายอย่าง”

            ซีเสียไม่รู้ว่าควรอธิบายเช่นไรด้วยเพราะนางได้กลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดเดียวกันจากทั้งสองสถานที่ ทั้งยังมีเมฆหนาแน่นแบบเดียวกันกระทั่งดอกหญ้าที่ขึ้นตรงขอบเหวก็ยังเป็นชนิดเดียวกันอีกด้วย

            “ความหมายของเสียเหนียงจื่อคือ ด้านล่างของสันเขาวั่งอันกับหุบเหวของเรือนพักผ่อนเชื่อมต่อกันเช่นนั้นสินะหรือเป็นไปได้ว่าที่สองแห่งนี้อาจจะเป็นที่แห่งเดียวกันเช่นนั้นหรือ?”

            “ใช่ใช่ใช่! ข้าหมายความเช่นนี้แหละ!”

            “เป็นไปไม่ได้!” สิงเหล่าซื่อขัดจังหวะพวกนาง “ตอนพวกข้าไปที่สันเขาวั่งอัน ต้องเสียแรงตั้งมากกว่าจะปีนขึ้นไปได้ หากทั้งสองที่เป็นที่เดียวกันเราแค่ข้ามไปเลยก็ได้นี่ เหตุใดยังวางแผนเดินทางกว่าครึ่งเดือนกัน!”

            “เมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้ไปพิสูจน์ดู” ลั่วจิ่งเฉินเอ่ยออกมา “ไม่ว่าในเมืองหลวงจะมีคนรู้จักเจ้าหรือไม่ตอนนี้เจ้าก็จำเป็นต้องกลับไปก่อน ดีเลย เจ้าจะได้พาน้าเสียไปตรวจสอบดูที่เรือนพักผ่อนว่าหุบเหวนั้นกับสันเขาวั่งอันคือที่เดียวกันหรือไม่ส่วนทางด้านเมืองหลวง ข้าจะคิดหาทางตามหาเฉียงจื่อเอง”

            ลั่วจิ่งเฉินเรียกสิงเหล่าซื่อตามเข้าไปที่ห้องตำราเพื่อสืบหาตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลัง จึงเลี่ยงไม่ได้ต้องเรียนรู้สัญลักษณ์ลับของค่ายโจรเลี่ยหยางเอาไว้

            ……

            ณห้องขังแห่งหนึ่ง เฉียงจื่อถูกทรมานจนแทบสิ้นสภาพกำลังฝืนทนไว้ เขาอยากรู้นักว่าผู้ใดเป็นคนที่จับเขามาอีกทั้งสิ่งที่มันผู้นั้นต้องการคืออันใดกันแน่

            หลายวันมานี้คนพวกนี้ไม่แม้แต่จะพูดจาถามไถ่อันใดก็ใช้เครื่องมือทรมานเขาทันที ตอนแรกตนก็รู้สึกแปลกใจเพราะการจับคนมาควรต้องมีวัตถุประสงค์สิ หากแต่คนพวกนี้เหมือนจับเขามาเพียงเพื่อระบายโทสะเท่านั้น

            ต่อมาเขาถึงพบว่าพวกมันแค่ต้องการทำให้เขาหวาดกลัวเพื่อลดทอนใจแข็ง จากนั้นค่อยเลือกช่วงเวลาอ่อนแอที่สุดของเขาเพื่อเค้นเอาความลับดังนั้นในทุกวันเขาจึงแกล้งทำเป็นทนไม่ไหว พอโดนทรมานไม่กี่ทีก็ทำแสร้งทำท่าเจียนตายจนในที่สุดวันนี้ก็ได้ยินว่าจะมีบุคคลสำคัญมาเสียที

            คาดว่าบุคคลสำคัญที่ว่านี้คงมาดูเขา

            เมื่อหวนนึกถึงช่วงที่ถูกจับเหมือนอยู่ในฝันก็มิปาน ข้างสัญลักษณ์ที่เขาทิ้งเอาไว้มีข้อความเพิ่มขึ้นมาอีกชุดหนึ่งซึ่งบอกให้เขางตามไปที่วัดร้าง ตอนนั้นเขาเองก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงได้ทิ้งสัญลักษณ์เพิ่มไว้ว่าที่แห่งนี้อันตราย

            เมื่อเขาเข้าไปในวัดร้างกลับพบว่าไม่มีผู้ใดอยู่ จนเมื่อรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างและกำลังจะเตรียมตัวหนีก็ถูกคนใช้ไม้ฟาดจากด้านหลังจนสลบไป จึงไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นผู้ใดที่จับตนมา

            “คนเป็นอย่างไร?” เสียงอันนุ่มนวลของสตรีดังขึ้นในน้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความรังเกียจโดยไม่แม้แต่จะปกปิด โดยเฉพาะน้ำเสียงท้ายประโยคที่แสดงถึงคำสั่งเช่นนี้ทำให้เฉียงจื่อรู้สึกคุ้นหูยิ่งนัก

            ผู้คุมรีบตอบกลับทันที “โดนทรมานมาหลายวัน เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วขอรับ”

            “ในเมื่อทนไม่ไหวก็ให้เขาลงนามรับสารภาพเสีย เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เหตุใดยังจัดการกันไม่ได้?”

            ผู้คุมเมื่อถูกตำหนิก็ไม่กล้าโต้ตอบอันใด “แต่นายท่านสั่งไว้ว่า ต้องนำคนผู้นี้ไปเป็นพยานบุคคลหากจะให้ลงนามตอนนี้เลยย่อมทำได้ แต่เมื่อถึงเวลาเกิดเขาไม่ยอมให้ความร่วมมือจะทำเช่นไรขอรับ?”

            พวกผู้คุมเองก็ลำบากใจไม่ใช่น้อยแม้จะเตรียมคำสารภาพไว้แล้ว แต่นายท่านก็มีเงื่อนไขว่าต้องให้คนผู้นี้มีชีวิตอยู่เพื่อเป็นพยานหากจะให้เขาเป็นพยาน ก็จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากเขา ตอนนี้พวกตนเพียงแค่ทำให้เขาหวาดกลัวส่วนที่ว่าเขาจะยอมให้ความร่วมมือหรือไม่ ก็ไม่อาจแน่ใจได้

            เดิมทีคิดว่าสตรีนางนี้มาเพื่อช่วยเหลือพวกตน หากแต่กลายเป็นว่ามาเพื่อตำหนิการทำงานเสียอย่างนั้น

            ไม่ให้ความร่วมมือ?

            หญิงสาวจ้องมองผู้ที่หายใจรวยรินด้วยสายตาเย่อหยิ่ง “เช่นนั้นก็หาคนมาปลอมตัวเป็นพยานเสีย ถึงอย่างไรเราก็มีคำสารภาพแล้ว เหตุใดยังต้องใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เหล่านั้นอีก? ตั้งแต่เมื่อใดที่พวกเจ้าทำงานไม่เป็นกัน? หากเป็นเช่นนี้ ข้าก็ไม่ขัดข้องที่จะหาคนมาแทนพวกเจ้า”

            -----

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138